เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net


เตือนก่อนเครื่องพัง อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิและระดับน้ำในหม้อน้ำ
besmart
จาก ธงชัย
พฤหัสบดีที่ , 21/6/2555
เวลา : 16:14
 IP:

124.122.66.77
อ่านแล้ว = 78918 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้งในระบบระบายความร้อนด้วยน้ำของเครื่องเรือ รถยนต์ รถจักรยานยนต์
รถตู้ รถบรรทุก ฯลฯ

คุณสมบัติ - ใช้ได้กับแบตเตอร์รี่ 12V และ 24V โดยกล่องจะปรับแรงดันเองโดยอัตโนมัติ
ติดตั้งง่ายต่อสายไฟเพียงสองเส้น

- เตือนด้วยแสงและเสียงเมื่อระดับน้ำไม่เต็มหม้อน้ำ และเมื่อมีอากาศในระบบน้ำ

- เตือนด้วยแสงและเสียงเมื่ออุณหภูมิของน้ำสูงผิดปกติ

- สั่งพัดลมไฟฟ้าให้ทำงานตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ และสั่งพัดลมให้ทำงานหลังจากดับเครื่องยนต์

- เซนเซอร์วัดระดับน้ำและวัดอุณหภูมิน้ำติดตั้งอยู่ในชุดเดียวกัน

- รับประกันทุกชิ้นส่วน 2 ปี โดยไม่มีเงื่อนไข

รุ่น ECO-II ตรวจวัดแต่ระดับน้ำ ไม่มีการวัดอุณหภูมิ) ราคา 650 บาท
รุ่น MV-1 ตรวจวัดอุณหภูมิและระดับน้ำ ไม่มีการควบคุมพัดลมไฟฟ้า ราคา 1,190 บาท
รุ่น MV-2 เหมือนรุ่น MV-1 มีการควบคุมพัดลมไฟฟ้าตามอุณหภูมิที่ตั้ง ราคา 1,390 บาท
รุ่น MV-3 เหมือนรุ่น MV-2 มีการเปิดพัดลมไฟฟ้าหลังดับเครื่อง ราคา 1,590 บาท

บริษัท อีเนอร์ยี่ รีเสิร์ช จำกัด 558/21 หมู่12 ถ.บางนา-ตราด ก.ม.1 เยื้องไปเทคบางนา
อยู่ริมถนน ปากซอยบางนาตราด3 ตรงข้ามภัตตาคารมังกรหลวง (อยู่ก่อนปั๊มแก๊ส 30 เมตร)
โทร 089 7684977 023932207 FAX 023992657

มีบริการส่ง พกง.






1/11/56 ปรับราคา รุ่น MV-1 ราคา 1,390 บาท รุ่น MV-2 ราคา 1,690 บาท รุ่น MV-3 ราคา 1,990 บาท
จาก : besmart(besmart) 3/10/2556 20:38:57 [110.169.218.19]
ปรับราคาใหม่ตามคำตอบที่ 74 ครับ
จาก : besmart(besmart) 24/12/2556 18:11:14 [124.120.134.226]
ขอแจ้งการปรับราคาใหม่ดังนี้ครับ 1. รุ่น ECO-II ราคาชุดละ 890 บาท 2. รุ่น MV-1 ราคาชุดละ 1,540 บาท
จาก : besmart(besmart) 18/4/2558 9:27:41 [171.96.181.119]
รุ่น MV-2 ราคาชุดละ 1,940 บาท รุ่น MV-3 ราคาชุดละ 2,340 บาท รุ่น ECO-IIA ราคาชุดละ 1,290 บาท
จาก : besmart(besmart) 18/4/2558 9:29:48 [171.96.181.75]
รุ่น MV-1A ราคาชุดละ 1,940 บาท เงื่อนไขการรับประกันเหมือนเดิม คือ 2 ปี เริ่มใช้ราคาใหม่ตั้งแต่วันที่
จาก : besmart(besmart) 18/4/2558 9:31:40 [171.96.181.75]
เริ่มใช้ราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2558
จาก : besmart(besmart) 18/4/2558 9:32:28 [171.96.181.75]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
13:13
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 26
       รถที่ใช้ทดสอบ Toyota ST190 เครื่อง 4A-FE ติดเซนเซอร์ทั้ง 2 แบบที่ท่อน้ำ 5 หุน
ตรง Thermostat housing ทำการทดสอบเมื่อต้นปี 2552

