เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net


ตัวตัดปัมพ์ติ๊กน้ำมัน T0PTECH
toptech
จาก ตุ้ม
พฤหัสบดีที่ , 6/10/2554
เวลา : 00:31
 IP:

111.84.78.98
อ่านแล้ว = 6225 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ติดต่อ 0869830370
ราคา 480 บาท



เป็นสินค้าที่ดีที่สุดขณะนี้ ตอบโจทก์กับคำถามต่างๆได้ครบ แ้ก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถที่ติดตั้งแก๊สได้
จาก : toptech(toptech) 16/10/2554 21:03:24 [111.84.6.134]
เป็นตัวตัดที่สามารถต่อได้โดยตรงกับปัมพ์ติ๊กมาตราฐานของรถได้ทุกรุ่น ช่วยให้เดินเบาเรียบแก้ปัญหาน้ำมันหาย
จาก : toptech(toptech) 6/2/2556 23:59:36 [115.67.66.241]
ไม่ใช้รีเลย์ มีขนาดเล็กบางป้องกันน้ำ100%ติดตั้งง่ายไม่ต้องใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงเพิ่มเติมให้ยุ่งยาก
จาก : toptech(toptech) 16/2/2556 11:44:15 [115.67.228.179]
หยุดปัมพ์ชั่วขณะที่มีการใช้แก๊สและต่อกลับทันทีที่กลับมาใช้น้ำมันแกัปัญหาปัมพ์พังลดการเกิดอัคคีภัย
จาก : toptech(toptech) 18/2/2556 22:19:39 [115.67.167.105]
ลดปัญหาการเกิดไฟลุกไหม้รถยนต์ที่ติดแก๊สเนื่องมาจากท่อน้ำมันส่วนที่เป็นท่อยางแตก เพราะท่อไม่รองรับกับชนิดของน้ำมันที่ใช้
จาก : toptech(toptech) 11/4/2556 21:18:19 [115.67.227.248]
เติมน้ำมันไว้พอสตาร์ทช่วยลดน้ำหนัก,ลดการสิ้นเปลือง,ปัมพ์ไม่ไหม้,ช่วยยืดอายุการใช้งานปัมพ์
จาก : toptech(toptech) 11/4/2556 21:28:24 [115.67.227.248]
ไม่ทำให้แรงดันในรางหัวฉีดเสิร์ชสูงกว่าค่าใช้งานปกติ จึงไม่ทำให้หัวฉีดรั่วเสียเป็นบางสูบมักเป็นกับรถรุ่นใหม่ที่ใช้แรงดันสูงๆ
จาก : toptech(toptech) 14/4/2556 9:24:10 [115.67.35.205]
รถยนต์ที่ใช้น้ำมันE85 ควรนำไปใช้อย่างยิ่งกับการป้องกันระบบทางเดินของน้ำมันและยืดอายุของปัมพ์
จาก : toptech(toptech) 4/8/2556 23:31:29 [115.67.135.148]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



toptech
 จาก toom
 พฤหัสบดี, 6/10/2554
 เวลา :
01:02
 IP:
111.84.78.98

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       คุณสมบัติพิเศษ
- ต่อใช้งาน แล้วจูนอัตโนมัติโดยไม่ต้องถอดออกหรือต่อตรงให้ยุ่งยาก
- ใช้โซลิดสเตรทรีเลย์ อายุยาวนาน ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ
- รองรับกับกล่อง ecu gas ทุกรุ่น ไม่สดุดหรือดับแน่นอน
-ขนาดเล็ก(3*5*1 cm) กันน้ำ100%

ข้อมูลเพิ่มเติม
อาจารย์ สุทธิพงศ์ Tel. 0869830370


ขณะใช้แก๊สวิ่งใช้งานปัมพ์ติ๊กจะทำงานเป็นบางช่วงเวลาสั้นๆเพื่อเติมน้ำมันไม่ให้ขาดสายป้องกันเครื่องดับ
จาก : toptech(toptech) 14/10/2554 22:46:52 [111.84.39.202]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 ศุกร์, 14/10/2554
 เวลา :
22:38
 IP:
111.84.39.202

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       รถยนต์ที่ได้ติดตั้งแก๊สเป็นเชื้อเพลิงร่วมขณะที่ใช้แก๊สหัวฉีดน้ำมันจะถูกปิด เมื่อปัมพ์ติ๊กของน้ำมันยังคงทำงานอยู่ แรงดันส่วนหนึ่งจะไหลผ่านวาล์วกักแรงดันย้อนกลับลงสู่ถังน้ำมันเพียง 15%จึงเกิดการอั้นแรงดันทำให้มีค่าสูงเกินค่าที่กำหนดสิ่งที่ตามมาและเป็นปัญหาคือ
1.ปัมพ์ติ๊กทำงานหนักขื้น ร้อน อายุการทำงานสั้นลง 2.วาล์วกักน้ำมันย้อนกลับเสียหาย เก็บน้ำมันไม่อยู่จึงสตาร์ทติดยาก 3. สิ้นเปลืองน้ำมันขณะใช้แก๊สเพราะรั่วซึมผ่านหัวฉีด 4. ท่อส่งน้ำมันส่วนที่เป็นท่อยางอาจแตกก่อให้เกิดไฟลุกไหม้ 5. ผู้ใช้ส่วนมากไม่ค่อยเติมน้ำมัน_น้ำมันเหลือน้อย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ปัมพ์ติ๊กไหม้ แค่นี้ก็เพียงพอที่ควรจะหยุดการทำงานของปัมพ์ติ๊กของน้ำมันชั่วคราวขณะที่มีการใช้แก๊ส แต่เมื่อแก๊สหมดหรือจะกลับมาใช้น้ำมัน ตัวตัดปัมพ์ติ๊กน้ำมันที่ติดตั้งก็ต้องมีประสิทธิภาพสามารถต่อกลับให้โดยอัตโนมัติ และต้องไม่ทำให้เครื่องยนต์สะดุดหรือดับได้ด้วย


