เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net


เตือนก่อนเครื่องพัง อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิและระดับน้ำในหม้อน้ำ
besmart
จาก ธงชัย
พฤหัสบดีที่ , 21/6/2555
เวลา : 16:14
 IP:

124.122.66.77
อ่านแล้ว = 88893 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้งในระบบระบายความร้อนด้วยน้ำของเครื่องเรือ รถยนต์ รถจักรยานยนต์
รถตู้ รถบรรทุก ฯลฯ

คุณสมบัติ - ใช้ได้กับแบตเตอร์รี่ 12V และ 24V โดยกล่องจะปรับแรงดันเองโดยอัตโนมัติ
ติดตั้งง่ายต่อสายไฟเพียงสองเส้น

- เตือนด้วยแสงและเสียงเมื่อระดับน้ำไม่เต็มหม้อน้ำ และเมื่อมีอากาศในระบบน้ำ

- เตือนด้วยแสงและเสียงเมื่ออุณหภูมิของน้ำสูงผิดปกติ

- สั่งพัดลมไฟฟ้าให้ทำงานตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ และสั่งพัดลมให้ทำงานหลังจากดับเครื่องยนต์

- เซนเซอร์วัดระดับน้ำและวัดอุณหภูมิน้ำติดตั้งอยู่ในชุดเดียวกัน

- รับประกันทุกชิ้นส่วน 2 ปี โดยไม่มีเงื่อนไข

รุ่น ECO-II ตรวจวัดแต่ระดับน้ำ ไม่มีการวัดอุณหภูมิ) ราคา 650 บาท
รุ่น MV-1 ตรวจวัดอุณหภูมิและระดับน้ำ ไม่มีการควบคุมพัดลมไฟฟ้า ราคา 1,190 บาท
รุ่น MV-2 เหมือนรุ่น MV-1 มีการควบคุมพัดลมไฟฟ้าตามอุณหภูมิที่ตั้ง ราคา 1,390 บาท
รุ่น MV-3 เหมือนรุ่น MV-2 มีการเปิดพัดลมไฟฟ้าหลังดับเครื่อง ราคา 1,590 บาท

บริษัท อีเนอร์ยี่ รีเสิร์ช จำกัด 558/21 หมู่12 ถ.บางนา-ตราด ก.ม.1 เยื้องไปเทคบางนา
อยู่ริมถนน ปากซอยบางนาตราด3 ตรงข้ามภัตตาคารมังกรหลวง (อยู่ก่อนปั๊มแก๊ส 30 เมตร)
โทร 089 7684977 023932207 FAX 023992657

มีบริการส่ง พกง.






1/11/56 ปรับราคา รุ่น MV-1 ราคา 1,390 บาท รุ่น MV-2 ราคา 1,690 บาท รุ่น MV-3 ราคา 1,990 บาท
จาก : besmart(besmart) 3/10/2556 20:38:57 [110.169.218.19]
ปรับราคาใหม่ตามคำตอบที่ 74 ครับ
จาก : besmart(besmart) 24/12/2556 18:11:14 [124.120.134.226]
ขอแจ้งการปรับราคาใหม่ดังนี้ครับ 1. รุ่น ECO-II ราคาชุดละ 890 บาท 2. รุ่น MV-1 ราคาชุดละ 1,540 บาท
จาก : besmart(besmart) 18/4/2558 9:27:41 [171.96.181.119]
รุ่น MV-2 ราคาชุดละ 1,940 บาท รุ่น MV-3 ราคาชุดละ 2,340 บาท รุ่น ECO-IIA ราคาชุดละ 1,290 บาท
จาก : besmart(besmart) 18/4/2558 9:29:48 [171.96.181.75]
รุ่น MV-1A ราคาชุดละ 1,940 บาท เงื่อนไขการรับประกันเหมือนเดิม คือ 2 ปี เริ่มใช้ราคาใหม่ตั้งแต่วันที่
จาก : besmart(besmart) 18/4/2558 9:31:40 [171.96.181.75]
เริ่มใช้ราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2558
จาก : besmart(besmart) 18/4/2558 9:32:28 [171.96.181.75]

