เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net


ตัวตัดปัมพ์ติ๊กน้ำมัน T0PTECH
toptech
จาก ตุ้ม
พฤหัสบดีที่ , 6/10/2554
เวลา : 00:31
 IP:

111.84.78.98
อ่านแล้ว = 7210 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ติดต่อ 0869830370
ราคา 480 บาท



เป็นสินค้าที่ดีที่สุดขณะนี้ ตอบโจทก์กับคำถามต่างๆได้ครบ แ้ก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถที่ติดตั้งแก๊สได้
จาก : toptech(toptech) 16/10/2554 21:03:24 [111.84.6.134]
เป็นตัวตัดที่สามารถต่อได้โดยตรงกับปัมพ์ติ๊กมาตราฐานของรถได้ทุกรุ่น ช่วยให้เดินเบาเรียบแก้ปัญหาน้ำมันหาย
จาก : toptech(toptech) 6/2/2556 23:59:36 [115.67.66.241]
ไม่ใช้รีเลย์ มีขนาดเล็กบางป้องกันน้ำ100%ติดตั้งง่ายไม่ต้องใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงเพิ่มเติมให้ยุ่งยาก
จาก : toptech(toptech) 16/2/2556 11:44:15 [115.67.228.179]
หยุดปัมพ์ชั่วขณะที่มีการใช้แก๊สและต่อกลับทันทีที่กลับมาใช้น้ำมันแกัปัญหาปัมพ์พังลดการเกิดอัคคีภัย
จาก : toptech(toptech) 18/2/2556 22:19:39 [115.67.167.105]
ลดปัญหาการเกิดไฟลุกไหม้รถยนต์ที่ติดแก๊สเนื่องมาจากท่อน้ำมันส่วนที่เป็นท่อยางแตก เพราะท่อไม่รองรับกับชนิดของน้ำมันที่ใช้
จาก : toptech(toptech) 11/4/2556 21:18:19 [115.67.227.248]
เติมน้ำมันไว้พอสตาร์ทช่วยลดน้ำหนัก,ลดการสิ้นเปลือง,ปัมพ์ไม่ไหม้,ช่วยยืดอายุการใช้งานปัมพ์
จาก : toptech(toptech) 11/4/2556 21:28:24 [115.67.227.248]
ไม่ทำให้แรงดันในรางหัวฉีดเสิร์ชสูงกว่าค่าใช้งานปกติ จึงไม่ทำให้หัวฉีดรั่วเสียเป็นบางสูบมักเป็นกับรถรุ่นใหม่ที่ใช้แรงดันสูงๆ
จาก : toptech(toptech) 14/4/2556 9:24:10 [115.67.35.205]
รถยนต์ที่ใช้น้ำมันE85 ควรนำไปใช้อย่างยิ่งกับการป้องกันระบบทางเดินของน้ำมันและยืดอายุของปัมพ์
จาก : toptech(toptech) 4/8/2556 23:31:29 [115.67.135.148]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



toptech
 จาก toom
 พฤหัสบดี, 6/10/2554
 เวลา :
01:02
 IP:
111.84.78.98

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       คุณสมบัติพิเศษ
- ต่อใช้งาน แล้วจูนอัตโนมัติโดยไม่ต้องถอดออกหรือต่อตรงให้ยุ่งยาก
- ใช้โซลิดสเตรทรีเลย์ อายุยาวนาน ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ
- รองรับกับกล่อง ecu gas ทุกรุ่น ไม่สดุดหรือดับแน่นอน
-ขนาดเล็ก(3*5*1 cm) กันน้ำ100%

ข้อมูลเพิ่มเติม
อาจารย์ สุทธิพงศ์ Tel. 0869830370


ขณะใช้แก๊สวิ่งใช้งานปัมพ์ติ๊กจะทำงานเป็นบางช่วงเวลาสั้นๆเพื่อเติมน้ำมันไม่ให้ขาดสายป้องกันเครื่องดับ
จาก : toptech(toptech) 14/10/2554 22:46:52 [111.84.39.202]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 ศุกร์, 14/10/2554
 เวลา :
22:38
 IP:
111.84.39.202

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       รถยนต์ที่ได้ติดตั้งแก๊สเป็นเชื้อเพลิงร่วมขณะที่ใช้แก๊สหัวฉีดน้ำมันจะถูกปิด เมื่อปัมพ์ติ๊กของน้ำมันยังคงทำงานอยู่ แรงดันส่วนหนึ่งจะไหลผ่านวาล์วกักแรงดันย้อนกลับลงสู่ถังน้ำมันเพียง 15%จึงเกิดการอั้นแรงดันทำให้มีค่าสูงเกินค่าที่กำหนดสิ่งที่ตามมาและเป็นปัญหาคือ
1.ปัมพ์ติ๊กทำงานหนักขื้น ร้อน อายุการทำงานสั้นลง 2.วาล์วกักน้ำมันย้อนกลับเสียหาย เก็บน้ำมันไม่อยู่จึงสตาร์ทติดยาก 3. สิ้นเปลืองน้ำมันขณะใช้แก๊สเพราะรั่วซึมผ่านหัวฉีด 4. ท่อส่งน้ำมันส่วนที่เป็นท่อยางอาจแตกก่อให้เกิดไฟลุกไหม้ 5. ผู้ใช้ส่วนมากไม่ค่อยเติมน้ำมัน_น้ำมันเหลือน้อย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ปัมพ์ติ๊กไหม้ แค่นี้ก็เพียงพอที่ควรจะหยุดการทำงานของปัมพ์ติ๊กของน้ำมันชั่วคราวขณะที่มีการใช้แก๊ส แต่เมื่อแก๊สหมดหรือจะกลับมาใช้น้ำมัน ตัวตัดปัมพ์ติ๊กน้ำมันที่ติดตั้งก็ต้องมีประสิทธิภาพสามารถต่อกลับให้โดยอัตโนมัติ และต้องไม่ทำให้เครื่องยนต์สะดุดหรือดับได้ด้วย