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


pokprelude
 จาก ยนต์กิต
 เสาร์, 15/10/2554
 เวลา :
10:49
 IP:
125.24.7.148

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       เพิ่มเติมครับ อาจารย์
http://www.camryclub.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=55877


มั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพ ขับรถสบายใจขึ้น แม้ไม่มีน้ำมันก็ไม่ต้องกลัวติ๊กไหม้แย้....ว
จาก : toptech(toptech) 17/10/2554 21:54:32 [1.46.64.224]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 16/10/2554
 เวลา :
20:49
 IP:
111.84.6.134

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ติดต่อได้กับ
อาจารย์สุทธิพงศ์ Tel. 0869830370





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 16/10/2554
 เวลา :
21:10
 IP:
111.84.6.134

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       การต่อใช้งานไม่ยากสามารถติดตั้งด้วยตนเองได้




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 จันทร์, 20/8/2555
 เวลา :
09:34
 IP:
115.67.0.16

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       ปัจจุบันได้พัฒนาสินค้าเพื่อรองรับกับระบบแก๊สรุ่นใหม่ๆ ที่มีฟังชั่นการทำงานที่ดีแต่อู่ที่ติดตั้งไม่สามารถตั้งค่าเพื่อเอาไปใช้งานได้เพราะข้อจำกัดที่ตัวตัดปัมพ์ทั่วๆไปไม่สามารถทำงานได้นั่นเอง หากไม่มีการหยุดการทำงานของปัมพ์ติ๊๊กก็จะทำให้ปัมพ์ไหม้ โดยเฉพาะกับรถรุ่นปัจจุบันที่ไม่มีระบบท่อส่งน้ำมันย้อนกลับลงถัง ทำให้แรงดันในระบบท่อส่งและรางหัวฉีดมีค่าสูงมากๆ ปัมพ์ติ๊กจะทำงานหนักและไหม้ในที่สุดเปลี่ยนใหม่ราคาหนึ่งหมื่นอั้พหรือท่อส่งน้ำมันส่วนที่เป็นยางอาจแตก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดไฟไหม้รถยนต์นั่นเอง ดังนั้นจึงขอแนะนำให้เลือกใช้โดยเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นดังนี้
1. สามารถทำงานได้กับระบบแก๊สที่มีการสั่งจ่ายน้ำมันร่วมด้วยช่วงสั้นๆเพื่อช่วยเพิ่มอัตราเร่ง (แบนด์ที่บอกว่าห้ามตัดปัมพ์นั่นเอง) โดยจะสั่งให้ติ๊กน้ำมันทำงานตามจังหวะการเปิดของหัวฉีดน้ำมันที่ถูกสั่งให้ฉีดเสริมแล้วหยุดเมื่อใช้แก๊สอย่างเดียว เพื่อแก้ปัญหาท่อน้ำมันแตกและน้ำมันขาดสาย
2. สามารถตั้งค่าในโปรแกรมการตั้งค่า ให้มีการวอร์มหัวฉีดหรือการเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นแก๊สทีละสูบได้ และที่สำคัญสามารถเลือกใช้การกำหนดค่ารอบของเครื่องยนต์เพื่อให้สลับการใช้เชื้อเพลิงที่รอบต่ำเป็นน้ำมันรอบสูงเป็นแก๊สได้ โดยเครื่องยนต์ไม่สะดุดหรือดับแน่นอน
3. สามารถนำไปต่อได้โดยตรงกับปัมพ์ติ๊ก ทำให้ไม่เสียเวลาหารีเลย์ของติ๊ก
4. สามารถสลับการทำงานของเชื้อเพลิงได้ในทุกเงื่อนไข รองรับกับระบบแก๊สในท้องตลาดทุกแบนด์
หากเคยมีปัญหาและต้องการแก้ปัญหาต่างๆลองเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพได้หรือสอบถามมาที่
อาจารย์ สุทธิพงศ์ T. 0869830370


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พฤหัสบดี, 6/9/2555
 เวลา :
12:53
 IP:
115.67.33.232

