| |
คำตอบที่ 44
ผมแถมการจูนแกสแบบย่อๆ ใช้ได้ทั้งแบบสองปุ่มกับแบบปุ่มเดียว เอาแบบสองปุ่มก่อน
1.ปิด idle จนสุด
2.จูน sensitivity เข้าออก จนเดินเบานิ่งที่สุด
3. หมุน sensitivity เข้า จนรอบเริ่มตก ประมาณ 1-200 รอบ
4.คลาย idle ออก จนเดินเบาเรียบ ก็จบในขั้นตอนของหม้อต้ม
5.เร่งรอบประมาณ 3,000 รอบ หมุน power valve เข้าออก
จนได้รอบสูงสุด คราวนี้จบจริงๆแล้ว
มีแค่ 5 ขั้นตอน ในการจูนมาตรฐาน
ส่วนหม้อต้ม ที่มีปุ่มเดียว ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เหลีอแค่ 2 ขั้นตอน
1.ปรับ idle
2.ปรับ power valve ที่ 3,000 รอบ
จบแล้ว เหงามือมั๊ยหละ เค้าให้ปรับแค่นี้จริงๆ
ช่างบางคนที่ทำยึกๆยักๆปรับเสียนานสองนาน
แปลได้สองความหมายคือไม่เป็นมวยกับกำลังเรียกราคาครับท่าน
ต่อไปเป็นการ fine tune ถ้ายังพอมีแรงเหลือ
1.ถ้าต้องการจะประหยัด ให้หมุน power valve เข้าอีกซักครึ่งถึงหนึ่งรอบ แต่ถ้าต้องการ performance ให้ข้ามข้อนี้ไป
สมมุติใหม่เพื่อง่ายต่อการอธิบาย ว่าหมุน power valve เข้า จนบางเกินไปแล้วสั่นอยู่ที่ ๓ นาฬิกา หมุนกลับจนหนาเกินไปแล้วสั่น อยู่ที่ ๙ นาฬิกา จุดที่ power peak อยู่ที่ ๑๒ นาฬิกา จุดนี้คุณชัย หมากกระจาย
ทำให้ผมดู เสียงมันจะหวีดแหลมขึ้นกว่าตำแหน่งอื่นๆ
ถ้าอยากประหยัด อย่าทิ้งไว้ที่ ๑๒ นาฬิกา ถึงแม้จุดนั้นจะเป็นจุดที่ได้ Peak Power ก็ตาม แต่ Fuel Efficiency ห่วยแตก ส่วนผสมจะค่อนข้างหนา 1:12 ประมาณนี้ เป็นส่วนผสมที่ อยู่ในช่วง Power Band รีดแรงจากเครื่องแบบเต็มพิกัด
หากส่วนผสมอยู่ที่ 1:14-15 จะมี Power Drop แค่ 4-5% แต่จะได้ Fuel Efficiency กลับมาอีกจม จำตัวเลขเด๊ะๆไม่ได้ รู้สึกจะกว่า 12-15% up เพราะฉะนั้น จุดที่เหมาะสม จะอยู่ประมาณ 13:00-14:00 นาฬิกา แล้วแต่สไตล์การขับขี่และความชอบส่วนตัว
2.ให้จำลองการเร่งเครื่องแบบทันทีทันใด
ถ้าไม่ฟอด ก็ไปข้อ 3 แต่ถ้ามีอาการฟอด ให้เพิ่ม sensitivity (หมุนออก ทวนเข็มนาฬิกา) จนหายฟอด
3.ลด idle หมุนเข้า ตามเข็ม จนเริ่มสะดุด แล้วค่อยหมุนออกจนหายสะดุด
4.ขั้นตอนสำคัญที่สุด คือการลองขับ และปรับไปด้วยครับ เพื่อเป็นการ fine tuning อย่างแท้จริง
ส่วน 5 ข้อแรก อยากจะแหกโผ ก็ได้นะครับ ให้หมุน sensitivity จนสุด แล้วมาจูน idle ก่อน นิ่งแล้ว ค่อยหมุนเข้าจนรอบตก 1-200 รอบ แล้วชดเชยรอบด้วยการคลายปุ่ม sensitivity ออก จนเดินเบาจนนิ่ง ค่อยไปปรับ power valve
ถึงจุดหมายปลายทางเหมือนกันทุกประการครับ ถนัดตั้งต้นด้วยอะไรก่อน ก็เชิญตามความชอบความถนัดส่วนตัวได้เลยครับท่าน
การกินแกสเยอะกว่าปกติผิดหูผิดตานั้น หากจำกัดตัวแปรอื่นๆได้แล้ว ปัญหาจะมาจากพื้นฐานแทบทั้งสิ้น
๑.กรองอากาศต้องเนี๊ยบ เพราะจะส่งผลต่อความหนาบางที่หม้อต้มจ่ายให้มิกเซ่อร์ ไม่เหมือนตอนใช้น้ำมันที่เป็นระบบหัวฉีด มีการชดเชยกรองอากาศสกปรก, แหวนหลวม, cylinder liner กร่อน
๒.หัวเทียนต้องดีเยี่ยม หมั่นดูมันบ้าง
๓.คอยล์ต้องดีด้วย แรงๆเกิน 40,000V ยิ่งดี คอยล์ไม่ค่อยแรง ก็ปรับ spark plug ให้แคบเข้ามาหน่อย
๔.เบรกติด มุมโทผิด ศูนย์เสีย ท่อไอเสีย/หม้อพักผุ (เครื่องคาร์บกินเห็นๆเลย เจอมากับตัวแล้ว)
๕.ล้างชุดปีกผีเสื้อบ้าง ทำเองไม่ยาก ถือโอกาสล้างชุดช่วยรอบเดินเบาด้วย ถ้าไม่ติดแบบหัวฉีดละก็ ช่องทางเดินอากาศ จะมีคราบเหนียวๆ จากของแถมใน LPG ทำให้เดินเบากระตุก กระเพื่อมได้ง่าย โดยเฉพาะมอเตอร์ช่วยรอบเดินเบา ที่เป็นโรตารี่ เช่นของ Honda Civic
๖.ถ้าเป็นเครื่องอื่นทีปรับองศาจุดระเบิดได้ ไฟแก่อีกสัก 3-5 องศา จะวิ่งดีกว่าเดิมพอควรเลยแหละ ประหยัดเพิ่มด้วย
๗.เปิดดูหม้อต้มบ้าง ถ่ายขี้แกสบ้าง 10,000-15,000 Km ครั้ง เมืองไทยแกสค่อนข้างจะสกปรก
|
| |