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


pokprelude
 จาก ยนต์กิต
 เสาร์, 15/10/2554
 เวลา :
10:49
 IP:
125.24.7.148

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       เพิ่มเติมครับ อาจารย์
http://www.camryclub.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=55877


มั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพ ขับรถสบายใจขึ้น แม้ไม่มีน้ำมันก็ไม่ต้องกลัวติ๊กไหม้แย้....ว
จาก : toptech(toptech) 17/10/2554 21:54:32 [1.46.64.224]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 16/10/2554
 เวลา :
20:49
 IP:
111.84.6.134

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ติดต่อได้กับ
อาจารย์สุทธิพงศ์ Tel. 0869830370





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 16/10/2554
 เวลา :
21:10
 IP:
111.84.6.134

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       การต่อใช้งานไม่ยากสามารถติดตั้งด้วยตนเองได้




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 จันทร์, 20/8/2555
 เวลา :
09:34
 IP:
115.67.0.16

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       ปัจจุบันได้พัฒนาสินค้าเพื่อรองรับกับระบบแก๊สรุ่นใหม่ๆ ที่มีฟังชั่นการทำงานที่ดีแต่อู่ที่ติดตั้งไม่สามารถตั้งค่าเพื่อเอาไปใช้งานได้เพราะข้อจำกัดที่ตัวตัดปัมพ์ทั่วๆไปไม่สามารถทำงานได้นั่นเอง หากไม่มีการหยุดการทำงานของปัมพ์ติ๊๊กก็จะทำให้ปัมพ์ไหม้ โดยเฉพาะกับรถรุ่นปัจจุบันที่ไม่มีระบบท่อส่งน้ำมันย้อนกลับลงถัง ทำให้แรงดันในระบบท่อส่งและรางหัวฉีดมีค่าสูงมากๆ ปัมพ์ติ๊กจะทำงานหนักและไหม้ในที่สุดเปลี่ยนใหม่ราคาหนึ่งหมื่นอั้พหรือท่อส่งน้ำมันส่วนที่เป็นยางอาจแตก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดไฟไหม้รถยนต์นั่นเอง ดังนั้นจึงขอแนะนำให้เลือกใช้โดยเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นดังนี้
1. สามารถทำงานได้กับระบบแก๊สที่มีการสั่งจ่ายน้ำมันร่วมด้วยช่วงสั้นๆเพื่อช่วยเพิ่มอัตราเร่ง (แบนด์ที่บอกว่าห้ามตัดปัมพ์นั่นเอง) โดยจะสั่งให้ติ๊กน้ำมันทำงานตามจังหวะการเปิดของหัวฉีดน้ำมันที่ถูกสั่งให้ฉีดเสริมแล้วหยุดเมื่อใช้แก๊สอย่างเดียว เพื่อแก้ปัญหาท่อน้ำมันแตกและน้ำมันขาดสาย
2. สามารถตั้งค่าในโปรแกรมการตั้งค่า ให้มีการวอร์มหัวฉีดหรือการเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นแก๊สทีละสูบได้ และที่สำคัญสามารถเลือกใช้การกำหนดค่ารอบของเครื่องยนต์เพื่อให้สลับการใช้เชื้อเพลิงที่รอบต่ำเป็นน้ำมันรอบสูงเป็นแก๊สได้ โดยเครื่องยนต์ไม่สะดุดหรือดับแน่นอน
3. สามารถนำไปต่อได้โดยตรงกับปัมพ์ติ๊ก ทำให้ไม่เสียเวลาหารีเลย์ของติ๊ก
4. สามารถสลับการทำงานของเชื้อเพลิงได้ในทุกเงื่อนไข รองรับกับระบบแก๊สในท้องตลาดทุกแบนด์
หากเคยมีปัญหาและต้องการแก้ปัญหาต่างๆลองเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพได้หรือสอบถามมาที่
อาจารย์ สุทธิพงศ์ T. 0869830370


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พฤหัสบดี, 6/9/2555
 เวลา :
12:53
 IP:
115.67.33.232

