| |
คำตอบที่ 4
เรียน คุณ khomgrid#314 ครับ
รีเลย์ที่ใช้ในการต่อนี้ ไม่สามารถใช้รีเลย์ที่ขายทั่วไปในรถยนต์ครับ
ต้องใช้รีเลย์ที่ขายตามร้านอิเล็กทรอนิกส์ เพราะจะต้องมี่ 2 NO-C-NC ครับ
โดยที่ NO-C-NC ชุดแรก ไว้ตัดต่อไฟ สำหรับแอร์
และ NO-C-NC ชุดที่สอง ไว้ lock ไฟให้ค้าง จาก สวิตช์กดติดปล่อยดับ ( ถ้าเราใช้สวิตช์กดติดปล่อยดับ โดยไม่ผ่านวงจรรีเลย์ lock ก็จะติดเมื่อกดและดับเมื่อปล่อย)
จากรูปวงจร
NO-C-NC ชุดแรก ไว้ตัดต่อไฟ สำหรับแอร์ สายไฟแอร์ จะมีสองแบบ
แบบแรก รถรุ่นเก่า จะไม่มีรีเลย์ตัดไฟคอมเพรสเซอร์แอร์ เราต้องเลือกรีเลย์ที่เพิ่มนี้สามารถทนกระแสไฟฟ้าได้มาก (ประมาณ 10-20 แอมป์)
แบบที่สอง รถรุ่นใหม่ จะมีรีเลย์ตัดไฟคอมเพรสเซอร์แอร์ เราสามารถเลือกรีเลย์ที่เพิ่มนี้ขนาดเล็กได้
NO-C-NC ชุดที่สอง ไว้ lock ไฟให้ค้าง จาก สวิตช์กดติดปล่อยดับ ( ถ้าเราใช้สวิตช์กดติดปล่อยดับ โดยไม่ผ่านวงจรรีเลย์ lock ก็จะติดเมื่อกดและดับเมื่อปล่อย)
สายไฟ +12V สวิตช์ มาจากไฟ ON ของสวิตช์กุญแจ สายไฟลงกราวด์รถที่จุดใดก็ได้ การทำงานคือ เมื่อกดสวิตช์กดติดปล่อยดับแล้ว รีเลย์จะทำงานทำให้ครบวงจรจาก NO-C-NC ทำให้เวลาเราปล่อยสวิตช์กดติดปล่อยดับแล้ว วงจรรีเลย์ยังทำงานอยู่ จนกว่าเราปิดสวิตช์กุญแจ วงจรรีเลย์ก็จะขาด
เมื่อเราสตาร์ตรถ วงจรรีเลย์จะยังไม่ทำงาน จนกว่าเราจะกดสวิตช์กดติดปล่อยดับ
สำหรับขั้วรีเลย์คงต้องดูตามยี่ห้อที่ใช้ครับ
หากอยากทำเองแต่ไม่มีความรู้ คงแนะนำให้ปรึกษากับช่างไฟครับ และการตัดต่อควรจะระมัดระวังมากๆ เพราะอาจจะทำให้สายไฟลัดวงจร และเกิดอันตรายเสียหายกับรถยนต์ แต่ก็ขอให้สนุกกับการดัดแปลงเพิ่มประสิทธิภาพรถยนต์ของเราเองครับ
แต่วิธีง่ายๆ ก็เพียงแค่ ปิดสวิตช์แอร์ ตอนดับเครื่อง และ เปิดสวิตช์แอร์ ตอนติดเครื่อง ครับ
|
| |