เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net


ประกันภัยรถยนต์ชั้น1เริ่ม7900 ประกัน3+เริ่ม4300 ชั้น3แค่1700 ตัวแทนตรง
prakanpai
จาก ประเสริฐ
จันทร์ที่ , 8/6/2552
เวลา : 20:19
 IP:

118.173.94.108
อ่านแล้ว = 3914 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       <a href="http://image.ohozaa.com/show.php?id=518dd3e56373035ee99adc1578238ee3" target="_blank"><img border="0" src="http://image.ohozaa.com/ia/mmemo.gif" /></a>

<a href="http://image.ohozaa.com/show.php?id=12e0db2eb9d8e9a9a3e23743bc0055f6" target="_blank"><img border="0" src="http://image.ohozaa.com/it/5btss.gif" /></a>

<a href="http://image.ohozaa.com/show.php?id=3994b83ca8bce051e303d3979d34ee38" target="_blank"><img border="0" src="http://image.ohozaa.com/ik/f7o5x.gif" /></a>






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



prakanpai
 จาก m
 จันทร์, 8/6/2552
 เวลา :
20:19
 IP:
118.173.94.108

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       ประกันภัยรถยนต์




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 จันทร์, 8/6/2552
 เวลา :
20:21
 IP:
118.173.94.108

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       ประกันภัย




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 จันทร์, 8/6/2552
 เวลา :
20:26
 IP:
118.173.94.108

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       รายละเอียดดูได้ที่ http://www.thaimazda3.com/forum/index.php?showtopic=21419&st=0&gopid=880180&#entry880180

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 อังคาร, 9/6/2552
 เวลา :
11:37
 IP:
125.24.80.6

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
      

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 พุธ, 10/6/2552
 เวลา :
12:21
 IP:
125.24.95.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
      




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 อาทิตย์, 14/6/2552
 เวลา :
13:11
 IP:
125.24.86.168

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       ทิพยฯ จ่อขึ้นเบี้ยรถเคลมเกิน 60%

ผู้ถือหุ้นไฟเขียวซื้อ - ร่วมทุน บ.เล็ก

ทิพยประกันภัยรื้อประกันรถยนต์ เตรึยมขึ้นค่าเบี้ยรถ Loss ratio เกิน 60% คัดลูกค้าไม่ดีออก เพื่อเพิ่มกำไรรับประกันชดเชยราย รับลงทุนช่วงขาลง พร้อมคุมค่าใช้จ่าย มั่นใจระบบงานใหม่-อี เคลมลดรั่วไหลอยู่หมัด มัดใจรายย่อยพอใจบริการ เริ่มโฆษณา “TIP SMART” หลังกวาดลูกค้าแล้วกว่าหมื่นกรมธรรม์ แบะท่าซื้อร่วมทุนบริษัทเล็ก ทางลัดดันบริษัทใหญ่กำไรเพิ่มเร็ว สนองความต้องการผู้ถือหุ้น เน้นบริษัทที่มีลูกค้ารายย่อย ชะลอร่วมทุนฟีนิกซ์หลังผู้ถือหุ้นเดิมต้องการเพิ่มทุนเอง

นายมารุต สิมะเสถียร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรับพอร์ตการรับประกันภัยรถยนต์ทบทวนอัตราเบี้ยประกันภัยใหม่ทั้งหมดสำหรับรถทุกกลุ่มที่มีอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) เกิน 60% เพื่อกำหนดราคาเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมถ้า Loss Ratio สูงจะต้องปรับราคาค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดรับกัน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายในปีนี้ที่มุ่งเน้นเพิ่มกำไรจากการรับประกันภัยเพื่อชดเชยรายได้จากการลงทุนที่ลดลงตั้งแต่ปีที่ผ่านมาโดยไตรมาสแรกปีนี้รายได้จากการลงทุนในตลาดหุ้นลดลงแล้ว 20-30%

“การปรับพอร์ตรถยนต์ต่อเนื่องจาก ปีที่ผ่านมา ซึ่งปีที่แล้วเราเริ่มลดสัดส่วนรถยนต์ลงจาก 30% กว่าๆ ของเบี้ยรวมลดลงมาเรื่อยๆ เพราะเคลมเยอะ เน้นลูกค้าดี ตัดลูกค้าไม่ดีออกไป ถามว่าจะลดสัดส่วนเหลือเท่าไรต้องดูความเหมาะสมเพราะอย่างไรรถยนต์เราทิ้งไม่ได้เนื่องจากมีเบี้ยมากที่สุดของอุตสาหกรรม ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่ารถกลุ่มไหนที่จะปรับราคาเบี้ยขึ้นบ้างและจะปรับขึ้นเท่าไหร่ ิ

อย่างไรก็ดี นอกจากการปรับงานรถยนต์ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่จะเพิ่มกำไรจากการรับประกันภัยแล้ว บริษัทยังควบคุมค่าใช้จ่ายภายในด้วยเพื่อให้ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงบริษัทอื่นเพราะหากควบคุมค่าใช้จ่ายได้มากจะเป็นกำไรกลับเข้ามายังบริษัท อาทิ การปรับระบบงานภายใน ปรับระบบคอมพิวเตอร์ทำให้การให้บริการลูกค้ารายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งในแง่การขาย ระบบบัญชี การออกกรมธรรม์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับปรุงระบบเคลม อาทิ อี-เคลมกับอู่ซ่อมต่างๆ ซึ่งสกัดการรั่วไหลด้านเคลมได้

ส่วนประกันไม่ใช่รถยนต์ (นอน มอเตอร์) นายมารุตกล่าวว่ามีการปรับเช่น กันดูภาพรวมทั้งหมดเน้นเพิ่มความคุ้มครองให้กับลูกค้า รวมถึงขยายตลาดสินค้าใหม่ประกันพีเอและประกันทรัพย์สินรูปแบบบัตรประกันภัย “TIP SMART” ที่นำออกขายเมื่อปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีมียอดขายเป็นหลักหมื่นกรมธรรม์ทั้งที่ยังไม่ได้โฆษณามากโดยปีนี้จะโฆษณามากขึ้น

นายมารุต กล่าวถึงผลประกอบการ 3 เดือนปีนี้ที่มีเบี้ยรับ 2,062.94 ล้านบาทเติบโตเพิ่มขึ้นเพียง 2.60% ว่า เนื่องจากเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ประมาณ 60-70 ล้านบาท ที่ตอนแรกคาดว่าจะเข้ามาในเดือนมีนาคมแต่กลับเข้าในเดือนเมษายนทำให้เบี้ยรวม 3 เดือนลดลงไปมาก แต่เบี้ยลูกค้ารายย่อยเติบโตถึง 6-7%

ด้านนายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการบมจ.ทิพยประกันภัยกล่าวว่า ปีนี้คาดหวังอัตราเติบโตไว้ประมาณ 5-6% แม้ไตรมาสแรกจะต่ำแต่เชื่อว่าทั้ง ปีน่าจะขยายตัวได้ ซึ่งถ้าพ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ผ่านและเริ่มมีใช้จ่ายได้ตามแผนจะมีงานขนาดใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีมาถึงธุรกิจประกันภัยเพราะโครงการใหญ่ต้องมีการทำประกันภัย ซึ่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจแบบนี้สิ่งที่ธุรกิจประกันภัยต้องระวังมากเป็นพิเศษคือเคลมที่เกิดจากความจงใจ (Moral hazard) ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการรับประกันภัยมากขึ้น