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       สอบถามมามากว่าควรติดตัวตัดปัมพ์ติ๊ก TOPTECH ในกรณีใดบ้าง
1. รถรุ่นใหม่ๆที่ไม่มีท่อส่งน้ำมันย้อนกลับ จะใช้ตัวตัดแบบหน่วงเวลาเหมือนทั่วๆไปไม่ได้เพราะแรงดันจะอั้นสูงมากอันตรายต่อระบบท่อส่งน้ำมันและปัมพ์ติ๊กเป็นอย่างมาก
2. ใช้แก๊สแต่น้ำมันหายมากๆ (หัวฉีดน้ำมันรั่วหรือซึมที่แรงดันสูง)
3. อาการเครื่องสั่นที่รอบเดินเบาเพราะหัวฉีดน้ำมันรั่ว
4. ปัมพ์ติ๊กไหม้เพราะน้ำมันหมดบ่อยๆ
5. ติดตัวตัดยี่ฮ้ออื่นแล้วเครื่องยนต์ดับกลางถนนเมื่อแก๊สหมด
6. บอกยี่ฮ้อแก๊สไปร้านติดแก๊สบอกว่าตัดไม่ได้ (ให้มาใช้ของTOPTECHตัดได้เลย)
7. ติดตั้งง่ายเพราะสามารถต่อโดยตรงกับปัมพ์ได้เลย
8. รถป้ายแดงอยากให้รอบต่ำใช้น้ำมันรอบสูงใช้แก๊สอยากถนอมเครื่องยนต์แต่เคยใช้ตัวตัดยี่ฮ้ออืนแล้วดับ
9. แก๊สบางรุ่นมีระบบตัดมาให้แต่ต้องใช้รีเลย์ตัวใหญ่มาต่อเพิ่ม ให้มาใช้ของ TOPTECH ได้เลยเพราะไม่ใช้
รีเลย์ อายุการใช้งานจึงยาวนาน ทนกระแสสูง ขนาดเล็ก ทำงานได้ในทุกเงื่อนไข


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 30/9/2555
 เวลา :
22:10
 IP:
115.67.34.28

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       รถยนต์ที่ติดติ๊กคู่หรือติ๊กที่ใหญ่กว่ามาตราฐานสามารถโทรสั่งเพิ่มเติมได้ในขนาดและรูปลักษณ์เท่าเดิม
ส่วนร้านค้าหรืออู่ติดตั้งที่ต้องการสั่งซื้อสินค้า ทางเราพร้อมจะจัดส่งทางไปรษณีย์ให้ได้ทั่วราชอาณาจักร
และพร้อมให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่ติดตั้งแก๊ส


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อังคาร, 2/10/2555
 เวลา :
00:27
 IP:
115.67.194.55

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       สำหรับรถยนต์ในปัจจุบันที่ใช้แรงดันน้ำมันสูงและไม่มีท่อน้ำมันไหลวนกลับ
เพื่อเดรนลงถัง ไม่แนะนำให้ใช้ตัวตัดแบบหน่วงเวลาตัดหรือวิ่งไปแล้วเติมน้ำมันไป
เพราะจะทำให้สายน้ำมันแตกหรือปั้มพ์เสียหายได้ ให้นึกถึงหลักการของเครื่องตะบันน้ำ
ท่อเมื่อโดนน้ำมันโซฮอลล์จะนิ่มและในระบบยังมีแรงดันสูงอยู่เมื่ออัดแรงดันสูงเข้าไป
ในขณะที่ไม่มีทางออกให้คิดเอาเองบ้าง
ดังนั้นเมื่อใดที่เริ่มใช้แก๊สแสดงว่าหัวฉีดน้ำมันก็จะถูกปิด ปัมพ์ติ๊กต้องหยุดการ
ทำงานทันที แต่ถ้ารถยนต์ที่มีวาล์วเร็กกูเลทควบคุมแรงดันแล้วไม่เคยตัดปัมพ์นานเข้า
จะทำให้ไดอะแฟรมทำงานรับแรงดันสูงทำให้ยืดเสียได้ เพราะถูกออกแบบให้รับแรงดัน
ส่วนที่เกินเพียง 15-20% เมื่อเสียต้องแก้ไข เพราะเมื่อเก็บน้ำมันไม่อยู่จะสตาร์ทติดยาก
เมื่อมีตัวตัดที่ดีให้เลือกใช้แล้ว อดีตที่เคยท่องจำกันมาให้ลืมๆมันไปซะบ้างก็จะดีครับ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 14/10/2555
 เวลา :
23:33
 IP:
115.67.166.232

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       ผลที่ได้จากการหยุดปัมพ์ติ๊กของน้ำมันขณะที่มีการใช้แก๊ส
1. ปัมพ์ไม่ไหม้แม้น้ำมันหมดหรือเหลือน้อย
2. เติมน้ำมันน้อยๆ ลดน้ำหนักบรรทุกจึงประหยัดพลังงาน
3. ยืดอายุการทำงานปัมพ์ ไม่ร้อนและไม่ไปโหลดระบบไฟของรถยนต์
4. ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะที่มีการใช้แก๊ส มักเป็นกับรถอายุการใช้งาน 5ปีขี้นไป
5. เครื่องยนต์เดินเรียบไม่สั่นกรณีหัวฉีดเริ่มรั่วซึม และราคาแต่ละหัวมีราคาสูง
6. ช่วยลดการเกิดไฟไหม้รถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีต้นเหตุมาจากระบบท่อส่งน้ำมันแตก
7. ผู้ใช้รถรุ้สึกสบายใจกับการขับขี่เมื่อรับรู้ถึงความปลอดภัยที่ได้มีการติดตั้ง
อยากทราบข้อมูลกับผู้ใช้งานจริงหรืออู่ติดตั้งที่ใช้และตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่โทรศัพท์
ติดต่อได้ที่ อาจารย์ สุทธิพงศ์ T.0869830370


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 จันทร์, 15/10/2555
 เวลา :
23:27
 IP:
115.67.165.52

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       โซนภาคใต้ อู่ติดตั้งหรือผู้ที่สนใจต้องการใช้หรือจะเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรติดต่อ
โดยตรงกับ อาจารย์ สุทธิพงศ์ dtac 0869830370