จาก : besmart(besmart) 23/12/2566 15:25:33 [171.96.90.145]
ลดราคาทุกรุ่น 100 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ราคาหลังปรับลดแล้ว รุ่น ECO-II ตรวจวัดแต่ระดับน
จาก : besmart(besmart) 23/12/2566 15:26:43 [171.96.90.145]
รุ่น ECO-II ตรวจวัดแต่ระดับน้ำ ไม่มีการวัดอุณหภูมิ) ราคา 890 บาท
จาก : besmart(besmart) 23/12/2566 15:28:28 [171.96.90.145]
รุ่น MV-1 ตรวจวัดอุณหภูมิและระดับน้ำ ไม่มีการควบคุมพัดลมไฟฟ้า ราคา 1,540 บาท
จาก : besmart(besmart) 23/12/2566 15:29:12 [171.96.90.145]
รุ่น MV-2 เหมือนรุ่น MV-1 มีการควบคุมพัดลมไฟฟ้าตามอุณหภูมิที่ตั้ง ราคา 1,840 บาท
จาก : besmart(besmart) 23/12/2566 15:30:15 [171.96.90.145]
รุ่น MV-3 เหมือนรุ่น MV-2 มีการเปิดพัดลมไฟฟ้าหลังดับเครื่อง ราคา 2,240 บาท
จาก : besmart(besmart) 23/12/2566 15:31:39 [171.96.90.145]
รับประกันอุปกรณ์ทุกส่วน 2 ปี ซ่อมกล่องฟรีตลอด
จาก : besmart(besmart) 23/12/2566 15:32:33 [171.96.90.145]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
16:31
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       มีเซนเซอร์ให้เลือกใช้ติดตั้งได้ 2 วิธี (เลือกใช้เพื่อติดตั้งแค่ 1 อัน)

1. เซนเซอร์แบบข้อต่อ ใช้ต่อกับท่อน้ำ Heater แบบวัสดุอลูมิเนียมมี 2 ขนาดคือ 1/2" และ 5/8"
แบบทองเหลืองมีขนาดเดียว คือ 5/8"

2. เซนเซอร์แบบเท่ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 ม.ม. สายตัวนำหุ้มด้วยเทฟล่อนและใยแก้วทนไฟ
ใช้ติดตั้งที่คอหม้อน้ำ

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งเติมน้ำ ควรทดสอบการทำงานเตือนระดับน้ำก่อน




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
16:41
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       เปรียบเทียบขาดของฉนวนใยแก้ว กับก้านไม้ขีดไฟ

ด้านกว้างของฉนวนใยแก้ว ประมาณ 6 มม. หนาประมาณ 2.8 มม.




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
16:49
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       รุ่น MV-2 และ รุ่น MV-3 มีสวิทซ์เลือกปรับให้พัดลมไฟฟ้าทำงานที่อุณหภูมิ 85 หรือ 93 องศาเซลเซียส

การที่ไม่ทำให้ผู้ใช้ตั้งค่าเองได้ เพื่อป้องกันความจำหาย หรือมีคนไปกดเล่น ทำให้กล่องทำงาดผิดพลาด




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
17:00
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       รุ่น MV-3 เหมือนรุ่น MV-2 และเพิ่มการทำงานของดัดลมไฟฟ้าหลังจากดับเครื่อง

กลังจากดับเครื่องนาน 10 วินาที พัดลมไฟฟ้าจะยังไม่ทำงาน เพื่อรอให้ความร้อนถ่ายเท
จากภายในเครื่องยนต์ออกมาภายนอก

เมื่อครบเวลา 10 วินาทีแล้ว กล่องจะัสั่งให้พัดลมไฟฟ้าเปิดทำงานนาน 20 วินาทีเพื่อระบาย
ความร้อนออกจากห้องเครื่อง ข้อดีของการระบายความร้อนออกจากห้องเครื่อง จะช่วย
ยืดอายุของท่อยาง สายไฟ สายพาน พลาสติก แบตเตอร์รี่ และวัตถุอื่นๆที่ไม่ใช่โลหะ

ด้านหลังของกล่อง MV-3 มีสวิทซ์เพื่อเปิดปิดยกเลิกการทำงานของไทม์เมอร์






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
17:09
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       กล่องรุ่น MV-1 มีช่องเสียบปลั๊กเพียง 1 ช่อง เนื่องจากไม่มีการควบคุมพัดลมไฟฟ้า