นายสมใจนึก กล่าวว่า บริษัทต้องการเติบโตให้เร็วกว่านี้ผ่านการซื้อกิจการบริษัทอื่นซึ่งเป็นทางลัดที่จะทำให้บริษัทขยายใหญ่ขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว กรอบในช่วงนี้มีบริษัทขนาดเล็กรายแห่งต้องการผู้ร่วมทุนรายใหม่

“ผู้ถือหุ้นมีคำถามว่าทำอย่างไรให้เราใหญ่ขึ้นมีกำไรมากขึ้น การซื้อกิจการหรือควบรวมบริษัทอื่นเป็นวิธีที่จะทำให้เราโตได้ ถ้าไม่ซื้อกิจการหรือร่วมทุนเราจะโตอยู่แค่นี้ การซื้อบริษัทประกันเป็นการมองหาโอกาสที่เราจะเข้าไปเพิ่มทุนให้ กับเขาหรือซื้อกิจการก็ตามที ซึ่งผู้ถือหุ้นก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้เพราะทำกำไรได้เยอะขึ้น”

อย่างไรก็ดี การซื้อกิจการต้องดูผลประโยชน์ที่บริษัทและผู้ถือหุ้นจะได้รับเป็นสำคัญ โดยบริษัทเป้าหมายต้องเป็นบริษัทที่มีพอร์ตที่ดี ดูผลประกอบการสินทรัพย์ ฐานลูกค้าเป็นอย่างไรถ้ามีความเสี่ยงสูงไม่เอา เน้นบริษัทที่มีฐานลูกค้ารายย่อยเป็นหลักเพราะบริษัทต้องการขยายตลาดด้านนี้อยู่แล้ว ถ้ามีโอกาสพร้อมจะเข้าไปซื้อหรือร่วมทุนทันที ซึ่งการซื้อกิจการหรือการร่วมทุนต้องทำอย่างโปร่งใสเพราะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

“ที่ผ่านมามีบริษัทต่างประเทศหลายรายสนใจจะเข้ามาร่วมทุนกับเราแต่เราไม่เอาเพราะดูแล้วไม่ได้ประโยชน์จากการร่วมทุน เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ที่แสดงความสนใจเราต้องการเอาฐานลูกค้าจากเรามากกว่า แต่ไม่มีฐานลูกค้าให้กับเราไม่เหมือนการซื้อบริษัทในไทยได้ลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้นทันทีเป็นหมื่นเป็นแสนรายจากตอนนี้เรามีลูกค้าเป็นล้านราย ฐานลูกค้าต่างประเทศที่ต้องการ เช่น ถ้าเป็นบริษัทประกันภัยญี่ปุ่นจะได้ลูกค้าประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (มารีน) ซึ่งเราไม่ค่อยมี”

ส่วนกรณีการร่วมทุนในบริษัท ฟีนิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) นายสมใจนึกกล่าวว่า ได้ชะลอแผนออกไปก่อนเนื่องจากทางผู้บริหารฟีนิกซ์แจ้งอย่างไม่เป็นทางการมาว่าผู้ถือหุ้นเดิมจะเพิ่มทุนเข้ามา ซึ่งกรณีฟีนิกซ์เท่าที่ดูเบื้องต้นฐานะการเงินไม่มีปัญหา

www.siamturakij.com

ที่มาของข่าว :: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1004 ประจำวันที่ 10-12 มิถุนายน 2552


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 จันทร์, 15/6/2552
 เวลา :
20:57
 IP:
125.24.46.3

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       ยอดรวมหนี้สัมพันธ์ 2,384 ล้าน

หมดเขตแล้วเจ้าหนี้สัมพันธ์ยื่น เรื่องคืนหนี้ คปภ.เผยยอดรวมเจ้าหนี้ทั้งสิ้น 13,863 ราย วงเงิน 2,384.85 ล้านบาท ระบุมีสิทธิ์รับเงิน จากกองทุนประกันวินาศภัย 12,830 ราย วงเงิน 1,173 ล้านบาท ผู้ชำระบัญชีหัวปั่นหารถกว่า 100 คันที่เป็นทรัพย์สินสัมพันธ์ไม่เจอแม้แต่คันเดียว มีแต่คู่มือทะเบียนรถ แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า นับตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2552-31 พฤษภาคม 2552

ซึ่งเป็นกำหนดเวลาที่ประกาศให้เจ้าหนี้ บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจไปแล้วเข้ามาแจ้งยื่นขอรับชำระหนี้ต่อผู้ชำระบัญชีและกองทุนประกันวินาศภัย หรือ กปว. (General Insurance Fund) ปรากฏว่า มีเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย เจ้าหนี้ทั่วไป (เจ้าหนี้การค้า) และเจ้า หนี้คืนเบี้ยมายื่นเรื่องทั้งหมด 13,863 ราย เป็นจำนวนเงิน 2,384,854,787 บาท แบ่งเป็นเจ้าหนี้ที่มายื่นเรื่องที่คปภ.สำนักงานใหญ่ 3,185 ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 1,321,434,296 บาท ส่วนภูมิภาคทั้ง 7 ภาค จำนวน 7.724 ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 786,715,922 บาทและสำนักงาน คปภ.เขตในกรุงเทพฯ อีก 2 เขต จำนวน 2,954 ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 276,704,569 บาท อย่างไรก็ดี ในจำนวนเจ้าหนี้ทั้งหมดมีเจ้าหนี้ที่มีสิทธิได้รับการชำระหนี้จากกองทุนประกันวินาศภัย จำนวน 12,830 ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 1,173 ล้านบาท

“ถามว่าระหว่างนี้ถ้ามีเจ้าหนี้มายื่นขอรับชำระหนี้เพิ่มเติมอีกจะทำได้หรือไม่ ตรงนี้เป็นอำนาจของผู้ชำระบัญชี แต่เราขอความร่วมมือกับทางผู้ชำระบัญชีอยากให้รับเรื่องไว้พิจารณาเป็นหนี้สินให้ทำเป็นการภายใน แต่จะไม่ประกาศขยายเวลาการ ยื่นชำระหนี้ออกไปอีกไม่อย่างนั้นไม่จบเรื่อง”

สำหรับทรัพย์สินของสัมพันธ์ประกันภัย แหล่งข่าวกล่าวว่า จากเดิมที่ทางผู้ชำระบัญชีมีการตรวจพบคู่มือทะเบียนรถยนต์ประมาณ 100 กว่าคัน ส่วนหนึ่งเป็นรถราคาแพง อาทิ รถเบนซ์ รถตู้ เป็นต้นนั้นจากการตรวจสอบล่าสุดไม่พบตัวรถแม้สักคันเดียวมีแต่คู่มือทะเบียนรถเท่านั้นกำลังติดตามอยู่ ส่วนที่ดินอยู่ระหว่างตรวจสอบ อีกทั้งยังมีลูกหนี้ตามคำพิพากษาของศาลซึ่งถือเป็นทรัพย์สินรายการหนึ่งของสัมพันธ์ประกันภัยอีกจำนวนหนึ่งมูลค่าไม่มากประมาณ 10 ล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวว่า คาดว่าผู้ชำระบัญชีน่าจะติดตามและรวบรวมทรัพย์สินแล้วเสร็จได้เร็วๆ นี้ หลังจากนั้นจะให้ทางผู้ตรวจสอบบัญชีเข้ามาตรวจสอบอีกรอบก่อนจะเริ่มเฉลี่ยคืนหนี้ให้กับเจ้าหนี้ ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ชำระบัญชีเช่นกันว่าจะจ่ายหนี้ให้กับเจ้าหนี้ตามสัดส่วนไปก่อนถ้าไม่พอถึงค่อยยื่นล้มละลายหรือจะเลือกวิธียืนขอล้มละลายเลย

www.siamturakij.com

ที่มาของข่าว :: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1005 ประจำวันที่ 13-16 มิถุนายน 2552