มีอยู่ครั้งหนึ่งลืมปิดฝาหม้อน้ำ ตอนกลางคืนวิ่งจากบางนาขึ้นทางด่วนไปงามวงศ์วาน
รถไม่ติด แต่ขากลับไม่ได้ขึ้นทางด่วน รถติดไฟแดงที่ถนนพระราม 9 กล่องส่งเสียงเตือน
น้ำพร่องโดยอุณหภูมิที่กล่องแสดงอยู่ที่ช่วง 93 - 101 องศา

สรุปว่า ขาไปรถไม่ติดใช้ความเร็ว 90 - 100 น้ำไม่ร้อน จึงล้นออกจากหม้อน้ำไม่มาก
แต่ขากลับเจอรถติดและเครื่องร้อน น้ำจึงล้นออกมากจนเกิดฟองอากาศในระบบ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
13:27
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 27
       และช่วงตันปี 52 ได้ทำการทดสอบหาปริมาตรน้ำที่รั่วจนกล่องเตือน
โดยติดก๊อกน้ำเพื่อปล่อยน้ำออก ในภาพที่แสดงจะเห็นเซนเซอร์แบบข้อต่อ 5 หุน
ติดไว้เผื่อใช้วัดค่าต่าง แต่ตอนที่ทดสอบจริงใช้เซนเซอร์ที่ติดตั้งตรงตำแหน่ง
Thermostat Housing ที่แสดงในคำตอบที่ 26

หมายเหตุ : อุณหภูมิที่ Thermostat housing จะต่ำกว่าวัดที่ท่อหม้อน้ำ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
13:33
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 28
       ผลการทดสอบน้ำพร่อง กับเครื่อง 4A-FE 1600 cc. โดยใช้ขวดรองน้ำจากก๊อก
(ตอนที่ทดลอง น้ำยังไม่ร้อนมาก)

กล่องเตือนด้วยเสียงและแสงเมื่อน้ำรั่วออกประมาณ 1.2 ลิตร




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
14:01
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 29
       มีลูกค้าถามว่า สายเคเบิลและปลั๊ก จะทนเความร้อนได้ไหม

วันนี้จึงถ่ายภาพอุปกรณ์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว 3 ปีเศษ
ทุกอย่างยังเป็นอุปกรณ์เดิมๆ ทำงานได้เหมือนกับตอนที่เริ่มติดตั้งเมื่อต้นปี 52

หมายเหตุ : เซนเซอร์แบบสอดถูกถอดออกไปติดที่หม้อน้ำ
ไม่ได้ใส่กระดูกงูหุ้มสายเคเบิล




ขออภัยจำผิด เซนเซอร์ที่เห็นเป็นตัวปรับปรุงใหม่ ติดมานาน 2 ปีเศษแล้วครับ
จาก : ธงชัย(besmart) 26/6/2555 14:03:59 [124.120.189.211]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
14:45
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 30
       ภาพถ่ายวันนี้กับรถที่ใช้ทดสอบคันเดิม แต่เปลี่ยนหม้อน้ำไปแล้ว