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก prasarn
 จันทร์, 22/10/2555
 เวลา :
23:57
 IP:
115.67.69.101

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       รถเลกซัสวางเครื่อง 2J turbo ใช้แก๊ส AC ถ้าติดตัวตัดปั๊มพ์แล้ว ที่ความเร็วรอบ 5000 ขึ้นไป
ตัองการกลับมาใช้น้ำมัน จะใช้ได้ไหมขอคำแนะนำหน่อย


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อังคาร, 23/10/2555
 เวลา :
21:47
 IP:
115.67.134.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       ใช้ได้กับรถและระบบแก๊สทุกยี่ฮ้อ สามารถทำงานได้ในทุกเงื่อนไข แต่อยากรู้ว่า
ปัมพ์ติ๊กเป็นแบบเดิมๆหรือปัมพ์แต่ง จะได้จัดให้อย่างเต็มและเหมาะสม


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อังคาร, 30/10/2555
 เวลา :
10:57
 IP:
110.49.235.201

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       มาทำความเข้าใจกันว่า ตัวตัดปั๊มพ์ที่ดีจะต้องหยุดการทำงานทันทีที่มีการใช้แก๊ส
โดยเฉพาะกับรถปัจจุบันที่ใช้แรงดันน้ำมันที่สูง เพื่อป้องกันการโอเวอร์โหลดของปัมพ์
และโหลดระบบไฟฟ้าของรถยนต์ เมื่อ 2ปีก่อนผมได้คิดและนำระบบหน่วงเวลาตัดมาใช้
เพื่อแก้ปัญหาการวอร์มและการจูนและมีการต่อปัมพ์บ้างที่รอบสูงๆ แต่ในปัจจุบันจะไม่
เหมาะกับการใช้งานเมื่อพบปัญหากับระบบท่อส่งน้ำมันแตก ปัมพ์เสียจากการตัดต่อการ
ทำงานบ่อยๆในขณะที่อั้นแรงดันอยู่เช่นการถอนคันเร่งทุกครั้งแล้วเติมน้ำมัน ปัญหาจริงๆ
นัำมันในระบบมันไม่ได้หายไปไหนถ้าหัวฉีดไม่รั่ว แตสาเหตุมักมาจากนัำมันถูกนำไปใช้
ในขณะที่ปัมพ์หยุดการทำงานแล้ว และตัวตัดไม่สามารถต่อกลับได้ทัน จึงเกิดปัญหากับ
รถซีซีมากๆที่จะสะดุดหรือดับเป็นอันตรายกับผู้ขับขี่ ซึ่งระบบแก๊สในปัจจุบันก็จะเป็นปัญหา
กับตัวตัดทั่วๆไปที่ไม่สามารถทำงานได้
แต่ผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอสามารถนำไปใช้งานได้อย่างไร้ปัญหา โดยผู้นำไปใช้งาน
สามารถสลับเชื้อเพลิงไปมาเพื่อทดสอบได้อย่างนุ่มนวล เหมือนกับไม่ได้มีการตัดต่อปัมพ์
และจะขอเป็นต้นแบบให้กับผู้ที่คิดทำตาม จะได้ช่วยกันลดปัญหากับผู้ใช้รถยนต์และจราจร
อาจารย์ สุทธิพงศ์ Tel. 0869830370




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 เสาร์, 3/11/2555
 เวลา :
01:17
 IP:
115.67.69.222

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       ความเข้าใจผิดที่คิดว่า ขณะเครื่องยนต์เดินเบาปัมพ์ติ๊กทำงานให้แรงดันน้ำมันต่ำเมื่อเร่งเครื่องยนต์
แรงดันของน้ำมันจะสูงตามความเร็วรอบของเครื่องยนต์ เป็นความเชื่อและอาจทำให้คนที่ได้อ่านเข้าใจผิด
_ ความเป็นจริงเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์มอเตอร์ปัมพ์ติ๊กจะทำงานดันน้ำมันผ่านท่อส่งน้ำมันเข้าสู่รางหัวฉีด
เช่น 4 บาร์ แต่กำหนดใช้งานไว้ 3 บาร์ ค่านี้จะคงที่โดยจะกำหนดและควบคุมโดยวาล์วเร็กกูเลท
ส่วนที่เกินก็จะผ่านวาล์วกลับลงถัง ถ้าเครื่องยนต์เดินเบาส่วนที่กลับลงถังจะมากแต่ถ้าเร่งรอบยิ่งสูง
ส่วนที่กลับลงถังจะยิ่งลดลง สัดส่วนเพิ่มลดน้ำมันกำหนดด้วยหัวฉีดรอบเดินเบาก็ฉีดน้อยเร่งเครื่อง
ก็ฉีดมากขึ้นตรวจสอบความเหมาะสมด้วยอ๊อกซิเจนเซนเซอร์ควบคุมการสั่งหัวฉีดด้วยกล่อง ECU
กรณีเมื่อนำมาติดแก๊สเมื่อใช้งานแก๊สหัวฉีดน้ำมันจะหยุดทำงาน แรงดันที่ต้องออกทางหัวฉีดรวมกับค่าที่เกิน
ขณะใช้ปกติก็็จะผ่านวาล์วกลับลงถังทำให้วาล์วรับแรงดันส่วนที่เกินสูงมากขึ้น จึงทำให้เร็กกูเลทเสียนั่นเอง
_ ส่วนรถยนต์ในปัจจุบันหลายรุ่นจะไม่มีวาล์วเร็กกูเล็ทเพื่อต้องการสร้างแรงดันให้สูงมากๆ เมื่อใช้แก๊ส
หัวฉีดน้ำมันจะหยุดทำให้น้ำมันไม่มีทางออกสูงเกินมากๆจึงจะโบว์ทิ้งทางก้นปั๊มพ์ อู่ติดตั้งแก๊สจึงต้องรับผิดชอบ
กับปัญหาปัมพ์เสียเมื่อได้ติดตั้งแก๊สไปใช้งานไม่นาน ราคาปัมพ์ใหม่ 10,000 - 20,000 บาท
_ บางรุ่นใช้เซ็นเซอร์เข้ามาตรวจจับทั้งแรงดันน้ำมันและตรวจจับการทำงานของปั๊มพ์ด้วย ทำให้การติดตั้ง
แก๊สต้องพบกับปัญหาที่ต้องคอยแก้ เพื่อให้ผู้ใช้รถมีความพึงพอใจที่สุด