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 อังคาร, 16/6/2552
 เวลา :
11:52
 IP:
125.24.11.88

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       'ประกันมะเร็ง' แข่งเบี้ยถูกชิงลูกค้า เมืองไทยฯ-เอเอซีพี-เทเวศฯโดดร่วมวงขยายตลาด ประชันกรมธรรม์ใหม่เพิ่มความคุ้มครองสูงสุด

บริษัทประกันปรับกรมธรรม์ประกันมะเร็งใหม่ ย้ำจุดขายเบี้ยไม่แพง เพิ่มความคุ้มครอง เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทั่วไปช่วงเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น เมืองไทยประกันชีวิตชูสัญญาเพิ่มเติม จ่ายผลประโยชน์ 115% ของทุนประกัน การันตีผลประโยชน์ดีสุดในระบบ เบี้ยขั้นต่ำ 82 บาทต่อเดือน ด้านเทเวศประกันภัยปรับสินค้าเจาะกลุ่มวัยต่ำกว่า 40 ปี รุกโฆษณาผ่านสื่อทีวี เบี้ย 799 บาทต่อปี ส่วนผู้นำตลาด "เอเอซีพี" รอจังหวะไตรมาส 3 เสริมคุ้มครองโรคร้ายอื่นๆ เน้นจุดขายไม่ต้องตรวจสุขภาพ

ในช่วง 2- 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทประกันชีวิตหลายแห่งหันมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับกรมธรรม์ประกันมะเร็ง ในรูปแบบแพ็กเกจที่ง่าย จ่ายเบี้ยไม่แพง และขายผ่านช่องทางที่เข้าถึงผู้ซื้อได้สะดวก เช่น เทเลมาร์เก็ตติ้ง ขณะที่ปี2552 นี้ บริษัทประกันภัยโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้เช่นกัน โดยที่ภาพรวมกรมธรรม์ประกันมะเร็งยังเป็นสินค้าที่ขายได้ตามกระแส

นางพรชนก บัญชาเมตตากุล ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุดบริษัทได้ออกกรมธรรม์ใหม่ "สัญญาเพิ่มเติมประกันมะเร็ง" ให้ความคุ้มครองประกันมะเร็งทุกประเภททั้งหญิงและชาย ใน 4 รูปแบบ เริ่มตั้งแต่ทุนประกัน 300,000 บาท ทุนประกัน 500,000 บาท ทุนประกัน 1,000,000 บาท และทุนประกัน 2,000,000 บาท กำหนดจ่ายเบี้ยประกันขั้นต่ำ 82 บาทต่อเดือน (ปรับเบี้ยตามอายุ เพศ และความเสี่ยง) โดยเริ่มทำตลาดเจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย หรือ Mass Market แต่จะเน้นคนที่ยังไม่มีความคุ้มครองประกันชีวิตเป็นหลัก

ตัวอย่าง อายุ 30 ปี ทุนประกัน 1,000,000 บาท จ่ายเบี้ยประกัน 900 บาทต่อปี ได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น นอนพักในโรงพยาบาลขั้นต่ำ 3,000 บาทต่อวันสูงสุด 180 วัน หากตรวจพบมะเร็งก่อนลุกลาม จ่ายผลประโยชน์ 115% ของทุนประกัน และลุกลามจ่ายผลประโยชน์ 100% ของทุนประกัน ถือว่าจ่ายผลประโยชน์สูงสุดในตลาดขณะนี้และเริ่มทำตลาดแล้ว

"บริษัทวางแผนพัฒนากรมธรรม์นี้มาตั้งแต่ต้นปี เพื่อตอบสนองความต้องการของคนที่รักษาสุขภาพ โดยต่อยอดจากแพ็กเกจประกันโรคร้ายแรงและโครงการเลดี้ แคร์ หรือสัญญาเพิ่มเติมประกันมะเร็งสำหรับผู้หญิงในปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าเบี้ยรับประกันโรคร้ายแรงและมะเร็งเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากเบี้ยในปีก่อนอยู่ที่ 50 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้มีเบี้ย 13 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเบี้ย 8 ล้านบาท" นางพรชนกกล่าว

ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่าแนวโน้มอัตราการตายของคนไทยปัจจุบัน อันดับแรกมีสาเหตุจากโรคมะเร็ง รองลงมาเป็นอุบัติเหตุ โรคหัวใจและความดันในหลอดเลือด ทำให้ที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของสัญญาความคุ้มครองเพิ่มเติมโรคร้ายแรงในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.2552) เพิ่มถึง 10% เมื่อเทียบกับสัญญาเพิ่มเติมประกันชีวิตหลักที่เคยได้รับความนิยมอยู่แล้ว เช่น ความคุ้มครองทุพพลภาพ สุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งมีอัตราการเติบโตขึ้นอยู่กับโปรโมชันและฤดูการขาย

สอดคล้องกับนายชาติชาย ชินเวชกิจวานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ปรับรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยมะเร็งใหม่ หรือ "One for All " เริ่มทำตลาดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เจาะกลุ่มอายุน้อยกว่า 40 ปี เบี้ยประกันถูกเริ่มต้นวันละ 1 บาท เบี้ยประกันภัยคงที่ทุกอายุราคาเดียว ทุนประกันเริ่มขั้นต่ำ 50,000 บาท, 100,000 บาท และ 150,000 บาท เบี้ยประกันภัยต่อปี 403 บาท ,799 บาท และ 1,129 บาทตามลำดับ แต่ยังคงจุดเด่นไม่ต้องตรวจสุขภาพ ตรวจพบมะเร็งทุกระยะทุกชนิดรับเงินก้อน ยกเว้นมะเร็งผิวหนัง พร้อมกันนี้บริษัทได้ทำตลาดผ่านสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ ย้ำจุดสนใจที่ "เบี้ยประกัน 799 บาท" ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้จะมีเบี้ยประมาณ 10 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยมะเร็ง "ภูมิชีวิต" เริ่มทำตลาดเดือนสิงหาคมปีก่อน แต่เนื่องจากทุนประกันและเบี้ยประกันค่อนข้างสูง โดยมีทุนประกันเฉลี่ยที่ 300,000-500,000 บาท และเบี้ยประกันต่อปีประมาณ 5,000-8,000 บาท ทำให้ไม่ได้รับความนิยมโดยที่ผู้บริโภคหันไปซื้อประกันประเภทอื่นที่จำเป็นมากกว่า เพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลที่ปรับขึ้น 10-15% ในปีนี้