เดิมไฟสีเขียวที่กล่องติดสว่างแค่ 3 - 4 ดวง ภายหลังเคยติดเพิ่มเป็น 5 ดวง(ดวงที่ 5 สีส้ม)
แต่ดวงที่ 5 ติดไม่นานแล้วดับสลับกันไปตามสภาพของการจราจร ที่ถูกน่าจะตรวจสอบระบบ
การระบายตวามร้อนได้แล้ว หลังจากนั้นอีกหลายเดือน ได้ขับทางไำกลไปลพบุรี ความร้อน
ขึ้นไปถึงไฟสีแดงดวงที่ 6 กล่องส่งเสียงเตือน แต่เข็มเกจ์ที่้หน้าปัดขึ้นเลยจุดกึ่งกลางแค่เล็กน้อย
จอดพักดูน้ำวนที่ปากหม้อน้ำแสดงว่าวาล์วน้ำไม่เสีย สุดท้ายต้องขับไปพักไปเป็นช่วงๆ
กล่องร้องเตือนทั้งน้ำพร่องและอุณหภูมิสูง ต้องคอยจอดพักและเติมน้ำที่หม้อน้ำ

สรุป หม้อน้ำตันจนซ่อมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนใบใหม่ที่เห็นในภาพ


ขอย้อนกลับไปเรื่องเซนเซอร์แบบแท่ง ที่มีคนสงสัยกลัวเรื่องน้ำซึม

จาำกภาพนี้ ท่อสามทางน่าจะมีโอกาสที่น้ำจะซึมสูงกว่าเซนเซอร์แบบสอด เพราะว่าท่อขนาด
หนึ่งนิ้วสองหุนมีเส้นรอบวงยาวประมาณ 10 ซม. ท่อสองด้านจะมีแนวรอยต่อของยางกับท่อ
10 x 2 = 20 ซม. เมื่อเทียบกับยางที่รัดเซนเซอร์ หน้าตัดของฉนวนใยแก้วแค่ 4 - 6 มม.
หรือลึกในแนวท่อแค่ 2 - 3 ซม.





ข้อเสียของการใช้สามทางจะทำให้ท่อยางแข็งขึ้น ยืดหยุ่นให้ตัวได้น้อย ดึงรั้งกับหม้อน้ำเมื่อเครื่องสั่น
จาก : ธงชัย(besmart) 26/6/2555 14:53:00 [124.120.189.211]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
16:07
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 31
       ดังที่ได้กล่าวเรื่องโอกาสน้ำซึมไว้ในคำตอบที่ 30 รถคันนี้ติดเซนเซอร์ของนอกซึ่งต้องใช้
สามทางเป็นตัว adapter ให้เซนเซอร์ยึด สามทาง(สีทอง)อันนี้ ต้องใช้แหวนรัด 3 จุด
เส้นรอบวงของท่อใหญ่ ประมาณ 10 ซม. สองด้านรวมกัน = 20 ซม. เส้นรอบวงของท่อเล็ก
= 4 ซม. รวมกันแล้ว หน้าสัมผัสระหว่างท่อยางกับท่อเหล็กสามทางมีความยาว = 24 ซม.
ซึ่งน่าจะมีโอกาสที่น้ำจะซึมมากกว่าการใช้เซ็นเซอร์แบบสอดในท่อยาง

ยังมีเซนเซอร์บางแบบที่ทำเป็นแหวนโลหะไว้ขันยึดติดกับส่วนที่เป็นโลหะของเครื่อง
มีลูกค้าบอกว่าเครื่องพังแล้วค่อยเตือน จึงมาซื้ออุปกรณ์รุ่น MV ไปติดตั้งแทน
ไว้จะทำการทดสอบให้เห็นว่า การวัดอุณหภูมิที่โลหะกับวัดที่น้ำ อุณหภูมิต่างกันเท่าใด





ขออภัย ข้อต่อ(สีทอง)ไม่ใช่สามทาง เป็นข้อต่อตรง
จาก : besmart(besmart) 26/6/2555 16:10:15 [124.120.189.211]
ภาพประกอบนี้ ไม่ใช่คันที่เครื่องพัง แต่ติดเซนเซอร์(อันล่าง) และกล่อง MV-1 เพิ่ม
จาก : besmart(besmart) 26/6/2555 16:12:50 [124.120.189.211]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
17:18
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 32
       สภาพคอของหม้อน้ำใบเก่าที่ตันแบบร้านซ่อมไม่ได้ (ที่เล่าในคำตอบที่ 30) ต้องเปลี่ยนรังผึ้ง




