แก้ไขคำถาม สำหรับ User
คำถาม
รายละเอียด
คอลัมน์ เหล็กใน น.ส.พ.ข่าวสด 15 ก.ค.2551 หน้า 6 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2Iyd3hNakUxTURjMU1RPT0=§ionid=TURNd05BPT0=&day=TWpBd09DMHdOeTB4TlE9PQ== เนื้อหา บทความ บอกตรงๆ ว่ายังไม่ค่อยเข้าใจระบบคิดของผู้มีอำนาจในเมืองไทยเกี่ยวกับพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะเรื่องของ "ก๊าซ" เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นพล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน หรือนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรมว.พลังงาน รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่แสดงความรังเกียจการใช้พลังงานก๊าซแอลพีจี (LPG) ในรถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เสียเหลือเกิน!?? ทั้งที่จริงๆ แล้วควรจะสนับสนุนด้วยซ้ำ เพราะแอลพีจี เป็นพลังงานสะอาดที่หาได้ในเมืองไทยจำนวนมาก ที่ผ่านมา เราเป็นผู้ส่งออกแอลพีจีในปริมาณพอสมควร เพราะสามารถขุดได้เอง และเป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมัน จนมาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่ดอก ที่ต้องนำเข้า แต่ปริมาณก็ไม่มากนักอยู่ในราวๆ 10-20% ของที่ผลิตได้เท่านั้น ต่อให้ในอนาคตเราต้องนำเข้าแอลพีจีมากกว่าที่เป็นอยู่ แล้วจะเป็นอะไรไปเล่า!?? ก็ในเมื่อราคาแอลพีจีในตลาดโลก ต่ำกว่าน้ำมันอยู่ราวๆ 50% ยิ่งนำเข้าแอลพีจี หรือมีคนใช้แอลพีจีมากเท่าไหร่ น่าจะยิ่งเป็นผลดีกับเมืองไทยมากเท่านั้นมิใช่หรือ!?? เพราะเท่ากับเราจะลดการนำเข้าน้ำมัน ทำให้เสียเงินตราต่างประเทศน้อยลง ประเมินกันว่าทุกวันนี้มีรถที่ใช้ก๊าซทั้งแอลพีจี และเอ็นจีวี (NGV) ราวๆ 1 ล้านคัน และน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คิดตัวเลขหยาบๆ เอาเป็นว่ามีรถ 1 ล้านคันใช้แอลพีจีก็แล้วกัน หากเฉลี่ยแบบต่ำๆ รถ 1 คันใช้น้ำมันวันละ 5 ลิตร รถ 1 ล้านคันเท่ากับน้ำมัน 5 ล้านลิตร คิดราคาตลาดในเมืองไทยตอนนี้น้ำมันเบนซินลิตรละ 40 บาท (คิดแบบถูกๆ เลยนะ) เท่ากับรถ 1 ล้านคัน ใช้น้ำมันวันละ 200 ล้านบาท หากเปลี่ยนเป็นแอลพีจี ต่อให้ลอยตัวเต็มที่ก็ไม่เกินลิตรละ 20 บาท (แต่ในข้อเท็จจริงจะคิดราคาเท่าตลาดโลกไม่ได้ เพราะก๊าซส่วนใหญ่เราสามารถหาได้ในเมืองไทย) เท่ากับว่ารถที่ใช้พลังงานก๊าซแอลพีจี 1 ล้านคัน สามารถประหยัดเงินให้ประเทศไทยวันละ 100 ล้านบาท และเงินวันละ 100 ล้านบาท ก็จะหมุนอยู่ในระบบเศรษฐกิจของไทย มันไม่ดีกว่าจะนำเงินจำนวนนี้ส่งไปให้พวกตะวันออกกลาง หรือไปอยู่กับบริษัทค้าน้ำมันบางแห่งดอกหรือ!?? ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่มองในมุมนี้บ้าง เอาเถิดทางหนึ่งเข้าใจว่าอยากบีบให้คนหันมาใช้เอ็นจีวี จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่จริงๆ แล้วควรจะหนุนให้ใช้ก๊าซทั้ง 2 ประเภทมิใช่หรือ หากอยากให้คนหันมาใช้เอ็นจีวี ก็ทำให้มันดีใกล้ๆ กับแอลพีจี ไม่ว่าจะเป็นราคาติดตั้ง หรือสถานีบริการ เชื่อว่าคนก็จะหันมาเอง ส่วนการแก้ปัญหาก๊าซในครัวเรือนที่ราคาอาจจะแพงขึ้นไป เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องหาทางแก้ที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่บอกให้เจ้าของรถยนต์ หรือโรงงานเลิกใช้แอลพีจี แบบที่ผ่านๆ มา เพราะนั่นมิใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นการปัดปัญหาให้พ้นตัวมากกว่า!??