ดังนั้นการเปิดกว้างอ่านและฟังรู้จักวิเคราะห์ก็จะได้ส่วนที่เพิ่มพูนปัญญา นำไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้
ผมเชื่อว่าทุกคนมีเจตนาที่ดี แต่ความรู้และความเข้าใจที่ผิดเมื่อนำมาบอกต่อย่อมเป็นผลเสียมากกว่าดีแน่นอน


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 เสาร์, 3/11/2555
 เวลา :
09:20
 IP:
115.67.34.44

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       ตัวตัดปัมพ์์ toptech เป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กและบางน้ำหนักเบา มีอัตราการรองรับกระแส
ได้สูง ไม่ใช้รีเลย์จึงทำงานตอบสนองที่ไวอายุการใช้งานจึงยาวนาน คนแรกและคนเดียวที่นำผลิตภัณฑื
เทเคลือบด้วยเรซิน ทำให้ทนร้อนทนชื้นสามารถกันน้ำได้ 100 % จึงนำไปติดตั้งได้ทุกที่ตามต้องการ
คุณภาพผ่านการรับรองจากอู่ติดตั้งที่ได้ใช้แล้วเลือกใช้ต่อเนื่องกันมากว่า 2 ปี สนใจจะใช้ผลิตภัณฑ์
สอบถามอู่ติดตั้งในจังหวัดนครปฐมได้ทุกร้าน หรือติดต่อโดยตรงกับอาจารย์สุทธิพงศ์ (DTAC)
Tel. 0869830370 ต่างจังหวัดเรามีตัวแทนขายและพร้อมเข้าไปดูแลสอบถามกันเข้ามาได้
เอกลักษณ์และรูปแบบการทำงานเป็นแบบเฉพาะ ฉะนั้นของลอกเลียนแบบในเรื่องคุณภาพและ
ความทนทาน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูทธืความน่าเชื่อถือในตัวสินค้านั้นๆ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พุธ, 7/11/2555
 เวลา :
09:54
 IP:
115.67.98.253

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       จากคำบอกเล่าเคยติดตัวตัดปัมพ์แล้วปัมพ์ติ๊กก็ยังเสียเร็วเร็วอยู่ดี
ผลที่จะต้องได้จากการหยุดการทำงานของปัมพ์คือต้องมีอายุการใช้งานที่ยาวนานแน่นอน
แต่เหตุและผลที่เคยได้รับมันต้องมาจากการเลือกใช้ตัวตัดที่มีการทำงานไม่เหมาะที่จะนำไปใช้
งานมากกว่า สิ่งที่ผมเห็นประเภทเปลี่ยนเป็นแก๊สแล้วหยุดปัมพ์พอถอนคันเร่งแล้วจะต่อปัมพ์ให้
ทำงาน ใน10นาทีถอนคันเร่งกี่ครั้งนี่แหละคำตอบว่าปัมพ์จะต้องตัดต่อการทำงานจึงเป็นสาเหตุ
นั่นเอง ประสบการณ์ตรงผมเองใช้ตัดการทำงานปัมพ์มากว่า 5 ปีไม่มีปัญหาทั้งเรื่องสะดุดดับ
หรือปัมพ์พังแน่นอน


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 11/11/2555
 เวลา :
08:25
 IP:
115.67.66.238

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       ย้ำอึกครั้งรถยนต์ที่ใช้ปัมพ์แรงดันน้ำมันสูงประเภทที่ไม่มีเร็คกูเลเตอร์และท่อส่ง
น้ำมันย้อนกลับ เมื่อนำไปติดแก๊สจะต้องตัดปัมพ์มิฉะนั้นแรงดันที่สูงก็จะหาทางออก เช่น
ออกทางโอริง ท่ออ่อนในถังน้ำมันแตก แต่ถ้าโชคร้ายท่อยางน้ำมันที่อยู่ในห้องเครื่องเกิด
แตก อาจเกิดไฟลุกได้ และตัวสุดท้ายถ้าปัมพ์์เสียมีค่าใช้จ่ายสูงแน่นอน
ปัญหาแก้ได้โโดยหยุดการทำงานของปัมพ์ติ๊กน้ำมันชั่วขณะที่มีการใช้แก๊สทุกครั้ง
และต้องเลือกใช้ประเภทหยุดเลย ถ้าใช้ประเภทหน่วงเวลาย่อมเกิดผลเสียแบบเดิมๆ ยิ่งหน่วง
เวลานานยิ่งทำให้ระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำมันมีปัญหาได้มากขึ้น อายุการทำงานสั้นนั่นเอง