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       สอบถามมามากว่าควรติดตัวตัดปัมพ์ติ๊ก TOPTECH ในกรณีใดบ้าง
1. รถรุ่นใหม่ๆที่ไม่มีท่อส่งน้ำมันย้อนกลับ จะใช้ตัวตัดแบบหน่วงเวลาเหมือนทั่วๆไปไม่ได้เพราะแรงดันจะอั้นสูงมากอันตรายต่อระบบท่อส่งน้ำมันและปัมพ์ติ๊กเป็นอย่างมาก
2. ใช้แก๊สแต่น้ำมันหายมากๆ (หัวฉีดน้ำมันรั่วหรือซึมที่แรงดันสูง)
3. อาการเครื่องสั่นที่รอบเดินเบาเพราะหัวฉีดน้ำมันรั่ว
4. ปัมพ์ติ๊กไหม้เพราะน้ำมันหมดบ่อยๆ
5. ติดตัวตัดยี่ฮ้ออื่นแล้วเครื่องยนต์ดับกลางถนนเมื่อแก๊สหมด
6. บอกยี่ฮ้อแก๊สไปร้านติดแก๊สบอกว่าตัดไม่ได้ (ให้มาใช้ของTOPTECHตัดได้เลย)
7. ติดตั้งง่ายเพราะสามารถต่อโดยตรงกับปัมพ์ได้เลย
8. รถป้ายแดงอยากให้รอบต่ำใช้น้ำมันรอบสูงใช้แก๊สอยากถนอมเครื่องยนต์แต่เคยใช้ตัวตัดยี่ฮ้ออืนแล้วดับ
9. แก๊สบางรุ่นมีระบบตัดมาให้แต่ต้องใช้รีเลย์ตัวใหญ่มาต่อเพิ่ม ให้มาใช้ของ TOPTECH ได้เลยเพราะไม่ใช้
รีเลย์ อายุการใช้งานจึงยาวนาน ทนกระแสสูง ขนาดเล็ก ทำงานได้ในทุกเงื่อนไข


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 30/9/2555
 เวลา :
22:10
 IP:
115.67.34.28

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       รถยนต์ที่ติดติ๊กคู่หรือติ๊กที่ใหญ่กว่ามาตราฐานสามารถโทรสั่งเพิ่มเติมได้ในขนาดและรูปลักษณ์เท่าเดิม
ส่วนร้านค้าหรืออู่ติดตั้งที่ต้องการสั่งซื้อสินค้า ทางเราพร้อมจะจัดส่งทางไปรษณีย์ให้ได้ทั่วราชอาณาจักร
และพร้อมให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่ติดตั้งแก๊ส


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อังคาร, 2/10/2555
 เวลา :
00:27
 IP:
115.67.194.55

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       สำหรับรถยนต์ในปัจจุบันที่ใช้แรงดันน้ำมันสูงและไม่มีท่อน้ำมันไหลวนกลับ
เพื่อเดรนลงถัง ไม่แนะนำให้ใช้ตัวตัดแบบหน่วงเวลาตัดหรือวิ่งไปแล้วเติมน้ำมันไป
เพราะจะทำให้สายน้ำมันแตกหรือปั้มพ์เสียหายได้ ให้นึกถึงหลักการของเครื่องตะบันน้ำ
ท่อเมื่อโดนน้ำมันโซฮอลล์จะนิ่มและในระบบยังมีแรงดันสูงอยู่เมื่ออัดแรงดันสูงเข้าไป
ในขณะที่ไม่มีทางออกให้คิดเอาเองบ้าง
ดังนั้นเมื่อใดที่เริ่มใช้แก๊สแสดงว่าหัวฉีดน้ำมันก็จะถูกปิด ปัมพ์ติ๊กต้องหยุดการ
ทำงานทันที แต่ถ้ารถยนต์ที่มีวาล์วเร็กกูเลทควบคุมแรงดันแล้วไม่เคยตัดปัมพ์นานเข้า
จะทำให้ไดอะแฟรมทำงานรับแรงดันสูงทำให้ยืดเสียได้ เพราะถูกออกแบบให้รับแรงดัน
ส่วนที่เกินเพียง 15-20% เมื่อเสียต้องแก้ไข เพราะเมื่อเก็บน้ำมันไม่อยู่จะสตาร์ทติดยาก
เมื่อมีตัวตัดที่ดีให้เลือกใช้แล้ว อดีตที่เคยท่องจำกันมาให้ลืมๆมันไปซะบ้างก็จะดีครับ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 14/10/2555
 เวลา :
23:33
 IP:
115.67.166.232

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       ผลที่ได้จากการหยุดปัมพ์ติ๊กของน้ำมันขณะที่มีการใช้แก๊ส
1. ปัมพ์ไม่ไหม้แม้น้ำมันหมดหรือเหลือน้อย
2. เติมน้ำมันน้อยๆ ลดน้ำหนักบรรทุกจึงประหยัดพลังงาน
3. ยืดอายุการทำงานปัมพ์ ไม่ร้อนและไม่ไปโหลดระบบไฟของรถยนต์
4. ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะที่มีการใช้แก๊ส มักเป็นกับรถอายุการใช้งาน 5ปีขี้นไป
5. เครื่องยนต์เดินเรียบไม่สั่นกรณีหัวฉีดเริ่มรั่วซึม และราคาแต่ละหัวมีราคาสูง
6. ช่วยลดการเกิดไฟไหม้รถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีต้นเหตุมาจากระบบท่อส่งน้ำมันแตก
7. ผู้ใช้รถรุ้สึกสบายใจกับการขับขี่เมื่อรับรู้ถึงความปลอดภัยที่ได้มีการติดตั้ง
อยากทราบข้อมูลกับผู้ใช้งานจริงหรืออู่ติดตั้งที่ใช้และตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่โทรศัพท์
ติดต่อได้ที่ อาจารย์ สุทธิพงศ์ T.0869830370


