| |
คำตอบที่ 20
ถ้าการส่งออก LPG เป็นผลประโยชน์ของประเทศคนในประเทศก็ควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบ
และหากต้องมีคนกลุ่มหนึ่งเปลี่ยนมาใช้ CNG จะด้วยความเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม หน่วยงาน
ของรัฐและส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องก็ควรที่จะยื่นมือออกมารองรับอย่างสมดุล
เช่นหากว่าไม่อุ้ม LPG เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจในการใช้พลับงานทดแทน
ไปสู่ CNG ก็ควรจะเอาเงินที่ประหยัดจากการไม่อุ้ม LPG มาทดแทน(ในระยะสั้น)
ให้แก่ผู้ที่ต้องเสียประโยชน์ในการเปลี่ยนแปลงระบบเชื้อเพลิงรายเก่าก่อน เช่นพวก
TAXI, รถทั่วไปที่ใช้ LPG สำหรับพวกรถใหม่ๆที่ใช้น้ำมันอยู่ถือว่าเป็นลูกค้ากลุ่มรอง
ก็ขอให้เป็นแผนลำดับต่อไป หากรัฐหรือส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุนให้เปลี่ยนระบบได้ถูกลง
แผนการลดการใช้ LPG เพื่อนำไปส่งออก และแผนการเพิ่มปริมาณการใช้ CNG จะเป็นไป
โดยเร็วกว่านี้
*คนใช้ LPG คือกลุ่มที่ตัดสินใจมาแล้วจะด้วยเหตุผลใดๆเขาได้ผ่านจุดกังวลระหว่างน้ำมันและหลังงานทางเลือก
สำหรับกลุ่มที่ยังใช้น้ำมันแล้วรัฐต้องการให้ใช้ CNG ก็ควรมีการสนับสนุนระบบการตรวจสอบ
ความปลอดภัย (คนกลุ่มนี้กลัวตายมากกว่ากลัวอด จึงเลือกความปลอดภัยก่อนความหิว)
และมีการวางมาตราฐาน การออกใบรับรองให้แก่อู่ติดตั้ง มีการฝึกหัดทดสอบผู้ติดตั้งให้เข้มข้น
ให้เป็นผลให้ประชาชนเชื่อมั่นในมาตราฐาน เพราะความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ไม่ใช่เรื่องล้อกันเล่น
สำหรับ ปตท. จะรับทรัพย์หรือไม่ ผมมองอีกมุมเผื่อให้ ปตท. เป็นเครื่องมือทางผ่านเพื่อให้
การใช้พลังงานของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากประชาชนไม่มั่นใจใน ปตท. และเชื่อมั่นว่า ปตท. คงจะสูบเลือดเราไปกินอร่อย ก็ช่วยกันไปซื้อหุ้น ปตท. ถือไว้อย่าทิ้ง
อย่างน้อยก็ 10-15 ปี จนกว่า CNG จะอยู่ในช่วงขาลง ปตท. ที่กำไรอื้อซ่าจะสร้างผลกำไร
มามายให้แก่ผู้ถือหุ้น
อย่างไรก็ดีอย่างที่บอก ปตท. ก็เป็นหน่วยงานที่ควรจะออกตัวมาทำตลาดเชิงรุก
ที่ไม่ทำก็เพราะมันมีกำไรเหนาะเห็นๆอยู่แล้ว เฉยๆก็ได้เงินใครก็รู้ อย่างนี้รัฐต้องหาทางบีบที่
CNG ของ ปตท. ให้ ปตท. ต้องทำยอดขาย ไม่ใช่ดองไว้ แล้วระบบการตลาดของ ปตท.
จะเร่งปฏิกิริยา มากกว่าหรอกให้รัฐเป็นเครื่องมือ แบก LPG , เสี้ยมให้คนใช้ CNG, ฯลฯ
|
| |