แก้ไขคำถาม สำหรับ User
คำถาม
รายละเอียด
วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11090 โชว์ข้อมูลกรมศุล5เดือนไม่มีนำเข้าก๊าซ จับผิดปตท.มั่วเหตุแอลพีจีขาดตลาด มีแต่ส่งออกขายเขมร-ลาว2หมื่นตัน จับผิด ปตท.บิดเบือนข้อมูลก๊าซแอลพีจี โชว์ตัวเลขกรมศุล-กรมธุรกิจพลังงานช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ไม่มีนำเข้าซักกิโล แต่กลับมีการส่งออกขายประเทศเพื่อนบ้าน 2 หมื่นตัน ขณะที่ ปตท.อ้างนำเข้า เม.ย. 2 หมื่นตัน กรมศุลฯเต้น สอบ ปตท.ได้ความว่า แยกนำเข้ามาในรูปโพรเพน-บีเทน แล้วค่อยมาผสมกันทีหลัง นายประสาท มีแต้ม อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ กล่าวถึงกรณีที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ออกมาระบุว่าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ขาดแคลน เนื่องจากความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้ปี 2551 ต้องนำเข้าก๊าซแอลพีจี 4 แสนตัน และส่งผลให้สถานะของไทยจากเดิมที่เป็นประเทศผู้ส่งออกก๊าซแอลพีจีเป็นผู้นำเข้าแทน โดยในเดือนเมษายน 2551 ไทยต้องนำเข้าแอลพีจีสูงถึง 2 หมื่นตัน และเดือนกรกฎาคม 2551 ไทยนำเข้า 2.2 หมื่นตัน ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นจากเว็บไซต์ของกรมศุลกากร เกี่ยวกับการนำเข้าพลังงานแอลพีจี และเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน พบว่า ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2551 บริษัท ปตท. ไม่ได้มีการนำเข้าก๊าซหุงต้มเลย โดยในเว็บไซต์กรมศุลกากรรายงานแต่เพียงยอดการส่งออกก๊าซแอลพีจีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชา ลาว ศรีลังกา มัลดีฟส์ พม่า เวียดนาม และมาเลเซีย ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2551 มีปริมาณรวม 19,721,477 กิโลกรัม หรือคิดเป็นอัตราการส่งออกรวมประมาณ 20,000 ตัน มูลค่า 509,165,657 บาท ทั้งนี้ ราคาก๊าซแอลพีจี ณ ท่าเรือ อยู่ที่กิโลกรัมละ 25.82 บาท ถือเป็นราคาที่สูงกว่าราคาจำหน่ายในประเทศ ที่จำหน่ายกิโลกรัมละ 20 บาท และเมื่อคิดราคาส่งออกเฉลี่ยในเดือนพฤษภาคม 2551 จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 27.73 บาท แสดงให้เห็นว่าราคาจำหน่ายภายในประเทศมีราคาต่ำกว่าราคาส่งออก เช่นเดียวกับกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้รายงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ไม่มีตัวเลขการนำเข้าก๊าซแอลพีจีในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2551 "คำถามคือ เหตุใดตัวเลขการนำเข้าและส่งออกก๊าซแอลพีจีของไทยที่อยู่ในความดูแลของกรมศุลกากร กับกรมธุรกิจพลังงาน แสดงออกมาตรงกันว่าช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ประเทศไทยยังไม่มีตัวเลขการนำเข้าก๊าซแอลพีจีเลยแม้แต่กิโลกรัมเดียว แต่นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กลับระบุว่าคาดว่าในปีนี้ ปตท.ต้องนำเข้าแอลพีจีสูงถึง 4 แสนตัน และก็ต้องแบกรับภาระจากส่วนต่างราคาขายในประเทศกับราคาที่นำเข้าแอลพีจี ดังนั้น จึงต้องการให้ ปตท.ชี้แจงว่าเหตุใดข้อมูลจึงไม่สอดคล้องกับตัวเลขนำเข้าของทางการ" นายประสาทกล่าว แหล่งข่าวจากกรมศุลกากร กล่าวว่า จากการสอบถาม บริษัท ปตท.ชี้แจงว่า สาเหตุที่ไม่มีตัวเลขการนำเข้าก๊าซแอลพีจีในข้อมูลของกรมศุลกากรในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2551 โดยมีแต่ตัวเลขการส่งออกแอลพีจีเพียงอย่างเดียว เนื่องจากปกติการนำเข้าก๊าซแอลพีจี ของ ปตท.จะนำเข้าและแจ้งมาในรูปของก๊าซสองตัว คือ โพรเพน (Propane) และบีเทน (Butanes) เนื่องจากเป็นของเหลวที่สามารถนำเข้ามาได้ง่ายกว่าการนำเข้าแอลพีจีโดยตรง เพราะการที่นำเข้ามาในรูปก๊าซแอลพีจีโดยตรงจะอันตรายและยุ่งยากในการขนส่ง รวมถึงจะไม่คุ้มค่าการขนส่ง เพราะเรือที่ใช้บรรทุกแอลพีจีจะมีราคาสูงมาก ขณะที่ถ้านำเข้ามาในรูปของเหลวจะง่ายกว่า และเมื่อนำเข้ามาก็จะนำไปผสมตามสูตรที่มีอยู่จนออกมาเป็นแอลพีจี "ปตท.ชี้แจงกับกรมศุลกากรว่าทุกครั้งที่จะนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศ ปตท.จะต้องทำเรื่องแจ้งและขออนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงานก่อน จากนั้นค่อยทำเรื่องแจ้งใบขนสินค้ากับกรมศุลกากร อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยจะตรวจสอบการนำเข้าอย่างใกล้ชิดว่าข้อมูลที่ ปตท.แจ้งตัวเลขกับกรมศุลกากร กับเหตุผลที่ชี้แจงมาสอดคล้องกันหรือไม่" แหล่งข่าวกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์กรมศุลกากรรายงานยอดการนำเข้าโพรเพน ใน 5 เดือนแรกของปี 2551 รวมเป็นเงิน 305,668,164.49 บาท คิดเป็นน้ำหนัก 10,937,268 กิโลกรัม ขณะที่ยอดการนำเข้า บีเทน ใน 6 เดือนแรกของปี 2551 มีการนำเข้ามารวม 323,304,916.98 บาท คิดเป็นน้ำหนัก 10,739,000.10 กิโลกรัม