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 จันทร์, 15/10/2555
 เวลา :
23:27
 IP:
115.67.165.52

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       โซนภาคใต้ อู่ติดตั้งหรือผู้ที่สนใจต้องการใช้หรือจะเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรติดต่อ
โดยตรงกับ อาจารย์ สุทธิพงศ์ dtac 0869830370


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก prasarn
 จันทร์, 22/10/2555
 เวลา :
23:57
 IP:
115.67.69.101

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       รถเลกซัสวางเครื่อง 2J turbo ใช้แก๊ส AC ถ้าติดตัวตัดปั๊มพ์แล้ว ที่ความเร็วรอบ 5000 ขึ้นไป
ตัองการกลับมาใช้น้ำมัน จะใช้ได้ไหมขอคำแนะนำหน่อย


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อังคาร, 23/10/2555
 เวลา :
21:47
 IP:
115.67.134.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       ใช้ได้กับรถและระบบแก๊สทุกยี่ฮ้อ สามารถทำงานได้ในทุกเงื่อนไข แต่อยากรู้ว่า
ปัมพ์ติ๊กเป็นแบบเดิมๆหรือปัมพ์แต่ง จะได้จัดให้อย่างเต็มและเหมาะสม


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อังคาร, 30/10/2555
 เวลา :
10:57
 IP:
110.49.235.201

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       มาทำความเข้าใจกันว่า ตัวตัดปั๊มพ์ที่ดีจะต้องหยุดการทำงานทันทีที่มีการใช้แก๊ส
โดยเฉพาะกับรถปัจจุบันที่ใช้แรงดันน้ำมันที่สูง เพื่อป้องกันการโอเวอร์โหลดของปัมพ์
และโหลดระบบไฟฟ้าของรถยนต์ เมื่อ 2ปีก่อนผมได้คิดและนำระบบหน่วงเวลาตัดมาใช้
เพื่อแก้ปัญหาการวอร์มและการจูนและมีการต่อปัมพ์บ้างที่รอบสูงๆ แต่ในปัจจุบันจะไม่
เหมาะกับการใช้งานเมื่อพบปัญหากับระบบท่อส่งน้ำมันแตก ปัมพ์เสียจากการตัดต่อการ
ทำงานบ่อยๆในขณะที่อั้นแรงดันอยู่เช่นการถอนคันเร่งทุกครั้งแล้วเติมน้ำมัน ปัญหาจริงๆ
นัำมันในระบบมันไม่ได้หายไปไหนถ้าหัวฉีดไม่รั่ว แตสาเหตุมักมาจากนัำมันถูกนำไปใช้
ในขณะที่ปัมพ์หยุดการทำงานแล้ว และตัวตัดไม่สามารถต่อกลับได้ทัน จึงเกิดปัญหากับ
รถซีซีมากๆที่จะสะดุดหรือดับเป็นอันตรายกับผู้ขับขี่ ซึ่งระบบแก๊สในปัจจุบันก็จะเป็นปัญหา
กับตัวตัดทั่วๆไปที่ไม่สามารถทำงานได้
แต่ผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอสามารถนำไปใช้งานได้อย่างไร้ปัญหา โดยผู้นำไปใช้งาน
สามารถสลับเชื้อเพลิงไปมาเพื่อทดสอบได้อย่างนุ่มนวล เหมือนกับไม่ได้มีการตัดต่อปัมพ์
และจะขอเป็นต้นแบบให้กับผู้ที่คิดทำตาม จะได้ช่วยกันลดปัญหากับผู้ใช้รถยนต์และจราจร
อาจารย์ สุทธิพงศ์ Tel. 0869830370




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 เสาร์, 3/11/2555
 เวลา :
01:17
 IP:
115.67.69.222

