จาก Vip Tac50
พุธที่ , 8/2/2549
เวลา : 21:25
IP: 203.114.99.46
อ่านแล้ว = 2273 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
สิ่งที่ผมเคยขอร้องไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่ไม่อยากให้เผยแพร่หรือชักชวนให้คนมาติดแก๊สมากจนเกินไป มาวันนี้ก็มีข่าวเศร้าตามมาอย่างที่ผมเคยกลัว มาอ่านข่าวนี้ครับ
เวป ข่าว อสมท. วันที่ 8 กุมาพันธ์ 2549
กรุงเทพฯ 8 ก.พ. ราคาก๊าซหุงต้มตลาดโลก สร้างสถิติสูงสุดกว่า 600 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน รัฐหวั่นเอกชนแห่ส่งออก ในภาวะราคาในประเทศถูกกว่า 360 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ล้อมคอกด้วยการกำหนดโควตาส่งออก และคุมเข้มกองทัพมด ยืนยันก๊าซลอยตัวปลายปีนี้แน่นอน ชี้จะช่วยรถสาธารณะและกลุ่มครัวเรือน แต่รถยนต์ส่วนตัวรับภาระเองเต็ม ๆ ด้านกองทุนน้ำมันมีแนวโน้มไม่มีการออกบอนด์รอบใหม่ และจะใช้หนี้สั้นลงใน 2 ปีเท่านั้น
นายเมตตา บันเทิงสุข ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ทิศทางราคาพลังงาน
ในปีนี้ที่จะมีการปรับขึ้นอย่างชัดเจนก็คงจะเป็นเรื่องของค่าไฟฟ้า ราคาก๊าซหุงต้มที่ยืนยันว่าจะทยอยลดการอุดหนุนในกลางปี และลอยตัวในปลายปีนี้ ในขณะที่ราคาน้ำมันจะมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ผันผวนเหมือนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยในช่วงหน้าร้อนราคาดีเซลจะลดลง ส่วนเบนซิน ซึ่งเป็นน้ำมันเพื่อการท่องเที่ยวของยุโรป-สหรัฐ ที่ปกติจะปรับขึ้นสูงในหน้าร้อน แต่ปีนี้อาจจะไม่เพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากความต้องการปิโตรเคมีของจีนชะลอตัว ไม่ได้มีความต้องการสูงขึ้นมากเหมือนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เบนซินปรับตัวสูงขึ้น
นายเมตตา กล่าวว่า ราคาก๊าซหุงต้มตลาดโลกขณะนี้ได้ปรับตัวสูงขึ้น สร้างสถิติสูงสุดกว่า 600 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน โดยหากรัฐบาลไม่ใช้แนวทางอุดหนุนราคาทั้งการกำหนดเพดานหน้าโรงกลั่นน้ำมัน และอุดหนุนด้วยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในอัตรา 3 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว ราคาคงจะปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยราคาในไทยขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 240 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน หรือถูกกว่าราคาตลาดโลก 15 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งล่าสุด เพื่อให้การใช้ในประเทศมีอย่างเพียงพอไม่ขาดแคลน กรมธุรกิจพลังงานได้ประกาศกำหนดโควตาส่งออกของผู้ส่งออก และร่วมมือกับทางตำรวจป้องกันการลักลอบส่งออกบริเวณแนวชายแดน เพื่อป้องกันการนำก๊าซหุงต้มที่คนไทยชดเชยไปส่งออกแก่ประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม คงไม่เหมาะสมที่จะทำให้ราคาในและต่างประเทศบิดเบือนเช่นนี้ตลอดไป จึงกำหนดแนวทางที่จะมีการลอยตัวอย่างสมบูรณ์แบบในปลายปีนี้ ในขณะเดียวกันก็หาทางดูแลเพื่อลดผลกระทบของผู้ใช้ก๊าซหุงต้ม โดยในกลุ่มรถยนต์สาธารณะ คือ แท็กซี่ และตุ๊ก ๆ จะส่งเสริมให้มีการติดตั้งก๊าซเอ็นจีวีแทนแอลพีจี ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์เอ็นจีวีให้ฟรี ในขณะที่กลุ่มผู้ใช้ในครัวเรือน ทางราชการจะเข้าไปแนะนำอุปกรณ์ประหยัดก๊าซ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ก็จะออกมาตรฐานบังคับเกี่ยวกับอุปกรณ์ประหยัดพลังงานด้วย แต่ในส่วนรถยนต์บ้านที่ติดตั้งแอลพีจี ส่วนใหญ่จะเป็นรถหรู ก็คงจะไม่เข้าไปช่วยแต่อย่างใด เพราะมีความสามารถรับภาระราคาแอลพีจีลอยตัวได้อยู่แล้ว
|