ด้านนางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต (เอเอซีพี) กล่าวว่า ไตรมาส 3 ปีนี้บริษัทจะกลับมารุกตลาดกรมธรรม์ประกันมะเร็ง พร้อมทั้งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นโรคร้ายแรงประเภทอื่นที่คนทั่วไปกังวล เป็นการให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมต่อยอดจากประกันมะเร็ง โดยยังเน้นอัตราเบี้ยประกันที่ 20 บาทต่อวันและไม่ต้องตรวจสุขภาพเป็นจุดขาย คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีเบี้ยรับเติบโตไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา

บริษัทเอเอซีพีฯเป็นผู้เปิดตลาดประกันมะเร็งให้เป็นที่รู้จักและโฆษณาเพิ่มยอดขายผ่านเทเลมาร์เก็ตติ้งอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมตลาดผู้บริโภคตื่นตัวสนใจซื้อประกันนี้เพิ่มขึ้น ขณะที่เบี้ยประกันมะเร็ง ปีก่อนเติบโตขึ้นถึง 499% เมื่อเทียบปี 2550 โดยเพิ่มจาก 18.10 ล้านบาทเป็น 90.33 ล้านบาท หรือมีจำนวนรายเพิ่มจาก 5,785 รายเป็น 49,654 ราย เติบโตขึ้นถึง 858%

โดยที่มูลค่าสินไหมรวมของบริษัทปีก่อนอยู่ที่ 7,500 ล้านบาท จำนวน 500-700 ราย ถือเป็นมูลค่าสินไหมประกันมะเร็งไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าสินไหมประกันสุขภาพปกติ ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความถี่เคลมค่าห้องพักในโรงพยาบาลมากกว่า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อครั้งประมาณ 3,000-5,000 บาท ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีศักยภาพสามารถขยายตลาดเพิ่มได้อีกมาก

www.thannews.th.com

ที่มาของข่าว :: นสพ. ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2435 ประจำวันที่ 14-17 มิถุนายน 2552


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 พุธ, 17/6/2552
 เวลา :
22:33
 IP:
118.172.80.203

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       คปภ.ตั้ง TMB ดูแลทรัพย์มูลค่ากว่า 1.5 แสนล้าน

คปภ. แต่งตั้งธนาคารทหารไทย ดูแลทรัพย์สินมูลค่ากว่า 159,000 ล้านบาท "บุญทักษ์" มั่นใจตอบสนองความต้องการได้ทุกด้าน

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB) กล่าวว่า ธนาคารได้มีพิธีลงนามสัญญาแต่งตั้งผู้รักษาหลักทรัพย์ ระหว่างธนาคารกับคปภ. เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการรับฝากทรัพย์สินและดูแลรักษาทรัพย์สินเงินสำรองประกันภัย เพื่อการรับมอบและจัดเก็บเอกสารสินทรัพย์ของบริษัทประกันภัยที่นำมาเป็นประกันให้แก่ คปภ. ในมูลค่ารวมกว่า 159,000 ล้านบาท

"ธนาคารมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงาน คปภ.ในการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาหลักทรัพย์ ซึ่งจากประสบการณ์และความเป็นเลิศในด้านการให้บริการรับฝากทรัพย์สินและดูแลทรัพย์สินธุรกิจประกันภัยของธนาคารนั้น เป็นเครื่องการันตีได้ว่าการให้บริการในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. โดยธนาคารมุ่งหวังที่จะตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ ของสำนักงาน คปภ. ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง"

ตามสัญญาดังกล่าว ธนาคารมีหน้าที่ให้บริการในฐานะผู้รับฝากทรัพย์สิน โดยธนาคารมีหน้าที่เปิดบัญชีรับฝากทรัพย์สิน (Custody Account) ดูแลเก็บรักษาทรัพย์สินของ คปภ. ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงหลักทรัพย์ ตราสารแห่งหนี้หรือทรัพย์สินอื่นใด รับและส่งมอบทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังทำการตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของหลักทรัพย์อีกด้วย

"ธนาคารเล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจด้านการรับฝากทรัพย์สิน และเห็นว่าธุรกิจด้านนี้ของธนาคารจะสามารถเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง เป็นที่เชื่อมั่นให้กับสังคมไทยเพราะในปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินของบริษัทประกันภัยมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 1.031 ล้านล้านบาท จากกลุ่มบริษัทประกันชีวิตทั้ง 25 บริษัทและกลุ่มบริษัทประกันวินาศภัยทั้ง 70 บริษัทในปัจจุบัน โดยที่ คปภ. ได้มีระเบียบและมาตรการควบคุมการบริหารจัดการของธุรกิจประกันภัยในการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจสังคมไทย จึงได้กำหนดให้บริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัยมีการจัดสรรสินทรัพย์เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าจำนวนเงินสำรองและจำนวนภาระหนี้สินที่มีต่อผู้เอาประกัน ซึ่งบริษัทต้องนำทรัพย์สินเงินสำรองประกันภัยมาเป็นประกันความเชื่อมั่นไว้กับ คปภ. โดยใช้บริการจาก TMB ในการเป็นผู้ดูแลรักษาทรัพย์สินนี้"

www.bangkokbiznews.com

ที่มาของข่าว :: นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 17 มิถุนายน 2552


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 ศุกร์, 19/6/2552
 เวลา :
13:23
 IP:
125.24.84.220

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       คปภ. ยันระงับข้อพิพาทอนุญาโตฯ โปร่งใส

ไม่เอาเปรียบบริษัทจ่ายสินไหมไม่เป็นธรรม

“จันทรา” ยันกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการของคปภ. โปร่งใส มีกฎหมายรองรับไม่ได้เอาเปรียบบริษัทตามที่มีการกล่าวอ้างเข้าข้างผู้เอาประกันทำให้บริษัทไม่ได้รับความเป็นธรรมต้องจ่ายสินไหมสูงเกินจริงเหตุมีกลุ่มทนายบางกลุ่มเข้ามาหาประโยชน์ จากอนุญาโตตุลาการ ย้ำผู้เอาประกันมีสิทธิชอบธรรมที่จะใช้ทนายความและทนายความอยู่ภายใต้กฎหมายอนุญาโตตุลาการ ชี้การชดใช้ค่าเสียหายของบริษัทต้องตามความเสียหายจริงเกินทุนประกันไม่ได้ผิดกฎหมาย

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ชี้แจงรายละเอียดกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ. ว่า ตามที่ได้มีการกล่าวอ้างว่า ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนผู้เสียหายที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย เมื่อมีข้อพิพาทการเรียกร้องค่าเสียหายจากสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย

หากเสนอเรื่องให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยแล้วจะทำให้ได้รับค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนจำนวนที่สูงกว่าความเป็นจริง ทำให้บริษัทประกันภัยที่ถูกเรียกร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมและมีความเข้าใจว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายผู้เสนอข้อพิพาทและกระบวนการดังกล่าว ยังเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทนายความบางกลุ่มที่รับเป็นผู้แทนผู้เสนอข้อพิพาทให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัยเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์นั้น

