กลุ่มผู้ชุมนุนในนามเครือข่ายปฏิรูปพลังงานแห่งชาติ เดินขบวนคัดค้านการปรับขึ้นราคาแก๊สน้ำมันและไฟฟ้าแบบไม่เป็นธรรม

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก webmaster
พุธที่ , 24/10/2555
เวลา : 13:08
 IP:

58.9.138.109
อ่านแล้ว = 4039 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ
เครือข่ายปฏิรูปพลังงานแห่งชาติ
สภาธรรมาภิบาล
สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง
เครือข่ายประชาชนพิทักษ์พลังงาน
และเครือข่ายประชาชนอื่นๆ

เลขที่ 51 หมู่ 17 ถนนบางนาตราด กม.10 อำเภอบางพลี จังหวัด สมุทปราการ 10540
www.thammapiban.com email : kamolpanch@gmail.com, thai9lee@gmail.com
โทร 0863671004 0894418226 0890164450
----------------------------------------------------------------------------------------------------
วันที่.....24.........เดือน...ตุลาคม....พ.ศ....2555

เรื่อง โปรดปกป้องผลประโยชน์พลังงานปิโตรเลียมที่ขุดเจาะจากแผ่นดินเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ
และ ดูแลการตั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรมแก่ประชาชน

กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


เครือข่ายภาคประชาชน ใคร่ขอความกรุณาจากฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในเรื่องราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า และค่าสัมปทานดังนี้

ก .ด้านค่าสัมปทานพลังงาน
ด้วย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 จนถึงฉบับแก้ไขล่าสุดปี 2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาจน ถึงปัจจุบัน มีสาระสำคัญที่ทำให้ประเทศชาติและประชาชนไทยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผลประโยชน์ ปิโตรเลียมที่ขุดเจาะ จากแผ่นดิน และขัดกับเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 66 มาตรา 67 มาตรา 85(4)

จึงใคร่ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศ และเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด ในการ ตัดสิน ใจเรื่อง นโยบายพลังงานของชาติ โปรดใช้อำนาจของท่านปกป้องผลประโยชน์ ด้าน ทรัพยากร พลังงานปิโตรเลียม

ทั้งนี้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ให้เกิดความชอบธรรมที่สำคัญยิ่งแก่ประเทศชาติ ซึ่งการ เปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะส่งผลให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากทรัพยากรได้แผ่นดินเกิดของตนเองอย่าง เป็นธรรม มากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา กล่าวคือ

1. ก่อนต่ออายุสัมปทานและการให้สัมปทานใหม่ จะต้องปรับผลประโยชน์ จากค่าสัมปทาน
ปิโตรเลียมที่รัฐบาลได้รับให้ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศที่ตื่นตัวแล้ว เช่น ประเทศพม่า กัมพูชา
โดยประเทศไทยจะต้องได้รับผลประโยชน์จากค่าภาคหลวง ส่วนแบ่งกำไร และภาษี ในการให้สัปทานแหล่งพลังงานของประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 จากส่วนแบ่งการผลิตปิโตรเลียม ทั้งหมดที่ได้จาก แผ่นดินไทย

2. สัมปทานที่ใกล้หมดอายุแล้ว มิให้แก้กฎหมายขยายอายุสัมปทานต่อไปอีก รัฐบาลจะ ต้องทำให้แหล่งทรัพยากรปิโตรเลียม หรือบ่อน้ำมันและบ่อก๊าซธรรมชาติตกเป็น สมบัติของแผ่นดิน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนไทย

ข. เรื่องราคาพลังงานและค่าไฟฟ้า
จากสถานการณ์เรื่องการขึ้นราคาก๊าซ น้ำมัน และไฟฟ้า ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และพบความ ไม่ชอบมาพากล ซับซ้อนซ่อนเงื่อน เพื่อให้มีความชอบธรรมในการขึ้นราคาพลังงาน และค่าไฟฟ้า ดังจะกล่าวต่อไปนี้
ข.1 เรื่องก๊าซหุงต้ม LPG

ข.1.1 จากสถานการณ์การใช้ก๊าซแอลพีจีในปัจจุบัน ประกอบด้วยผู้ใช้สองกลุ่มใหญ่ คือ ภาคประชาชน ประกอบด้วย ภาคครัวเรือนและภาคยานยนต์ และภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมทั่วไป ทั้งนี้ ในปี 2554 ปริมาณการใช้ของทั้งสองภาคมีปริมาณใกล้เคียงกันคือ ภาคประชาชน มีสัดส่วนร้อยละ 51.8 (โดยใช้รวมกัน 3.57 ล้านตัน ครัวเรือนใช้ 2.65 ล้านตัน ยานยนต์ใช้ 0.92 ล้านตัน )

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนการใช้ร้อยละ 48.2 (ใช้รวม 3.32 ล้านตัน ปิโตรเคมีใช้ 2.6 ล้านตัน อุตสาหกรรมทั่วไปใช้ 0.72 ล้านตัน ) จึงเห็นได้ว่าปริมาณการใช้ก๊าซแอลพีจีเกือบครึ่งหนึ่งเกิดจาก ภาค อุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บมจ.ปตท ที่มีการขยายตัว มากกว่าภาคประชาชนหลายเท่า ในช่วงหลายปีที่ ผ่านมาจนเป็นเหตุให้ต้องมีการนำเข้าก๊าซแอลพีจี

ดังนั้น การให้ข้อมูลว่าปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นจากภาคครัวเรือนและยานยนต์ที่มีการใช้อย่างสิ้นเปลือง จึงเป็นข้อมูลที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง และการนำเงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยให้โรงกลั่น และ ปตทในการนำเข้าเพื่อภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เป็นบริษัทลูกปตท จึงเป็นการทำธุรกิจการค้าเพื่อ ส่วนตัวไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยธุรกิจปิโตรเคมี สามารถซื้อLPG ในราคาที่ถูกกว่า ราคา นำเข้าถึง 40 % จึงเป็นการเอาเปรียบประชาชน เอาเงินคนจนทั้งประเทศจากการจ่ายในรูปกองทุนน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นเพื่อไปชดเชยต้นทุนราคาวัตถุดิบของกลุ่มปิโตรเคมี ยังผลให้บริษัท ปิโตรเคมีกำไรเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
เช่น บริษัท PTTGC กำไรสุทธิในปี 2554 ทั้งปี 2,113.44 ล้าน บาท
ในครึ่งปี 55(มค-มิย55 ) กำไรสุทธิ 10,703.54 ล้านบาท มีปตท.ถือหุ้น 48%
(ที่มาhttp://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=PTTGC&language=th&country=TH)
ถ้าทั้งปี น่าจะอยู่ที่ ประมาณการ 20,000 ล้านบาทกำไรเพิ่มถึงสิบเท่า (1000 %)

ส่วนคณะกรรมการมีนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เป็นประธานและเป็นกรรมการในบริษัทชินคอร์ป มีพล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ นักการเมืองพรรคเพื่อไทย เป็นกรรมการ และมีนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงาน นโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้อง กับรัฐบาล เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ขัดประมวลจริยธรรม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 279 และมาตราฐานจริยธรรม

อีกทั้ง มติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ( ที่มีนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญเป็นเลขา) ครั้งที่ 7/2555 (ครั้งที่ 104) เมื่อวันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมี จ่ายเงินกองทุนน้ำมัน เพียง1 บาทต่อกก แต่อุตสาหกรรมทั่วไป ของประชาชนจ่าย 11-12 บาท ต่อกก ภาคขนส่ง ยานยนต์ จ่าย 3บาทต่อกก. ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น ขัดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341ฉ้อโกง มาตรา 152 เจ้าพนักงานเข้ามีส่วนได้เสีย, มาตรา 148 ใช้ตำแหน่งโดยมิชอบ, มาตรา 157ละเว้นปฎิบัติหน้าที่ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของ พนักงาน ในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 มาตรา 5 ผู้ใดเป็นพนักงาน ใช้อำนาจในหน้าที่ โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด แก่ตนเองหรือผู้อื่น เช่นเอกชนผู้ถือหุ้น รายได้จากกำไรบริษัท แต่เบียดเบียน ประชาชน หรือคณะกรรมการบริษัทPTTGC ได้รายได้จาก โบนัส ผลกำไร


ดังนั้น รัฐควรจัดลำดับความสำคัญในการใช้ก๊าซแอลพีจีที่ผลิตได้จากในประเทศให้ ภาคประชาชน ใช้ก่อน เนื่องจากก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลพีจีมาจาก แผ่นดินไทย อันเป็นทรัพยากรของ ประชาชน ทั้งนี้ในปี 2554 โรงแยกก๊าซฯ มีกำลังการผลิตก๊าซแอลพีจีได้ 3.60 ล้านตัน (ภาคประชาชนใช้ 3.57 ล้านตัน) โดยในปี 2555 คาดว่าจะผลิตได้ 3.88 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ ของภาคประชาชน

ส่วนก๊าซแอลพีจีส่วนที่เหลือจากการใช้ของภาคประชาชนให้จำหน่ายกับภาคอุตสาหกรรมได้ หากไม่เพียงพอให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้รับภาระในการนำเข้าเองในราคานำเข้า
ข.1.2. เนื่องจากการให้สัมปทานปิโตรเลียมของประเทศไทยเป็นระบบสัมปทานที่รัฐได้รับผลประโยชน์ ตอบแทนต่ำที่สุดในอาเซียน ทำให้ผู้รับสัมปทานมีต้นทุนการผลิตก๊าซแอลพีจีที่ต่ำ เช่น แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ อันเป็นแหล่งใหญ่มีพื้นทีครอบคลุมถึง 5 จังหวัดในภาคกลางมีต้นทุนการผลิตแอลพีจีบวกกำไรแล้ว อยู่ที่ประมาณ 9 บาทต่อกิโลกรัม (ประมาณ 300$ ต่อตัน ) เท่านั้น ขณะที่ราคาค้าปลีกแอลพีจีที่จำหน่าย ให้แก่ภาคครัวเรือน และภาคยานยนต์ (รวมกำไรของผู้ค้าและภาษีแล้ว ) อยู่ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม และ 21.38 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ จึงเป็นราคาที่ผู้ค้าได้กำไรมากอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่สมควรที่รัฐจะ ให้มีการปรับราคาแอลพีจี กับภาคครัวเรือน และภาคยานยนต์เพิ่มขึ้นอีก ทั้งควรลดค่าการตลาด ของกลุ่มผู้ประกอบการอีกด้วย

ข.1.3. ให้เลิกนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปอุดหนุนการใช้แอลพีจีเป็นวัตถุดิบของธุรกิจปิโตรเคมี การนำเงินกองทุนน้ำมันฯ ไปอุดหนุนให้ภาคปิโตรเคมีดังกล่าว เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ ของการจัดตั้งกองทุนน้ำมันฯ ตั้งแต่แรกเริ่ม ที่มีขึ้นเพื่อรักษาระดับราคาพลังงานมิให้ประชาชนเดือดร้อน มิใช่เพื่อไปอุดหนุน ราคาวัตถุดิบในอุตสาหกรรมใดโดยเฉพาะของเอกชน จึงเป็นการกระทำที่ ไม่เป็นธรรมต่ออุตสาหกรรมอื่นที่ไม่ได้รับการอุดหนุน และยังเป็นการเอาเปรียบ และฉ้อโกง หมกเม็ดประชาชนผู้เป็นเจ้าของกองทุนน้ำมันฯ อีกด้วย

ข.1.4. จากข้อมูลปริมาณแอลพีจีที่ผลิตได้จากโรงแยกก๊าซฯ ในประเทศ ซึ่งพอเพียงต่อการใช้ของ ภาคประชาชน ดังที่กล่าวไว้แล้วในข้อ 1 ดังนั้น ปัญหาหลักที่ต้องมีการนำเข้าแอลพีจี และมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เกิดจากนำเงินกองทุนไปอุดหนุนราคาวัตถุดิบให้ธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบมจ.ปตท ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม จึงควรให้ บมจ.ปตท.ส่งคืนเงินที่ได้รับชดเชย ส่วนต่างราคาแอลพีจีนำเข้าไปแล้วประมาณหนึ่งแสนล้านบาทให้ แก่กองทุนกองทุนน้ำมันฯ โดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของกองทุนน้ำมันฯ ที่นำไปชดเชยให้ภาคปิโตรเคมีนับแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน

ข.1.5 ควรปรับราคาก๊าซ LPG ควรอยู่ที่ ไม่เกิน 16-17 บาทต่อกก เนื่องจาก ต้นทุนบวกกำไรของผู้ผลิต อยู่ที่ประมาณ 10 บาทต่อกก ให้ค่าการตลาด ไม่ควรเกิน 1.50 บาทต่อกก และเงินกองทุนน้ำมันฯ ควรนำไปใช้ชดเชยการใช้ก๊าซ ของภาคประชาชนเท่านั้น ส่วนภาคอุตสาหกรรมและ ปิโตรเคมี ให้ใช้ก๊าซในราคาตลาดโลก ภาคปิโตรเคมีต้องไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆโดยต้องจ่ายเงินสบทบกองทุน น้ำมันฯเท่าเทียมกับอุตสาหกรรมทั่วไป โดยต้องแยกกองทุนน้ำมันของภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรมออกจากกันโดยเด็ดขาด

และหากจะขึ้นราคาLPGเนื่องด้วยอ้างว่าประชาชนช้ฟุ่มเฟือย ต้องเป็นในรูปภาษีไม่ใช่เพิ่มกองทุนหรือ เงินค่าการตลาด เพราะรัฐไมได้ประโยชน์แต่เอื้อเอกชน
ข.2 สำหรับราคาน้ำมัน เหตุผล
ข.2 .1 การอ้างว่าน้ำมันแพงเนื่องจากต้องนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึงประมาณวันละ 800,000 บาเรลล์ เป็ยนขีช้อมูลที่ บิดเบือน ไปจากข้อเท็จจริง กล่าวคือ การนำเข้าดังกล่าวเป็นไปเพื่อการผลิตน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อส่งออก สูงถึงประมาณ 30 % อีกทั้งน้ำมันดิบที่ขุดได้ในประเทศก็ถูกส่งออกกว่า 60,000 บาเรลล์ต่อวัน(พ.ค.2555)
นอกจากนี้ธุรกิจปิโตรเคมี ยังนำคอนเดนเสทและก๊าซโซลินธรรมชาติ (ปิโตรเลียมที่ขุดได้ในประเทศ โดยมีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำมันเบนซิน) ไปใช้เป็นวัตถุดิบประมาณ หนึ่งแสนบาเรลล์ต่อวัน

ดังนั้น หากตัดการนำเข้าและการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนของ ปตท ความจำเป็นของการนำเข้า น้ำมันดิบเพื่อความต้องการของประชาชนจึงมีเพียงประมาณ 300,000 บาเรลล์ต่อวันเท่านั้น หากนำมารวมกับน้ำมันดิบ คอนเดนเสท และก๊าซโซลีนธรรมชาติที่ขุดได้ในประเทศไทยประมาณวันละ 278,000 บาเรลล์ จึงคิดเป็นสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง ของการใช้ในประเทศ

ดังนั้น หากนำปิโตรเลียมที่ผลิตได้ในประเทศเข้าโรงกลั่นทั้งหมด ซึ่งเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของการ ใช้ของประชาชน แต่ให้ประชาชนจ่ายราคาตลาดโลกทั้งหมดถือว่าค้ากำไรเกินควรกับประชาชน (ทั้งที่ต้นทุนขุดเจาะปิโตรเลียมอยู่ที่ 1.60 บาทต่อลิตร (อ้างอิงรายงานผู้ถือหุ้นของบริษัท Hess ที่ขุดเจาะในไทย ในปี 2553)
ข.2 .2 ปตท. ได้ผูกขาดการจัดซื้อน้ำมันดิบของโรงกลั่น 5 โรง ได้แก่ ไทยออยล์ บางจาก ปตทโกลบอลฯ ไออาร์พีซี และเอสพีอาร์ซี โดยไม่เคยแจ้งเป็นเอกสารหลักฐาน ชัดเจนว่านำเข้าปริมาณเท่าใด ซื้อจากที่ไหน ราคาเท่าไร และที่สำคัญ ปตท ได้บวกค่าหัวคิวบนน้ำมันดิบก่อนขายให้โรงกลั่น ซึ่งทำให้ต้นทุนน้ำมันดิบ สูงขึ้น โดยไม่จำเป็นจำนวนเป็นเท่าไร เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน จึงขอให้นายกรัฐมนตรี โปรด พิจารณาสั่ง การยกเลิกการผูกขาดการซื้อน้ำมันดิบดังกล่าว เพื่อให้โรงกลั่นทั้ง 5 โรง สามารถซื้อ น้ำมันดิบ ได้โดยตรงจากประเทศผู้ผลิต จะสามารถลดต้นทุนน้ำมันดิบที่ไม่จำเป็นได้ โดยการกระทำดังกล่าวของ ปตท เป็นการหากินบนความทุกข์ยากของประชาชน
ข.2 .3 ค่าการกลั่น ( ราคาหน้าโรงกลั่น ลบด้วยราคาน้ำมันดิบ ตลาดเวสเท็กซัส WTI ) สุงถึง 7-8 บาทต่อลิตร ทั้งที่ต่างประเทศ ( ค่าเฉลี่ยตลาดโลก ) ค่าการกลั่นนี้ อยู่ที่ประมาณ 6$ต่อบาเรลล์ หรือ 1.17 บาท ต่อลิตร ดังนั้นการตั้งค่าการกลั่นที่ 7-8 บาทต่อลิตร จึงเป็นการค้ากำไรเกินควร ทำให้โรงกลั่นต่างๆกำไร เพิ่มขึ้น สูงมาก เช่น โรงกลั่นไทยออย์ กำไร เพิ่ม67 % โรงกลั่นบางจากกำไรเพิ่ม 93% (กำไรปี 2553 เทียบ ปี 2554)
เมื่อเข้าไปดูคณะกรรมการบริษัท ปรากฎชื่อข้าราชการประจำที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการตั้งราคาพลังงาน เช่น โรงกลั่นไทยออย มีนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานคณะกรรมการ เป็นหนึ่ง ในคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน โรงกลั่นบางจากมีกรรมการเช่น นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน บริษัทเอสโซ่มี นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการอิสระ เอกสารแนบ

