| |
คำตอบที่ 8
'ประกันมะเร็ง' แข่งเบี้ยถูกชิงลูกค้า เมืองไทยฯ-เอเอซีพี-เทเวศฯโดดร่วมวงขยายตลาด ประชันกรมธรรม์ใหม่เพิ่มความคุ้มครองสูงสุด
บริษัทประกันปรับกรมธรรม์ประกันมะเร็งใหม่ ย้ำจุดขายเบี้ยไม่แพง เพิ่มความคุ้มครอง เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทั่วไปช่วงเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น เมืองไทยประกันชีวิตชูสัญญาเพิ่มเติม จ่ายผลประโยชน์ 115% ของทุนประกัน การันตีผลประโยชน์ดีสุดในระบบ เบี้ยขั้นต่ำ 82 บาทต่อเดือน ด้านเทเวศประกันภัยปรับสินค้าเจาะกลุ่มวัยต่ำกว่า 40 ปี รุกโฆษณาผ่านสื่อทีวี เบี้ย 799 บาทต่อปี ส่วนผู้นำตลาด "เอเอซีพี" รอจังหวะไตรมาส 3 เสริมคุ้มครองโรคร้ายอื่นๆ เน้นจุดขายไม่ต้องตรวจสุขภาพ
ในช่วง 2- 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทประกันชีวิตหลายแห่งหันมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับกรมธรรม์ประกันมะเร็ง ในรูปแบบแพ็กเกจที่ง่าย จ่ายเบี้ยไม่แพง และขายผ่านช่องทางที่เข้าถึงผู้ซื้อได้สะดวก เช่น เทเลมาร์เก็ตติ้ง ขณะที่ปี2552 นี้ บริษัทประกันภัยโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้เช่นกัน โดยที่ภาพรวมกรมธรรม์ประกันมะเร็งยังเป็นสินค้าที่ขายได้ตามกระแส
นางพรชนก บัญชาเมตตากุล ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุดบริษัทได้ออกกรมธรรม์ใหม่ "สัญญาเพิ่มเติมประกันมะเร็ง" ให้ความคุ้มครองประกันมะเร็งทุกประเภททั้งหญิงและชาย ใน 4 รูปแบบ เริ่มตั้งแต่ทุนประกัน 300,000 บาท ทุนประกัน 500,000 บาท ทุนประกัน 1,000,000 บาท และทุนประกัน 2,000,000 บาท กำหนดจ่ายเบี้ยประกันขั้นต่ำ 82 บาทต่อเดือน (ปรับเบี้ยตามอายุ เพศ และความเสี่ยง) โดยเริ่มทำตลาดเจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย หรือ Mass Market แต่จะเน้นคนที่ยังไม่มีความคุ้มครองประกันชีวิตเป็นหลัก
ตัวอย่าง อายุ 30 ปี ทุนประกัน 1,000,000 บาท จ่ายเบี้ยประกัน 900 บาทต่อปี ได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น นอนพักในโรงพยาบาลขั้นต่ำ 3,000 บาทต่อวันสูงสุด 180 วัน หากตรวจพบมะเร็งก่อนลุกลาม จ่ายผลประโยชน์ 115% ของทุนประกัน และลุกลามจ่ายผลประโยชน์ 100% ของทุนประกัน ถือว่าจ่ายผลประโยชน์สูงสุดในตลาดขณะนี้และเริ่มทำตลาดแล้ว
"บริษัทวางแผนพัฒนากรมธรรม์นี้มาตั้งแต่ต้นปี เพื่อตอบสนองความต้องการของคนที่รักษาสุขภาพ โดยต่อยอดจากแพ็กเกจประกันโรคร้ายแรงและโครงการเลดี้ แคร์ หรือสัญญาเพิ่มเติมประกันมะเร็งสำหรับผู้หญิงในปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าเบี้ยรับประกันโรคร้ายแรงและมะเร็งเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากเบี้ยในปีก่อนอยู่ที่ 50 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้มีเบี้ย 13 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเบี้ย 8 ล้านบาท" นางพรชนกกล่าว
ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่าแนวโน้มอัตราการตายของคนไทยปัจจุบัน อันดับแรกมีสาเหตุจากโรคมะเร็ง รองลงมาเป็นอุบัติเหตุ โรคหัวใจและความดันในหลอดเลือด ทำให้ที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของสัญญาความคุ้มครองเพิ่มเติมโรคร้ายแรงในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.2552) เพิ่มถึง 10% เมื่อเทียบกับสัญญาเพิ่มเติมประกันชีวิตหลักที่เคยได้รับความนิยมอยู่แล้ว เช่น ความคุ้มครองทุพพลภาพ สุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งมีอัตราการเติบโตขึ้นอยู่กับโปรโมชันและฤดูการขาย
