จาก เร
พฤหัสบดี, 4/12/2551
เวลา : 00:00
IP :
58.9.110.221
แจ้งลบคำตอบ |
คำตอบที่ 1
หากจะบอกว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นผู้จุดเทียนแห่งปัญญา นายอภิรักษ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือ ผู้ใช้มือป้องลมกันเปลวไฟที่แท่งเทียนดับ และเป็นผู้ที่คอยอำนวยความสะดวกด้วยความยินดียิ่ง จนกลายเป็นว่า สวนลุมพินี ตกเป็นสมบัติส่วนตัวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทุกเย็นวันศุกร์ ที่ใครจะมาจัดกิจกรรมใดๆ แข่งขัน หรือแย่งความสนใจของประชาชน
ไม่ใช่เพียงสวนลุมพินี เมื่อนายสนธิ เคลื่อนทัพสมาชิกพันธมิตร ออกมาปักหลักบนท้องถนน นานนับเดือน นายอภิรักษ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้บริการอำนวยความสะดวกแก่ผู้นำม็อบ และผู้ร่วมชุมนุม อย่างครบครัน ไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย ราวกับว่าเกรงประชาชนจะไม่ได้รับความสะดวกในการมาร่วมชุมนุม แล้วจะไม่มาอีก
การโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร คือ ผลประโยชน์ร่วมกันของ นายสนธิ กับ พรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อนที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล จะเริ่มทำรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ทุกเย็นวันศุกร์ ที่สวนลุมพินี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำสมาชิกคนสำคัญของพรรค ไปเข้าพบ คารวะ และให้กำลังใจนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน และบอกให้นายสนธิ เดินหน้าสู้ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ เป็นกำลังใจให้
การพบกันวันนั้น บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น และร่วมมือร่วมใจกันอย่างยิ่ง ดังภาพถ่ายที่ปรากฎในเวปไซต์ต่างๆ เป็นภาพนายสนธิตบหลังตบไหล่ขอบอกขอบใจนายอภิสิทธิ์ ที่หยิบยื่นกำลังใจมาให้
ว่ากันว่า ทุนในการจัดการชุมนุมของพันธมิตร ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่ก็ไหลมาจากแกนนำคนสำคัญบางคนของพรรคประชาธิปัตย์ นี้เอง จึงทำให้การชุมนุมของพันธมิตรดำเนินมาได้อย่างยาวนานต่อเนื่องกันเป็นแรมปี และยังรวมไปถึงการจัดผู้ฟังทั้งในกรุงเทพและต่างจัง หวัด เข้ามาร่วมสมทบเพื่อเพิ่มยอดจำนวนผู้ชุมนุมในนัดสำคัญๆ เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากชุมชนในกรุงเทพมหานคร และ ภาคใต้
เงินที่บริจาคให้พันธมิตรล้วนแล้วก็เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของนายสนธิแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
| |