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       ความเข้าใจผิดที่คิดว่า ขณะเครื่องยนต์เดินเบาปัมพ์ติ๊กทำงานให้แรงดันน้ำมันต่ำเมื่อเร่งเครื่องยนต์
แรงดันของน้ำมันจะสูงตามความเร็วรอบของเครื่องยนต์ เป็นความเชื่อและอาจทำให้คนที่ได้อ่านเข้าใจผิด
_ ความเป็นจริงเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์มอเตอร์ปัมพ์ติ๊กจะทำงานดันน้ำมันผ่านท่อส่งน้ำมันเข้าสู่รางหัวฉีด
เช่น 4 บาร์ แต่กำหนดใช้งานไว้ 3 บาร์ ค่านี้จะคงที่โดยจะกำหนดและควบคุมโดยวาล์วเร็กกูเลท
ส่วนที่เกินก็จะผ่านวาล์วกลับลงถัง ถ้าเครื่องยนต์เดินเบาส่วนที่กลับลงถังจะมากแต่ถ้าเร่งรอบยิ่งสูง
ส่วนที่กลับลงถังจะยิ่งลดลง สัดส่วนเพิ่มลดน้ำมันกำหนดด้วยหัวฉีดรอบเดินเบาก็ฉีดน้อยเร่งเครื่อง
ก็ฉีดมากขึ้นตรวจสอบความเหมาะสมด้วยอ๊อกซิเจนเซนเซอร์ควบคุมการสั่งหัวฉีดด้วยกล่อง ECU
กรณีเมื่อนำมาติดแก๊สเมื่อใช้งานแก๊สหัวฉีดน้ำมันจะหยุดทำงาน แรงดันที่ต้องออกทางหัวฉีดรวมกับค่าที่เกิน
ขณะใช้ปกติก็็จะผ่านวาล์วกลับลงถังทำให้วาล์วรับแรงดันส่วนที่เกินสูงมากขึ้น จึงทำให้เร็กกูเลทเสียนั่นเอง
_ ส่วนรถยนต์ในปัจจุบันหลายรุ่นจะไม่มีวาล์วเร็กกูเล็ทเพื่อต้องการสร้างแรงดันให้สูงมากๆ เมื่อใช้แก๊ส
หัวฉีดน้ำมันจะหยุดทำให้น้ำมันไม่มีทางออกสูงเกินมากๆจึงจะโบว์ทิ้งทางก้นปั๊มพ์ อู่ติดตั้งแก๊สจึงต้องรับผิดชอบ
กับปัญหาปัมพ์เสียเมื่อได้ติดตั้งแก๊สไปใช้งานไม่นาน ราคาปัมพ์ใหม่ 10,000 - 20,000 บาท
_ บางรุ่นใช้เซ็นเซอร์เข้ามาตรวจจับทั้งแรงดันน้ำมันและตรวจจับการทำงานของปั๊มพ์ด้วย ทำให้การติดตั้ง
แก๊สต้องพบกับปัญหาที่ต้องคอยแก้ เพื่อให้ผู้ใช้รถมีความพึงพอใจที่สุด

ดังนั้นการเปิดกว้างอ่านและฟังรู้จักวิเคราะห์ก็จะได้ส่วนที่เพิ่มพูนปัญญา นำไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้
ผมเชื่อว่าทุกคนมีเจตนาที่ดี แต่ความรู้และความเข้าใจที่ผิดเมื่อนำมาบอกต่อย่อมเป็นผลเสียมากกว่าดีแน่นอน


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 เสาร์, 3/11/2555
 เวลา :
09:20
 IP:
115.67.34.44

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       ตัวตัดปัมพ์์ toptech เป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กและบางน้ำหนักเบา มีอัตราการรองรับกระแส
ได้สูง ไม่ใช้รีเลย์จึงทำงานตอบสนองที่ไวอายุการใช้งานจึงยาวนาน คนแรกและคนเดียวที่นำผลิตภัณฑื
เทเคลือบด้วยเรซิน ทำให้ทนร้อนทนชื้นสามารถกันน้ำได้ 100 % จึงนำไปติดตั้งได้ทุกที่ตามต้องการ
คุณภาพผ่านการรับรองจากอู่ติดตั้งที่ได้ใช้แล้วเลือกใช้ต่อเนื่องกันมากว่า 2 ปี สนใจจะใช้ผลิตภัณฑ์
สอบถามอู่ติดตั้งในจังหวัดนครปฐมได้ทุกร้าน หรือติดต่อโดยตรงกับอาจารย์สุทธิพงศ์ (DTAC)
Tel. 0869830370 ต่างจังหวัดเรามีตัวแทนขายและพร้อมเข้าไปดูแลสอบถามกันเข้ามาได้
เอกลักษณ์และรูปแบบการทำงานเป็นแบบเฉพาะ ฉะนั้นของลอกเลียนแบบในเรื่องคุณภาพและ
ความทนทาน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูทธืความน่าเชื่อถือในตัวสินค้านั้นๆ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พุธ, 7/11/2555
 เวลา :
09:54
 IP:
115.67.98.253

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       จากคำบอกเล่าเคยติดตัวตัดปัมพ์แล้วปัมพ์ติ๊กก็ยังเสียเร็วเร็วอยู่ดี
ผลที่จะต้องได้จากการหยุดการทำงานของปัมพ์คือต้องมีอายุการใช้งานที่ยาวนานแน่นอน
แต่เหตุและผลที่เคยได้รับมันต้องมาจากการเลือกใช้ตัวตัดที่มีการทำงานไม่เหมาะที่จะนำไปใช้
งานมากกว่า สิ่งที่ผมเห็นประเภทเปลี่ยนเป็นแก๊สแล้วหยุดปัมพ์พอถอนคันเร่งแล้วจะต่อปัมพ์ให้
ทำงาน ใน10นาทีถอนคันเร่งกี่ครั้งนี่แหละคำตอบว่าปัมพ์จะต้องตัดต่อการทำงานจึงเป็นสาเหตุ
นั่นเอง ประสบการณ์ตรงผมเองใช้ตัดการทำงานปัมพ์มากว่า 5 ปีไม่มีปัญหาทั้งเรื่องสะดุดดับ
หรือปัมพ์พังแน่นอน


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 11/11/2555
 เวลา :
08:25
 IP:
115.67.66.238