สำนักงาน คปภ. ขอชี้แจงทำความเข้าใจว่า ความเข้าใจดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการเป็นกระบวนการระงับข้อพิพาทที่มีกฎหมาย ระเบียบรองรับการดำเนินงาน และการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนก็เป็นไปตามหลักความเสียหายที่แท้จริงตามเงื่อนไขของสัญญาประกันภัยโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังมีข้อเท็จจริงดังนี้

1.กระบวนการระงับข้อพิพาท ด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. เป็นการระงับข้อพิพาททางแพ่งและพาณิชย์อันเนื่องจากสัญญาประกันภัย ระหว่างผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ ผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยการเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายตามสัญญาประกันภัยดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามสัญญาประกันภัยตามปกติ เนื่องจากเงื่อนไขทั่วไปของกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. หากมีข้อพิพาทตามสัญญาประกันภัยเกิดขึ้น ดังนั้น การเสนอข้อพิพาทเพื่อใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทดังกล่าวจึงเป็นการใช้สิทธิโดยชอบตามกฎหมายและการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการดังกล่าวได้มีกฎหมายรองรับการดำเนินการ ได้แก่ ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2551 และพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 รวมทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย

2.เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า เมื่อผู้เสนอข้อพิพาทได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทเรียกร้องค่าเสียหายกับบริษัทประกันภัยต่อสำนักงาน คปภ. เพื่อให้มีการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการนั้น จะทำให้ได้รับค่าเสียหายจำนวนที่สูงกว่าความเป็นจริง ทำให้บริษัทประกันภัยที่ถูกเรียกร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น ส่วนอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ. ได้วิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีการเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายตามเงื่อนไขสัญญาประกันภัย ไม่ว่าในชั้นการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของพนักงานเจ้าหน้าที่หรืออนุญาโต ตุลาการหรือศาล ก็ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายตามสิทธิและหน้าที่ ตามเงื่อนไขสัญญาประกันภัย คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องเป็นความเสียหายที่มีความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย และการชดใช้ค่าเสียหายของบริษัทประกันภัยก็จะต้องชดใช้ตามความเสียหายที่แท้จริง จะชดใช้เกินกว่าความเสียหายหรือเกินจำนวนเงินเอาประกันภัยมิได้ เนื่องจากจะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายและการที่ได้มีทนายความเข้ามาเป็นผู้แทนผู้เสนอข้อพิพาท ถือว่าเป็นสิทธิโดยชอบของประชาชนผู้เอาประกันภัยที่จะหาผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับข้อพิพาทหรือความรู้ด้านกฎหมายเข้ามาช่วยเหลือเกี่ยวกับกระบวนพิจารณา เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเองและทนายความเหล่านั้นต้องอยู่ภายใต้กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการตามกฎหมาย อีกทั้งการพิจารณาเรียกร้องค่าเสียหายต้องอยู่ในกรอบของสิทธิเรียกร้องตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวแล้วข้างต้น จึงเป็นเรื่องปกติ และไม่มีผู้ใดเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในกระบวนการระงับข้อพิพาท ด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. แต่อย่างใด

3.กรณีเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า เมื่อมีการร้องเรียนให้สำนักงาน คปภ. พิจารณาแล้วอาจทำให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยได้รับรู้ถึงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่ในความคุ้มครองที่ถูกต้อง โดยผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนไม่ทราบมาก่อนว่าบริษัทประกันภัยมีหน้าที่ต้องชดใช้หากมีความเสียหาย เช่น ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่าขาดรายได้ ค่าขาดไร้อุปการะหรือค่าเสียหายที่เกี่ยวเนื่องจากการกระทำละเมิด เป็นต้น

เมื่อบริษัทประกันภัยบางบริษัทต้องจ่ายค่าเสียหายกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม จึงเข้าใจว่าทำให้บริษัทเสียหายจากการที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมเพิ่มเติมหรือเข้าใจว่ามีกลุ่มบุคคลมาแสวงหาประโยชน์ในกระบวนการดังกล่าว ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องและคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง เนื่องจากเป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยตามสัญญาประกันภัยโดยชอบด้วยกฎหมาย

www.siamturakij.com


ที่มาของข่าว :: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1005 ประจำวันที่ 13-16 มิถุนายน 2552


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 เสาร์, 20/6/2552
 เวลา :
21:23
 IP:
125.24.83.186

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       "นำสิน" ชี้ประกันภัยเมืองกรุงแข่งดุหันบุกตลาดรายย่อยภูธร

"นำสินประกันภัย" เร่งบุกตลาดรายย่อย ชูเครือข่ายสาขา-ตัวแทนรุกหนักพื้นที่ต่างจังหวัด ชี้แข่งขันต่ำ แถมช่วยกระจายความเสี่ยง คาดเบี้ยหดลง แต่กำไรไม่ลดแน่ มั่นใจล้างขาดทุนสะสมหมดในสิ้นปีหน้า

นายสมบุญ ฟูศรีบุญ กรรมการผู้จัดการ บมจ.นำสินประกันภัย เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทวางแผนการเติบโตจากการขยายตลาดลูกค้ารายย่อยให้มีเบี้ยรับเพิ่มเป็น 70% ของเบี้ยรวม จากปีที่แล้วอยู่ที่ 60% โดยจะรุกเจาะตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก เพราะการแข่งขันจากคู่แข่งโดยเฉพาะด้านราคามีน้อยกว่าในพื้นที่กรุงเทพฯค่อนข้างมาก ซึ่งบริษัทกำหนดนโยบายรับประกันภัยแบบมีกำไร จะทำให้บริษัทเติบโตได้มากกว่าเน้นด้านเบี้ยรับ และอาศัยเครือข่ายสาขาที่มีอยู่เกือบ 30 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางตัวแทนนายหน้าอีกกว่า 600 ราย เป็นช่องทางหลักในการทำตลาด

"การรุกตลาดรายย่อยช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า เพราะถ้าบริษัทมีพอร์ตลูกค้าองค์กรอยู่มากเกินไป หากลูกค้าหลุดไปเพียงรายเดียวก็ส่งผลกระทบต่อเบี้ยรับอย่างรุนแรง เพราะลูกค้าแต่ละรายจ่ายเบี้ยค่อนข้างมาก อย่างปีนี้ก็เพิ่งเลิกรับประกันภัยเบ็ดเตล็ดกับคู่ค้าไปรายหนึ่ง เนื่องจากอัตราความเสียหายสูงมาก แม้จะขอปรับเพิ่มเบี้ยให้เหมาะสมกับความเสียหายแล้ว แต่ลูกค้าไม่ยอมก็ต้องยกเลิกไป ทำให้เบี้ยจากส่วนนี้หายไปถึง 150 ล้านบาทในปีนี้"

สำหรับเป้าหมายเบี้ยรับในปีนี้ นายสมบุญกล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับไว้ที่ 1,080 ล้านบาท แบ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ 999 ล้านบาท เติบโต 7-8% ประกอบด้วยภาคบังคับ 333 ล้านบาท และภาคสมัครใจ 666 ล้านบาท ส่วนประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์จะมีเบี้ยประมาณ 80 ล้านบาท ซึ่งลดลงมากถึง 150 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ยกเลิกการรับประกันภัยเบ็ดเตล็ดบางรายการออกไปดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แม้ปีนี้บริษัทจะมีเบี้ยลดลง แต่น่าจะมีกำไรจากการรับประกันภัยมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว เพราะได้ตัดส่วนที่ขาดทุนออกไปจากพอร์ตการรับประกันภัย

