แก้ไขคำถาม สำหรับ User
คำถาม
รายละเอียด
ตามหัวข้อเลยครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวหน่อยนะครับ เรื่องจริงก็คือ แก๊สที่ผลิตได้ในปัจจุบัน ไม่พอใช้ แม้ว่า ปตท. จะไม่ได้ส่งออกแล้วก็ตาม เราจะทำอย่างไร ยอมรับความจริงกันหรือเปล่าว่า แก๊สมันไม่พอ ไม่ใช่ว่ากันป่าว ๆ ว่า ปตท. เอาแก๊สไปส่งออก(จริง ๆ ถ้าเหลือจึงจะส่งออก) เดือนที่ต้องนำเข้าแก๊สจะไม่มียอดส่งออก (ใครช่วยกันตรวจสอบทีว่าจริงป่าว) แก๊สขาดตลาด -- ก็มันจะไม่ขาดได้ยังไง ในเมื่อ ส่งแก๊สไปปั๊ม ไม่ถึงสองชั่วโมงหมด ขอเพิ่มเที่ยว ไปเติมให้เยอะขึ้น ก็ไม่มีโควต้าแก๊สให้อยู่ดี เมื่อเราต้องนำเข้าแก๊ส จากต่างประเทศ แล้วเราจะทำยังไง คิดยังไง ไม่ต้องแยกหรอกว่า ใช้ในภาคไหน ครัวเรือน อุตฯ ปิโตร หรือ ขนส่ง ครัวเรือน - คนทั้งประเทศใช้ เป็น ผู้บริโภคตัวจริง อุตฯ - เปลี่ยนจาก ถ่านหิน มาเป็น LPG อนาคต จะไปเป็น NG ปิโตรฯ - เอาไปเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น (เปรียบ LPG เป็นไม้สัก) ขนส่ง - ยังมี พลังงานอื่นให้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น น้ำมัน หรือ NGV โดยปรกติ ถ้าต้องรับผิดชอบการใช้พลังงานทั้งประเทศ คงหลับตาบอกได้เลย ถ้าแก๊สจะขาด ก็ต้องให้กระทบ ครัวเรือน อุตสาหกรรม ปิโตรเคมี แล้วก็ขนส่ง เรียงความสำคัญกันลงมา ถ้าแก๊สจะขาด ภาคขนส่งจะโดนตัดโควต้าก่อน เนื่องจากกระทบน้อยสุด (ไปเติมน้ำมันแทนได้ทันที) ในขณะที่ภาคอื่น ๆ ถ้าไม่มีแก๊สจะต้องหยุดผลิต หยุดทำอาหาร (จะกระทบการบริโภคทันที) นี่คือเรื่องจริงใช่ไหม ทีนี้ ถ้ายังต้องการจะใช้แก๊สในภาคขนส่งกันอยู่ (เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ) จะทำยังไง คำตอบก็คือ ต้องนำเข้า (หรือใครจะเถียง) ราคานำเข้า ราคาเท่าไหร่ ก็ต้องเป็นไปตามราคาตลาดโลก ทีนี้แหละเข้าประเด็นเลยนะครับ พวกเราควรจะช่วยกันระดมความคิดว่า จะทำยังไง กับ สูตรการคิดราคาขาย เมื่อมีการนำเข้าแก๊สมาเพื่อขายในประเทศ 10% ผลิตเองอีก 90% อย่าให้ ปตท. กับ กระทรวงพลังงาน ปล่อย ลอยตัวราคาแก๊ส ตามตลาดโลก ถ้าเรา นำเข้า 90% แล้วผลิตเอง 10% ก่อน ค่อยอิงราคาตลาดโลก ผมว่า เราน่าจะอุดหนุนครัวเรือนต่อไป (ใช้แก๊สราคาถูก) ส่วน อุตสาหกรรม+ปิโตรเคมี+ขนส่ง ให้เอา จำนวนที่ใช้ หาสัดส่วนว่า ที่ใช้ไปน่ะ เป็นของผลิตในประเทศเท่าไหร่ เป็นของนำเข้าเท่าไหร่ แล้วเฉลี่ยมาเป็นราคาขาย ตามราคาสัดส่วนที่ถัวเฉลี่ยราคาแล้ว ไม่ใช่ นำราคาตลาดโลกมากำหนดเพียงตัวเดียว หรือเพื่อน ๆ คิดเห็นกันอย่างไรครับ