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พฤหัสบดี, 11/4/2556
 เวลา :
21:03
 IP:
115.67.227.248

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       สาเหตุรถยนต์ที่ติดแก๊สแล้วเกิดไฟลุกไหม้ตามข่าว สถิติสูงขึ้นมาจากเหตุผลใด
ปัจุบันรถยนต์ได้ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงร่วมมีจำนวน,มากขึ้น การติดตั้งเป็นไปตามมาตราฐานควบคุมด้วยวิศวะกรแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ทำการแก้ไขโดยขาดความรู้ความเข้าใจ จากข่าวมักจะเกิดกับรถที่มีอายุการใช้งาน 7-10 ปีขึ้นไป สาเหตุหลักสามารถแยกออกมาได้ 2 สาเหตุ
1. เกิดจากการชำรุดของอุปกรณ์ในรถยนต์ที่มีการใช้งานหนักมายาวนานหลายปี อาทิระบบแอร์ส่วนที่เป็นครัชจะต้องใช้กระแสไฟสูงมาก หรือพัดลมระบายความร้อนเครื่องยนต์หรือส่วนที่ระบายความร้อนในห้องโดยสารอุปกรณ์พวกนี้เวลาเสียจะดึงกระแสไฟสูงจากปกติมาก ดังนั้นจึงต้องมีฟิวส์ป้องกันแต่ผู้ใช้รถหรือช่างที่ขาดความรู้มักจะใส่ค่าสูงๆหรือติดตั้งกันเพิ่มเติมโดยไม่ใส่ฟิวส์ประกอบกับสายไฟที่เสื่อมสภาพ เมื่อสายไฟร้อนเปลือกละลายจึงเกิดไฟลุกไหม้
2. ฟันธงได้เลยว่ามาจากระบบน้ำมันส่วนที่เป็นท่อยางแตกในห้องเครื่องยนต์ ถ้าใช้ระบบน้ำมันอย่างเดียวเครื่องจะดับสตาร์ทไม่ติดจึงยังคงปลอดภัย แต่ถ้าใช้แก๊สร่วมเครื่องยนต์จะไม่ดับเมื่อเครื่องยนต์ร้อนๆโดยเฉพาะบริเวณท่อไอเสียเมื่อโดนน้ำมันที่แตกจากท่อยางแล้วปัมพ์ติ๊กยังคงดันด้วยแรงดันสูงต่อเนื่องไฟลุกไหม้ทันที ดังนั้นการแก้ไขที่ตรงสาเหตุก็คือการหยุดปัมพ์ติ๊กของน้ำมันขณะที่ใช้แก๊สจึงลดปัญหาได้แน่นอน แก๊สที่รั่วซึมที่บริเวณห้องเครื่องไม่สามารถทำให้ติดไฟได้ เพราะเป็นพื้นที่โล่งลมจากพัดลมหน้าเครื่องทำให้แก๊สฟุ้งกระจายไม่สามารถจุดติดไฟได้อย่างแน่นอน ดังนั้นรถที่มีอายุการใช้งานมากต้องเข้าหาช่างให้ช่วยดูแลมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยกับชีวิตของเราและคนรอบข้างด้วย


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พฤหัสบดี, 11/4/2556
 เวลา :
22:18
 IP:
115.67.227.248

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       อธิบายเพิ่มเติมที่ว่าแรงดันในรางหัวฉีดเกินในระบบเก่าที่มีวาล์วเร็คกูเลเตอร์จริงหรือไม่
วาล์วเร็คกูเล็ทออกแบบให้ควบคุมแรงดันให้คงที่โดยให้ส่วนที่เกินไหลวนกลับถ้งแต่ไม่ได้รองรับการไหลกลับ
แบบเต็ม100%จึงพบวาล์วรั่วได้กับรถที่ใช้แก๊ส หลายๆช่างและหลายๆคนบอกว่าแรงดันในรางจะไม่เกินขอให้ทำความเข้าใจเพิ่มกันอีกสักหน่อย Go! การใช้งานน้ำมันปกติหัวฉีดจะเปิดแรงดันในรางหัวฉีดยังคงที่เพราะส่วนที่เกินไหลกลับลงถังได้ แต่ในขณะที่เราเร่งเครื่องยนต์แรงดูดจากท่อไอดีจะไปสั่งปิดวาล์วเร็คกูเล็ทชั่วขณะเพื่อการตอบสนองคงพอเข้าใจ แต่ในขณะใช้แก๊สหัวฉีดน้ำมันทุกหัวจะถูกปิดแรงดันน้ำมันทั้งหมดจะไหลผ่านวาล์ว100%กลับลงถังและในขณะที่เราเร่งหรือควิ๊กดาวน์ แรงดูดที่สูงก็จะไปสั่งปิดวาล์วชั่วขณะทำให้แรงดันในรางสู.มากๆ จึงเป็นสาเหตุทีอาจทำให้ท่อแตกหรืออาจทำให้น้ำมันเล็ดรั่วออกทางหัวฉีดเครื่องยนต์จึงสั่นเดินไม่เรียบเปลืองน้ำมันขณะใช้แก๊สได้


