โครงสร้างราคาน้ำมัน แก๊ส LPG ล่าสุด 5 สิงหาคม 2552
 (5/8/2552)

  Bitmap
 
 
Bitmap
 
วันที่ 05 สิงหาคม 2552                                                  http://www.thaioil.co.th/news/oilprice_diary.php
น้ำมันดิบ (เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล)
       
ราคาน้ำมันดิบจร
3-ส.ค.-52
4-ส.ค.-52
ส่วนต่าง
บาท / ลิตร
 โอมาน
71.34
71.27
-0.07
15.31
 ดูไบ
71.1
71
-0.1
15.25
 เบรนท์
73.55
74.28
0.73
15.95
 ทาปิส
75.19
76.56
1.37
16.44
 เวสต์เท็กซัส
71.58
71.42
-0.16
15.34
 
 
ผลิตภัณฑ์ (เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล)
 
ราคาตลาดจร ณ สิงคโปร์
3-ส.ค.-52
4-ส.ค.-52
ส่วนต่าง
บาท / ลิตร
ราคาอ้างใน ปรเทศ บาท / ลิตร
ค่าขนส่งแฝง บาท/ลิตร
 เบนซินออกเทน 95
83.06
83.17
0.11
17.86
18.1306
0.268
 น้ำมันก๊าดและอากาศยาน
77.7
78.19
0.49
16.79
 ดีเซลหมุนเร็ว 0.5% กำมะถัน
77.15
77.56
0.41
16.66
 น้ำมันเตา 3.5% กำมะถัน
67.24
67.11
-0.13
14.41
         
Exchange Rate     = 34.1458 BAHT/$
น้ำมัน 1 บาร์เรล เท่ากับ 42 แกลลอน เท่ากับ 5.61458 ลูกบาศ์กฟุต เท่ากับ 158.987 ลิตร
ส่วน LPG 1 กก. ของ LPG ประมาณ 1.8 ลิตร ที่อุณหภูมิ 8 องศา C        
               

ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

หน่วย : ล้านบาท
รายการ
9 มิ.ย. 52
เงินสดสุทธิ
- เงินฝาก ธ.ก.ส. (โครงการส่งเสริมการปลูกปาล์ม อายุ 10 ปี)
- เงินคงเหลือในบัญชี
หนี้สินกองทุน
-หนี้ค้างชำระเงินชดเชย *
     + หนี้เงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิง (ม.ค. 47 - ก.ค.48)
     + หนี้เงินชดเชยก๊าซ LPG
     + หนี้เงินชดเชยก๊าซ LPG กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ ปี 2551
     + หนี้เงินชดเชยก๊าซ LPG กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ ปี 2552
     + หนี้เงินชดเชยน้ำมันดีเซล, ดีเซลบี 5 และแก๊สโซฮอล์ 91
     + หนี้เงินชดเชยการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงมาตรฐานยูโร4
    + หนี้เงินชดเชยอื่นๆ
- งบบริหารและโครงการซึ่งได้อนุมัติแล้ว
ฐานะกองทุนสุทธิ
28,201
500
27,701
-12,901
-12,565
-71
-534
-7,423
-409
-3,546
-538
-21
-336
15,300

 

 

ความเป็นมาของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

 

               ในปี พ.ศ. 2516 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชือ้เพลิงในประเทศสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น คณะรัฐมนตรีในขณะนั้น จึงได้ออกพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งเพื่อกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงให้ทันต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา


              ในปี พ.ศ. 2520 กลุ่มประเทศผู้ส่งออกปิโตรเลียม (Organization of the Petroleum Exporting Countries : OPEC) ได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบ เป็นเหตุให้ผู้ค้าน้ำมันไม่สามารถรับภาระขาดทุนในการนำน้ำมันดิบเข้ามากลั่นในประเทศ หรือนำน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปเข้ามาจำหน่ายได้อีกต่อไป รัฐบาลจึงได้ทำการปรับราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากโรงกลั่นน้ำมันในประเทศให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นไปในสัดส่วนที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ รัฐบาลจึงได้จัดตั้งกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตามคำสั่งนายกที่ 178/2520 ลงวันที่ 19 กันยายน 2520 เรื่องการกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันส่งเงินเข้ากองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมัน โดยให้ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและผู้จำหน่าย รวมทั้งผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ส่งเงินเข้ากองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชือ้เพลิง และจะใช้เงินจากกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมัน


               ในปี พ.ศ. 2521 รัฐบาลได้ประกาศเพิ่มค่าเงินบาท ทำให้ผู้นำเข้าน้ำมันได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน รัฐบาลเห็นว่ากำไรที่เกิดขึ้นไม่ใช่กำไรจากการดำเนินงาน จึงได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 206/2521 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2521 จัดตั้งกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) และกำหนดให้ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงนำส่งกำไรที่เกิดจากการเพิ่มค่าเงินบาทเข้ากองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) เพื่อเก็บไว้ใช้ทดแทนเมื่อราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น


               ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 กลุ่มประเทศผู้ส่งออกปิโตรเลียมได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบ 4 ครั้ง ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศให้มีเสถียรภาพ ไม่ต้องปรับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกครั้งที่ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ รัฐบาลต้องการรวมกองทุนต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นกองทุนเดียว จึงได้จัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ สร. 0201/9 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2522 โดยรวมกองทุนรักษาระดับน้ำมันเชื้อเพลิงกับกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) เข้าด้วยกัน

              ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4/2547 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง (มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2547) ซึ่งเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการรักษาเสถียรภาพของระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ

              กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสถานะเป็นกองทุนที่มีรายรับจากเงินส่งเข้ากองทุนจากผู้ผลิตและผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีหน้าที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน และใช้เงินที่ได้รับเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อจ่ายให้กับผู้ผลิตและผู้นำเข้าน้ำมันเชือ้เพลิงที่มีสิทธิได้รับเงินชดเชย อย่างไรก็ตาม กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมิได้มีสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมายจึงไม่สามารถทำนิติกรรมต่างๆ ได้ สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) ซึ่งมีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐและเป็นนิติบุคคล จึงสามารถทำนิติกรรมต่างๆ กับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์แก่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ โดยสถาบันฯ มีอำนาจตามกฎหมายในการกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสถาบันฯ ดังนั้น ในกรณีที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเงินไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายเงินชดเชย สถาบันฯ จึงสามารถกู้ยืมเงินมาให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนำไปชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศไม่ให้สูงเกินกว่าระดับที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยการกู้ยืมเงินของสถาบันฯ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังมีหน้าที่ดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกองทุนน้ำมันเชือ้เพลิงด้วย เช่น การชำระหนี้เงินกู้ของสถาบันฯ และการใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น

   
 

            

รายรับและรายจ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

       กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสถานะเป็นกองทุนที่มีรายรับจากเงินส่งเข้ากองทุนจากผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีหน้าที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน และใช้เงินที่ได้รับเป็นแหล่งเงินทุน และใช้เงินที่ได้รับเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อจ่ายให้กับผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสิทธิได้รับเงินชดเชย

 

รูปภาพแสดง : สรุปโครงสร้างรายรับและรายจ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

   
 

            

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ภาพแสดง : แผนผังแสดงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

 

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนน้ำมันเชือ้เพลิง มีดังต่อไปนี้

 

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
:

ทําหน้าที่ เสนอนโยบายและแผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของ ประเทศต่อคณะรัฐมนตรี กําหนดหลั กเกณฑ์และเงื่อนไขในการกําหนด ราคาพลังงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการบริหารและพัฒนา พลังงานของประเทศ รวมทั้งติดตาม ดูแล ประสาน สนับสนุ นและเร่งรั ด การดําเนินการของคณะกรรมการทั้ งหลายที่ มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับ พลังงาน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เพื่อให้มีการดําเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการบริหารและ พัฒนาพลังงานของประเทศ

 

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน
:

ทําหน้าที่กําหนดหลักเกณฑ์ ในการคํานวณราคา กําหนดราคาน้ำมัน เชื้อเพลิง และกําหนดนโยบายอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือ อัตราเงินชดเชยของน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหาร นโยบายพลังงาน จะพิจารณาเฉพาะในส่วนของนโยบายของกองทุน เท่านั้น

 

คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อพลิง
:

ทําหน้าที่พิจารณาเรื่องการใช้จ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน

 

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
:

เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ทําหน้าที่ พิจารณาปรับอั ตราเงินส่งเขัากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราเงินชดเชย ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ค่าเก็บรักษาก๊าซ และค่า ขนส่งก๊าซไปยังคลังก๊าซส่วนภูมิภาคตามที่ได้รับมอบหมาย

 

กรมสรรพสามิต
:

รับผิดชอบในการเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและจ่ายเงินชดเชย จากกองทุนน้ำมั นเชื้อเพลิง ในส่วนของน้ำมันเชื้ อเพลิงที่ผลิต ภายในประเทศ

 

กรมศุลกากร
:

รับผิดชอบในการเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและจ่ายเงินชดเชย จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงที่นําเข้า

 

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
:

รับผิดชอบในการเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและจ่ายเงินชดเชย จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่ วนของก๊าซที่ซื้อหรือได้มาจากผู้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม (ถ้ามี)

 

สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน
(องค์การมหาชน)
:
รับผิดชอบในการบริหารจัดการด้านการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้มีสภาพคล่องเพียงพอกับรายรั บและรายจ่ายที่เกิดขึ้น รวมทั้งจัดหา เงินทุนให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้ในการดําเนินงานต่างๆ (ทั้งนี้ ตาม
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์ การมหาชน) พ.ศ. 2546)

คณะกรรมการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน)

คณะกรรมการสถาบั นฯ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์ การมหาชน) พ.ศ. 2546
ประกอบด้วย
(1) ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทางด้านการบริหาร
(2) กรรมการโดยตํ าแหน่ง ได้แก่ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อัยการสูงสุด อธิบดีกรมบัญชีกลาง และผู้อํานวยการสํานักงานโยบายและแผนพลังงาน
(3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง เป็นที่ประจักษ์ในทางการบริหาร หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์ต่อการดําเนินงานของสถาบันฯ จํานวนไม่เกิน 5 คน ซึ่งต้องไม่ใช่ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ

ปัจจุบัน คณะกรรมการสถาบันฯ มีจํานวน 11ท่าน ดังนี้

1. ประธานกรรมการ : นายพรชัย รุจิประภา (ปลัดกระทรวงพลังงาน)

2. กรรมการโดยตำแหน่ง

2.1 นายอุณหิศ กาญจนกุญชร รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ*
2.2 นายถาวร พานิชพันธ์ รองอัยการสูงสุด **
2.3 นางสาวบุญมี เลิศพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักกำกับและพัฒนาการตรวจสอบภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ***
2.4 นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

หมายเหตุ : * ได้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการสำนักงบประมาณให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของสถาบันฯ
                ** ได้รับมอบอำนาจจากอัยการสูงสุดให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของสถาบันฯ
               *** ได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมบัญชีกลางให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของสถาบันฯ

3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

3.1 - ว่าง -  
3.2 นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกรรมการบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
3.3 นายพิภพ พฤกษมาศน์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
3.4 นายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
3.5 นายเทียนไชย จงพีร์เพียง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบอร์รา จำกัด

4. กรรมการและเลขานุการ : ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (นายศิวะนันท์ ณ นคร)

กรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนสถาบันฯ
ดร. ศิวะนันท์   ณ นคร เป็นกรรมการผู้มีอํานาจลงนามแทนสถาบันฯ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 19 และมาตรา 21 ของพระราช กฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) ที่ระบุไว้ว่า ผู้อํานวยการมีหน้าที่บริหารกิจการของสถาบันฯ ให้สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของสถาบั นฯ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกําหนด ประกาศ นโยบาย และมติ ของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือคณะกรรมการ สําหรับกิจการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อํานวยการเป็นผู้แทนของสถาบันฯ โดยผู้อํานวยการจะมอบอํานาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไป ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกําหนด


ขอบเขตอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการสถาบันฯ
(1) กําหนดนโยบายการบริหารสถาบันฯ และกํากับดูแลการดําเนินกิจการของสถาบันฯ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานกําหนด
(2) อนุมัติแผนงาน โครงการ และงบประมาณประจําปีของสถาบันฯ
(3) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ หรือคณะทํางาน เพื่อดําเนินการแทนคณะกรรมการ
(4) ออกระเบียบเกี่ยวกับการประชุมของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทํางาน
(5) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกําหนด หรือประกาศเกี่ยวกับสถาบันฯ ในเรื่องดังต่อไปนี้
          - การบริหารงานทั่วไปของสถาบันฯ การจัดแบ่งส่วนงานของสถาบันฯ และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว
          -- การกําหนดตําแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นของเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง
          -- การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การประเมินผลงาน การถอดถอน วินัย และการลงโทษทางวินัย การออกจากตําแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์ การลงโทษของเจ้าหน้าที่ และลูกจ้าง รวมทั้งวิธีการและเงื่อนไขใน การจ้างลูกจ้าง
          -- การบริหารและการจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของสถาบันฯ รวมทั้งการบัญชี และการจําหน่าย ทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญ
          -- การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่และลูกจ้าง
          -- ขอบเขตอํานาจหน้าที่ หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน
(6) กระทําการอื่นใดที่ จําเป็นเพื่อให้เป็นไปตามที่ คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานมอบหมาย

โครงสร้างการบริหารองค์กร

Reported by Petroleum and Petrochemical Policy Bureau, EPPO
รายงานโดยสำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี สนพ.
Tel 0-2612-1555 ext 562 - 568


Today is 5 August 2009
ราคาขายปลีกมาตรฐาน ในเขต กทม. นนทบุรี
ปทุมธานี และสมุทรปราการ
หน่วย : บาท/ลิตร
Retail Prices in Bangkok & Vicinities
Unit : Baht/Litre
ปตท. บางจาก เชลล์ เอสโซ่ เชฟรอน ภาคใต้เชื้อเพลิง สยามสหบริการ ระยองเพียว ปิโตรนาส รีเทล
ปตท
PTT
บางจาก
BCP
เชลล์
Shell
เอสโซ่
Esso
เชฟรอน
Chevron
ภาคใต้
เชื้อเพลิง
PT
สยาม
สหบริการ
Susco
เพียว
Pure
ปิโตรนาส
Petronas
แก๊สโซฮอล ออกเทน 95 (Gasohol 95 - E10) 30.54 30.54 31.34 31.34 31.34 31.34 30.54 30.54 31.34
แก๊สโซฮอล ออกเทน 95 (Gasohol 95 - E20) 28.24 28.24 - - - - - - -
แก๊สโซฮอล ออกเทน 95 (Gasohol 95 - E85) 21.92 21.92 - - - - - - -
แก๊สโซฮอล ออกเทน 91 (Gasohol 91 - E10) 29.74 29.74 30.54 30.54 30.54 - 28.14 - 30.54
เบนซิน ออกเทน 95 (ULG 95 RON) - - - - 39.741/ 41.14 39.99 - 40.54
เบนซิน ออกเทน 91 (UGR 91 RON) 34.14 34.14 34.94 34.94 34.94 34.94 34.14 34.14 34.94
ดีเซลหมุนเร็ว (HSD, 0.035%S) 28.09 28.09 - 28.89 28.89 28.89 28.09 28.09 28.89
ดีเซลหมุนเร็ว บี5 (HSD - B5) 25.29 25.29 26.09 26.09 26.09 26.09 25.29 25.29 26.09
มีผลตั้งแต่ (Effective Date) 29 Jul 29 Jul 5 Aug 5 Aug 5 Aug 5 Aug 29 Jul 29 Jul 5 Aug

หมายเหตุ
1/ ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ที่เป็นราคาขายของบริษัทฯ ณ กทม., นนทบุรี, ปทุมธานีและสมุทรปราการ ราคาจะเท่ากับ 39.94 บาท/ลิตร
ทั้งนี้ ในเขตอื่นนอกเหนือจากที่แจ้ง จะเป็นราคามาตรฐานที่ประกาศในตารางข้างต้น เป็นราคาเริ่มต้นในการคำนวณค่าความต่าง ที่แตกต่างกันไป