ดังนั้นการอนุญาตให้โรงกลั่นต่างๆมีกำไรหน้าโรงกลั่นสูงกว่ามาตรฐานโลก จึงเป็นการกระทำที่มี ผลประโยชน์ทับซ้อน

ข.2 .4 การนำเงินกองทุนน้ำมันที่เก็บจากประชาชน ลิตรละ 1-7 บาท ไปชดเชยการนำเข้า LPGเพื่อใช้เป็น วัตถุดิบในอุตสาหรกรรม ปิโตรเคมี ในราคาต่ำกว่าตลาดโลก 40 % เพื่อลดต้นทุนให้บริษัทในเครือ ปตท แต่เอาภาระต้นทุนให้ประชาชนทั้งประเทศ ทำให้บริษัทปิโตรเคมี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปตท เช่น PTTGC กำไรเพิ่มขึ้นจากปี 2554 เกือบสิบเท่า

ดังนั้น รัฐบาลควรลดราคาน้ำมันลงโดย

1 คิดค่าเฉลี่ยระหว่าง ราคาต้นทุนผู้ขุดเจาะในประเทศและราคาตลาดโลกอย่างละครึ่ง โดยน้ำมันดิบไทยมีต้นทุน 1.6 บาทต่อลิตร + ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก 20 บาทต่อลิตร เท่ากับ 21.6 หารสอง เท่ากับ 10.75 บาทต่อลิตร

2 บวกค่าการกลั่น 1.17 บาทต่อลิตร (ค่าเฉลี่ยของตลาดโลก 6$ต่อบาร์เรล)

3 บวกภาษีต่างๆ 10 บาทต่อลิตร แต่ที่จริงแล้วการกำหนดภาษีสูงๆ ทำให้เกิดการลักลอบ นำเข้าน้ำมันเถื่อน ซึ่งมีอยู่แถวภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดสงขลา วางขายทั่วไป

4 ค่าการตลาดน้ำมัน (ราคาหน้า ปัมพ์) ให้กำไรไม่เกิน 1.5 บาทต่อลิตร (ค่าการตลาดประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ 1.30 บาทต่อลิตร )

5 บวกราคากองทุนน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร โดยกองทุนน้ำมันฯนี้ ต้องใช้สำหรับดูแลราคาน้ำมัน เชื้อเพลิงที่ ประชาชนใช้เท่านั้น ไม่ให้ภาคอุตสาหกรรรมเอกชนใช้ร่วมโดยเด็ดขาด และคณะกรรมการผู้ดูแลกองทุน น้ำมันจะต้องมีสัดส่วนภาคประชาชนไม่น้อยสองในสามของจำนวนกรรมการ เนื่องจากกองทุนน้ำมัน ไม่ใช่ภาษีแต่เป็นเงินที่ประชาชนสะสมร่วมกันเพื่อรักษาระดับราคาพลังงาน

6 รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าขนส่ง ฯลฯ ต้องไม่เกิน 1 บาทต่อลิตร เพราะฉะนั้น รวมราคาแล้วไม่ควรเกิน 30 บาทต่อลิตร
ประเด็นสำคัญที่น้ำมันราคาแพง คือ ค่าการกลั่นโรงกลั่น ค่าการตลาด และ การบวกเงินกองทุนน้ำมัน ที่ไม่โปร่งใส

7 ปัจจุบันโรงกลั่น ส่งขายน้ำมันสำเร็จรูป ต่างประเทศ ถูกกว่าคนไทยสามบาท ต่อลิตร จึงขอให้กำหนดให้ โรงกลั่นขายน้ำมันให้คนไทยในราคาเท่าส่งออก เช่นเดียวกับสินค้าทั่วไปคืออิงตลาดโลก ด้วยราคาส่งออก ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดเสรี

8 ขอให้นายกรัฐมนตรี โปรดพิจารณาสั่งการให้กระทรวงพลังงานกำหนดมาตรฐานน้ำมันให้เท่า เทียมประเทศใน กลุ่มอาเซี่ยน เนื่องจากปัจจุบันปตท.และกระทรวงพลังงานได้กำหนดมาตรฐานน้ำมัน ให้แตกต่างจาก ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปกป้องธุรกิจของปตท. จากการแข่งขันของนำเข้า น้ำมันสำเร็จรูป จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซียที่มีราคาถูกกว่า โดยกำหนดมาตรฐานน้ำมันไทย เป็นมาตรฐาน EURO 4 ที่มีค่ากำมะถันต่ำเกินกว่าความจำเป็น ขณะกลุ่มอาเซี่ยนทุกประเทศซึ่งรวมถึงสิงคโปร์กลับใช้มาตรฐาน EURO 2 ก็เพียงพอต่อสภาพแวดล้อม

แม้การกระทำดังกล่าวจะอ้างเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเบื้องหน้า แต่เบื้องหลังคือการกีดกันทางการค้า และการลงทุนต่อกลุ่มประเทศอาเซี่ยนที่ไทยเป็นสมาชิก เป็นการกระทำที่ขัดหลักการและเหตุผล ในการรวม เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยนในข้อการสร้างมาตรฐานสินค้าที่ต้องเป็นหนึ่งเดียว โดยการสร้างมาตรฐาน สินค้าให้แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นการทำลายเกียรติภูมิของชาติต่อ AEC เพื่อประโยชน์ของ ปตท

ที่สำคัญ ปตท ยังใช้เป็นเหตุผลในขึ้นราคา ปิดกั้นน้ำมันสำเร็จรูปราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ประชาชนต้องใช้น้ำมันแพงเกินจริงจากการผูกขาด ทั้งที่ไทยควรได้มีโอกาสในการใช้น้ำมันที่ถูกลง จากการเปิดเสรีอาเซี่ยน