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       ย้ำอึกครั้งรถยนต์ที่ใช้ปัมพ์แรงดันน้ำมันสูงประเภทที่ไม่มีเร็คกูเลเตอร์และท่อส่ง
น้ำมันย้อนกลับ เมื่อนำไปติดแก๊สจะต้องตัดปัมพ์มิฉะนั้นแรงดันที่สูงก็จะหาทางออก เช่น
ออกทางโอริง ท่ออ่อนในถังน้ำมันแตก แต่ถ้าโชคร้ายท่อยางน้ำมันที่อยู่ในห้องเครื่องเกิด
แตก อาจเกิดไฟลุกได้ และตัวสุดท้ายถ้าปัมพ์์เสียมีค่าใช้จ่ายสูงแน่นอน
ปัญหาแก้ได้โโดยหยุดการทำงานของปัมพ์ติ๊กน้ำมันชั่วขณะที่มีการใช้แก๊สทุกครั้ง
และต้องเลือกใช้ประเภทหยุดเลย ถ้าใช้ประเภทหน่วงเวลาย่อมเกิดผลเสียแบบเดิมๆ ยิ่งหน่วง
เวลานานยิ่งทำให้ระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำมันมีปัญหาได้มากขึ้น อายุการทำงานสั้นนั่นเอง


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พฤหัสบดี, 11/4/2556
 เวลา :
21:03
 IP:
115.67.227.248

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       สาเหตุรถยนต์ที่ติดแก๊สแล้วเกิดไฟลุกไหม้ตามข่าว สถิติสูงขึ้นมาจากเหตุผลใด
ปัจุบันรถยนต์ได้ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงร่วมมีจำนวน,มากขึ้น การติดตั้งเป็นไปตามมาตราฐานควบคุมด้วยวิศวะกรแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ทำการแก้ไขโดยขาดความรู้ความเข้าใจ จากข่าวมักจะเกิดกับรถที่มีอายุการใช้งาน 7-10 ปีขึ้นไป สาเหตุหลักสามารถแยกออกมาได้ 2 สาเหตุ
1. เกิดจากการชำรุดของอุปกรณ์ในรถยนต์ที่มีการใช้งานหนักมายาวนานหลายปี อาทิระบบแอร์ส่วนที่เป็นครัชจะต้องใช้กระแสไฟสูงมาก หรือพัดลมระบายความร้อนเครื่องยนต์หรือส่วนที่ระบายความร้อนในห้องโดยสารอุปกรณ์พวกนี้เวลาเสียจะดึงกระแสไฟสูงจากปกติมาก ดังนั้นจึงต้องมีฟิวส์ป้องกันแต่ผู้ใช้รถหรือช่างที่ขาดความรู้มักจะใส่ค่าสูงๆหรือติดตั้งกันเพิ่มเติมโดยไม่ใส่ฟิวส์ประกอบกับสายไฟที่เสื่อมสภาพ เมื่อสายไฟร้อนเปลือกละลายจึงเกิดไฟลุกไหม้
2. ฟันธงได้เลยว่ามาจากระบบน้ำมันส่วนที่เป็นท่อยางแตกในห้องเครื่องยนต์ ถ้าใช้ระบบน้ำมันอย่างเดียวเครื่องจะดับสตาร์ทไม่ติดจึงยังคงปลอดภัย แต่ถ้าใช้แก๊สร่วมเครื่องยนต์จะไม่ดับเมื่อเครื่องยนต์ร้อนๆโดยเฉพาะบริเวณท่อไอเสียเมื่อโดนน้ำมันที่แตกจากท่อยางแล้วปัมพ์ติ๊กยังคงดันด้วยแรงดันสูงต่อเนื่องไฟลุกไหม้ทันที ดังนั้นการแก้ไขที่ตรงสาเหตุก็คือการหยุดปัมพ์ติ๊กของน้ำมันขณะที่ใช้แก๊สจึงลดปัญหาได้แน่นอน แก๊สที่รั่วซึมที่บริเวณห้องเครื่องไม่สามารถทำให้ติดไฟได้ เพราะเป็นพื้นที่โล่งลมจากพัดลมหน้าเครื่องทำให้แก๊สฟุ้งกระจายไม่สามารถจุดติดไฟได้อย่างแน่นอน ดังนั้นรถที่มีอายุการใช้งานมากต้องเข้าหาช่างให้ช่วยดูแลมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยกับชีวิตของเราและคนรอบข้างด้วย


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พฤหัสบดี, 11/4/2556
 เวลา :
22:18
 IP:
115.67.227.248

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       อธิบายเพิ่มเติมที่ว่าแรงดันในรางหัวฉีดเกินในระบบเก่าที่มีวาล์วเร็คกูเลเตอร์จริงหรือไม่
วาล์วเร็คกูเล็ทออกแบบให้ควบคุมแรงดันให้คงที่โดยให้ส่วนที่เกินไหลวนกลับถ้งแต่ไม่ได้รองรับการไหลกลับ
แบบเต็ม100%จึงพบวาล์วรั่วได้กับรถที่ใช้แก๊ส หลายๆช่างและหลายๆคนบอกว่าแรงดันในรางจะไม่เกินขอให้ทำความเข้าใจเพิ่มกันอีกสักหน่อย Go! การใช้งานน้ำมันปกติหัวฉีดจะเปิดแรงดันในรางหัวฉีดยังคงที่เพราะส่วนที่เกินไหลกลับลงถังได้ แต่ในขณะที่เราเร่งเครื่องยนต์แรงดูดจากท่อไอดีจะไปสั่งปิดวาล์วเร็คกูเล็ทชั่วขณะเพื่อการตอบสนองคงพอเข้าใจ แต่ในขณะใช้แก๊สหัวฉีดน้ำมันทุกหัวจะถูกปิดแรงดันน้ำมันทั้งหมดจะไหลผ่านวาล์ว100%กลับลงถังและในขณะที่เราเร่งหรือควิ๊กดาวน์ แรงดูดที่สูงก็จะไปสั่งปิดวาล์วชั่วขณะทำให้แรงดันในรางสู.มากๆ จึงเป็นสาเหตุทีอาจทำให้ท่อแตกหรืออาจทำให้น้ำมันเล็ดรั่วออกทางหัวฉีดเครื่องยนต์จึงสั่นเดินไม่เรียบเปลืองน้ำมันขณะใช้แก๊สได้