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
17:29
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 33
       เซนเซอร์แบบแท่ง ติดตั้งสอดที่ด้านท่อน้ำออกจากเครื่อง

จากกระทู้เก่า http://www.gasthai.com/boardsale/Question.asp?ID=12087




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
17:34
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 34
       เซนเซอร์แบบข้อต่อขนาด 5 หุน ติดตั้งที่ท่อน้ำ Heater ที่หม้อต้มแก๊ส

จากกระทู้เก่า http://www.gasthai.com/boardsale/Question.asp?ID=12087





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
16:36
 IP:
110.169.218.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 35
       ต่อไปนี้จะแสดงความแตกต่างของการวัดอุณหภูมิน้ำและโลหะ
หมายเหตุ : รถยนต์ทุกคันที่ออกจากโรงงาน ใช้เซนเซอร์ชนิดสัมผัสกับน้ำเท่านั้น

จากภาพ เป็นเซนเซอร์ของเครื่องวัดอุณหภูมิที่ใช้ในการทดลอง




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
16:39
 IP:
110.169.218.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 36
       ใช้ลวดทองแดงอาบน้ำยา พันปลายของเซนเซอร์ให้แนบติดกับแหวนโลหะทองเหลือง




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
16:46
 IP:
110.169.218.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 37
       นำเซนเซอร์ไปทดสอบกับน้ำเดือด โดยไม่ให้เซนเซอร์สัมผัสกับน้ำเพื่อให้มั่นใจว่า
การยึดเซนเซอร์กับแหวนโลหะแน่นและสามารถนำความร้อนได้เต็มที่




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
16:53
 IP:
110.169.218.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 38
       จุ่มเฉพาะปลายแหว วัดได้ 98-99 องศา
แต่ถ้าจุ่มเซนเซอร์ลงไปในน้ำจะวัดได้ 100 องศา




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
17:00
 IP:
110.169.218.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 39
       นำเซนเซอร์อันหนึ่งไปยึดติดกับโลหะที่ท่อน้ำของเครื่องขาออกไปหม้อน้ำ




กำหนดให้เซนเซอร์หางปลานี้ เป็นเซนเซอร์ตำแหน่งที่ 1.
จาก : ธงชัย(besmart) 17/7/2555 23:06:43 [110.168.116.151]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
17:14
 IP:
110.169.218.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 40
       นำเซนเซอร์อันหนึ่งสอดเข้าไปในท่อน้ำ Heater 5/8" ตรง Thermostat housing
นำเซนเซอร์อีกอันหนึ่งยึดติดกับโลหะของ Thermostat housing
(ตรงลูกศรสีเหลือง)




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
17:24
 IP:
110.169.218.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 41
       สวมท่อยางกลับเข้าที่
จากภาพที่ลูกศรสีเหลือง เป็นเซนเซอร์สองอัน อันหนึ่งยึดติดกับโลหะ
อีกอันหนึ่งจุ่มอยู่ในน้ำ ในท่อน้ำ Heater




กำหนดให้เซนเซอร์ที่เสียบในท่อน้ำ Heater เป็นตำแหน่งที่ 2. และเซนเซอร์หางปลาเป็นตำแหน่งที่ 3.
จาก : besmart(besmart) 17/7/2555 23:09:59 [110.168.116.151]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
17:30
 IP:
110.169.218.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 42
       ติดเซนเซอร์อันที่ 4 ของเครื่องวัดอุณหภูมิ คู่กับเซนเซอร์ของ MV-1 ที่ท่อหม้อน้ำ




กำหนดให้เซนเซอร์ที่ท่อหม้อน้ำ เป็นเซนเซอร์ตำแหน่งที่ 4.
จาก : ธงชัย(besmart) 17/7/2555 23:12:08 [110.168.116.151]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
17:57
 IP:
110.169.218.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 43
       ติดเซนเซอร์ของเครื่องวัดอุณหภูมิทั้งหมด 4 จุด คือ
1. ยึดติดกับโลหะของท่อน้ำออกจากเครื่อง
2. สอดเข้าไปในท่อน้ำ Heater เพื่อให้สัมผัสกับน้ำ
3. ยึดติดกับโลหะของ Thermostat Housing ใกล้กับตำแหน่งที่ 2.
4. สอดเข้าไปในท่อน้ำด้านบนของหม้อน้ำ เพื่อให้สัมผัสกับน้ำที่ไหลผ่านตำแหน่ง 1.

