ขอความช่วยเหลือครับ วัดสัญญาณ O2 Sensor ยังไงครับ

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก โรจน์
เสาร์ที่ , 24/6/2549
เวลา : 20:59
 IP:

124.120.234.115
อ่านแล้ว = 2736 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       สวัสดีครับ ผมใช้เครื่อง 4G63 2000 cc เกียร์ auto
ตืด fix mix + Lamda Control มาได้สักพักแล้วครับ
รถวิ่งใช้ได้ ไม่เคยเกิด back fire เครื่องเดินเรียบ ต้นใช้ได้ ปลายนานแช่นานหน่อย
แต่ยังไม่สมบูรณ์ 100% คือ
ตอนนี้อ่านค่าสัญญาณ O2 ไม่ได้ครับ ไม่รู้มันผิดพลาดตรงใหน คาใจมากๆ ครับ

ผมลองฝัง O2 Sensor เพิ่มตัวที่สองเพื่อหว้งว่าจะวัดค่าได้

ตัวแรก ติดมากับรถ แบบมีสองเส้น สีขาว สีน้ำเงิน
ตัวที่สองฝังเพิ่มเป็นของ toyota 1jz มีสายหนึ่งเส้น

ถ้าผมวัด่าโดยใช้ Volt meter วัดสายสัญญาณ เทียบกับขั้ว + ได้ค่า 0 v นิ่งสนิท
ถ้าผมวัด่าโดยใช้ Volt meter วัดสายสัญญาณ เทียบกับขั้ว - ได้ค่า 0.1-0.2 v กว่าๆ ขึนลงตามจังหวะกดคันเร่ง
ค่าที่แท้จริงควรเป็นอย่างไรครับ

ลองซื้อ a/f meter ที่ขายในเวปนี้ แล้วลองต่อสายเข้า a/f ติดแต่ไฟดวงแรก หรื่ๆ กระพริบๆ เอง
ตอนนี้ Lamda ที่ติดอยู่เปิดค่าตาม TPS ไม่ได้เปิด step ตาม A/F

ผมผิดพลาดตรงใหน หรือ ทำไม่ถูกตรงใหน ควรจะเริ่มอย่างไรดีครับ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก โรจน์
 เสาร์, 24/6/2549
 เวลา :
21:06
 IP:
124.120.234.115

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       ทำไมแก้ไขข้อความเก่าไม่ได้

ลืมไปครับ O2 Sensor ซื้อมาเป็นตัวที่สามแล้วครับ
ทุกตัววัดได้ค่าเหมือนๆ กันหมด
คงไม่เสียพร้อมกันทั้งสามตัวนะครับ

ตอนนี้ผม งง..จริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี

อ้อที่อยากได้สัญญาณ O2 มาใช้ใน Lamda Control ของ Autronic นี่
เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่ารถผมจูนหนาไปหรือเปล่า
เติม 50 กว่าลิตรวิ่งได้ประมาณ 300 กม.เอง
วิ่งแก๊สนี่ เฉลี่ย 5.5-6.5 กม./ลิตร (แก๊ส) ครับ ไม่เคยทำได้ดีกว่านี้เลย
ผมว่ามันเปลืองไปครับ


 จาก ฒ tau
 เสาร์, 24/6/2549
 เวลา :
21:39
 IP:
203.113.76.13

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       ส่วนผสมหนามากครับ ปกติที่ แลมด้า ประมาณ 1 ที่ A/F ประมาณ 14 - 15 หรือวัดค่าจาก O2 ได้ประมาณ 0.3 - 0.6 กำลังดี


 จาก 4A Super ช้า
 อาทิตย์, 25/6/2549
 เวลา :
10:29
 IP:
125.25.129.184

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       5.5 - 6.5 กิโลลิตร ถ้ากระทืบคันเร่งเป็นว่าเล่น หรือขับในย่านรถติดมากๆ ก็ไม่แปลกหรอกครับ


