แก้ไขคำถาม สำหรับ User
คำถาม
รายละเอียด
ในที่สุดคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ก็มีมติให้ปรับราคาก๊าซแอลพีจี (LPG) ในภาคขนส่ง และอุตสาหกรรมอีกกิโลกรัมละ 6 บาท โดยจะทยอยปรับขึ้น 3 เดือน เดือนละ 2 บาท ในภาคขนส่งนั้นหากราคาขึ้นไปตามนี้ก็คือตกลิตรละ 15-16 บาท เพราะราคาขายปัจจุบันในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่ราวๆ 11.20-11.30 บาท/ลิตร (แอลพีจี 1 ก.ก.มีปริมาตรประมาณ 1.8 ลิตร) แต่มตินี้ยังต้องผ่านที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารพลังงาน (กบง.) คาดว่าจะนำเข้าได้ภายในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าก็น่าจะเป็นช่วงปลายเดือนพ.ย. กพช.ระบุว่า การเก็บเงินส่วนเกินดังกล่าวเพื่อนำไปจ่ายคืนให้ปตท. ที่นำเข้าแอลพีจีในช่วงเดือนเม.ย.-ปัจจุบัน เป็นเงินกว่า 7 พันล้านบาท มีการเปิดเผยตัวเลขว่า ไทยสามารถผลิตก๊าซแอลพีจี ทั้งจากการกลั่นและการขุดเจาะในประเทศตกเดือนละ 357,000 ตัน/เดือน แต่การใช้จริงเฉลี่ยตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ย.อยู่ที่ 379,000 ตัน/เดือน มีส่วนต่างอยู่ประมาณ 22,000 ตัน/เดือน แต่ตัวเลขนำเข้าตั้งแต่เดือนเม.ย.-ต.ค. รวม 7 เดือน มีการนำเข้า 357,953 ตัน หรือเฉลี่ยเดือนละ 51,136 ตัน/เดือน!? จึงยังงงๆ ว่าแล้วก๊าซที่นำเข้าเกินความต้องการมาเกือบ 30,000 ตัน/เดือน มันไปอยู่ที่ไหน จากตัวเลขการใช้ของกพช.เอง ระบุว่าภาคครัวเรือนเฉลี่ย 175,000 ตัน/เดือน, ภาคขนส่ง 64,000 ตัน/เดือน, ภาคอุตสาหกรรม 57,000 ตัน/เดือน และภาคปิโตรเคมี 83,000 ตัน/เดือน เป้าหมายของกพช.จะเก็บเงินชดเชยให้ปตท. เฉพาะภาคขนส่งและอุตสาหกรรม ที่มีการใช้รวมกันอยู่ที่ 121,000 ตัน/เดือน ที่น่าสงสัยก็คือไม่มีการพูดถึงภาคปิโตรเคมี ที่ได้อานิสงส์จากการตรึงราคาก๊าซแอลพีจีด้วยเช่นกัน!? ใคร-ในภาคปิโตรเคมี นำก๊าซแอลพีจีไปใช้มากที่สุด หากจะเก็บเงินคืนให้ปตท.เพื่อความเป็นธรรม ควรจะยกเว้นเฉพาะภาคครัวเรือน เพราะกระทบกับประชาชนในวงกว้าง ที่เหลือในภาคขนส่ง-อุตสาหกรรม และปิโตรเคมี ควรจะเก็บเท่าเทียมกัน เพราะตัวเลขการใช้แอลพีจีของทั้ง 3 ภาคดังกล่าวรวมกันอยู่ที่ 204,000 ตัน/เดือน หากเก็บก.ก.ละ 6 บาท จะได้เงินตกเดือนละ 1,224,000,000 บาท (หนึ่งพันสองร้อยยี่สิบสี่ล้านบาท) เพียง 6 เดือนก็คืนเงินให้ปตท.ได้ครบแล้ว จากนั้นก็ให้ลอยตัวตามตลาดโลก แต่ต้องลอยตัวแบบมีการคำนวณที่เหมาะสม เนื่องจากก๊าซแอลพีจีส่วนใหญ่ผลิตได้ในเมืองไทย หากคิดตามราคาตลาดโลกเป๊ะๆ เป็นการค้ากำไรเกินควร เพราะก๊าซที่ผลิตในเมืองไทยไม่มีค่าใช้จ่ายจิปาถะเหมือนก๊าซที่นำเข้า ที่สำคัญหากเลือกจะเก็บเฉพาะภาคขนส่งกับอุตสาหกรรม ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องหรือเป็นธรรมเท่าใดนัก โดยเฉพาะภาคปิโตรเคมี มีเหตุผลอะไรที่จะได้รับการยกเว้นให้ใช้ก๊าซราคาถูกเท่ากับครัวเรือน!? ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 18 พ.ย.51