ราคาเอทานอลอ้างอิง
Ethanol Reference Prices
  ไตรมาส ราคาเอทานอล (บาท/ลิตร)
ปี 2550 1 ม.ค.-มี.ค. 19.33
  2 เม.ย.-มิ.ย. 18.62
  3 ก.ค.-ก.ย. 16.82
  4 ต.ค.-ธ.ค. 15.29
ปี 2551 1 ม.ค.-มี.ค. 17.28
  2 เม.ย.-มิ.ย. 17.54
  3 ก.ค.-ก.ย. 18.01
  4 ต.ค.-ธ.ค. 22.11
ปี 2552 1 ม.ค.-มี.ค. 17.18
  2 เม.ย. 17.18
  2 พ.ค. 18.59
  2 มิ.ย. 20.10
  3 ก.ค. 20.70
  3 ส.ค. 21.29

 
 

สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน)


     สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) - สบพน. เป็นหน่วยงานอิสระ ภายใต้กระทรวงพลังงาน มีหน้าที่จัดหาเงินมาดำเนินการ เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ พร้อมทั้งดำเนินการต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารกองทุนพลังงาน

     The Energy Fund Administration Institute "EFAI" (Public Organization), an independent agency under Ministry of Energy responsible for procurement of fund to stabilize domestic retail oil prices and for other tasks in compliance with the government policies relevant to the Energy Fund Administration.

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

วิสัยทัศน์ : เป็นองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงิน และการลงทุนของกองทุนพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

 

 

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

 

 

ปี พ.ศ. 2547

ในช่วงปี พ.ศ. 2547 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตการณ์ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานภายในประเทศ รัฐบาลจึงได้ใช้นโยบายตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง แต่รายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนั้นมีไม่เพียงพอต่อรายจ่ายของการตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง สบพน. จึงต้องจัดหาเงินให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยการกู้ยืมระยะสั้น (ระยะ 1 ปี) เบิกจ่ายเป็นงวดตามความจำเป็นจากสถาบันการเงินในประเทศจำนวนรวมทั้งสิ้น 63,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 2.347 ต่อปี

การดำเนินงาน

จำนวน (ล้านบาท)

1. จัดหาเงินกู้

63,000

2. จ่ายชดเชยตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

36,569

ปี พ.ศ. 2548

รัฐบาลยกเลิกการตรึงราคาน้ำมันเบนซินในเดือนตุลาคม 2547 แต่ยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลเรื่อยมา จนถึงเดือนมิถุนายน 2548 จึงได้ยกเลิกการตรึงราคาน้ำมันดีเซลแต่นำนโยบายลอยตัวแบบมีการจัดการมาใช้ ซึ่งส่งผลให้ภาระการจ่ายเงินชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง แต่รายจ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงไม่สอดคล้องกับรายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2548 รัฐบาลได้นำนโยบายลอยตัวมาใช้กับน้ำมันดีเซลจึงทำให้ภาระการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลสิ้นสุดลง แต่ยังคงมีหนี้ชดเชยค้างชำระอยู่ประกอบกับหนี้เงินกู้ทยอยครบกำหนดชำระ แต่พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 มีผลบังคับใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ส่งผลให้กระทรวงการคลังไม่สามารถค้ำประกันเงินกู้ของ สบพน. ได้ ส่งผลให้การจัดหาเงินให้กองทุน น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปได้ยากขึ้น เนื่องจาก สบพน. ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สบพน. จึงต้องกู้เงินระยะสั้น (3 เดือน) จากสถาบันการเงินจำนวน 29,500 ล้านบาท และเร่งปรับโครงสร้างเงินกู้ให้เป็นเงินกู้ระยะยาว ซึ่งเงินกู้ส่วนหนึ่ง (จำนวน 24,600 ล้านบาท) กู้โดยการเสนอขายพันธบัตรอายุไถ่อน 1 – 3 ปี แก่นักลงทุนทั่วไป ซึ่งพันธบัตรดังกล่าวกระทรวงการคลังมิได้ค้ำประกัน แต่อาศัยรายรับในอนาคตของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการชำระคืน และอีกส่วนหนึ่ง (จำนวน 32,000 ล้านบาท) กู้จากสถาบันการเงิน อายุเงินกู้ 5 ปี แล้วนำเงินจำนวนดังกล่าวไปจ่ายหนี้ชดเชยค้างชำระและหนี้เงินกู้ระยะสั้นที่ทยอยครบกำหนดชำระ ซึ่งการปรับโครงสร้างเงินกู้ดังกล่าวส่งผลให้ สบพน. สามารถสะสมรายรับของกองทุนให้สอดคล้องกับการชำระหนี้ได้