 จาก โรจน์
 อาทิตย์, 25/6/2549
 เวลา :
17:58
 IP:
124.120.236.224

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       ECU พังแล้วครับ
ดว้ยความที่อยากเอา O2 Sensor มาต่อใช้งานกับ Lamda ให้ได้
ไปอู่ที่ติดตั้งแก๊ส เพื่อให้เจาะท่อไปเสียเพิ่ม
ก็ยังวัดค่าไม่ได้อยู่ดี
ช่างก็เตือนแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับมัน เดี๋ยวกล่องพัง
ด้วยความรั้นของผม ผมบอกให้ช่างหา O2 มาติดให้ได้
ตัวสุดท้ายที่ช่างเอามาติด เป็นแบบสายสัญญาณสามเส้น คนละรุ่นกับรถที่ผมใช้อยู่
หลังจากต่อสายไฟ สายสัญญาณ (ช่างต่อให้)
พอลองสตาร์ทเครื่อง กลับกลายเป็นว่า
ระบบน้ำมันมีปัญหา คือเครื่องสั่นและจะดับ (ก่อนหน้าปรกติดีทั้งแก๊สและน้ำมัน)
ช่างบอกว่ากล่องมันสั่งจ่ายน้ำมันมากจนท่วม กล่อง ECU เสียหาย จากการเปลี่ยน O2 ล่าสุด
ต้องหากล่องมาเปลี่ยน

ตอนนี้ต้องวิ่งด้วยแก๊สอย่างเดียว แต่มีผลกระทบคือ
จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ ผิดเพี้ยนไป มันเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้น เมื่อรอบแตะ 2000 รอบ ทุกเกียร์
ทำให้รถเร่งไม่ขึ้น ไม่มีแรง คลิ๊กดาวน์ไม่ได้

ผมผิดพลาดอย่างแรง ที่ดันทุรัง จะเอา O2 มาใช้ให้ได้
(แต่ช่างอู่นี้ก็ดีครับ รับผิดชอบ หา กล่อง ECU ให้)

แต่ผมก็งงมากเลย ถ้าเอา O2 มาผิดรุ่นนี่ถึงกับทำให้กล่อง ECU รถเสียเลยเหรอ
ใครรู้ช่วยตอบทีครับ


 จาก 4G93
 อาทิตย์, 25/6/2549
 เวลา :
20:18
 IP:
125.25.147.19

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       เสียใจด้วยครับ
อ่านใน rcweb เห็นบอกว่าจะลองเปลี่ยนกล่องเกียร์ก่อนไม่ใช่หรือครับ
ถ้าลองแล้วผลเป็นยังไงบ้างครับ อาการกระตุกหายไปมั๊ยครับ

เรื่อง O2 ที่ต่อเพิ่ม ของผมก็ยังไม่ได้ลองเหมือนกัน (จะเอาไว้ต่อ A/F meter)
ตอนนี้ก็จูนไปตามความรู้สึกก่อนครับ ขับแล้วพอใจก็เลยขี้เกียจทำอะไรต่อ
แต่ว่าเสาร์ที่ 1 กค. นี้นัดคุณนัน เข้าไปต่อแลมด้าคอนโทรล
ยังไม่แน่ใจว่า O2 sensor ของผมจะเวิร์คหรือเปล่า คงต้องลองเข้าไปให้คุณนันดูให้ก่อนครับ

เรื่องต่อ O2 แยกเนี่ย ตามความคิดของผม
ถ้าเครื่องสมบูรณ์ก็ให้เครื่องใช้ O2 ตัวเดิมที่ติดมากับเครื่องไปครับ
อย่าไปยุ่งกับมัน ตอนนี้ของผมเป็นแบบ 2 เส้น ขาว/น้ำเงิน
วัดเส้นน้ำเงินกับกราวด์รถ แทบไม่มีสัญญาณเลยครับ
ต้องวัดเส้นน้ำเงินกับเส้นสีขาวที่อยู่คู่กัน ถึงจะใช้ได้
ถ้าผมจะต่อเพิ่ม O2 เพิ่มอีกตัว คงเจาะท่อฝังตัวใหม่
แล้วเอาสัญญาณจากตัวนั้นมาใช้กับ A/F หรือ Lamda Control แหละครับ
ไม่อยากยุ่งกับ ECU ของรถ เพราะกลัวเกิดปัญหาครับ

เอาใจช่วยนะครับ ขอให้ซ่อมเสร็จไว ๆ


 จาก โรจน์
 อาทิตย์, 25/6/2549
 เวลา :
20:52
 IP:

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       คุณ 4G93 ยังไม่ทันเปลี่ยนกล่องเกียร์เลย
ใจร้อน อยากทำ Lamda ให้ได้ แล้วถึงจะเปลี่ยนกล่องทีหลัง
เพราะรถผมหลังจากวางเครื่องมา
มีแต่อุปสรรค เยอะแยะจัง
ตั้งแต่เกียร์ขับสี่ กล่องเกียร์
นี่เครื่องผมไม่ต้องดูสัญญาณ engine นะ เพราะมันไม่ฟ้อง เอา Hand Held อ่านก็ไม่ได้
เอากับมันซิ (จ่ายเงินไปหมดแล้วเนี่ย)
แถมรู้สึกว่ากินแก๊สมากจริงๆ จูนแก๊สแบบตาบอดครับ จับสัญญาณเสียงเครื่องยนต์ ดมแก๊ส
ไม่มี back fire + เครื่องเดินเรียบ + ออกตัวได้ดี