นายสมบุญกล่าวอีกว่า บริษัทมีแผนจะขยายช่องทางแบงก์แอสชัวรันซ์ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งพอร์ตงานรับประกันภัยจาก ธ.ก.ส. มีคุณภาพดี บริษัทจึงต้องการขยายงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการขยายตลาดดังกล่าวทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากบริษัทประกันวินาศภัยที่เป็นพันธมิตรหลักกับ ธ.ก.ส.ก็ต้องพยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้เช่นกัน

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะล้างขาดทุนสะสมซึ่งมีอยู่ 126 ล้านบาท ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2553 โดยมั่นใจว่าหากสามารถทำได้ตามแผนดังกล่าวในช่วงต้นปี 2554 จะสามารถจ่ายปันผลได้ รวมถึงจะยิ่งทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีเงินกองทุน 600 ล้านบาท คิดเป็น 400% ของเกณฑ์ตามกฎหมาย

www.matichon.co.th/prachachat

ที่มาของข่าว :: นสพ. ประชาชาติธุรกิจ ฉบับที่ 4115 ประจำวันที่ 18 มิถุนายน 2552


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 จันทร์, 22/6/2552
 เวลา :
14:08
 IP:
125.24.16.116

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       ประกันข้าวแจ้งเกิดต้นปี 53

> รัฐเจียดเงินกู้ 4 แสนล้านจ่ายเบี้ยให้เกษตรกร

วินาศภัยขานรับทันควัน! นโยบายรัฐต้นปี 53 ผุด “ประกันภัยข้าว” ต่อยอดจากโครงการประกันภัยพืชผลที่ใช้ดัชนีน้ำฝนวัดค่าภัยแล้ง (Weather Index) รัฐตั้งธง! พื้นที่เพาะปลูกนอกเขตชลประทานนำร่องทุ่งกุลาร้องไห้ เกษตรกรเตรียมเฮ! รัฐดึงงบเงินกู้ 4 แสนล้านจ่ายเบี้ยให้ส่วนหนึ่ง ประกันเผย 2 ปัญหาใหญ่ ขาดแคลนสถานีวัดปริมาณน้ำฝนและนักวิชาการหลังเจอประสบการณ์ตรงตอนรับประกันข้าวโพดเลี้ยง สัตว์ ชี้ค่ายประกันตบเท้าร่วมประกันข้าวแล้ว 16 บริษัท ส่วนประกันข้าวโพดไม่เปรี้ยงเหมือนที่คาด เกษตรกรทำประกันน้อยเพราะไม่มีกำลังจ่ายเบี้ย

นายถนัด จีรชัยไพศาล ประธานคณะกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ดอุบัติเหตุและสุขภาพ สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังจะจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการภายใต้กรอบนโยบายไทยเข้มแข็ง 2555 ในวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2552 ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้า ร่วมรวมถึงธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) จะมีการหารือถึงนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการปลูกข้าวซึ่งต้องการให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงให้กับเกษตรกรที่ปลูกข้าวอย่างครบวงจร โดยจะให้บริษัทประกันภัยเข้าไปรับประกันภัยความเสี่ยงระหว่างการเพาะปลูกข้าวผ่านโครงการประกันภัยพืชผลจากภัยแล้งที่ใช้ดัชนีน้ำฝนและดัชนีความแห้งแล้ง (Weather Index) วัดค่าความเสียหายที่ทำอยู่กับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบัน

“การประกันภัยข้าวอยู่ในกระบวนการของการศึกษาโดยพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่อยู่ในเป้าหมายของรัฐบาลในเบื้องต้นเน้นไปที่พื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานจะใช้พื้นที่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพื้นที่ศึกษานำร่องโครงการ ซึ่งการปลูกข้าวต้องอาศัยปริมาณน้ำฝน เป็นสำคัญหากพื้นที่แห้งแล้งจะทำให้ข้าวตาย ดังนั้นจึงต้องการเอาโครงการประกันภัยพืชผลไปเป็นเครื่องมือลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกรที่ปลูกข้าว”

อย่างไรก็ดี นายถนัดกล่าวว่า เพื่อเตรียมความพร้อมรับประกันภัยข้าวซึ่งคาดว่าโครงการน่าจะเริ่มได้เร็วที่สุดประมาณต้น ปี 2553 ทางสมาคมฯ ได้เตรียมข้อมูลผลการรับประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วง 2 ปีที่เริ่มโครงการมาเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลใช้เป็นข้อมูลประกอบการรับประกันภัยข้าว ด้วยโดยรวบรวมปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่พบในการรับประกันภัยที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาใหญ่คือจำนวนสถานีวัดปริมาณน้ำฝนมีไม่เพียงพอ ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีการรับประกันภัยหลังจากมีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่ม

ทั้งนี้ เพราะสถานีวัดปริมาณน้ำฝนส่วนใหญ่จะมีอยู่ในกรมอุตุนิยมวิทยาตามจังหวัดหรืออำเภอขนาดใหญ่ห่างไกลจากพื้นที่เพาะปลูกซึ่งทางธนาคารโลกกำหนดพื้นที่ทำงานของสถานีวัดปริมาณน้ำฝนอยู่ในรัศมี 25 กิโลเมตรรอบสถานี ซึ่งการขาดแคลนสถานีวัดปริมาณน้ำฝนจะมีผลกระทบต่อการรับประกันภัยข้าวด้วยเพราะใช้ปริมาณน้ำฝนวัดค่าความแห้งแล้งเหมือนกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งจะดูปริมาณน้ำฝนตกในแต่ละช่วงมีมากแค่ไหนเท่ากับต้องใช้เครื่องวัดปริมาณน้ำฝนเครื่องเดียวกัน

ยิ่งกว่านั้น ยังมีปัญหาขาดแคลนนักวิชาการด้วย อย่างข้าว ต้องมีนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องข้าวมาให้ข้อมูลข้าว แต่ละสายพันธ์มีความต้องการน้ำฝนแต่ละช่วงเพาะปลูกเป็นอย่างไร เช่น การเพาะปลูกในช่วงแรกข้าวต้องการน้ำเท่าไรเพื่อให้เติบโตได้ เป็นต้น เพราะสภาพพื้นดิน อุณหภูมิในแต่ละจังหวัดแตกต่างกัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญต่อการกำหนด เงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัย

นายถนัดกล่าวว่า การรับประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเจอปัญหาเกษตรกร มีข้อจำกัดด้านความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันภัยด้วยเนื่องจากเกษตรกรต้องเป็นจ่ายเบี้ยประกันเองทั้งหมดในอัตรา 100 บาท ต่อไร่ทำให้จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการมีน้อย ทั้งที่ค่าเบี้ยประกันภัยต่ำกว่าต้นทุนในการปลูกข้าวโพดจริงซึ่งอยู่ที่ 240-250 บาทต่อไร่ หมายความว่าหากจะให้ความคุ้มครองคุ้มกับต้นทุนจริงเกษตรกร ต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มเป็น 240-250 บาทต่อไร่ แต่เกษตรกรไม่สามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยสูงกว่านี้ได้ ต่างจากการรับประกันภัยข้าว ซึ่งทางรัฐบาลมีดำริที่จะสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยส่วนหนึ่งให้กับเกษตรกร แต่ยังไม่กำหนดสัดส่วนเท่าไร