ที่วาล์วเร็คกูเล็ทจะมีท่อเล็กๆต่อเข้ากับท่่อไอดีเรียกกันว่าท่อแว็คคัมไว้ใช้ควบคุม ในหม้อต้มแก๊สก็ใช้เพื่อป้องกันแรงดันตกในขณะที่เร่งเครื่อง
จาก : toptech(toptech) 12/4/2556 23:13:23 [115.67.163.109]
แรงดันที่สูงจะทำให้หัวฉีดรั่วเสีย สังเกตดูว่าถ้ามีสูบใดรั่วสูบอื่นๆก็จะไม่เสียเพราะเพรชเชอร์ถูกระบายออกได้
จาก : toptech(toptech) 14/4/2556 9:39:35 [115.67.35.205]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 เสาร์, 13/4/2556
 เวลา :
22:44
 IP:
115.67.69.213

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       - แนะนำผู้ที่ใช้รถติดแก๊สทุกท่านควรปฏิบัติแล้วจะเกิดผลที่ดีไร้ซึ่งปัญหาที่จะตามมา
รถยนต์ก่อนปี2000ส่วนใหญ่จะต้องเลือกใช้มาตรฐานน้ำมันออกเทน98 แต่ในปัจจุบันเชื้อเพลิงในบ้านเรามีความหลากหลายให้เลือกใช้แต่ให้ค่าออกเทนที่ต่ำกว่า จึงทำประสิทธิภาพเครื่องยนต์ต่ำลงความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น แต่ในรถรุ่นใหม่ๆได้ออกแบบให้สามารถปรับความเหมาะสมของเชื้อเพลิงที่ค่าออกเทนต่างๆได้ดีและมีประสิทธิภาพขึ้น แต่เมื่อนำรถยนต์มาติดแก๊สเป็นเชื้อเพลิงร่วมจะใช้วิธีการปรับจูนค่าของแก๊สเปรียบเทียบกับค่าของน้ำมันเทียบเคียงจนได้ค่าที่เหมาะสมในทุกอัตราเร่งรอบ ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับโปรแกรมการจูนของแต่ละยี่ฮ้อและความชำนาญของผู้ติดตั้ง
แต่มีตัวแปรหนึ่งที่ผู้ใช้รถเองจะต้องรู้และเป็นผู้กำหนดในการเลือกใช้น้ำมัน เพราะน้ำมันที่เลือกจะใช้จะเป็นตัวอ้างอิงในการเปรียบเทียบและจะใช้ช่วงสตาร์ทกับใช้วิ่งใช้งานในขณะที่แก๊สหมดเท่านั้น แนะนำเลือกใช้แก๊สโซฮอล91แล้วนำไปให้ช่างที่ติดตั้งในการปรับจูนจนได้ค่าที่เหมาะสมถูกต้องและสมบูรณ์ การใช้งานจะต้องรู้สึกได้ว่าใกล็เคียงหรือดีกว่าน้ำมันได้เพราะค่าออกเทนของแก๊สLPGมีค่า105 สูงกว่าน้ำมัน (โดยเฉพาะรถรุ่นเก่าๆจะถูกปรับจูนมาให้ใช้กับมาตรฐานน้ำมันออกเทน98)ดังนั้นเมื่อนำมาใช้แก๊สจึงรู้สึกว่าวิ่งดีและจะมีความประหยัดดีกว่าน้ำมันที่มีค่าออกเทนต่ำ
สิ่งที่แนะนำ!!!!! ต่อจากนี้ไปผู้ใช้รถจะต้องเลือกเติมน้ำมันที่ตัวเองเลือกเพราะเวลาสตาร์ทออกซิเจนเซนเซอร์จะตรวจสอบความเหมาะสมของเชื้อเพลิงและกำหนดเป็นค่าอ้างอิงของแก๊สตามที่ได้ปรับจูนไว้ แต่ถ้าผู้ใช้รถเปลี่ยนใช้ค่าของออกเทนที่เปลี่ยนไป เวลาสตาร์ทออกซิเจนจะตรวจจับความเหมาะสมและสั่งECUเพิ่มหรือลดเวลาในการฉีดน้ำมันให้เหมาะสมเวลาที่อ้างอิงสำหรับแก๊สจะเปลี่ยนไปผลที่ตามมาคือเครื่องยนต์จะเดินไม่เรียบในขณะที่ใช้แก๊สได้ อาจจะเบาดับอัตราเร่งไม่ดีสิ้นเปลืองแก๊สมากขึ้นโดยเฉพาะรถปีเก่าๆจะส่งผลมากเพราะออกซิเจนเซนเซอร์เสื่อมสภาพและประสืทธิภาพECU Low Tech กว่ารถรุ่นปัจจุบันที่มีการดีเทคความเหมาะสมของเชื้อเพลิงตลอดเวลา จึงประหยัดประสิทธิภาพจึงสูงกว่ามาก