อีกอย่างมันคาใจ เพราะคิดว่าเลือกระบบดีแล้ว (คิดว่าลองจากหัวฉีด)
แต่ยังไม่สามารถใช้ O2 ได้

O2 ติดรถเดิมก็สองสายเหมือนกันเลย วัดค่ายังไงก็ได้ 0.1-0.2 กว่าๆ นิดหน่อย
ในโปรแกรมคอมมันเลยฟ้องบางตลอด (Autronic) ต้องเปิด step ตาม tps
ฝัง O2 ใม่ ตรงรุ่นอีกอันก็ไม่ได้
เปลี่ยนสายเส้นเดียว ก็ไม่ได้

สุดท้าย มาตายที่สายสามเส้น ECU พัง พลาดได้ไงไม่รู้ ฮือๆ

สงสัยว่าทำไมมันวัดค่าได้ไม่
เป็นเพราะไฟไปเลี้ยงไม่ถึงหรือไง O2 เจ้าปัญหานี่

ตอนนี้ได้แต่นั่งเซ็ง ...
ผมอยากตามไปดูการติดตั้งด้วยจริงๆ อยากหาความรู้ครับ


 จาก ญาณ EVO
 อาทิตย์, 25/6/2549
 เวลา :
21:18
 IP:
124.121.60.163

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       ของผมเครื่อง 4g15 ครับ เวลาเครื่อ่งเดินเบาก็จะอ่านได้ประมาณ 0.1-0.2 โวลท์ (น้ำมัน)แบบน้เหมือนกัน พอเร่งเครื่องนิดหน่อย ประมาณ 2500 รอบก็จะวัดได้ปรกติ เครื่องร้อนประมาณ 5นาทีก็ปรกติ พี่แอ้ม ติดแรมด้าให้ ตอนแรกก็แปลกใจนิดหน่อยว่า O2 วัดแรงดันได้ต่ำ พอเร่งเครื่องสักพักก็จูนแก็สได้พอดี คุณโรจน์ไม่ลองถามพี่แอ้มดูครับ ตอนนี้รถผมใช้ได้ดี O2 ตัวเดิมติดรถแบบสองเส้นเหมือนกัน


 จาก แอ้ม
 อาทิตย์, 25/6/2549
 เวลา :
21:52
 IP:
210.246.66.12

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       ผมแนะ แบบนี้ ครับ
อย่าพยามซนอะไร ที่เราไม่รู้และเสียหายง่ายๆ
ควร เริ่มแบบนี้ ครับ
วัดสัญญาโอทู ให้ได้เลียก่อน
วัดจาก รถ ในระบบ น้ำมัน
วัดโดยถอดออกมา จับเผาด้วย เทียน หรือ เตาแก๊ส
วัดเป็น แล้ว ค่อยว่ากันนะครับ


 จาก โรจน์
 อาทิตย์, 25/6/2549
 เวลา :
22:53
 IP:
124.120.236.224

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       ขอบคุณครับ


 จาก บัง
 พุธ, 28/6/2549
 เวลา :
10:15
 IP:
58.136.73.204

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       ตกลงว่า เจ้า O2 Sensor ที่วัดค่าได้แค่ระหว่าง 0.1 - 0.2 เนี่ยมันเสียหรือว่าใช้ได้
คำถามนี้สำคัญนะ เพราะถ้าเสีย ก็จะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
ถ้าไม่เสียหรือยังใช้ได้ ก็จะได้ลุยเรื่องการติดต้งการปรับแต่งส่วนอื่น


 จาก โรจน์
 พุธ, 28/6/2549
 เวลา :
10:48
 IP:
210.213.9.210

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       มัวแต่ยุ่งเรื่อง กล่อง ECU รถ จนลืม O2 ไปเลย แต่ยังไม่ยอมนะครับ
ตอนนี้ซ่อม กล่อง ECU รถได้แล้ว
เดียวลองทำตามคำแนะนำข้างบนดู
ว่าแต่มันติดอยู่ที่ท่อไอเสีย จะถอดมันยังไงเนี่ย ไม่มีแม่แรงซะด้วย
เฮ้อ...ขาดอุปกรณ์


