จาก นิรนาม
พุธที่ , 23/11/2548
เวลา : 12:33
IP: 203.144.135.18
อ่านแล้ว = 2909 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ผมขอเสนอข้อหารือเชิงสร้างสรรค์ เกี่ยวกับการจูนแก๊สตามวิธี พีคจูนนิ่ง (ตามที่คุณเสนอ) การจูนแบบนี้จะทำให้เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุด (ตามชื่อและวิธีการที่คุณเสนอ) แต่อาจไม่ถูกต้องตามหลักการทำงานของเครื่องยนต์
เริ่มเรื่อง
ผมลองจูนตามวิธีของคุณพบว่าต้องเปิดแก๊สเพิ่มจากที่ผมเคยตั้งไว้มากพอควร แต่พอขับแล้วรู้สึกรถพุ่งมาก ดีกว่าน้ำมันอีก แต่พอใช้งานไม่กี่วันพบว่าที่ปลายท่อไอเสียมีคราบเขม่าดำติดเต็มเลย (ของเดิมตอนใช้น้ำมันท่อแห้งเป็นสนิมจนหม้อพักผุหมด พอใช้แก๊สเริ่มมีนิดหน่อยไม่มาก) จึงลองจูนใหม่ ก็พบว่าตำแหน่งที่จูนเครื่องทำงานดีที่สุดอยู่แล้ว (เดินเบานิ่งเรียบ - รอบสูง ตำแหน่งที่ตั้งให้กำลังสูงสุด) ก็เลยงงใหญ่
ค้นหาทฤษฎีกันใหญ่
จากการกลับไปหาทฤษฎีเรื่องการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ การทำงานของคาร์บูเลเตอร์ และระบบหัวฉีด พบว่า ช่วงที่เครื่องยนต์เผาไหม้ดีที่สุด ให้กำลังสูง และมีมลภาวะต่ำ (ไม่ว่าจะเป็นกาซอะไร) จุดตัดมันจะอยู่ที่อัตราส่วน 14.7:1 อากาศต่อเชื้อเพลิงโดยน้ำหนัก นอกจากนี้ยังพบว่าโดยปกติ ไม่ว่าจะเป็นคาร์บฯ หรือหัวฉีดไม่ว่าจะเป็นระบบใดก็ตาม จะพยายามเซ็ตให้ได้อัตราส่วนดังกล่าวยกเว้น เวลาเร่งเครื่อง และ/หรือต้องการกำลังในลักษณะเกือบฟูลโหลดเป็นต้นไป อัตราส่วนอาจปรับมาเป็น 12:1 ได้ แสดงว่าวิธีการตั้งแบบพีคจูนนิ่งอาจใช้อัตราส่วนผสมที่หนากว่าปกติพอควร การจูนให้หนากว่า 14.7:1 กำลังก็ยังคงสูงขึ้นจนถึงค่าๆ หนึ่งที่การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์รอบเครื่องจึงเริ่มนิ่งเท่าเดิม และถ้าปรับเพิ่มอีกรอบจะตกเนื่องจากเชื้อเพลิงหนามาก
สรุป
ถ้าที่ผมเข้าใจถูกต้อง แสดงว่าวิธีการจูนแบบนี้เหมาะกับบางคนเท่านั้น ไม่สมควรเป็นหลักในการจูนให้กับรถทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้รถที่ไม่มีความรู้
ผิดถูกยังงัยก็เป็นแนวความคิดของผม กรุณาชี้แนะครับ
|