| |
คำตอบที่ 27
เรียน คุณสาวAltis
ความแตกต่างของ 2 ระบบนี้คือ
ใช้งานได้ทั้งคู่ครับผม ที่แตกต่างกันก็คือ เรื่องของราคา เรื่องของอัตราเร่ง เรื่องของการดูแลรักษาระบบซึ่งระบบดูดจะต้องดูแลเรื่องของกรองอากาศมากขึ้น เสี่ยงกับการอาการจุดระเบิดนอกห้องเผาไหม้หรือที่เราเรียกกันว่า "แบคไฟร์" (Back Fire) น่าจะเคยได้ยิน สามล้อสตาร์ทเครื่องแล้วดัง "ปั้งงงงง..." นั่นแหละครับการเกิดแบคไฟร์ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถทำการแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มเติมอุปกรณ์เสริมต่างๆ หรือที่เรียกว่าออฟชั่นเข้าไป
ตัวอย่าง
- กลัวท่อไอดีแตกสามารถเปลี่ยนไปใช้คอท่อไอดีสแตนเลสได้
- กลัวเกิดอาการแบคไฟร์สามารถใส่ Timing Advance Processor (TAP)
- กลัวรถตอบสนองคันเร่งไม่ดีไปเพิ่ม Close Loop ช่วยในการสั่งจ่ายก๊าซให้ดีขึ้น
หมายเหตุ ออฟชั่นที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เมื่อคิดมูลค่าไปแล้วก็เกือบจะใกล้เคียงกับระบบหัวฉีดแล้วครับ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริโภคทั้งสิ้น
ระบบดูด
- ราคาถูกกว่าระบบหัวฉีดอยู่ประมาณ 15,000 - 20,000 บาท
- ไม่มีกล่องสมองกล (ECU) คอยควบคุมหรือสั่งจ่ายเชื้อเพลิง
- ระบบดูดจะทำให้เครื่องยนต์กับกลายเป็นเครื่องคาร์บูเรเตอร์ทันทีในตอนที่ใช้ก๊าซ
- สามารถปรับจูนเองได้(ถ้าทำเป็น)
ฯลฯ
ระบบหัวฉีด
- มีรางหัวฉีดทำหน้าที่จ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้
- มีหัวฉีดของก๊าซเพิ่มขึ้นมาอีก 4 หัว ที่ต้องทำการเจาะฝังเข้าไปที่คอท่อไอดี
- มีกล่องสมองกล (ECU) คอยควบคุม สั่งจ่ายก๊าซ ต้องทำการปรับจูนด้วยคอมพิวเตอร์
- อุปกรณ์ต่างๆ มีราคาสูง และมีอายุการใช้งาน
ฯลฯ
ปล. สำหรับรถรุ่นใหม่ๆ แนะนำระบบหัวฉีดโดยเฉพาะท่านสุภาพสตรีครับผม
|
| |