เกี่ยวกับไอน้ำที่หม้อต้ม

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก B52
พุธที่ , 21/6/2549
เวลา : 10:48
 IP:

202.28.103.4
อ่านแล้ว = 3032 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       สวัสดีครับพี่ๆทุกท่าน
ต้องขอโทษที่ย้ายมาเปิดกระทู้ใหม่นะครับ
คือ ผมได้เปิดฝากระโปรงรถดูเมื่อเช้า ขับๆ หยุดรถลองเปิดแอร์ยังดับเหมือนเดิม
สตาร์ทเท่าไหร่ทั้งน้ำมันและแก๊สก็ไม่ติด เลยไปปรับที่ power value หมุนไปข้างหน้าหรือตามเข็มนาฬิกาสัก 10 วินาทีได้ พอสตาร์ทได้รอบอยู่ที่ 850
ผมสังเกตที่หม้อต้ม มีไอน้ำเกาะจำนวนมาก จนรอยปากกาเมจิกที่ผมมาร์คไว้เลือนหายไปหมด
อยากถามพี่ๆครับว่า อาการแบบนี้ (ไอน้ำเกาะที่หม้อต้ม) มันเป็นของมันอย่างนี้หรือป่าว
แล้วการจูนผมจูนถูกหรือป่าว
ขอบคุณครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก โม่
 ศุกร์, 23/6/2549
 เวลา :
12:16
 IP:
124.120.131.60

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       ไอน้ำที่เกาะที่หม้อต้ม เกิดจากการควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำครับ เนื่องจากการหมุนเวียนของน้ำร้อนเข้าสู่หม้อต้ม ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ให้ลองจับที่หม้อต้มดู จะเย็นจนแทบจะเป็นน้ำแข็ง


 จาก คนดี
 พฤหัสบดี, 29/6/2549
 เวลา :
17:29
 IP:
146.23.250.18

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       ถ้าคุณเอาไฟแช็คมากดแช่ไว้นานๆโดยไม่ให้มีสะเก็ดไฟจากถ่านไฟแช็ค ( ไม่มีเปลวไฟ ) กดปล่อยแก๊สไปนาน คุณจะเห็นว่ามีน้ำแข็งเกาะที่หัวพ่นแก๊ส อธิบายได้ว่าแก๊สนั้นมันดึงความร้อนจากบริเวณรอบๆเข้าหามัน จึงทำให้แก๊สระเหยกลายเป็นไอ ความร้อนบริเวณนั้นถูกดึงไปจึงทำให้หัวพ่นแก๊สเย็นจะน้ำแข็งจับ
นี่คือทำไมจึงต้องมีหม้อต้ม ถ้าตอนเช้าสตาร์ทด้วยแก๊ส น้ำยังไม่ร้อน บวกกับปรับ แรงดันแก๊สไม่ดี คือแรงไป แผลบเดียวหัวฉีดเย็น นั่คือหม้อต้มเย็น
แก้ง่ายๆ สตาร์ทด้วยน้ำมันสัก 3 นาที พอเครื่องร้อนเปลี่ยนมาใช้แก๊ส น่าจะ ok นะ

รถใช้แก๊ส หมั่นดู ความร้อนกับน้ำในหม้อน้ำหน่อย อยากตอบมากกว่านี้ แต่ไม่มีเวลา


 จาก เด็กปั้มแก๊ส ขอนแก่น
 จันทร์, 3/7/2549
 เวลา :
23:15
 IP:
61.90.235.158

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       จากที่เล่ามามีความเป้นไปได้การจูนเครื่องนั้นรอบอาจจะต่ำไปทำให้เมื่อเปิดแอร์หรือวิทยุนั้นเครื่องยนต์ก็จะดับ ลองจูนแก๊สใหม่ดูน่าจะทำให้ดีขึ้น
ส่วนที่บอกสตาร์ทั้งแก๊สและน้ำมันไม่ติดนั้นอาจจะเกิดกรณีที่ว่าหม้อยังไม่ร้อนแล้วใช้แก๊ส เมื่อแก๊สนั้นยังไม่กลายเป็นไอทำให้ เครื่องมีอาการสำลัก (เหมือนน้ำเข้าเครื่อง) หลังจากนั้นถ้าเปลี่ยนไปสตาร์น้ำมันทันทีก็จะไม่ติดเนื่องจากยังมีแก๊สที่เป็นของเหลวค้างในระบบทำให้เครื่องยนต์ไม่สามารถสันดาบโดยสมบูรณ์ได้ แต่ถ้าทิ้งไว้ซักระยะหนึ่งจะสตาร์ตติดได้เอง
ส่วนการที่หม้อน้ำนั้นมีหยดน้ำมาเกาะนั้นดูจะไม่ค่อยปรกตินัก จริงอยู่ที่อยาจเกิดการควบแน่น ของความเย็นกับความร้อนได้ แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากความผิดปรกติของหม้อต้มคือหม้อไม่ร้อน ทำให้ไอเย็นของ LPG มาจับจนเป็นน้ำแข็ง
วิธีแก้ไขก็ให้สตาร์ดน้ำมันก่อนจะเป็นเป็นแก๊ส ประมาณ 3-5 นาที เพื่อทำให้หม้อร้อนขึ้นก่อนจะใช้แก๊ส
แต่ถ้าวิธีนี้ไม่ได้ผลก็ลองดูว่า สตาร์ดรถทิ้งไว้แล้วจับหม้อต้มดูว่าร้อนรึเปล่า ถ้าไม่ร้อนก็ กลับไปเช็คตำแหน่งที่ต่อจากหม้อน้ำเข้าหม้อต้มว่าเป็นสายน้ำร้อนรึเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็เปลี่ยนดูก่อน ตรวจเช็คการทำงานของวาล์วน้ำว่าทำงานหรือไม่ ถ้าตรวจสอบทุกอย่างแล้วว่าปรกติดี ก็ทำใจให้เปลี่ยนหม้อต้มได้เลย (คือมันเจ๊งแล้ว)