“ตอนนี้ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เขาก็มีความร่วมมือกับทางเจบิกของญี่ปุ่นทำโครงการประกันภัยข้าวที่ใช้ดัชนีน้ำฝนวัดค่าความแห้งแล้งอยู่เช่นกันทำอยู่ที่ขอนแก่นอยู่ระหว่างทดลองโครงการ โดยโครงการประกันภัยข้าวที่จะเกิดในปีหน้าโมเดลที่จะใช้ยังไม่รู้เป็นของธ.ก.ส.หรือไม่ต้องดูกันอีกที รวมถึงต้องดูคำแนะนำรวมถึงการสนับสนุนจากทางเวิลด์แบงก์ด้วยจะให้ความช่วยเหลือด้านใดบ้างหลังจากตอนรับประกันข้าวโพดเขาซัพพอร์ตด้านการศึกษาวิจัย เช่น ข้าวโพดต้องการน้ำแค่ไหน รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านแบบประกันและวิธีคิดเบี้ยประกันภัย โดยการรับประกันภัยข้าวตอนนี้มีบริษัทประกันภัยสมัครใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 16 บริษัท”

ต่อข้อถามการรับประกันภัยข้าวจะขยายดัชนีชี้วัดไปถึงความเสียหายจากภัยน้ำท่วมนอกจากภัยแล้งได้หรือไม่ นายถนัดกล่าวว่า น้ำท่วมมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากกว่าภัยแล้ง การวัดค่าทำได้ยากกว่า แต่การวัดค่าความเสียหายจากภัยน้ำท่วมทางธนาคารโลกจ้างบริษัทที่ปรึกษามาทำการศึกษาพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่จ.เพชรบูรณ์ซึ่งเป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมบ่อยอยู่พยายามสร้างค่าดัชนีชี้วัดอยู่

สำหรับการรับประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วง 2 ปีนี้ นายถนัดกล่าวว่า ในปี 2551 มีเกษตรกรทำประกันภัยทั้งสิ้น 324 ราย พื้นที่เพาะปลูก 6,689 ไร่ เบี้ยประกันภัย 720,000 บาท ขณะที่ปี 2552 ที่เพิ่งปิดโครงการไปมีเกษตรกรทำประกันภัย 755 ราย พื้นที่เพาะปลูก 12,247 ไร่ เบี้ยประกันภัย 1.14 ล้านบาท ครอบคลุม 5 พื้นที่ โดยมีบริษัทประกันภัยรับประกัน 10 บริษัท แม้ก่อนหน้านี้ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะถอนตัวออกไป แต่มีบริษัทใหม่คือ บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด และบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ามาแทน

อนึ่ง โครงการไทยเข้มแข็งใช้งบประมาณในพ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท เท่ากับค่าเบี้ยประกันภัยส่วนหนึ่งที่รัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายให้กับเกษตรกรที่ปลูกข้าวจะมาจากเงินกู้ก้อนนี้ด้วย

www.siamturakij.com

ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1007 ประจำวันที่ 20-23 มิถุนายน 2552


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 พฤหัสบดี, 25/6/2552
 เวลา :
15:24
 IP:
125.24.12.7

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       ประกันภัยแข่งเคลมออนไลน์

บริษัทอีเอ็มซีเอส ไทย เดินหน้าบริการเคลมออนไลน์ ช่วยประกันดึงลูกค้า

นายธงไชย ภาณุมาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเอ็มซีเอส ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทประกันภัยที่ใช้ระบบเคลมออนไลน์ (e-Claim) ของบริษัทแล้วจำนวน 28 บริษัท อู่คู่สัญญาทั่วประเทศ 1,172 ราย ร้านกระจกในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 37 ราย ร้านอะไหล่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 55 ราย ศูนย์บริการรถยนต์ 25 ราย และบริษัทสำรวจภัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 16 ราย และต่อไปศูนย์บริการในต่างจังหวัดยังสามารถใช้บริการจัดหาอะไหล่ให้ร้านค้าอะไหล่และอู่ซ่อมรถทั่วไปในเขตของตนได้ด้วย

สำหรับเหตุผลที่มีธุรกิจหลากหลายกลุ่มเข้ามาใช้บริการระบบเคลมออนไลน์ เพราะได้ประโยชน์หลายด้าน สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ในระบบหลักโดยตรงจากข้อมูลในระบบของบริษัท ลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์เอกสารและการส่งข้อมูล สามารถขออนุมัติต่างๆ ผ่านระบบ มีการจัดเก็บข้อมูลและรูปถ่ายความเสียหายที่เกิดกับรถของลูกค้า และที่สำคัญคือระบบมีรายงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามงานได้ตลอดเวลาในทุกขั้นตอน

ขณะที่เจ้าของธุรกิจยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ใช้ข้อมูลในการวางแผนและกำหนดนโยบาย และใช้วัดผลการทำงานของพนักงานได้

“ที่ผ่านมาเราได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันระบบเคลมออนไลน์เข้าสู่เวอร์ชันที่ 3 แล้ว จากที่ให้บริการบริษัทประกันภัย สามารถขยายการให้บริการถึงคู่สัญญาของบริษัทประกันภัยกับอู่ ศูนย์บริการหรือดีลเลอร์ ร้านกระจก ส่งข้อมูลกับร้านอะไหล่ ส่งข้อมูลการเกิดเหตุจากบริษัทสำรวจภัยให้บริษัทประกัน และการประมูลซากรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต” นายธงไชย กล่าว

นายธงไชย เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้ร่วมกับสถาบันการวิจัยชั้นนำ เกี่ยวกับการซ่อมยานยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุจากประเทศอังกฤษ อบรมมาตรฐานการประเมินความเสียหายรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ มาตรฐานวิธีการซ่อมเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ มาตรฐานการใช้วัสดุทดแทนเพื่อความปลอดภัยและประหยัด มาตรฐานอะไหล่เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และมาตรฐานความเป็นธรรมแก่บริษัท และผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทประกันภัย อู่ซ่อม ศูนย์บริการรถยนต์ ร้านอะไหล่ และเจ้าของรถผู้ซื้อกรมธรรม์

www.posttoday.com

ที่มาของข่าว :: นสพ. โพสต์ทูเดย์ ฉบับประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2552


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


prakanpai
 จาก m
 เสาร์, 27/6/2552
 เวลา :
12:30
 IP:
125.24.26.108

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       ประกันโหม "กรมธรรม์รถสำเร็จรูป"

ประกันวินาศภัยเครือแบงก์ดี๊ด๊า แห่ออกประกันรถยนต์สำเร็จรูป ลุยตลาดสุดเดือด อาศัยจุดแข็งสาขาแบงก์ ปูพรมรุกหนักทั่วประเทศ ชูโปรดักต์ซื้อง่าย-เปิดใช้ได้ตามต้องการ งัดลูกเล่นเฉือนกันอุตลุด