อ๊อกซิเจนเซนเซอร์เป็นตัวส้่งปรับความเมาะสมในการสั่งจ่ายเชื้อเพลิง เมื่อเสื่อมสภาพเป็นผลทำให้เครื่องยนต์สั่น สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้
จาก : toptech(toptech) 30/4/2556 12:22:17 [115.67.34.26]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พุธ, 22/5/2556
 เวลา :
22:12
 IP:
115.67.135.190

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
       !!!อีกสาเหตุที่ทำให้รถติดแก๊สแล้วเกิดไฟลุกไหม้ขณะใช้งาน
ผู้ใช้รถติดแก๊สแล้วปัมพ์ติ๊กของน้ำมันไหม้สักครั้งผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติเอาไว้เป็นประสบการณ์
แต่การป้องกันที่ดีจากอู่ติดตั้งจะช่วยแก้ปัญหาที่จะเกิดได้ เมื่อมีปัญหาปัมพ์ไหม้การเปลี่ยนโดย
เลือกใช้อะไหล่ตามมาตรฐานก็โอนะ แต่โดยทั่วไปอู่ซ่อมรถยนต์มักจะใช้อะไหล่จากเซียงกงและ
อาจจะมีขนาดที่ไม่เหมาะสมขนาดใหญ่แรงดันน้ำมันจึงสูงเกินมากๆ ฟังเสียงปัมพ์ดังครางให้ได้ยิน
ฟังแล้วน่ากลัวสุดๆ พบเห็นอยู่บ่อยๆเลยแนะนำให้ใส่ตัวตัดปัมพ์แต่ก็ต้องคอยลุ้นทางที่ดีควรเลือก
ใช้ให้เหมาะสม จะได้ไม่ต้องมีประสบการณ์ที่เลวร้ายกลายเป็นคนดังหน้า1.ของหนังสือพิมพ์!!!!!!


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 จันทร์, 22/7/2556
 เวลา :
22:26
 IP:
115.67.37.85

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
       - มาสด้า3ติดแก๊สเวลาสตาร์ทด้วยน้ำมันติดยากต้องสตาร์ทหลายครั้ง

สาเหตุ มาจากระบบน้ำมันเพราะปัมพ์แรงดันสูงและไม่มีท่อแรงดันย้อนกลับเมื่อไม่ได้หยุดปัมพ์ในขณะที่ใช้แก๊ส จึงทำให้แรงดันในระบบสูงทำให้ท่ออ่อนในถังเกิดรั่วทำให้แรงดันในท่อส่งไปยังรางหัวฉีดต่ำ น้ำมันจึงไม่พอกับความต้องการ การแก้ไขต้องซื้อปัมพ์ใหม่+ค่าแรงหมื่นปลายๆและไม่แนะนำให้ใช้วิธีการแปลงเพราะถ้าขาดความรอบคอบจะได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นวิธีการป้องกันคือความถูกต้องที่ควรมองและนำไปใช้


ปัจจุบันได้มีท่ออ่อนแยกขาย สามารถหามาเปลี่ยนช่วยลดปัญหาเรื่องราคาที่ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดแล้ว
จาก : toptech(toptech) 20/1/2559 21:38:26 [1.46.4.196]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 4/8/2556
 เวลา :
22:56
 IP:
115.67.135.148

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
       เป็นรูปของตัวตัดต่อปัมพ์ที่มีขนาดเล็กและบางกันน้ำได้100%




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 4/8/2556
 เวลา :
23:22
 IP:
115.67.135.148

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 25
       จากรูปเป็นตัวหลอกเกจน้ำมันของรถที่ติดตั้งแก๊สแล้วเกิดปัญหาในการแสดงค่า ของน้ำมันไม่เป็นค่าจริงทำให้เกิดปัญหากับผู้ใช้รถยนต์ โดยเฉพาะกับรถฮอนด้ารุ่นใหม่ๆ
โตโยต้าวีออส เปอร์โยหรือกับรถที่มีระบบคำนวนระยะทางจากน้ำมันที่มีอยู๋ 2ปีกว่ากับการ
แก้ปัญหาของอู่ติดตั้ง ทำให้ผู้ใช้รถหมดข้อกังวลใจได้เป็นอย่างดี




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



คำถามนี้มีทั้งหมด 51 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป

จะแค่ UP กระทู้ขึ้นด้านบน Click ที่นี่เลยครับ ไม่ต้องไปโพสกระทู้ว่า up เลยครับ ประหยัดพื้นที่และเวลาครับ




เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ GasThai.Com สมาชิกเวบเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ

สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่









หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  facebook.com/GasThaiForCar 
                                       

ประกัน รถยนต์     <||>    ประกัน รถยนต์ ที่ไหน ดี     <||>    ประกัน ชั้น 1

ประกันรถยนต์     <||>    ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1    <||>     ประกันรถยนต์ 3พลัส     <||>    ประกันเดินทาง

หา ราย ได้ พิเศษ     <||>    อาชีพ ราย ได้ ดี     <||>    งาน ขับ รถ     <||>    งาน part time