 จาก ปัญหาการจูนo2 จากมิเตอร์
 ศุกร์, 30/6/2549
 เวลา :
21:59
 IP:
125.24.97.15

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       ผมลองใช้ มัลติมิเตอร์ วัด สัญญาณ o2 ดูโดยต่อสายแดง สายดำ ของมัลติมิเตอร์ กับ สายฟ้า สายขาว ของ o2 เซ็นเซอร์ตามลำดับ พบว่า ตอนเวลาเครื่องเดินเบา เข็มไม่กระดิกหรือน้อยมาก(ไม่เกิน 0.1 v) แต่พอเร่งเครื่องเข็มตีไปที่ 0.9 v โดยที่ลองวัดตอนเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน เดินเบาไม่กระดิกเหมือนกันแต่ตอนเร่งเครื่องเข็มจะไม่เกิน 0.5 v ผมใช้หม้อ hana เลยอยากรู้ว่า
-ทำอย่างไรตอนเร่งเครื่องเข็มจะไม่เกิน 0.5-0.6 v ต้องปรับจูนที่ตัวเซ็นหรือพาวเวอร์วาล์ว(หม้อต้มฮาน่า) หรือจะเป็นที่ขนาดรู mixer 24 เพราะตอนขับไปไกล ๆเข็มมันตีคาที่ 0.9 ตลอดเลย มันน่าจะกินแก๊ส (ลองวัดดูที่ใช้ 1.5 บาท/กม.)
-และทำไมรถตอนเดินเบาเข็มจึงไม่กระดิกครับ หรือเป็นเพราะว่า อีคาร์เป็นแบบนี้กันหมด
ขอผู้รูช่วยตอบด้วยครับ อยากประหยัดขอบคุณครับ


 จาก wuddy
 เสาร์, 1/7/2549
 เวลา :
22:47
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       ถ้าจะวัด O2 แนะนำให้ใช้ดิจิตอลมิเตอร์นะครับ ค่า input impedance ของมิเตอร์จะสูงกว่าแบบ เข็ม
คุณ ปัญหาการจูนo2 จากมิเตอร์ ผมใช้ 4G92 อยู่ ขณะรอบเดินเบา 0.973 V ขณะใช้งาน 0.8 กว่า ๆ ผมได้ที่ 9 กม./ลิตรนะครับ ที่จูนไว้หนา ผมจูนเพิ่มจาก ตัวจูนรอบเดินเบา (ไม่งั้น เวลายกคันเร่งจะวัดได้ 0.05V แป็บนึง กลัวมันจะบางไป ตอนนี้ยกคันเร่ง ก็ยังได้ประมาณ 0.6-0.8V)
ที่ต้องทำแบบนี้ เพราะก่อนหน้านี้ ผมจูนเองแบบมั่ว ๆ โดยไปลด sense ลง 1 รอบเต็ม ๆ จากที่อู่จูนให้ หวังที่จะให้ประหยัด (เพราะเคยวัดอัตราสิ้นเปลืองได้ 1.1 บาทกว่า ๆ) แล้วปรับ min หรือ idle เพิ่มเข้าไปเป็นรอบ จนเจอปัญหา back fire 3 ครั้ง เลยเข็ดครับ กลับมาจูนใหม่ ให้หนาขึ้น โดยอ่านวิธีปรับจูนในเวป โดยปรับลด sense ให้เครื่องเริ่มสั่น แล้วก็ปรับ min ช่วยครับ แล้วก็ปรับแถมให้อีกนิดนึง กลัวตอนยกคันเร่ง O2 จะวัดได้น้อย
พี่ได้ลองเทียบกับน้ำมันไหม ว่าน้อยกว่ากันมากไหม
เช่นของผม น้ำมันได้ประมาณ 11 กม/ลิตร พอเป็นแก๊สได้ประมาณ 9 กม./ลิตร ก็พอรับได้
กำลังคิดว่า ว่าง ๆ จะลองปรับให้ขณะขับขี่ให้ได้สัก 0.5-0.6 V วันนี้ลองเอารถไปลองดู ที่ความเร็วตั้งแต่เริ่มถึง 160 กม./ชม. ยังวัดได้ 0.8 V นิด ๆตลอดเลย ก็เลยคิดว่า ท่าทางจะจูนไว้หนาไปสักหน่อย แต่ถ้าจะจูนลง ก็คงไม่มากนัก ยังเข็ดเรื่อง back fire ไม่หาย เล่นเอาซะตะแกรง air flow ผมปูดไปเลย กว่าจะดัดรูให้ได้เหมือนเดิม แทบแย่เหมือนกัน