การดำเนินงาน

จำนวน (ล้านบาท)

1. จัดหาเงินกู้

86,100

2. จ่ายชดเชยตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

41,983

3. จ่ายหนี้ชดเชยราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(ก๊าซหุงต้ม)

1 ,838

4. ชำระหนี้เงินกู้

55,340

5. จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้

879

ปี พ.ศ. 2549

ในปี พ.ศ. 2549 กองทุนมีรายรับจากเงินส่งเข้ากองทุนเพิ่มขึ้น สบพน. จึงได้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้กับสถาบันการเงินจำนวน 32,000 ล้านบาท โดยขอปรับอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ MLR -1 ต่อปี เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.4 ต่อปี และขอให้สามารถชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนดได้ในกรณีที่ สบพน. มีกระแสเงินสดดีขึ้น โดยไม่เสียค่าปรับในการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด และหากมีปัญหากระแสเงินไม่เป็นไปตามประมาณการ สบพน. ยังสามารถที่จะเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อจัดหาเงินมาเสริมสภาพคล่องได้ ซึ่งการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ครั้งนี้นอกจาก สบพน.จะได้ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำแล้ว ยังมีความคล่องตัวในการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนดด้วย

การดำเนินงาน

จำนวน (ล้านบาท)

1. จ่ายชดเชยตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

938

2. จ่ายหนี้ชดเชยราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(ก๊าซหุงต้ม)

4,817

3. ชำระหนี้เงินกู้

41,962

4. จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้

3,002

ปี พ.ศ. 2550

รัฐบาลมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจึงได้ปรับเพดานอัตรา เงินส่งเข้ากองทุนของน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล เพิ่มขึ้นอีก 1.50 บาท/ลิตร เป็น 4.00 บาท/ลิตร ส่งผลให้กองทุนมีรายรับเพิ่มสูงขึ้น สบพน. จึงได้พยายามบริหารสภาพคล่องของกองทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยทยอยชำระหนี้สถาบันการเงินก่อนครบกำหนดชำระ ซึ่งการชำระหนี้ก่อนครบกำหนดชำระดังกล่าวจะต้องไม่ส่งผลกระทบกับการชำระหนี้ที่ครบกำหนดชำระ และ สบพน. สามารถชำระหนี้เงินกู้สถาบันการเงินทั้งหมดได้ในเดือนสิงหาคม 2550 ซึ่งสามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ประมาณ 492 ล้านบาท

นอกจากการชำระหนี้สถาบันการเงินแล้ว สบพน. ยังได้พยายามบริหารจัดการสภาพคล่อง เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เงินชดเชยค้างชำระราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวอีกด้วย โดยในเดือนมกราคม 2550 กองทุนมีหนี้ชดเชยราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวกว่า 11,000 ล้านบาท สบพน. ได้กำหนดการจ่ายหนี้ชดเชยราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวขั้นต่ำ 750 ล้านบาท/เดือน และเมื่อชำระหนี้เงินกู้สถาบันการเงินครบถ้วนแล้ว สบพน. จึงเร่งจ่ายหนี้ชดเชยราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประมาณ 2,500 ล้านบาท/เดือน ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2550 กองทุนมีหนี้ชดเชยราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวลดลงเหลือประมาณ 3,000
ล้านบาท และยังสามารถสะสมเงินสำหรับการชำระหนี้สินของกองทุนได้ทั้งหมดโดยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิเป็นบวกเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2550

การดำเนินงาน

จำนวน (ล้านบาท)

1. จ่ายชดเชยตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

631

2. จ่ายหนี้ชดเชยราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(ก๊าซหุงต้ม)

12,030

3. จ่ายชดเชยราคาไบโอดีเซล (B100)

628

4. ชำระหนี้เงินกู้

23,298

5. จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้

1,230

PRICE STRUCTURE OF PETROLEUM PRODUCT IN BANGKOK 
5-ส.ค.-09
ที่มา http://www.eppo.go.th/petro/price/ บาท:ลิตร
ชนิดน้ำมัน
ราคาอิงสิงคโปร์
ภาษีสรรพสามิตร
ภาษีเทศบาล
เข้ากองทุนน้ำมัน
กองทุนอนุรักษ์พลังงาน
ราคาหน้าคลัง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
รวมราคาส่ง
ค่าการตลาด
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
รวมขายปลีก
 
