|
|
คำตอบที่ 3
สำหรับปัญหาที่เจอหลัง่ทำการติดตั้ง นำมาเล่าให้ฟังกันครับ ก็คือคันนี้พอติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ตอนแรกยังไม่ใส่ตัว Lamda Control วิ่งไปลองไม่มีปัญหาอะไรครับในวันแรก วิ่งทำความเร็วได้สูงสุดตอนใช้เป็นแก๊ส ได้ 160 Km/hr ลูกค้าเอาไปใช้ได้ประมาณ 1 วันเกิดปัญหา Back Fire ตอนถอนคันเร่งครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็คือ ตัวแผ่นฝอยที่อยู่ตรงแอร์โฟว์ เหียวเลยครับ และตอนเครื่องเดินน้ำมันก็เดินไม่ดีด้วย ตอนแรกคิดว่าแอร์โฟว์เสียซะแล้ว และผมก็ไม่ได้ใส่ตัว แผ่นฝอยที่เหียวเข้าไปอย่างเดิม อาการก็คือ เครื่องมันเดินไม่ดีเลยครับ แต่หลังจากทำการแก้ไข โดยใส่ตัวของ Lamda Control เข้าไปแล้ว ลูกค้าก็ลองเอาไปใช้ได้แค่วันเดียว ก็เกิดอาการ back อีกรอบครับ เอะมันเป็นอะไรหว่า ที่นี้ลูกค้านำรถกลับมาแก้ไข ผมลองถอดเปลี่ยน หัวเทียน ไส้กรองอากาศใหม่ และ ก็นำแผ่นฝอยที่เหียวตอน back ครั้งแรกมายืดแล้วใส่กลับเข้าไป แล้วลองจูน ตัว Lamda ใหม่อีกที ในหน้าของ Booster โดยให้เวลาถอนแล้วติดหนาเพิ่มอีกหน่อย แล้วลองไปทำการวิ่งกับลูกค้า โดยที่ให้ลูกค้าได้ทำการขับครับ ผลการลองคือหายครับ และหลังจากที่จูน แก๊สใหม่ วิ่งดีกว่าเดิมครับ วิ่งรอบปลายได้ตั้ง 180 เนะ แล้วถอนก็ไม่เกิดอาการ Back ครับ (คันนี้ผมต้องเอา โน๊ตบุกใส่รถแล้วไปลองวิ่งกับลูกค้าเลย เพราะจะได้ให้มันรู้ไปเลยว่ามันยังเป็นอยู่หรือเปล่า )
ผลสรุปในการแก้ไขในรถรุ่นนี้ครับคือ
- ต้องทำการเปลี่ยนหัวเทียน ใส่กรองอากาศ และ ตรวจสอบสายหัวเทียน คอยล์จุดระเบิดก่อนทำการติดตั้งทุกครั้ง
- แล้วเวลาจูนแก๊ส หรือตัว Lamda Control ต้องใส่หน้าของ Booster ให้หนาเข้าไว้ครับ
- แล้วเมื่อเกิดการ Back fire ถ้าแผ่นฝอยที่กั้นระหว่างแอร์โฟว์กับตัวไส้กรองอากาศ เหียว ต้องทำการยืดและใส่กลับครับ ไม่อย่างนั้นเวลาใช้ระบบน้ำมันจะสั่น และ ไฟรูปเครื่องยนต์ จะโชว์
- รถรุ่น ต้องหากล่องหลอกหัวฉีดกับตัวของ O2 ที่เจ๊งจริงๆครับ ไม่อย่างนั้นไฟเครื่องยนต์โชว์แน่ (สำหรับคันนี้เจอกล่องหลอกที่ใส่ในรถ Volvo S80 เข้าไป ไฟมันไม่กล้าโชว์เลยครับ แต่ในตอนนี้นะต่อไปไม่แน่ใจเหมือนกัน)
ปล ไม่คิดเลยครับว่าไอรถรุ่นนี้มันจะ Sensitive กว่า VOLVO อีกนะเนี่ย แต่สุดท้ายก็เอามันอยู่จนได้ครับ เอามาเล่าให้ฟังกันครับเพื่อใครกำลังที่คิดจะติดตั้งในรถรุ่นนี้อยู่ลองดูรายละเอียดก่อนนะครับเพราะ อะไรที่เราคิดว่ามันหมู เราอาจจะโดนหมูมันกัดเอาก็ได้ครับ

| |