 จาก อา่กง
 อาทิตย์, 2/7/2549
 เวลา :
12:33
 IP:
203.113.32.6

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       คุณ wuddy ครับ ตอนใช้แก๊สมันแกว่งเหมือนตอนใช้น้ำมันมั้ยครับ ของผมมันไม่แกว่งอ่ะ
พอเปลี่ยนกลับไปใช้น้ำมันก็แกว่ง เลยเดาว่าเซ็นเซอร์คงไม่เสียครับ
(ผมเอามิเตอร์เข็ม วัดโวลท์ไปแล้วล่ะ เพราะตอนขับ ถ้าดิจิตอลผมดูไม่ทัน)


 จาก wuddy
 จันทร์, 3/7/2549
 เวลา :
00:13
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       ตอบคุณ อากง
ตอนใช้แก๊ส ค่อนข้างนิ่งนะครับ อย่างตอนแรกที่อู่จูนให้ ตอนเหยียบคันเร่ง ได้ 0.0 นิด ๆ (ประมาณว่าบางมาก)
ตอนนี้ผมปรับไว้ค่อนข้างหนา แต่ก็ยังได้ 1.01 บาท/กม. ไว้ว่าง ๆ ว่าจะปรับให้บางลงสักหน่อย แต่ขอลองทำทีละอย่างครับ ครั้งล่าสุดผมไปปรับให้มันหนา ไฟเช็คเอนจิ้นโชว์ค้างเฉยเลย ทำยังไงก็ไม่หาย(ปกติไฟจะขึ้นก็ต่อเมื่อปลั๊กหัวฉีดของกล่องหลอกมันไม่ค่อยดี มักจะต่อไม่สนิท) จนต้องทนขับไปได้หลายกิโลเมตร ก็นึกได้แล้วลองปรับเป็นโหมดน้ำมัน สักพักไฟดังกล่าวก็หายไป ผมจึงลองปรับเป็นแก๊สอีกครั้ง ไฟก็ไม่ขึ้นอีก จนถึงตอนนี้ 2 อาทิตย์แล้วครับ รถ lancer เครื่อง 4G92 อันนี้เป็นประสบการณ์เล่าสู่กันฟังครับ เลยเดาว่า กล่อง ECU มันคงเก็บค่าและปรับแต่งค่าตอนใช้น้ำมันใหม่อีกรอบ คงคล้าย ๆ กับตอนเราถอดขั้วแบต ECU โดนลบหน่วยความจำ แรก ๆ รอบเครื่องจะไม่นิ่ง ต้องทนใช้ไปสักพัก อาการอาการดังกล่าวจึงจะหายไป
กลับมาเรื่องที่ถามต่อ ตอนใช้แก๊สค่า O2 ค่อนข้างจะนิ่งนะครับ จะลดลงบ้างก็ตอนเราเหยียบคันเร่ง ก่อนหน้านี้ รถผมมันวัดได้ต่ำมาก 0.0 นิด ๆ ตอนเหยียบคันเร่ง สักพักมันถึงจะกลับมาเป็น 0.8 และตอนเรายกคันเร่งเร็ว ๆ ค่า O2 ก็จะต่ำอีกเช่นเคย
แต่ตั้งแต่จูนใหม่แล้วเจอแบ็คไฟล์ เลยเข็ด ขอหนาไว้ก่อน รอบเดินเบา 0.973 V เหยียบคันเร่ง 0.8 นิด ๆ และก็ไม่ต่ำกว่านี้มาก แต่ที่แปลกก็คือ มันก็ยังได้ประมาณ 1 บาท/กม. ก็เลย งง ว่าหนากับบาง ทำไมผลมันไม่ค่อยต่างกันมากนัก ลืมบอกไป หม้อ Magic
เรื่องมิเตอร์ ถ้าไม่มีดิจิตอลก็เอาเข็มวัดก็ได้ ผมก็ไม่เคยเอามิเตอร์เข็มวัดซะที ไม่รู้ว่ามันไปโหลดแรงดันที่ O2 หรือเปล่า ล่าสุดผมทำตัววัดเองโดยเอาวงจรเก่า ๆ ที่วัดได้ฟุลสเกลที่ 1V ทีแรกเอามาวัดตรง ๆเลย ก็วัดได้ดี แต่เลขเป็น 3 หลักไม่มีจุดทศนิยม(xxx) ก็เลยทำการต่อค่าความต้านทานแบ่งแรงดันให้เหลือ 1ใน 10 ส่วน ทำให้แสดงผลเป็น 0.xx ทีแรกใช้ 1 Kohm ผลก็คือแรงดัน O2 ตกลงเป็น 0 เลยมั๊ง ตอนหลังขยับมาเป็น 10 kohm ก็ยังไปโหลดแรงดันจาก O2 อีกนิดหน่อย (ทำให้ค่าที่วัดได้ไม่ถูกต้อง ต่ำกว่าความเป็นจริง) ล่าสุดเพิ่มเป็น 100 kohm แต่ยังไม่ได้ลองว่าจะไปโหลดแรงดันหรือเปล่า ถ้ายังโหลดอีก สงสัย ต้องยอมทนต่อตรงเหมือนครั้งแรก ตอนผมวัดผมต่อพ่วงกับดิจิตอลมิเตอร์ก็เลยเห็นว่าถ้าเราเอามิเตอร์ที่อิมพีแดนซ์ต่ำเกินไปวัด มันจะไปโหลดแรงดันหนะครับ
แต่มิเตอร์เข็ม ค่าอิมพีแดนซ์น่าจะสูงเหมือนกัน อาจจะหลายร้อย Kilo ohm อยู่ แต่ก็ไม่เท่าดิจิตอล ดิจิตอลรู้สึกจะสูงเป็น Mega ohm