 จาก เด็กปั้มแก๊ส ขอนแก่น
 จันทร์, 3/7/2549
 เวลา :
23:27
 IP:
61.90.235.158

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       ต่อจากคำตอบที่ 3 ลองเช็คน้ำด้วยนะคะว่าน้ำนั้นเต็มระบบรึเปล่า (ลืมบอกให้เช็คก่อนค่ะ ขออภัย)


 จาก ร่อนไป ร่อนมา
 อังคาร, 4/7/2549
 เวลา :
08:38
 IP:
203.156.170.113

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       เพื่อนเคยมีอาการเครื่องดับตอนเร่งแซง
ปัญหาเกิดจากระบบน้ำ ไม่ได้ไล่ลมในระบบน้ำ ทำให้หม้อต้มไม่ร้อนจ่ายแก๊สได้ไม่สม่ำเสมอ
ให้ไปเช็คว่าน้ำเต็มระบบหรือเปล่าตามที่คุณเด็กปั้มแก๊ส ขอนแก่น แนะนำ

> ต่อจากคำตอบที่ 3 ลองเช็คน้ำด้วยนะคะ
จากคำตอบที่สี่ คุณเด็กปั้มแก๊ส ขอนแก่น เป็นผู้หญิงเหรอ มีความรู้ดีจัง


 จาก ร่อนไป ร่อนมา
 อังคาร, 4/7/2549
 เวลา :
10:48
 IP:
203.156.170.113

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       วิธีไล่ลม จาก http://www.gasthai.com/boardgas/Question.asp?ID=A9664
คำตอบที่ 21 ของคุณ take care


ดีครับ DIY ไม่ต้องเสียเวลา บางอย่างทำได้เอง ทำเองดีกว่า
วิธีการไล่ลม ไล่อากาศ หลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็นใหม่ (ไม่จำเป็นต้องหลังการติดตั้งแก๊ส แต่การติดตั้งแก๊ส ต้องตัดต่อท่อน้ำหล่อเย็น เข้าหม้อต้ม , สายต้ม)
1. คลายปลั๊ก ถ่ายน้ำทิ้ง มักจะอยู่ด้านล่างสุดของหม้อน้ำ
2. ปิดปลั๊ก ถ่ายน้ำทิ้ง
3. มองหา น๊อต ส่วนมาก จะเป็นประมาณ เบอร์ 12 บริเวณ ที่อยู่ของ วาล์วน้ำ คลายออกเป็นตัวไล่อากาศ
4. เติมน้ำ ให้เต็ม
5. เดินเครื่อง น้ำจะยุบ เติมให้เต็ม
6. ขันน๊อต ข้อ 3 ปิดให้แน่นพอประมาณ ถ้ามี ซิลิโคน ก็ทากันรั่วเสียหน่อย
7. เดินเครื่องสักพัก พอวาล์วน้ำเปิด สังเกตุจากน้ำไหลผ่านจากท่อน้ำบน ลงหม้อน้ำไปท่อน้ำล่าง(ส่วนมากจะเปิดเมื่อน้ำร้อน ประมาณ 80 - 82 องศา C)
8. เติมน้ำเพิ่มให้เต็ม
9. ปิดฝาหม้อน้ำ ตรวจดูยางกันรั่ว ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่เป็นสนิม ถ้าไม่ดีเปลี่ยนใหม่
10. เติมน้ำหม้อพักน้ำให้ได้ระดับ เต็ม Full
11. สำหรับคนที่หาน๊อต ข้อ 3 ไม่พบ ให้เปิดฝาหม้อน้ำ ทิ้งไว้ แล้วเดินเครื่องจนเครื่องยนต์ร้อนได้ที่ วาล์วน้ำเปิด คอยเติมน้ำจนเต็ม จนน้ำไม่ยุบพร่องอีกแล้ว จึงค่อยปิดฝาหม้อน้ำ
หวังว่า รายละเอียด เหล่านี้คงพอทำให้ มือใหม่ทุกคน ดูแลน้ำหล่อเย็นให้ทำงานได้อย่างดี


คำถามนี้มีทั้งหมด 6 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)