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
17:18
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       สามารถมองเห็นแสงจากหลอด LED ได้ชัดเจนแม้แสงแดดส่องลงบนกล่อง Display

ในกล่องจะมีอุปกรณ์ตรวจวัดแสงภายนอก LDR (แบบเดียวกับที่ใช้กับกล้องถ่ายรูป)
เพื่อสั่งให้หลอด LED เพิ่มหรือลดความสว่างโดยอัดโนมัติ แสงไม่แยงตาในเวลากลางคืน




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
17:25
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       ในกล่องมีแผ่นหักเหแสงจากหลอด LED ให้แสงส่องออกมาสองทิศทางทำมุมประมาณ 90 องศา
สามารถปรับมุมของกล่องให้เห็นแสงได้สองทาง คือ มองเห็นแสงที่สันกล่อง
และ โปรเจคเตอร์ให้ฉายแสงจากหลอด LED ไปปรากฏแสดงค่าอุณหภูมิบนกระจกบังลม




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
17:32
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       แม้จะมีแสงแดดจัด การแสดงผลบนกระจกบังลมยังสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ส่วนตอนกลางคืน ความสว่างจากหลอด LED จะลดลงเองเพื่อไม่ให้แยงตา

ภาพแสดงเม็ดสีแสดงค่าอุณหภูมิบนกระจกบังลม ตรงลูกศรชี้




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
17:39
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       ตัวอย่างลูกค้าที่สั่งซื้อไปใช้เมื่อปี 2010




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
17:53
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       ขอจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์เมื่อ ก.พ. 2552 กรมทรัย์สินทางปัญญาลงประกาศโฆษณาแล้ว
อยู่ในระหว่างการตรวจสอบหากสิ่งประดิษฐ์ซ้ำกับต่างประเทศ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
17:58
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       ภาพการติดตั้งเซนเซอร์แบบข้อต่อกับท่อยางน้ำขนาด 5/8"




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
18:34
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       ถ้าไม่ใช้เซนเซอร์แบบข้อต่อหรือไม่มีท่อน้ำขนาด 5 หุน อาจเลือกใช้เซนเซอร์แบบแท่ง

โดยติดตั้งที่ท่อน้ำขาออกจากเครื่อง จะสอด sensor ที่ปากหม้อน้ำ(ตรงลูกศรสีเหลือง)
หรือที่ท่อน้ำขาออกจากเครื่อง(ตรงลูกศรสีแดง)ก็ได้

ผู้ใช้หลายรายถามว่า ถ้าติดเซนเซอร์แบบสอด แล้วน้ำจะไม่รั่วซึมออกทางสายเซนเซอร์หรือ ?

ส่วนใหญ่ไม่พบปัญหานี้ ถ้าอยากเพิ่มความมั่นใจ อาจใช้ซิลิโคน (Silicone sealant)
ชนิดใดก็ได้ทาบนสายเซนเซอร์ก่อนที่จะพันเทปทับรัดกับท่อน้ำ (เทปพันสายไฟ)
(ซิลิโคนทุกชนิดทนความร้อนได้ตั้งแต่ 150 องศาขึ้นไป)

ถ้าติดตั้งเซนเซอร์ที่ระดับสูงสูดเช่นที่ปากหม้อน้ำ ถ้าไล่ลมออกจากเครื่องไม่หมดอาจจะมีการเตือนระดับน้ำบ่อย

มีผู้ใช้บางรายแจ้งว่า ทำไมกล่องเตือนทั้งที่น้ำเต็มถึงปากหม้อน้ำ แต่ที่จริงแล้วเกิดจากการไล่อากาศออกไปจากในเครื่องไม่หมด เมื่อข่วงที่ฟองอากาศไหลผ่านเซนเซอร์ ทำให้เซนเซอร์ไม่ได้สัมผัสถูก
กับน้ำ กล่องจึงทำการเตือน อาการนี้อาจจะหายไปได้เองหลังจากติดตั้งไปได้สองสามวันถ้าอากาศภายในเครื่องถูกความดันน้ำที่ขยายตัวเมื่อเครื่องร้อน ดันออก