หมายเหตุ : จุดที่ยึดเซนเซอร์กับโลหะเลือกติดจุดที่โลหะสัมผัสกับน้ำ ถ้าเลือกติด
กับโลหะที่ฝาสูบจะเกิดความคลาดเคลื่อนมากขึ้นเนื่องจาก
1. เซนเซอร์ถูกพัดลมเป่า ทำให้ค่าอุณหภูมิที่วัดได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
2. การวัดที่ฝาสูบเป็นการวัดที่สูบเดียว ถ้าสูบอื่นเกิดความร้อนสูงผิดปกติ จะไม่สามารถรู้ได้




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
18:30
 IP:
110.168.116.151

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 44
       ทำการทดลองโดยถอดรีเลย์พัดลมไฟฟ้าออก (พัดลมไฟฟ้าทำงานที่ 94 องศา C)

มิเตอร์ตัวซ้ายต่อกับเซนเซอร์หมายเลข 2 (จุ่มอยู่ในน้ำ) อ่านได้ 105 องศา C
มิเตอร์ตัวขวาต่อกับเซนเซอร์หมายเลข 3 (ยึดกับโลหะของท่อน้ำ 2) อ่านได้ 98 องศา C

หมายเหตุ กล่อง MV-1 ที่ใช้ ตั้งค่าเตือนเร็วกว่าปกติ ไฟแดงที่ 105 องศา C
เข็มความร้อนที่หน้าปัดยังขึ้นไปถึงครึ่ง




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
19:10
 IP:
110.168.116.151

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 45
       ปล่อยให้เครื่องร้อนขึ้น

เซนเซอร์ตำแหน่งที่ 1. อ่านค่าได้ 107 องศา C
เซนเซอร์ตำแหน่งที่ 2. อ่านค่าได้ 109 องศา C
เซนเซอร์ตำแหน่งที่ 3. อ่านค่าได้ 103 องศา C





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
19:17
 IP:
110.168.116.151

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 46
       อุณหภูมิน้ำที่ Thermostat Housing ขึ้นถึง 109 องศา C แล้ว
แต่ฟเข็มเกจ์ความร้อนที่หน้าปัดยังขึ้นไม่ถึงครึ่ง





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
19:23
 IP:
110.168.116.151

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 47
       ปล่อยให้ความร้อนขึ้นไปที่ 114 องศา C เข็มเกจ์ความร้อนที่หน้าปัดขึ้นถึงกึ่งกลาง




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
19:42
 IP:
110.168.116.151

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 48
       ปล่อยให้ความร้อนขึ้นไปที่ 120 องศา C เข็มเกจ์ความร้อนที่หน้าปัดขึ้นสองในสาม

สรุปว่า การวัดอุณหภูมิโดยไม่ให้พัดลมทำงาน เมื่อวัดที่โลหะจะต่ำกว่าวัดที่น้ำ 7 ถึง 8 องศา C

แต่ถ้าเป็นกรณีที่พัดลมทำงานแต่หม้อน้ำตันหรือวาล์วน้ำไม่เปิด พัดลมจะพัดให้เซนเซอร์
ที่ยึดติดกับโลหะเย็นลงอีกมาก ทำให้ค่าอุณหภูมิที่วัดได้ต่ำกว่้าความเป็นจริงมาก
ไว้โอกาสหน้าจะทำการทดลอง โดยการบีบท่อยางขากลับจากหม้อน้ำเพื่อจำลองเหตุการณ์
ที่หม้อน้ำตัน วาล์วน้ำไม่เปิด หรือปั๊มน้ำดันน้ำได้น้อยกว่าปกติ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 17/7/2555
 เวลา :
22:58
 IP:
110.168.116.151