 จาก อากง
 จันทร์, 3/7/2549
 เวลา :
06:53
 IP:
202.133.189.6

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       ผมลองปรับ sen ดู สังเกตว่ายิ่งคลายออก (หม้อ Bigas) A/F จะยิ่งแกว่งครับ แต่แกว่งช่วงแคบกว่าตอนใช้น้ำมัน

แต่!!! อีกที ตอนมันแกว่งน่ะ อาการรถเหมือนส่วนผสมหนาครับ ตอนนี้เลยจูนตามอาการรถไปก่อน (เชื่อมิเตอร์น้อยหน่อย)

ถามอีกที เวลาจูนหม้อต้ม มีปัญหา ISC มันช่วยเร่งไหมครับ
แบบว่าพอรอบตก สั่นหน่อยๆ มันก็ช่วยเร่ง ทีนี้เราก็เลยงง ว่าตูจูนพอหรือยัง


 จาก wuddy
 จันทร์, 3/7/2549
 เวลา :
23:32
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       วันนี้ได้ลองมิเตอร์เข็ม เวลาเราวัดแรงดัน O2 จะถูกโหลด ทำให้ต่ำกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย
มิเตอร์ผม sanwa 360TR ใช้ range 2.5V รู้สึก impedance ที่สายวัด (สายแดง-สายดำ) จะอยู่ที่ประมาณ 50 K ohm ทำให้ไปโหลดแรงดันที่ O2 จากปกติ ถ้าใช้มิเตอร์ดิจิตอล (impedance จะสูงมาก) วัดได้ประมาณ 0.973 V แต่ถ้าเอามิเตอร์เข็มไปต่อพ่วง ค่าที่มิเตอร์ดิจิตอลวัดได้ จะเหลือ 0.92 V นิด ๆ
และก็อยากจะบอกว่า sensor ของ O2 มันจ่ายออกมาเป็นแรงดัน 0-1V ส่วนกระแสจะต่ำมาก ๆ
มิเตอร์ดิจิตอลที่ผมซื้อมาใส่ไว้ในรถ ผมซื้อของจีนยี่ห้อ Minipa รุ่น ET-1110 ราคา 420 บาท ที่เลือกยี่ห้อนี้ เพราะว่า ตัวเลขมันสวยดี ใหญ่ดีอีกตะหาก มองเห็นได้ชัดเจน เสียอย่างเดียว เวลากลางคืน มองไม่เห็น เนื่องจากเป็นตัวเลขสีดำ
ตอนนี้เลยทำมิเตอร์แบบง่าย ๆ 3 หลัก เป็น LED มองเห็นได้ชัดเจนดีในเวลากลางคืน
ย้อนกลับไปเรื่อง O2 ของคุณโรจน์ ไม่ทราบว่าใช้มิเตอร์อะไรวัดสัญญาณครับ และก็ใช้ range ไหนวัด อยากจะบอกว่า ยิ่งเลือก range ต่ำ impedance ที่ขั้ววัด จะต่ำตามนะครับ ถ้าต่ำมาก ๆ จะมีผลไปโหลดแรงดันที่วัด จะทำให้แรงดันต่ำ ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ถ้าต่ำมาก ๆ อาจวัดเป็น 0 V เลยทีเดียว
ยังไงถ้าจะวัด ผมแนะนำดิจิตอลน่าจะเหมาะสุด ยี่ห้อถูก ๆ เห็นแค่ 180 บาทเอง แต่อาจไม่ค่อยทนทาน