หลังจากตลาดประกันภัยรถยนต์เริ่มมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนมาสู่แบบประกันประเภท 5 (หรือ 3 พิเศษ) มากขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกัน ทำให้บริษัทประกันวินาศภัยหลายแห่งเริ่มปรับตัวมาสู่การขายแบบประกันรถยนต์สำเร็จรูปผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันซ์ โดยอาศัยเครือข่ายสาขาของธนาคารในการทำตลาดได้ครอบคลุมทั่วประเทศ

นายวาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันภัย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทมีแผนจะเปิดตัวแบบประกันภัยรถยนต์สำเร็จรูป ซึ่งเน้นการขายที่สะดวกรวดเร็วผ่านช่องทางสาขาธนาคารกสิกรไทย โดยลูกค้าสามารถซื้อและโทร.ไปเปิดใช้บริการได้ตามต้องการ ซึ่งจะมีแบบประกันภัยรถยนต์ 3 แบบให้เลือกซื้อได้ คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.), ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 และประเภท 5 ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวแบบประกัน ดังกล่าวในต้นเดือน ก.ค.นี้

"เราเพิ่งปรับแก้ระบบงานบางส่วนเพิ่มเติมในการรับประกันภัยวิธีนี้ ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดตัวแบบประกันไปอีก 1-2 เดือน ซึ่งมองว่าเราไม่ได้เสียโอกาส แม้คู่แข่งจะ เริ่มทำตลาดแบบประกันสำเร็จรูปไปก่อน เพราะการขายผ่านแบงก์แอสชัวรันซ์แต่ละธนาคารจะมีฐานลูกค้าของตัวเองอยู่แล้ว รวมถึงบริษัทยังมีบริการเสริมให้แก่ลูกค้าเพื่อสร้างความแตกต่างด้วย เช่น ที่ปรึกษาด้านสุขภาพและบริการด้านการซ่อมเครื่องยนต์ จึงมั่นใจว่าจะสามารถเข้ามาสู้ในตลาดดังกล่าวได้" นายวาสิตกล่าว

ด้านนายสุจริต ยุกตจรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บมจ.ไทยประกันภัย กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทร่วมกับธนาคารทหารไทยในการทำตลาดแบบประกันภัยประเภทต่างๆ ทั้งประกันภัยรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ และประกันโรคมะเร็ง โดยเมื่อลูกค้าซื้อประกันภัยและชำระเบี้ยประกันที่เคาน์เตอร์ของสาขาธนาคารจะได้รับใบรับรองเพื่อเริ่มต้นความคุ้มครองได้ทันที เนื่องจากบริษัทและธนาคารทหารไทยได้เชื่อมต่อระบบการรับ-ส่งข้อมูลการรับประกันภัยเข้าด้วยกันตั้งแต่ต้นปี 2551 จากนั้นบริษัทจะจัดส่งกรมธรรม์ไปให้ลูกค้าอีกครั้งหนึ่ง

นายสุจริตกล่าวว่า บริษัทมีแผนต่อยอดโปรดักต์ให้เป็นสัญญากรมธรรม์ได้ในตัวช่วยลดต้นทุนการจัดส่งเอกสารกรมธรรม์ รวมถึงอาจมีการปรับแพ็กเกจของโปรดักต์ให้น่าสนใจและดึงดูดลูกค้าที่เข้ามาทำธุรกรรมในสาขาของธนาคารได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ช่วงกลางเดือน พ.ค.ธนาคารกรุงศรีอยุธยาร่วมกับ บมจ. ศรีอยุธยาประกันภัยเพิ่งเปิดตัวประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 พิเศษแบบกล่องสำเร็จรูป "กรุงศรี ออโต้ พร้อม 3+" จากนั้นปลายเดือน พ.ค. ธนาคารไทยพาณิชย์และ บมจ.ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยได้เปิดตัวบัตรประกันภัยรถยนต์ "Easy Protection Motor Card" ซึ่งเป็นประกันรถยนต์แบบ 3 พิเศษเช่นกัน

www.matichon.co.th/prachachat

ที่มาของข่าว :: นสพ. ประชาชาติธุรกิจ ฉบับที่ 4117 ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2552


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


sonthaya9
 จาก สน
 ศุกร์, 25/9/2552
 เวลา :
07:11
 IP:
117.47.40.76

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       รถผม BENZ C220 เกิน10ปี รับไหมครับ ทราบราคาด้วย 0896353006

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


wattanawit
 จาก Wat
 อาทิตย์, 3/2/2556
 เวลา :
08:36
 IP:
58.9.217.42

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       รับซ่อมรถทุก 6ล้อ เล็ก - กลาง - ใหญ่
ซ่อมเครื่องยนต์ ที่ดัดแปลงมา
ซ่อมช่วงล่าง ที่ใช้งานมานาน

เรามีช่างซ่อมรถใหญ่ที่ประการณ์ มานานหลายปี

ขอบคุณที่คุณไว้ใจอู่วัฒนา 99


http://www.truck.in.th/gg54/index.php
http://www.91ceb3t28x9p50k.plazathai.com/
http://www.wattana99lpg.blogspot.com/2011/09/blog-post.html
สนใจติดต่อ อู่วัฒนา 99
โทร. 084-1496363


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


wattanawit
 จาก Wat
 อาทิตย์, 3/2/2556
 เวลา :
08:38
 IP:
58.9.217.42

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       รับซ่อมกล่อง ECU รถยนต์
รับให้คำปรึกษา การซ่อมรถ ค่ะ

TRITON 2.4 LPG 58l. ใต้ท้อง 2ถัง
TRITON 2.4 LPG 58l. ใต้ท้อง 1ถัง
TRITON 2.4 CNG/NGV 60l. ใต้ท้อง 2ถัง

ดูตัวอย่างติดแก๊สรถยี่ห้อต่างๆ ได้จาก WEB อู่วัฒนา 99

http://www.truck.in.th/gg54/index.php
http://www.91ceb3t28x9p50k.plazathai.com/
http://www.wattana99lpg.blogspot.com/2011/09/blog-post.html
สนใจติดต่อ อู่วัฒนา 99
โทร. 084-1496363

รับซ่อมรถทุก 6ล้อ เล็ก - กลาง - ใหญ่
ซ่อมเครื่องยนต์ ที่ดัดแปลงมา
ซ่อมช่วงล่าง ที่ใช้งานมานาน

เรามีช่างซ่อมรถใหญ่ที่ประการณ์ มานานหลายปี

ขอบคุณที่คุณไว้ใจอู่วัฒนา 99


http://www.truck.in.th/gg54/index.php
http://www.91ceb3t28x9p50k.plazathai.com/
http://www.wattana99lpg.blogspot.com/2011/09/blog-post.html
สนใจติดต่อ อู่วัฒนา 99
โทร. 084-1496363


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



คำถามนี้มีทั้งหมด 17 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป

จะแค่ UP กระทู้ขึ้นด้านบน Click ที่นี่เลยครับ ไม่ต้องไปโพสกระทู้ว่า up เลยครับ ประหยัดพื้นที่และเวลาครับ




เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ GasThai.Com สมาชิกเวบเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ

สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่





  





หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)