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
18:42
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       ให้ใช้เทปพีวีซีชนิดพันสายไฟ พันที่ขอบปลายของปากหม้อน้ำ 1 รอบ หรือถ้าติดตั้งด้านท่อน้ำออก
จากเครื่องก็ต้องใช้เทปพันที่ขอบปลายท่อเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันปลายท่อบาดสายของ sensor
เมื่อพันเทปเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งตัดเทปออกจากม้วนเทป เพื่อการวางเซนเซอร์แล้วจะได้พันเทปทับ
สายใยแก้วของเซนเซอร์กับท่อน้ำ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 พฤหัสบดี, 21/6/2555
 เวลา :
18:54
 IP:
124.122.66.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       หากเกรงว่าน้ำอาจจะรั่วซึม ให้ทา silicone ลงบนสายใยแก้ว และ เสร็จพันเทป
สายของเซนเซอร์ (โดยยื่นจากปากท่อน้ำไม่เกิน 1 ซ.ม. เพื่อไม่ให้เซนเซอร์แกว่งเมื่อ
ถูกน้ำปะทะ) ปล่อยทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงหรือนานกว่านั้นเพื่อให้ซิลิโคนแห้ง

กดปลายของเซนเซอร์ลงประมาณ 30 ถึง 45 องศา เพื่อหลบท่อยางน้ำตอนสวมกลับ

!!!!! เมื่อติดตั้งเซนเซอร์เสร็จแล้ว อย่าเพิ่งเติมน้ำ ให้เสียบปลั๊กระหว่างเซนเซอร์และกล่อง
ต่อสายไฟสีดำและแดงกับแบตเตอร์รี่ เพื่อทดสอบการเตือนระดับน้ำ !!!!!

หมายเหตุ กล่องใช้ได้กับไฟ 12V และ 24 V แม้จะต่อกลับขั้วก็ไม่เสีย แต่ไม่ทำงาน




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 ศุกร์, 22/6/2555
 เวลา :
22:27
 IP:
58.11.246.33

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       การเชื่อมต่อระหว่างเซนเซอร์และกล่องใช้สายเคเบิลที่มีปลั๊กทั้งสองปลาย มีสายไฟให้ต่อกับ
ไฟเลี้ยงกล่องเพียงสองเส้นที่เห็นในภาพคือสายไฟสีดำและสีแดง ไปต่อกับไฟที่จุดบุหรี่ วิทยุ
หรือจุดอื่นๆที่ตัดไฟเมื่อปิดสวิทซ์กุญแจ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 ศุกร์, 22/6/2555
 เวลา :
22:29
 IP:
58.11.246.33

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       วงจรการต่อสายไฟของรุ่น MV-1




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 ศุกร์, 22/6/2555
 เวลา :
22:35
 IP:
58.11.246.33

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       วงจรการต่อสายไฟของรุ่น MV-2

อาจจะใช้ Relay ควบคุมพัดลมไฟฟ้าของเดิมที่ติดมากับรถ โดยต่อปลั๊กสายไฟสีเขียว
พ่วงเข้ากับขา coil ของ Relay (รถส่วนใหญ่จะต่อขา coil ด้านหนึ่งไว้กับไฟ +)




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 ศุกร์, 22/6/2555
 เวลา :
22:49
 IP:
58.11.246.33

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       วงจรการต่อสายไฟของรุ่น MV-3

ขา Coil ของ Relay และสายไฟเส้นสีเหลืองจากปลั๊กต้องต่อตรงกับไฟ +โดยไม่ผ่านสวิทซ์กุญแจ
และควรต่อฟิวส์ขนาดไม่เกิน 1A

ถ้าอุณหภูมิของน้ำต่ำกว่า 70 องศา กล่องจะไม่สั่งให้ Timer ทำงาน เพื่อป้องกันกรณีที่เผลอเปิด
สวิทซ์กุญแจขณะที่เครื่องเย็นโดยไม่ตั้งใจ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 ศุกร์, 22/6/2555
 เวลา :
23:09
 IP:
58.11.246.33

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       มีเซนเซอร์แบบข้อต่อขนาด 4 หุน สำหรับใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป
แต่ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ BMW ท่อน้ำมีขนาด 6 หุน ซึ่งไม่ได้ผลิตเซนเซอร์ขนาดนี้
ต้องใช้เซนเซอร์แบบแท่งสอดที่มีขนาดของฉนวนใยแก้วเล็กกว่าเดิมเล็กน้อย
คือ ความหนา 2.6 มม. ความกว้าง 3.9 มม.