EX-REFIN.
TAX
M. TAX
OIL
CONSV.
WHOLESALE 
VAT
WS&VAT
MARKETING
VAT
RETAIL
 
(AVG)
B./LITRE
B./LITRE
FUND (1)
FUND
PRICE(WS)
 
 
MARGIN
 
PRICE
ULG 95R ; UNL
18.1306
7.0000
0.7000
7.0000
0.7500
33.5806
2.3506
35.9312
4.3073
0.3015
40.54
ULG 91R ; UNL
17.7100
7.0000
0.7000
5.7000
0.7500
31.8600
2.2302
34.0902
0.0465
0.0033
34.14
GASOHOL95 E10
18.6398
6.3000
0.6300
2.2700
0.2500
28.0898
1.9663
30.0561
0.4522
0.0317
30.54
GASOHOL91
18.4546
6.3000
0.6300
1.6700
0.2500
27.3046
1.9113
29.2159
0.4898
0.0343
29.74
GASOHOL95 E20
19.0546
5.6000
0.5600
-0.4600
0.2500
25.0046
1.7503
26.7549
1.3879
0.0972
28.24
GASOHOL95 E85
20.8161
1.0500
0.1050
-7.1300
0.2500
15.0911
1.0564
16.1475
5.3949
0.3776
21.92
H-DIESEL(0.035%S) 
17.3233
5.3100
0.5310
1.7000
0.7500
25.6143
1.7930
27.4073
0.6380
0.0447
28.09
BIODIESEL (B5) 
17.6000
5.0400
0.5040
-0.2300
0.2500
23.1640
1.6215
24.7854
0.4716
0.0330
25.29
H-DIESEL (CASTAL FISHING) 
17.3233
5.3100
0.5310
-1.0311
0.7500
22.8832
1.6018
24.4850
1.5000
0.1050
26.09
FO 600 (1) 2%S
14.9705
0.7627
0.0763
0.0600
0.0700
15.9394
1.1158
17.0552
 
 
 
FO 1500 (2) 2%S
14.9537
0.7380
0.0738
0.0600
0.0700
15.8955
1.1127
17.0081
 
 
LPG (B/KG.)
10.9960
2.1700
0.2170
0.3033
0.0000
13.6863
0.9580
14.6443
3.2566
0.2280
18.13
Exchange Rate     = 34.1458 BAHT/$
Ethanol Reference Price  = 21.29 BAHT/LITRE
Biodiesel(B100) Reference Price = 26.36 BAHT/LITRE
  ม.ค.-09 ก.พ.-09  Mar 09  Apr 09 พ.ค.-09 มิ.ย.-09 มิ.ย.-09 1-5 Aug-09
AVERRAGE MARKETING MARGIN OF 1.45 2.11 1.49 1.95 1.51 1.44 1.65 1.10
GASOLINE,GASOHOL,DIESEL (BANGKOK)
REF : 1) PTT'S RETAIL PRICE OF PETROLEUM PRODUCTS
         2) PETRONAS'S ULG 95 PRICE
         3) ถ้ากรณีที่ราคาซื้อขายเอทานอลอยู่ที่ 25 .00 บาท/ลิตร หากนำมาคำนวณโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะทำให้ค่าการตลาด  นำเสนอโดย คุณรุ่งชัย จันทสิงห์  
             น้ำมันแก๊สโซฮอล 95,91 E10 ต่ำกว่าโครงสร้างปกติประมาณ 0.43 บาท/ลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 E 20 ต่ำกว่าประมาณ 0.86 บาท/ลิตร webmaster www.GasThai.Com  
            และน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 E85 ต่ำกว่าประมาณ 3.66 บาท/ลิตร www.ThaiEnergys.Com    


 
สงวนลิขสิทธิ์ ข้อความ บทความ ภาพถ่าย โดย ThaiEnergys.Com คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
Copy Right © ThaiEnergys.com  :::  ไทยแลนด์เว็บออนไลน์ดอทคอม :::
Email : webmaster@gasthai.com
View My Stats ติดต่อโฆษณา