ที่วาล์วเร็คกูเล็ทจะมีท่อเล็กๆต่อเข้ากับท่่อไอดีเรียกกันว่าท่อแว็คคัมไว้ใช้ควบคุม ในหม้อต้มแก๊สก็ใช้เพื่อป้องกันแรงดันตกในขณะที่เร่งเครื่อง
จาก : toptech(toptech) 12/4/2556 23:13:23 [115.67.163.109]
แรงดันที่สูงจะทำให้หัวฉีดรั่วเสีย สังเกตดูว่าถ้ามีสูบใดรั่วสูบอื่นๆก็จะไม่เสียเพราะเพรชเชอร์ถูกระบายออกได้
จาก : toptech(toptech) 14/4/2556 9:39:35 [115.67.35.205]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 เสาร์, 13/4/2556
 เวลา :
22:44
 IP:
115.67.69.213

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       - แนะนำผู้ที่ใช้รถติดแก๊สทุกท่านควรปฏิบัติแล้วจะเกิดผลที่ดีไร้ซึ่งปัญหาที่จะตามมา
รถยนต์ก่อนปี2000ส่วนใหญ่จะต้องเลือกใช้มาตรฐานน้ำมันออกเทน98 แต่ในปัจจุบันเชื้อเพลิงในบ้านเรามีความหลากหลายให้เลือกใช้แต่ให้ค่าออกเทนที่ต่ำกว่า จึงทำประสิทธิภาพเครื่องยนต์ต่ำลงความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น แต่ในรถรุ่นใหม่ๆได้ออกแบบให้สามารถปรับความเหมาะสมของเชื้อเพลิงที่ค่าออกเทนต่างๆได้ดีและมีประสิทธิภาพขึ้น แต่เมื่อนำรถยนต์มาติดแก๊สเป็นเชื้อเพลิงร่วมจะใช้วิธีการปรับจูนค่าของแก๊สเปรียบเทียบกับค่าของน้ำมันเทียบเคียงจนได้ค่าที่เหมาะสมในทุกอัตราเร่งรอบ ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับโปรแกรมการจูนของแต่ละยี่ฮ้อและความชำนาญของผู้ติดตั้ง
แต่มีตัวแปรหนึ่งที่ผู้ใช้รถเองจะต้องรู้และเป็นผู้กำหนดในการเลือกใช้น้ำมัน เพราะน้ำมันที่เลือกจะใช้จะเป็นตัวอ้างอิงในการเปรียบเทียบและจะใช้ช่วงสตาร์ทกับใช้วิ่งใช้งานในขณะที่แก๊สหมดเท่านั้น แนะนำเลือกใช้แก๊สโซฮอล91แล้วนำไปให้ช่างที่ติดตั้งในการปรับจูนจนได้ค่าที่เหมาะสมถูกต้องและสมบูรณ์ การใช้งานจะต้องรู้สึกได้ว่าใกล็เคียงหรือดีกว่าน้ำมันได้เพราะค่าออกเทนของแก๊สLPGมีค่า105 สูงกว่าน้ำมัน (โดยเฉพาะรถรุ่นเก่าๆจะถูกปรับจูนมาให้ใช้กับมาตรฐานน้ำมันออกเทน98)ดังนั้นเมื่อนำมาใช้แก๊สจึงรู้สึกว่าวิ่งดีและจะมีความประหยัดดีกว่าน้ำมันที่มีค่าออกเทนต่ำ
สิ่งที่แนะนำ!!!!! ต่อจากนี้ไปผู้ใช้รถจะต้องเลือกเติมน้ำมันที่ตัวเองเลือกเพราะเวลาสตาร์ทออกซิเจนเซนเซอร์จะตรวจสอบความเหมาะสมของเชื้อเพลิงและกำหนดเป็นค่าอ้างอิงของแก๊สตามที่ได้ปรับจูนไว้ แต่ถ้าผู้ใช้รถเปลี่ยนใช้ค่าของออกเทนที่เปลี่ยนไป เวลาสตาร์ทออกซิเจนจะตรวจจับความเหมาะสมและสั่งECUเพิ่มหรือลดเวลาในการฉีดน้ำมันให้เหมาะสมเวลาที่อ้างอิงสำหรับแก๊สจะเปลี่ยนไปผลที่ตามมาคือเครื่องยนต์จะเดินไม่เรียบในขณะที่ใช้แก๊สได้ อาจจะเบาดับอัตราเร่งไม่ดีสิ้นเปลืองแก๊สมากขึ้นโดยเฉพาะรถปีเก่าๆจะส่งผลมากเพราะออกซิเจนเซนเซอร์เสื่อมสภาพและประสืทธิภาพECU Low Tech กว่ารถรุ่นปัจจุบันที่มีการดีเทคความเหมาะสมของเชื้อเพลิงตลอดเวลา จึงประหยัดประสิทธิภาพจึงสูงกว่ามาก



อ๊อกซิเจนเซนเซอร์เป็นตัวส้่งปรับความเมาะสมในการสั่งจ่ายเชื้อเพลิง เมื่อเสื่อมสภาพเป็นผลทำให้เครื่องยนต์สั่น สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้
จาก : toptech(toptech) 30/4/2556 12:22:17 [115.67.34.26]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 พุธ, 22/5/2556
 เวลา :
22:12
 IP:
115.67.135.190