ข.3 สำหรับ NGV

เหตุผล
ข.3. 1 มติครม.ให้คิดต้นทุนไทย ซึ่งเป็นต้นทุนที่บริษัทลูก คือ ปตท สผ. ที่บวกกำไรเกินควรแล้ว ขายให้บริษัทแม่ คือปตท ยังผลให้กลุ่มปตท .มีกำไรเฉพาะธุรกิจการสำรวจและผลิต จำนวนมาก เช่นกำไรปี54 จำนวน 84,480 ล้านบาท

ข.3. 2. ปัจจุบันเอเมริกามีราคาเนื้อก๊าซ ของผู้ผลิต บวกกำไรแล้วอยู่ที่ 2 -3 บาทต่อกก . แต่ในประเทศไทย ปตท.อ้างว่าต้นทุนอยู่ที่ 9 บาทต่อกก.จึงเป็น ต้นทุนที่แพงกว่าสหรัฐอเมริกาถึงสามเท่า แต่มติครม ให้คิดต้นทุน (เทียม) ไทย ซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์สมยอมหรืออาจเกิดจากทุจริตการจัดซื้อก๊าซ หรือการบริหารจัดการ ที่ไร้ประสิทธิภาพ ของปตท. ก็เป็นได้ ดังนั้น การให้อ้างอิงต้นทุนก๊าซ ของปตท จึงไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

ขณะที่ ต้นทุนการผลิต ก๊าซ LPG ในประเทศเช่นแหล่งสิริกิตติ์ถูกกว่าตลาดโลกสามเท่า กระทรวงพลังงาน รวมทั้งมติครม.กลับพยายาม ผลักดันให้ใช้ราคาตลาดโลก ทั้งที่ก๊าซ LPG จากโรงแยกก๊าซสามารถได้ในประเทศเพียงพอต่อการใช้ของภาคประชาชน

ส่วนต้นทุนน้ำมันดิบไทย ก็ถูกกว่า ราคาตลาดโลก เช่นต้นทุนการผลิตของบริษัท Hess ที่ขุดเจาะในไทย ราคา 1.6 บาทต่อลิตร กลับมีมติครม.ให้ใช้ ราคาตลาดโลกเช่นกัน ถือเป็นมติที่ใช้ดุลย์พินิจไม่ชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์เอกชน จากทรัพยากรที่เป็นของประชาชน

ข.3. 3 ค่าใช้จ่ายในการให้บริการสถานี NGV ของปตท ทั้งสถานีแม่ สถานีลูก และสถานีตามแนวท่อ ที่แพงกว่าเอกชน ดำเนินการ สร้างถึง 34-77 % ซึ่งอาจจะเกิดจากการไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการ จึงขอให้รัฐดำเนินการ ตรวจสอบด้วย

ข.3. 4 ก๊าซ NGV เป็นก๊าซเบา และ ราคาถูก ควรขนส่งตามแนวท่อ ดังนั้นนโยบายที่ให้มีปัมพ์นอกแนวท่อ ของปตท จึงเป็นการทำให้เกิดต้นทุนราคาสูงเพิ่มขึ้น โดยไม่จำเป็น เพื่อใช้เป็นการอ้างในการขึ้นราคา

ดังนั้น เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค จึงควรตั้งราคาราคาก๊าซ NGV ของปั๊มตามแนวท่อ ให้ต่างกับราคาก๊าซ NGV ของปั๊มนอกแนวท่อก๊าซ ตามต้นทุนที่แท้จริง

ข.3. 5 ปตท. ได้การเติมก๊าซCO2 ที่สร้างมลภาวะและไม่ได้ให้พลังงานในเนื้อก๊าซ ถึง 18 % ด้วยการอ้างว่า เป็นการสร้างมาตรฐานนั้น เป็นการหากำไรที่ขาดคุณธรรม ทำลายสิ่งแวดล้อม เอาเปรียบผู้บริโภค และทำลายระบบเศรษฐกิจของชาติ เนื่องจากยานยนต้องเติมบ่อยขึ้น และใช้เนื้อก๊าซแพงขึ้น จึงใคร่ขอให้นากยรัฐมนตรี สั่ง ยกเลิกการเติมก๊าซ CO2 ในก๊าซ NGV เพื่อลดมลพิษ และให้กำหนดเป็นไปตามมาตรฐานสากล โลก เช่น ตามมาตรฐานสากล เช่น California Air Resources Board (CARB)

ดังนั้นราคา ก๊าซ NGV อยู่ที่ 10.5 บาทต่อกก. ถือว่ากำไรเกินควรแล้ว เมื่อเทียบราคาเนื้อก๊าซในอมเริกา และควรมีคณะทำงานภาคประชาชนร่วมด้วย ในการพิจารณาราคา พร้อมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน

ข.4 สำหรับค่าไฟฟ้าเอฟทีมีการคิดคำนวณ โดย

ข.4.1 ค่าต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งแพงกว่าอเมริกาสามเท่า

ข.4.2 ต้นทุนการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต รับซื้อไฟจากบริษัทเอกชน เพิ่มเรื่อยๆ โดยที่ทำให้เอกชนที่ผลิตไฟฟ้ามีกำไรเพิ่ม เช่น บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)กำไร เพิ่มขึ้นจากปี 2554 จำนวน4,840.64 ล้านบาท แต่ในปี 2555 ครึ่งปีแรกกำไรจำนวน 4,872.33 ล้านบาท
(ข้อมูลรายงานตลาดหลักทรัพย์ )
เมื่อเข้าไปดูการรับซื้อไฟฟ้า จากเอกชน พบว่ามีการไฟฟ้าฝ่ายผลิต รับซื้อในราคาที่สูงกว่าบริษัทเอกชน อื่นๆ คืออยู่ที่ 3.0569 บาทต่อหน่วย เอกชนรายอื่นอยู่ที่ 0.7- 2.6728 บาทต่อหน่วย
เมื่อเข้าไปดูรายชื่อกรรมการปรากฎชื่อ นายนายคุรุจิต นาครทรรพเป็นประธานกรรมการ ซึ่งมีตำแหน่ง เป็นรองปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน

เช่นเดียวกัน บริษัทEGCO (เอ็กโก) (รับซื้อค่าไฟฟ้า จากเอกชนในราคา 2.48-2.67 บาทต่อหน่วย ในส่วนที่แพงกว่าหลายบริษัท ) เอกสารแนบ มีบริษัทในเครือคือ RY= บริษัทผลิตไฟฟ้าระยอง, NK = บริษัทผิตไฟฟ้าขนอม, GPG = บริษัทกัลลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น จำกัด
มี นายพรชัย รุจิประภา เป็นประธานคณะกรรมการ และยังเป็นอดีต ปลัดกระทรวงพลังงาน 2549 – 2552 เป็นประธานกรรมการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน
เมื่อไปดู งบกำไรขาดทุน
พบว่า มีกำไรเพิ่มจากปี 2554 ทั้งปี จำนวน 4,989.53 ล้านบาท
เพียงครึ่งปีในปี 2555 กำไรเพิ่มเป็น7,963.13 ล้านบาท
(หากคิดทั้งปี จะอยู่ที่ ประมาณ 15000 ล้านบาท กำไรเพิ่มถึง300 % ) (อ้างอิงhttp://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=EGCO&language=th&country=TH)

ทั้งนี้คณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยประธานคณะกรรมการคือ นายพรชัย รุจิประภา รองประธานได้แก่นายคุรุจิต นาครทรรพ

ดังนั้น ความผิดปกติของการเจรจารับซื้อไฟฟ้า ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่เอื้อ ธุรกิจเอกชน และมีผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่สร้างภาระแก่ประชาชน
ข.4.3 ต้นทุนค่าใช้จ่ายตามนโยบายรัฐและอื่นๆ

ดังนั้น กระบวนการตั้งราคาค่า ไฟฟ้า การรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน การชดเชยค่าไฟฟ้า การชดเชยราคาน้ำมันและก๊าซ LPG ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชน มีความไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส รวมทั้งมีการเลือกปฏิบัติ การปฏิบติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อเอื้อเอกชน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ และขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงขัดรัฐธรรมนูญ

จึงสมควรปรับค่าเอฟทีในเดือน กันยายน-ธันวาคม 2555 ให้เหลือ 0 สตางค์ เนื่องจาก บริษัทเอกชน ในหกเดือนแรก กำไรถ้วนหน้า และกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการขายก๊าซ และขายไฟฟ้าให้ประชาชนรับภาระ แบบมัดมือชกและขาดการมีส่วนร่วม และในเดือนมิถุนายน 2555-สิงหาคม2555 ได้ขึ้นค่าไฟฟ้าไปแล้ว 30 สตางค์ต่อหน่วย และเอกชนได้รับประโยชน์ไปแล้ว แต่ยังไม่ปรากฎผลประกอบการซึ่งแน่นอนต้อง กำไรเพิ่มขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ เดือน มค-มิย ปี 2555 ยังกำไรเพิ่มขึ้น กว่า 300 % เทียบในช่วงเวลาเดียวกัน

ปัจจุบัน ไทยใช้ราคาพลังงาน ที่แพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า มาเลเซีย อินโด ฟิลิปปินส์ ทำให้อาจจะเกิดปัญหาในการแข่งขันเมื่อประเทศ เข้าสู่ AEC จึงเป็นปัญหาของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง กับพลังงาน

ดังนั้น ควรให้ปลัดกระทรวงและข้าราชการระดับสูงของกระทรวงแสดงความรับผิดชอบ ต่อการนำเสนอ นโยบายที่เป็นการเอาเปรียบประชาชนผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรปิโตรเลียม ในความ พยายามสร้าง ผลกำไรให้ภาคธุรกิจพลังงานเกินสมควร ด้วยการลาออกจากการเป็นกรรมการ ของธุรกิจพลังงาน รวมทั้งบริษัทผลิตไฟฟ้าเอกชน ทั้งหมด เนื่องจากการรับเงินเดือน โบนัส และเบี้ยประชุมจากบริษัทเอกชน จึงเป็นการกระทำที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการปฏิบัติหน้าที่ นำมาซึ่งปัญหาดังกล่าวข้างต้น และเป็นการกระทำที่ผิดหลักธรรมาภิบาลสากลอย่างร้ายแรง


จึงกราบเรียนมาเพื่อขอให้รัฐบาลและรมต .กระทรวงพลังงาน โปรดพิจารณาทบทวนมติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าองค์ประกอบในการคิดราคาพลังงาน ราคาก๊าซ ราคาน้ำมัน ราคาค่าไฟฟ้าเอฟที ที่เป็นธรรมกับประชาชน และโปร่งใส มีส่วนร่วม และปฏิบัติตามหลักนิติธรรม เพื่อยังประโยชน์ และความผาสุข แก่ประชาชนทั้งประเทศ ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ


พท.พญ.…กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี
ผู้ประสานงาน 0863671004



ภาพ : คุณไชยนิรันทร์ ผยอมแย้ม พท.พญ.…กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี
ตัวแทนในการยื่นหนังสือต่อ ผอ.สำนักนายกประจำทำเนียบรัฐบาล
24 ตุลาคม 2555 เวลา 10:30 น.