ภาพที่แสดงด้านหนาของฉนวนใยแก้ว เทียบกับก้านไม้ขีดไฟ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 ศุกร์, 22/6/2555
 เวลา :
23:11
 IP:
58.11.246.33

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       ภาพแสดงด้านความกว้างของฉนวนใยแก้ว




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 เสาร์, 23/6/2555
 เวลา :
00:07
 IP:
58.11.246.33

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       ลูกค้าส่วนใหญ่จะเคยมีประสบการณ์เรื่องเครื่องพังเนื่ีองจากน้ำรั่ว ลูกค้าส่วนหนึ่งกำลังมีปัญหาเรื่อง
ความร้อนของเครื่องสูง ลูกค้าส่วนหนึ่งมีปัญหากับเรื่องของเซนเซอร์และเกจ์ความร้อนเดิมของรถ
หรือวางเครื่องใหม่แล้ว Temperatue sensor ของเครื่องที่วางใหม่ใช้ไม่ได้กับเกจ์เดิม ฯลฯ

เจ้าของรถที่ไม่เคยประสบปัญหาตามที่กล่าวข้างบนจะไม่สนใจกับอุปกรณ์นี้โดยเชื่อว่าอุปกรณ์ที่ติด
มากับรถจากโรงงานนั้นดีอยู่แล้วหรือเตือนได้อยู่แล้ว จะติดให้เสียเงินทำไม
แต่ถ้าเกิดเครื่องเสียเนื่องจากความร้อนจนไม่สามารถขับต่อไปได้ ค่าลากยังแพงกว่าเสียอีก
หรือถ้ารถเกิดไปเสียในที่เปลี่ยวหรือยามค่ำคืนคงจะยิ่งลำบาก

ดังนั้น จึงควรตรวจสอบระบบการระบายความร้อน สภาพของท่อยาง สภาพของพัดลมไฟฟ้า
สภาพของปั๊มน้ำ สภาพของฟรีครัชท์ใบพัด ฯลฯ

มีลูกค้าอยู่รายหนึ่งอยู่ที่ต่างจังหวัด มีปัญหาเรื่องความร้อนเมื่อรถวิ่งช้า ถ้าวิ่งเร็วมีลมปะทะ
ความร้อนจะลดลง ล้างหม้อน้ำแล้วยังไม่หาย จึงบอกให้ตรวจพัดลมไฟฟ้าว่าลมแรงหรือไม่
ลูกค้ายืนยันว่าพัดลมไฟฟ้าทำงานดี ลูกค้าคิดว่าอาจจะเกิดจาก Thermo switch ที่สั่งพัดลม
จึงสั่งซื้อ MV-2 ไปใช้ หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ โทรมาแจ้งว่า พัดลมเสีย ไม่หมุน ต้องเปลี่ยนใหม่

สรุปว่า ปัญหาเกิดจากพัดลมไฟฟ้าทำงานบกพร่องหรือหมุนบ้างไม่หมุนบ้าง ซึ่งเจ้าของรถจะไม่มี
ทางรู้ถึงความผิดปกติของพัดลมเลยถ้าไม่ได้ใช้เวลาเฝ้าดูการทำงานของมันในช่วงที่ความร้อนขึ้นสูง

งานนี้ เจ้าของรถเสียเงินไปพอควรกับการเปลี่ยนวาล์วน้ำ เปลี่ยนน้ำยาหม้อน้ำ ล้างหม้อน้ำ 2 รอบ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 เสาร์, 23/6/2555
 เวลา :
00:39
 IP:
58.11.246.33

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
       ภาพการติดตั้งเซนเซอร์แบบสอดที่คอหม้อน้ำ จะเห็นซิลิโคนสีขาวเปื้อนที่คอหม้อน้ำ

ก่อนติดตั้งอาจจะทดสอบการเตือนน้ำก่อน โดยจุ่มเซนเซอร์ให้สัมผัสกับน้ำที่ปากหม้อน้ำ
การเตือนน้ำจะมีแสงไฟสีน้ำเงินจากหลอด LED และมีเสียงดังจาก Buzzer ที่อยู่ในกล่อง