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 49
       ขณะที่ปล่อยให้พัดลมทำงานตามปกติและมิได้อุดทางเดินน้ำ เซนเซอร์ตำแหน่งที่ 1.
ที่ยึดติดกับโลหะด้านหน้าเครื่องถูกลมเป่า อ่านค่าที่มิเตอร์ตัวซ้ายสุด 83 องศา C
เซนเซอร์ที่จุ่มในท่อ Heater ตำแหน่งที่ 2. มิเตอร์ตัวกลางอ่านค่าได้ 96 องศา C
ซึ่งโดยปกติแล้วอุณหภูมิน้ำที่ออกจากเครื่องยนต์จะสูงกว่าที่ท่อ Heater
แต่เนื่องจากเซนเซอร์ตำแหน่งที่ 1. ถูกลมเป่า จึงทำให้ค่าผิดไปมากกว่า 13 องศา C





มิเตอร์ขวาสุดต่อกับเซนเซอร์ตำแหน่งที่ 3. ซึ่งยึดติดกับโลหะของท่อ Heater (Thermostat Housing)
จาก : ธงชัย(besmart) 17/7/2555 23:00:59 [110.168.116.151]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พุธ, 18/7/2555
 เวลา :
16:41
 IP:
124.120.54.87

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 50
       วันนี้ได้ทำการทดสอบต่อจากเมื่อวานครับ

จากรูป ได้ทำการย้ายเซนเซอร์ตำแหน่งที่ 3. (สีเหลือง) ซึ่งเดิมยึดติดกับโลหะหลังวาล์วน้ำ
ย้ายมายึดกับโลหะที่จุดใหม่ตรงอลูมิเนียมหน้าวาล์วน้ำ ตำแหน่งที่ 3. (สีแดง)
เซนเซอร์ตำแหน่งที่ 2. ยังอยู่อย่างเดิม




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



คำถามนี้มีทั้งหมด 84 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 2 จาก >>> 1  2  3  4  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป

จะแค่ UP กระทู้ขึ้นด้านบน Click ที่นี่เลยครับ ไม่ต้องไปโพสกระทู้ว่า up เลยครับ ประหยัดพื้นที่และเวลาครับ




เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ GasThai.Com สมาชิกเวบเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ

สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่






ช่างแป๊ะ หมากกระจาย
(ทีมงานช่าง จากอู่ชัย หมากกระจาย)

โทร 086 404 6278
ปั้ม G Gas
แก๊สใสสะอาด

ที่สุดในโลก ทุกสาขาทั่วไทย แถมฟรีกาแฟ รับบัตรเครดิต
บริษัท พรศักดิ์ อ่อนนุช จำกัด
ติดต่อ

Tel:02-726-1594-95, 02-726-1599
versusthailand
อุปกรณ์ติดตั้ง LPG/NGV และน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ใช้แก็ส

Tel:090-2949429 081-6151054
พื้นที่ว่างให้ลงโฆษณา
ติดต่อ

Tel:081-6419681
ปั้ม G Gas
แก๊สใสสะอาด

ที่สุดในโลก ทุกสาขาทั่วไทย แถมฟรีกาแฟ รับบัตรเครดิต
พื้นที่ว่างให้ลงโฆษณา
ติดต่อ

Tel:081-6419681
รถติดแก็ส LPG ครบ 10 ปี ไม่ต้องเปลี่ยนถัง
โดย สไมล์แก็สออโต้ 02-9862601-2

งามวงศ์วานสองก๊าซ
ติดต่อ

Tel:02-5915313 02-9511208 086-8884950
หจก.ธง.ออโต้เซอร์วิส
ติดตั้ง วิศวกร ตรวจแก็สประจำปี ตรวจถัง อายุเกิน 10 ปี ติดต่อ

Tel: 02-892-1727-8



Loading...


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)