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
       !!!อีกสาเหตุที่ทำให้รถติดแก๊สแล้วเกิดไฟลุกไหม้ขณะใช้งาน
ผู้ใช้รถติดแก๊สแล้วปัมพ์ติ๊กของน้ำมันไหม้สักครั้งผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติเอาไว้เป็นประสบการณ์
แต่การป้องกันที่ดีจากอู่ติดตั้งจะช่วยแก้ปัญหาที่จะเกิดได้ เมื่อมีปัญหาปัมพ์ไหม้การเปลี่ยนโดย
เลือกใช้อะไหล่ตามมาตรฐานก็โอนะ แต่โดยทั่วไปอู่ซ่อมรถยนต์มักจะใช้อะไหล่จากเซียงกงและ
อาจจะมีขนาดที่ไม่เหมาะสมขนาดใหญ่แรงดันน้ำมันจึงสูงเกินมากๆ ฟังเสียงปัมพ์ดังครางให้ได้ยิน
ฟังแล้วน่ากลัวสุดๆ พบเห็นอยู่บ่อยๆเลยแนะนำให้ใส่ตัวตัดปัมพ์แต่ก็ต้องคอยลุ้นทางที่ดีควรเลือก
ใช้ให้เหมาะสม จะได้ไม่ต้องมีประสบการณ์ที่เลวร้ายกลายเป็นคนดังหน้า1.ของหนังสือพิมพ์!!!!!!


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 จันทร์, 22/7/2556
 เวลา :
22:26
 IP:
115.67.37.85

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
       - มาสด้า3ติดแก๊สเวลาสตาร์ทด้วยน้ำมันติดยากต้องสตาร์ทหลายครั้ง

สาเหตุ มาจากระบบน้ำมันเพราะปัมพ์แรงดันสูงและไม่มีท่อแรงดันย้อนกลับเมื่อไม่ได้หยุดปัมพ์ในขณะที่ใช้แก๊ส จึงทำให้แรงดันในระบบสูงทำให้ท่ออ่อนในถังเกิดรั่วทำให้แรงดันในท่อส่งไปยังรางหัวฉีดต่ำ น้ำมันจึงไม่พอกับความต้องการ การแก้ไขต้องซื้อปัมพ์ใหม่+ค่าแรงหมื่นปลายๆและไม่แนะนำให้ใช้วิธีการแปลงเพราะถ้าขาดความรอบคอบจะได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นวิธีการป้องกันคือความถูกต้องที่ควรมองและนำไปใช้


ปัจจุบันได้มีท่ออ่อนแยกขาย สามารถหามาเปลี่ยนช่วยลดปัญหาเรื่องราคาที่ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดแล้ว
จาก : toptech(toptech) 20/1/2559 21:38:26 [1.46.4.196]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 4/8/2556
 เวลา :
22:56
 IP:
115.67.135.148

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
       เป็นรูปของตัวตัดต่อปัมพ์ที่มีขนาดเล็กและบางกันน้ำได้100%




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin


toptech
 จาก toptech
 อาทิตย์, 4/8/2556
 เวลา :
23:22
 IP:
115.67.135.148

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 25
       จากรูปเป็นตัวหลอกเกจน้ำมันของรถที่ติดตั้งแก๊สแล้วเกิดปัญหาในการแสดงค่า ของน้ำมันไม่เป็นค่าจริงทำให้เกิดปัญหากับผู้ใช้รถยนต์ โดยเฉพาะกับรถฮอนด้ารุ่นใหม่ๆ
โตโยต้าวีออส เปอร์โยหรือกับรถที่มีระบบคำนวนระยะทางจากน้ำมันที่มีอยู๋ 2ปีกว่ากับการ
แก้ปัญหาของอู่ติดตั้ง ทำให้ผู้ใช้รถหมดข้อกังวลใจได้เป็นอย่างดี




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย   แก้ไขความคิดเห็น เห็นเฉพาะ admin



คำถามนี้มีทั้งหมด 58 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป

จะแค่ UP กระทู้ขึ้นด้านบน Click ที่นี่เลยครับ ไม่ต้องไปโพสกระทู้ว่า up เลยครับ ประหยัดพื้นที่และเวลาครับ




เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ GasThai.Com สมาชิกเวบเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ

สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่






ช่างแป๊ะ หมากกระจาย
(ทีมงานช่าง จากอู่ชัย หมากกระจาย)

โทร 086 404 6278
ปั้ม G Gas
แก๊สใสสะอาด

ที่สุดในโลก ทุกสาขาทั่วไทย แถมฟรีกาแฟ รับบัตรเครดิต
บริษัท พรศักดิ์ อ่อนนุช จำกัด
ติดต่อ

Tel:02-726-1594-95, 02-726-1599
versusthailand
อุปกรณ์ติดตั้ง LPG/NGV และน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ใช้แก็ส

Tel:090-2949429 081-6151054
SPEED GAS
ติดต่อ

Tel:02 4595676 084-099-0994
ปั้ม G Gas
แก๊สใสสะอาด

ที่สุดในโลก ทุกสาขาทั่วไทย แถมฟรีกาแฟ รับบัตรเครดิต
พื้นที่ว่างให้ลงโฆษณา
ติดต่อ

Tel:081-6419681
ปั้ม G Gas
แก๊สใสสะอาด

ที่สุดในโลก ทุกสาขาทั่วไทย แถมฟรีกาแฟ รับบัตรเครดิต
งามวงศ์วานสองก๊าซ
ติดต่อ

Tel:02-9511208 086 - 8884950
หจก.ธง.ออโต้เซอร์วิส
ติดต่อ

Tel: 02-892-1727-8





หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online 409 คน)