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งเติมน้ำเข้าที่หม้อน้ำ ต้องทดสอบการเตือนระดับน้ำก่อน
ต่อไฟเลี้ยงให้กล่องทำงาน กล่องจะเตือนน้ำพร่องด้วยหลอด LED สีน้ำเงิน และเสียงดังจาก buzzer
ที่อยู่ภายในกล่อง แล้วจึงทำการเติมน้ำจนเต็ม กล่องจะต้องหยุดเตือน
ติดเครื่อง รอจนเครื่องร้อนและวาวล์นน้ำเปิด เมื่อน้ำหมุนเวียน ทำการไล่ลมและเติมน้ำจนเต็ม
ปิดฝาหม้อน้ำ แล้วเร่งเครื่องเพื่อตรวจดูไม่ให้มีน้ำรั่วซึมรอบๆปลายท่อยาง

ทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำ ควรทำการทดสอบการทำงานเรื่องการเตือนน้ำ

ถ้าสายไฟที่เชื่อมต่อระหว่างเซ็นเซอร์กับกล่องขาด หรือปลดปลั๊กออกจากเซนเซอร์ กล่องจะ
เตือนน้ำ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 เสาร์, 23/6/2555
 เวลา :
14:58
 IP:
124.120.22.7

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
       ภาพแสดงเซนเซอร์แบบข้อต่อ ทำด้วยทองเหลือง ขนาด 5/8"

บางคนเข้าใจผิดว่า เซนเซอร์แบบข้อต่อใช้เพื่อวัดอุณหภูมิน้ำอย่างเดียว
และเข้าใจผิดว่าเซนเซอร์แบบแท่งสอดในท่อน้ำใช้เพื่อว้ดระดับน้ำอย่างเดียว

เซนเซอร์ทั้ง 2 ชนิด ทำงานเหมือนกัน ต่างกันเฉพาะรูปร่างและวิธีติดตั้ง
จึงให้เลือกใช้เพียงแค่แบบใดแบบหนึ่ง
แต่ถ้าต้องการที่จะวัดอุณหภูมิหลายจุด ก็สามารถติดเซนเซอร์เพิ่มได้ โดยเพิ่ม
สวิทซ์สำหรับเลือกต่อกับสายไฟเส้นสีเหลือง(หรือสีส้ม)ของปลั๊กเซนเซอร์







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
12:16
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
       ภาพแสดงฉนวนใยแก้วของเซนเซอร์แบบแท่ง มีสองขนาด คุณสมบัติและความทนทานเหมือนกัน

ใช้ได้ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถบรรทุก รถแทร็กเตอร์ และเรือ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


besmart
 จาก ธงชัย
 อังคาร, 26/6/2555
 เวลา :
12:38
 IP:
124.120.189.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 25
       ทดสอบเทียบกับเกจ์ความร้อนของรถ โดยถอด Relay พัดลมออกเพื่อไม่ให้
พัดลมหม้อน้ำทำงาน ติดเครื่องทิ้งไว้ให้ความร้อนขึ้น

ดูจากรูปในคำตอบที่ 6. อุณหภูมิที่กล่องแสดงอยู่ในช่วงระหว่าง 93 องศา
เกจ์ที่หน้าปัดอยู่ที่ตำแหน่งต่ำกว่ากึ่งกลางเล็กน้อย
กล่อง MV-1 ส่งเสียงเตือนที่อุณหภูมิ 109 องศา เกจ์ของรถเพิ่มขี้นมาอยู่ตรงกลาง

ปล่อยให้เครื่องร้อนขึ้นไปเรื่อยๆ น้ำดันออกจากหม้อน้ำและล้นออกมาภายนอก
ที่อุณหภูมิ 117 องศา เกจ์ของรถเพิ่มขึ้นเลยกึ่งกลางเล็กน้อย
หมายเหตุ : เกจ์ของรถทั่วไปจะขึ้นสูงสุดที่อุณหภูมิประมาณ 130 องศาเซลเซียส





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



คำถามนี้มีทั้งหมด 87 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  4  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป

จะแค่ UP กระทู้ขึ้นด้านบน Click ที่นี่เลยครับ ไม่ต้องไปโพสกระทู้ว่า up เลยครับ ประหยัดพื้นที่และเวลาครับ




เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ GasThai.Com สมาชิกเวบเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ

สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่





  





หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)