 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:12
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       ข.1 เรื่องก๊าซหุงต้ม LPG
ข.1.1 จากสถานการณ์การใช้ก๊าซแอลพีจีในปัจจุบัน ประกอบด้วยผู้ใช้สองกลุ่มใหญ่ คือ ภาคประชาชน ประกอบด้วย ภาคครัวเรือนและภาคยานยนต์ และภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมทั่วไป ทั้งนี้ ในปี 2554 ปริมาณการใช้ของทั้งสองภาคมีปริมาณใกล้เคียงกันคือ ภาคประชาชน มีสัดส่วนร้อยละ 51.8 (โดยใช้รวมกัน 3.57 ล้านตัน ครัวเรือนใช้ 2.65 ล้านตัน ยานยนต์ใช้ 0.92 ล้านตัน )
ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนการใช้ร้อยละ 48.2 (ใช้รวม 3.32 ล้านตัน ปิโตรเคมีใช้ 2.6 ล้านตัน อุตสาหกรรมทั่วไปใช้ 0.72 ล้านตัน ) จึงเห็นได้ว่าปริมาณการใช้ก๊าซแอลพีจีเกือบครึ่งหนึ่งเกิดจาก ภาค อุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บมจ.ปตท ที่มีการขยายตัว มากกว่าภาคประชาชนหลายเท่า ในช่วงหลายปีที่ ผ่านมาจนเป็นเหตุให้ต้องมีการนำเข้าก๊าซแอลพีจี
ดังนั้น การให้ข้อมูลว่าปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นจากภาคครัวเรือนและยานยนต์ที่มีการใช้อย่างสิ้นเปลือง จึงเป็นข้อมูลที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง และการนำเงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยให้โรงกลั่น และ ปตทในการนำเข้าเพื่อภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เป็นบริษัทลูกปตท จึงเป็นการทำธุรกิจการค้าเพื่อ ส่วนตัวไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยธุรกิจปิโตรเคมี สามารถซื้อLPG ในราคาที่ถูกกว่า ราคา นำเข้าถึง 40 % จึงเป็นการเอาเปรียบประชาชน เอาเงินคนจนทั้งประเทศจากการจ่ายในรูปกองทุนน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นเพื่อไปชดเชยต้นทุนราคาวัตถุดิบของกลุ่มปิโตรเคมี ยังผลให้บริษัท ปิโตรเคมีกำไรเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เช่น บริษัท PTTGC กำไรสุทธิในปี 2554 ทั้งปี 2,113.44 ล้าน บาท ในครึ่งปี 55(มค-มิย55 ) กำไรสุทธิ 10,703.54 ล้านบาท มีปตท.ถือหุ้น 48% (ที่มาhttp://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=PTTGC&language=th&country=TH) ถ้าทั้งปี น่าจะอยู่ที่ ประมาณการ 20,000 ล้านบาทกำไรเพิ่มถึงสิบเท่า (1000 %) ส่วนคณะกรรมการมีนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เป็นประธานและเป็นกรรมการในบริษัทชินคอร์ป มีพล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ นักการเมืองพรรคเพื่อไทย เป็นกรรมการ และมีนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงาน นโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้อง กับรัฐบาล เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ขัดประมวลจริยธรรม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 279 และมาตราฐานจริยธรรม
อีกทั้ง มติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ( ที่มีนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญเป็นเลขา) ครั้งที่ 7/2555 (ครั้งที่ 104) เมื่อวันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมี จ่ายเงินกองทุนน้ำมัน เพียง1 บาทต่อกก แต่อุตสาหกรรมทั่วไป ของประชาชนจ่าย 11-12 บาท ต่อกก ภาคขนส่ง ยานยนต์ จ่าย 3บาทต่อกก. ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น ขัดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341ฉ้อโกง มาตรา 152 เจ้าพนักงานเข้ามีส่วนได้เสีย, มาตรา 148 ใช้ตำแหน่งโดยมิชอบ, มาตรา 157ละเว้นปฎิบัติหน้าที่ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของ พนักงาน ในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 มาตรา 5 ผู้ใดเป็นพนักงาน ใช้อำนาจในหน้าที่ โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด แก่ตนเองหรือผู้อื่น เช่นเอกชนผู้ถือหุ้น รายได้จากกำไรบริษัท แต่เบียดเบียน ประชาชน หรือคณะกรรมการบริษัทPTTGC ได้รายได้จาก โบนัส ผลกำไร

ดังนั้น รัฐควรจัดลำดับความสำคัญในการใช้ก๊าซแอลพีจีที่ผลิตได้จากในประเทศให้ ภาคประชาชน ใช้ก่อน เนื่องจากก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลพีจีมาจาก แผ่นดินไทย อันเป็นทรัพยากรของ ประชาชน ทั้งนี้ในปี 2554 โรงแยกก๊าซฯ มีกำลังการผลิตก๊าซแอลพีจีได้ 3.60 ล้านตัน (ภาคประชาชนใช้ 3.57 ล้านตัน) โดยในปี 2555 คาดว่าจะผลิตได้ 3.88 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ ของภาคประชาชน
ส่วนก๊าซแอลพีจีส่วนที่เหลือจากการใช้ของภาคประชาชนให้จำหน่ายกับภาคอุตสาหกรรมได้ หากไม่เพียงพอให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้รับภาระในการนำเข้าเองในราคานำเข้า
ข.1.2. เนื่องจากการให้สัมปทานปิโตรเลียมของประเทศไทยเป็นระบบสัมปทานที่รัฐได้รับผลประโยชน์ ตอบแทนต่ำที่สุดในอาเซียน ทำให้ผู้รับสัมปทานมีต้นทุนการผลิตก๊าซแอลพีจีที่ต่ำ เช่น แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ อันเป็นแหล่งใหญ่มีพื้นทีครอบคลุมถึง 5 จังหวัดในภาคกลางมีต้นทุนการผลิตแอลพีจีบวกกำไรแล้ว อยู่ที่ประมาณ 9 บาทต่อกิโลกรัม (ประมาณ 300$ ต่อตัน ) เท่านั้น ขณะที่ราคาค้าปลีกแอลพีจีที่จำหน่าย ให้แก่ภาคครัวเรือน และภาคยานยนต์ (รวมกำไรของผู้ค้าและภาษีแล้ว ) อยู่ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม และ 21.38 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ จึงเป็นราคาที่ผู้ค้าได้กำไรมากอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่สมควรที่รัฐจะ ให้มีการปรับราคาแอลพีจี กับภาคครัวเรือน และภาคยานยนต์เพิ่มขึ้นอีก ทั้งควรลดค่าการตลาด ของกลุ่มผู้ประกอบการอีกด้วย
ข.1.3. ให้เลิกนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปอุดหนุนการใช้แอลพีจีเป็นวัตถุดิบของธุรกิจปิโตรเคมี การนำเงินกองทุนน้ำมันฯ ไปอุดหนุนให้ภาคปิโตรเคมีดังกล่าว เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ ของการจัดตั้งกองทุนน้ำมันฯ ตั้งแต่แรกเริ่ม ที่มีขึ้นเพื่อรักษาระดับราคาพลังงานมิให้ประชาชนเดือดร้อน มิใช่เพื่อไปอุดหนุน ราคาวัตถุดิบในอุตสาหกรรมใดโดยเฉพาะของเอกชน จึงเป็นการกระทำที่ ไม่เป็นธรรมต่ออุตสาหกรรมอื่นที่ไม่ได้รับการอุดหนุน และยังเป็นการเอาเปรียบ และฉ้อโกง หมกเม็ดประชาชนผู้เป็นเจ้าของกองทุนน้ำมันฯ อีกด้วย
ข.1.4. จากข้อมูลปริมาณแอลพีจีที่ผลิตได้จากโรงแยกก๊าซฯ ในประเทศ ซึ่งพอเพียงต่อการใช้ของ ภาคประชาชน ดังที่กล่าวไว้แล้วในข้อ 1 ดังนั้น ปัญหาหลักที่ต้องมีการนำเข้าแอลพีจี และมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เกิดจากนำเงินกองทุนไปอุดหนุนราคาวัตถุดิบให้ธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบมจ.ปตท ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม จึงควรให้ บมจ.ปตท.ส่งคืนเงินที่ได้รับชดเชย ส่วนต่างราคาแอลพีจีนำเข้าไปแล้วประมาณหนึ่งแสนล้านบาทให้ แก่กองทุนกองทุนน้ำมันฯ โดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของกองทุนน้ำมันฯ ที่นำไปชดเชยให้ภาคปิโตรเคมีนับแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน
ข.1.5 ควรปรับราคาก๊าซ LPG ควรอยู่ที่ ไม่เกิน 16-17 บาทต่อกก เนื่องจาก ต้นทุนบวกกำไรของผู้ผลิต อยู่ที่ประมาณ 10 บาทต่อกก ให้ค่าการตลาด ไม่ควรเกิน 1.50 บาทต่อกก และเงินกองทุนน้ำมันฯ ควรนำไปใช้ชดเชยการใช้ก๊าซ ของภาคประชาชนเท่านั้น ส่วนภาคอุตสาหกรรมและ ปิโตรเคมี ให้ใช้ก๊าซในราคาตลาดโลก ภาคปิโตรเคมีต้องไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆโดยต้องจ่ายเงินสบทบกองทุน น้ำมันฯเท่าเทียมกับอุตสาหกรรมทั่วไป โดยต้องแยกกองทุนน้ำมันของภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรมออกจากกันโดยเด็ดขาด
และหากจะขึ้นราคาLPGเนื่องด้วยอ้างว่าประชาชนช้ฟุ่มเฟือย ต้องเป็นในรูปภาษีไม่ใช่เพิ่มกองทุนหรือ เงินค่าการตลาด เพราะรัฐไมได้ประโยชน์แต่เอื้อเอกชน





