แก้ไขคำถาม สำหรับ User
คำถาม
รายละเอียด
มิถุนายน 2551 เรื่อง ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับการใช้พลังงานทดแทน เรียน ผู้อำนวยการ กรมพลังงาน ตามที่ประเทศไทยมีความสับสนจากการเกิดวิกฤติพลังงาน ทำให้เกิดความสับสนในด้านบริหารจัดการพลังงานและเกิดข้อขัดแย้งอย่างมากมาย โดยผู้ใช้รถทั้งส่วนบุคคลและรถให้บริการสาธารณะไม่สามารถกำหนดทิศทางและคาดการณ์อนาคตเกี่ยวกับพลังงานที่มาใช้ทดแทนได้อย่างชัดเจนว่าจะเลือกใช้พลังงานชนิดใดที่จะเหมาะสมและตอบสนองการใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีและสะดวกที่สุด สิ่งที่พบเห็นในปัจจุบันการลงทุนติดตั้งก๊าซ LPG และ NGV และประชาชนกำลังเสียเงินมากขึ้นเนื่องจากไม่มีกฎระเบียบ หรือ อำนาจต่อรองใดๆกับผู้ค้าในการติดตั้งทั้งราคาและอุปกรณ์ ซึ่งหากผู้รับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย เช่น รัฐบาลหรือ ปตท.ไม่ตัดสินใจในการดำเนินการใดๆ รวมถึงไม่ชี้แจงให้คำแนะนำแก่ประชาชนโดยทั่วไปดังเช่นในปัจจุบัน ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้คาดเดาสถานะการณ์เอาเอง โดยทั่วไปผู้เดือดร้อนในเรื่องพลังงานทดแทนน้ำมันในปัจจุบัน ย่อมต้องตัดสินใจเลือกใช้ก๊าซ LPG ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดเพราะประหยัดเงินในการติดตั้งมากกว่าและมีสถานีบริการเติมก๊าซมากกว่า แต่ย่อมมองเห็นโดยชัดเจนว่าเมื่อถึงณเวลาหนึ่งรัฐบาลและปตท.ก็ไม่สามารถรองรับตามต้องการได้ โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการที่จะใช้ NGV ตามนโยบายของรัฐและคาดว่าจะคุ้มค่ากว่าในอนาคตแต่กลับไม่มีสิ่งใดที่ยืนยันอย่างชัดเจน กระผมจึงขอแสดงความคิดเห็นเพื่อดำหนดแบ่งกลุ่มผู้ใช้ก๊าซทั้ง 2 ชนิด เป็นแนวทางไว้เพื่อพิจารณา หรือท่านใดจะช่วยต่อยอดความคิดและขัดเกลาเพื่อให้ชัดเจนขึ้นและสามารถนำไปใช้ในทางปฎิบัติจริง ก็จักขอบคุณอย่างสูง กลุ่มที่ให้ใช้ LPG กลุ่มรถแท๊กซี่ และสามล้อเครื่อง รวมถึง รถสาธารณะที่ลักษณะใกล้เคียงกันนี้ โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังต่อไปนี้ 1. ควรกำหนดราคาก๊าซ LPG ให้อยู่ในราคาต่ำ ( ราคาควรอยู่ที่ 8 -10 บาท ) โดยใช้เงินกองทุนซึ่งเก็บจากส่วนต่างของราคา NGV มาชดเชย 2. ราคาก๊าซ LPG ขายให้กับกลุ่มรถสาธารณะเป็นราคาเดียวกับก๊าซหุงต้ม ไม่ต้องแยกระบบการขาย LPG ซึ่งได้ประโยชน์ในด้านความปลอดภัยในกรณีการแอบถ่ายถัง 3. ควบคุมจำนวนรถรับจ้างสาธารณะที่ได้รับสิทธิการใช้ LPG ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมกับก๊าซ LPG ที่ผลิตได้ภายในประเทศ โดยแบ่งสัดส่วนเหมาะสมกับบรรจุถังเป็นก๊าซหุงต้ม (ข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศ จะได้ LPG ประมาณ 5 % ของการกลั่นน้ำมัน) ซึ่งหากบริหารจัดการให้เหมาะสมน่าจะพอเพียงต่อกลุ่มผู้ใช้กลุ่มนี้ โดยไม่ต้องนำเข้า 4. การให้ใช้แก๊ส LPG ทำให้ต้นทุนรถสาธารณะมีต้นทุนต่ำลงทำให้ราคาค่าบริการถูกลงเมื่อเทียบกับการใช้รถส่วนตัวที่ใช้น้ำมันหรือแม้กระทั่งการใช้ก๊าซ NGV ( โดยเฉพาะในเมืองหลวง หรือเมืองใหญ่ ) ดังนั้นจึงไม่ต้องขึ้นราคาค่าโดยสาร เมื่อส่วนต่างราคามากขึ้นอาจจะจูงใจให้คนลดการใช้รถส่วนตัวและหันมาใช้บริการรถสาธารณะมากขึ้น 5. ต้นทุนของผู้ค้าขายอาหารในส่วนการใช้แก๊สไม่สูงขึ้น 6. รถรถแท๊กซี่ และสามล้อเครื่อง รวมถึง รถสาธารณะที่ลักษณะใกล้เคียงกันนี้ สะดวกในการเติมแก๊สและวิ่งได้ระยะทางมากกว่า ลดปัญหาการจอดรถรอคิวเติมแก๊สเหมือนกับ NGV กลุ่มผู้ใช้ที่กำหนดให้ใช้ก๊าซ NGV รถยนต์ส่วนบุคคล / รถเมล์ / รถบัส / รถขนส่งขนาดใหญ่ 1. รถยนต์ส่วนบุคคล ( รถบ้าน ) ควบคุมให้ใช้ก๊าซ NGV อย่างเดียว โดยกรมขนส่งทางบก และการตรวจสภาพ 2. ข้อดีซึ่งกำหนดให้ประชาชนทั่วไปใช้ เนื่องจาก NGV มีความปลอดภัยในการใช้มากกว่า และวัตถุประสงค์โดยทั่วไปต้องการให้ประชาชนทั่วประเทศไทยใช้ โดยเน้นในเรื่องผลิตได้เองไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้า 3. ราคาขายอาจจะสูงกว่าความเป็นจริง ( บวก 5 7 บาท) เพื่อต้องการนำเงินส่วนต่างเข้ากองทุนเพื่อ 3.1 นำไปชดเชย ราคาของ LPG (เป็นการสนับสนุนรถสาธารณะ และ ชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม) 3.2 นำไปชดเชยเพื่อให้การนำเข้าอุปกรณ์ติดตั้ง NGV เพื่อช่วยเหลือการติดตั้งให้ต่ำลง 3.3 เป็นกองทุนสำหรับการสนับสนุนดำเนินการเกี่ยวกับ NGV ในด้านต่างๆ ให้บรรจุวัตถุประสงค์ 3.4 ควรจัดทำงบประมาณการโดยในช่วงแรกเห็นควรใช้งบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อให้สามารถเริ่มต้นดำเนินการได้ ขอแสดงความนับถือ นายธรรมนูญ