สอดคล้องกับนายชาติชาย ชินเวชกิจวานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ปรับรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยมะเร็งใหม่ หรือ "One for All " เริ่มทำตลาดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เจาะกลุ่มอายุน้อยกว่า 40 ปี เบี้ยประกันถูกเริ่มต้นวันละ 1 บาท เบี้ยประกันภัยคงที่ทุกอายุราคาเดียว ทุนประกันเริ่มขั้นต่ำ 50,000 บาท, 100,000 บาท และ 150,000 บาท เบี้ยประกันภัยต่อปี 403 บาท ,799 บาท และ 1,129 บาทตามลำดับ แต่ยังคงจุดเด่นไม่ต้องตรวจสุขภาพ ตรวจพบมะเร็งทุกระยะทุกชนิดรับเงินก้อน ยกเว้นมะเร็งผิวหนัง พร้อมกันนี้บริษัทได้ทำตลาดผ่านสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ ย้ำจุดสนใจที่ "เบี้ยประกัน 799 บาท" ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้จะมีเบี้ยประมาณ 10 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยมะเร็ง "ภูมิชีวิต" เริ่มทำตลาดเดือนสิงหาคมปีก่อน แต่เนื่องจากทุนประกันและเบี้ยประกันค่อนข้างสูง โดยมีทุนประกันเฉลี่ยที่ 300,000-500,000 บาท และเบี้ยประกันต่อปีประมาณ 5,000-8,000 บาท ทำให้ไม่ได้รับความนิยมโดยที่ผู้บริโภคหันไปซื้อประกันประเภทอื่นที่จำเป็นมากกว่า เพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลที่ปรับขึ้น 10-15% ในปีนี้
ด้านนางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต (เอเอซีพี) กล่าวว่า ไตรมาส 3 ปีนี้บริษัทจะกลับมารุกตลาดกรมธรรม์ประกันมะเร็ง พร้อมทั้งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นโรคร้ายแรงประเภทอื่นที่คนทั่วไปกังวล เป็นการให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมต่อยอดจากประกันมะเร็ง โดยยังเน้นอัตราเบี้ยประกันที่ 20 บาทต่อวันและไม่ต้องตรวจสุขภาพเป็นจุดขาย คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีเบี้ยรับเติบโตไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา
บริษัทเอเอซีพีฯเป็นผู้เปิดตลาดประกันมะเร็งให้เป็นที่รู้จักและโฆษณาเพิ่มยอดขายผ่านเทเลมาร์เก็ตติ้งอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมตลาดผู้บริโภคตื่นตัวสนใจซื้อประกันนี้เพิ่มขึ้น ขณะที่เบี้ยประกันมะเร็ง ปีก่อนเติบโตขึ้นถึง 499% เมื่อเทียบปี 2550 โดยเพิ่มจาก 18.10 ล้านบาทเป็น 90.33 ล้านบาท หรือมีจำนวนรายเพิ่มจาก 5,785 รายเป็น 49,654 ราย เติบโตขึ้นถึง 858%
โดยที่มูลค่าสินไหมรวมของบริษัทปีก่อนอยู่ที่ 7,500 ล้านบาท จำนวน 500-700 ราย ถือเป็นมูลค่าสินไหมประกันมะเร็งไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าสินไหมประกันสุขภาพปกติ ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความถี่เคลมค่าห้องพักในโรงพยาบาลมากกว่า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อครั้งประมาณ 3,000-5,000 บาท ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีศักยภาพสามารถขยายตลาดเพิ่มได้อีกมาก
www.thannews.th.com
ที่มาของข่าว :: นสพ. ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2435 ประจำวันที่ 14-17 มิถุนายน 2552
|
| |