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:14
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       เป็นเรื่องปกติของประเทศครับ
เมื่อมีม๊อปก็ต้องมีสื่อมาทำข่าวรับฟังการเรียกร้อง
หน้าทำเนียบรัฐบาล




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:18
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       กลุ่มเครือข่ายผู้ชุมนุนเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้ หันมาสนใจประชาชนบ้าง
หรือจะเรียกว่าม๊อปก็ได้ครับ ไม่ว่ากัน นำโดยพท.พญ.…กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ผู้ประชางานจากหลายๆองค์กรที่ทำงานนี้เพื่อชาติบ้านเมืองของเราให้ได้รับความเสมอภาคและเป็นธรรม





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:21
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       นับเป็นม๊อบแรกที่สวยที่สุดในประเทศ ก็ว่าได้
ทีมงานระดมพริตตี้ สาวสวยจากมอเตอร์โชว์ และโขน พร้อมขบวนกลองยาวมาพร้อมเพียง
ไม่สงวนลิขสิทิธ์ถ้าใครจะเรียนแบบ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:23
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       ขบวนยาวแต่ไม่ทำให้รถติดนะครับ เพราะ ประสาน สน.ดุสิต และ สำนักนายกไว้แล้ว
เรามาเป็นระเบียบ เรียบร้อย และสวยงาม




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:24
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:29
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:30
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       ขอขอบคุณเพื่อนชาว TAXI อาสาเพื่อชาติ ทีร่วมกิจกรรม




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:32
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:33
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:33
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:35
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:38
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:39
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:39
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:41
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       ประชาชนต่างให้ความสนใจ จอดรถดูว่า ขบวนแห่แก้บนจากพระบรมรูปหรืออย่างไร แต่ขอบอกว่าไม่ใช่ครับ ขบวนผู้ชุมนุนเรียกร้องความเป็นธรรมเรื่องโครงสร้างราคาพลังงาน




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:53
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       ขอขอบคุณพี่น้อง ที่เสียสละเวลามาร่วมกิจกรรมกับเครือข่าย ทุกๆท่าน
งานของเราไม่มีพรรค ไม่มีแบ่งสี มาเพื่อความเป็นธรรม เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต
อย่าให้กลุ่ใฃมใดๆมาสร้างบรรทัดฐานที่ไม่เป้นธรรมต่อสังคม โดยใช้ ทุน ซื้อสื่อโฆษณาบิดเบือนข้อเท็จจริง




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:54
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:56
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       ใช่ว่าเป็นม๊อปทีหน้าตาดีอย่างเดียวนะครับ มีสมองด้วย




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:57
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       น้องๆพริตตี้บอกว่า ชีวิตหนูต่อไปนี้จะปลอดภัยไหมค่ะ ไม่เคยทำกิจกรรมแบบนี้เลย




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
13:59
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       เราไม่ปิดถนน แต่ขอให้ชลอรับใบปลิวไปอ่านสักใบ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
14:03
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
       ไฮไลท์ของกลุ่มผู้ชุมนุนคือ ขอร้อง ขอวิงวอน อย่าให้ยักษ์(ผู้มีอำนาจ)หยุด




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
14:04
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
14:07
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com(webmaster)
 พุธ, 24/10/2555
 เวลา :
14:10
 IP:
58.9.138.109

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 25
       เป็นงานแรกนะครับที่ สีเหลือง สีแดง หลากสี และไม่มีสี สามารถร่วมกิจกรรมกันได้แบบน้ารักที่สุด




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



คำถามนี้มีทั้งหมด 34 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ GasThai.Com สมาชิกเวบเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ

สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่









หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  facebook.com/GasThaiForCar