 จาก wuddy
 จันทร์, 3/7/2549
 เวลา :
23:42
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       คุณอากง
วิธีการปรับหม้อต้ม ผมอ่านในเวป จำไม่ได้ว่าเป็นวิธีการที่ท่านใดเขียนแนะนำไว้
ผมปรับ min หรือ idle ตามเข็มสุด (ปิดสุด)
แล้วปรับ sense ตามเข็มจนเครื่องเริ่มสั่น (sense ไม่ทำงาน) แล้วผมปรับออกนิดนึง
แล้วกลับไปปรับ min หรือ idle ให้รอบเครื่องเริ่มนิ่ง แล้วก็ปรับเผื่อไว้อีกนิดนึง เผื่อตอนยกคันเร่ง จะได้ไม่บางมาก คิดว่า เวลา sense ไม่ทำงานตอนยกคันเร่ง ลิ้นปีกผีเสื้อปิด แรงดูดน่าจะน้อย ก็เลยปรับ idle ไปช่วยจ่ายให้ (เคยดู O2 ตอนยกคันเร่ง มันจะบางมาก 0.05V นิด ๆ )
แล้วก็ไปปรับ power ให้ได้รอบตามต้องการ ผมเลือกที่ 3000 รอบ/นาที เพราะว่าปกติ ที่ 3000 รอบ/นาที รถวิ่งได้ความเร็ว 120 กม/ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่ใช้งานค่อนข้างบ่อย
สังเกตดี ๆ รู้สึกว่า แต่ละช่วงเวลา สัญญาณ O2 จะนิ่งไม่เท่ากันนะครับ อย่างเมื่อเช้า ผมสังเกตดู อากาศครึ้ม ๆ O2 ค่อนข้างสวิง ไม่นิ่งนัก แต่ตอนกลางคืน เท่าที่สังเกต ค่อนข้างนิ่ง (น่าจะเป็นผลจากความหนาแน่นของอากาศ หรืออาจเป็นเพราะปริมาณก๊าซออกซิเจนในอากาศ ในแต่ละช่วงเวลามากน้อยไม่เท่ากัน)


 จาก โรจน์
 อังคาร, 4/7/2549
 เวลา :
02:29
 IP:
124.120.240.31

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       คุณ อากง คุณ wuddy ผมยังวัดไม่ได้เลย
ท่อไอเสียตอนนี้ผมมี O2 Sensor สองตัวละ
ตัวนึงสองสาย
อีกตัวนึงสายเดียว
วัดยังไงก็ไม่ได้ มันยังให้ค่าที่น้อยมากๆ เลย

แต่สงสัยเป็นที่ ตำแหน่งฝังหรือเปล่าไม่รู้ เพราะมันอยู่ห่างจาก จุดรวมท่อไอดี ตั้งคืบกว่าๆ
อยู่หลัง ท่ออ่อนอีกซะด้วย ถามช่างแล้วช่างบอกไม่เป็นไร

วัดนี้ลองทำตั้งแต่ สามทุ่มยันดีหนึ่งเลย

ยอมแพ้แล้วครับ
เดี๋ยวผมวิ่งไปขอความช่วยเหลือ อ.แอ้ม
ให้ อ.แอ้มชี้แนะ หน่อยดีกว่า



 จาก wuddy
 อังคาร, 4/7/2549
 เวลา :
12:40
 IP:
203.170.231.232

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       http://www.gasthai.com/boardgas/Question.asp?ID=A10311
วัดได้แล้วใช่ไหมครับ เห็นใช้ชื่อโรจน์ เหมือนกัน
ข้อความนี้น่าจะพิมพ์ผิด "แต่สงสัยเป็นที่ ตำแหน่งฝังหรือเปล่าไม่รู้ เพราะมันอยู่ห่างจาก จุดรวมท่อไอดี ตั้งคืบกว่าๆ" คิดว่า น่าจะต้องการพิมพ์เป็น ฝังที่ท่อร่วมไอเสีย ไม่น่าใช่ท่อรวมไอดี


 จาก โรจน์
 อังคาร, 4/7/2549
 เวลา :
12:54
 IP:

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       ขอบคุณคร๊าบ...พิมพ์ผิดจริงๆ
ผมโรจน์ คนเดียวกันครับ

ผมทำตามคำแนะนำ ไปซื้อ มิเตอร์แบบตัวเลข ราคา 350 บาท
แถมมีตัววัดความร้อน วัดได้สูงถึง 250 องศา C เลยครับ

ตกลงวัดได้แล้ว หลังจาก post คห.19 แล้วมันนอนไม่หลับ
(ไม่ได้ดูเวลาเลย มันติดดูบอลอ่ะ)
เลยลงไป ยกแม่แรง ตรวจสายไฟ O2 มันขาด เลยต่อ กับเข้าที่
แต่ A/F ที่ซื้อมามันคงใช้ไม่ได้แล้ว เงียบสนิท
เลยลองเอา มิเตอร์วัดๆ ดู ทำไปทำมา มันได้อ่ะครับ
เลยมาลองต่อตอนเช้า

ดีใจสุดๆ วัดได้กะเขาซะที
อ้ออันที่วัดได้เป็น O2 ที่มาสายเดียวนะครับ
ส่วนอีกตัว O2 มีสองสาย ยังไม่ได้ลอง
ขอบคุณครับ


 จาก นา
 อังคาร, 4/7/2549
 เวลา :
13:57
 IP:
203.170.242.2

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
       รถผมมีแอร์โฟร ผมลองถอดสาย o2 ออกจาก ecu มันก็วิ้งได้ (น้ำมัน) แต่พอถอกสายแอร์โฟรออกเท่านั้นแหละ เครื่องดับเลย ผมเลยสงสัยว่า รถที่มีแอร์โฟร ecu มันให้ความสำคัญกับแอร์โฟรมากกว่า o2 หรือครับ


 จาก โรจน์
 อังคาร, 4/7/2549
 เวลา :
15:59
 IP:
210.213.9.210

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
       ใช่แล้วครับ ผมก็มีแอร์โฟล์ ถอดออกไม่ได้เลย เสียก็ไม่ได้
แต่ O2 ตอนนี้ถูกตัดสายไปแล้ว ยังวิ่งได้ แต่คงเปลืองน้ำมันน่าดู


 จาก อากง ชักงง
 อาทิตย์, 9/7/2549
 เวลา :
01:50
 IP:
203.113.32.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
       มาต่อ
ที่ผมบอกว่าแกว่งไว้ใน # 16

พอผมเอาดิจิตอลมาวัด พบว่าที่บอกไว้ใน #16 ผมเข้าใจผิดครับ
มันจะ (ตามลำดับ ไล่จากเปิด sen น้อย --> เปิด sen มากขึ้น)

1. แกว่ง (ช่วงกว้างดูไม่ทัน) ---> 2. แล้วไปแกว่งแถว 0.8 ปลายๆ ถึง 0.9 ต้นๆ ---> 3. วัดได้ 0.9 กว่าเยอะๆ และค่อนข้างคงที่

ีรถผมขับดีสุดตรงที่ "ช่วงต้นของข้อ 3" ครับ (งงไหม?)
ผมจูนโดยปรับ sen ให้ได้ที่ก่อน แล้วค่อยแต่งสกรูเดินเบาให้ได้รอบตามต้องการ แล้วถ้าขับแล้วพบว่า sen อาจจะมากไป ค่อยปรับละเอียดอีกทีครับ
(ใน #16 ผมเปิด idle เยอะกว่านี้ครับ)

อัตราสิ้นเปลืองยังวัดไม่ได้ เพราะมัวแต่จูนไปจูนมานี่แหละครับ
-------------------------------------------------------------------------------
ไฟเอ็นจิ้น ตอนที่ผมบอกว่าขับดีสุดนี่ สังเกตว่า ถ้าเดินเบา แล้วโหลดเปลี่ยน เช่นพัดลมทำงาน หรือแอร์ตัด-ต่อ ไฟจะขึ้นแป๊บนึง แล้วเดี๋ยวก็ดับไป
แต่ถ้ามันยังไม่ทันดับแล้วผมขับออกไป มันจะติดไปจนกว่ารถหยุด แล้วเดินเบาสักพักอีกทีนึง

ใครเชี่ยวชาญช่วยตีความหน่อยครับ ขอบคุณครับ


 จาก อากง
 จันทร์, 10/7/2549
 เวลา :
11:08
 IP:
202.133.189.79

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 25
       up หน่อยครับ


คำถามนี้มีทั้งหมด 26 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)