จาก เทอร์โบ บีสิบสี่
ศุกร์ที่ , 9/6/2549
เวลา : 05:02
IP: 58.9.194.166
อ่านแล้ว = 567 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ทุกอย่างมีข้อดีและมีข้อเสีย ปัญหาว่า ผู้ขายจริงใจแค่ไหนกับประชาชน หรือมีผลประโยชน์แอบแฝง ถ้ามองในแงการตลาด หาก
๑. เอ็นจีวี มีจำหน่ายทุกปั๊ม ป.ต.ท. (ทุกปั๊มจริงๆ) เรียกว่า วิ่งไม่ถึงห้าสิบ กม. มีขายตลอด
๒. ราคาติดตั้งไม่แพงไปกว่า การติดตั้ง แอลพีจี
อย่างนี้ น่าสนใจ แต่เท่าที่รู้ ณ ปัจจุบัน ปั๊ม เอ็นจีวีก็ยังหายาก แหล่งไหนมีก็กระจุกตัว ใช้รถไม่ถึงสองร้อยโลก็ต้องวิ่งหาปั๊ม ยกเว้นรถที่วิ่งเส้นทางประจำ อย่างรถบ้านไหนที่เส้นทางผ่านไปทำงานเช้าเย็นกลับ มีปั๊ม เอ็นจีวี อย่างนี้ก็น่าติด เอ็นจีวี
สิ่งที่น่าคิดอีกอย่าง ราคาค่าติดตั้ง เอ็นจีวี แพงกว่า แอลพีจี สองเท่า เช่น แบบดูด แอลพีจีติด ๑๔๐๐๐ บาท เอ็นจีวี ๒๘๐๐๐ บาท ถ้าแบบหัวฉีด แอลพีจี ติด ๒๘๐๐๐ บาท เอ็นจีวีติด ๕๐๐๐๐ กว่าบาท
ถามว่า อุปกรณ์ เอ็นจีวี ต้องสั่งนอกหมดใช่ไหม ถังก็นอก ท่อ แป๊บก็นอก ทุกอย่างนอกหมด ก็หมายความว่า เงินไหลออกนอก คันละห้าหมื่น แต่แอลพีจี ยังมีถังผลิตได้ในไทย ได้มาตรฐานส่งออกซะด้วย ถ้านับคันต่อคันแอลพีจี เงินออกนอกน้อยกว่าการติดเอ็นจีวี ประยัดจริงหรือ???????????
คราวนี้มาดูเนื้อแก๊ส ถามต่อไปว่า ถังอุปกรณ์ใครผูกขาด เนื้อแก๊สใครผูกขาด เนื้อแก๊สที่ ป.ต.ท.คุยว่า เอ็นจีวีได้จากอ่าวไทย ไม่ต้องสั่งจากนอก อันนี้ไม่เถียงเลย แต่คนที่เจาะแก๊สธรรมชาติ เป็น ป.ต.ท. หรือ ยูโนแคล ที่ไทยให้สัมปทานไป บางหลุมเจาะน้ำมันได้ก๊าสธรรมชาติมาด้วย ถามว่าราคาที่ ยูโนแคลขายให้ไทย ขายให้ ป.ต.ท. เป็นราคาแบบผลพลอยได้ หรือราคาตลาดโลก ตอบหน่อยเถอะครับว่า ไทยเราซื้อก๊าซ เอ็นจีวีราคา ไหน ที่ขายอยู่ ก.ก.ละ ๘.๕๐ ใครอุดหนุน อุดหนุนเท่าไหร่ ถ้าแอลพีจีในภาคขนส่ง ลอยตัว ไม่อุดหนุน อันนี้ไม่มีใครว่าครับ เพราะอุดหนุน ก.ก. ๓ บาท ถ้าลอยตัวก็ขึ้นมาไม่เท่าไหร่ แต่ ต้องดูว่า เอ็นจีวี ป.ต.ท. อุดหนุนด้วยไหม ถ้าลอยก็ต้องลอยทั้งคู่
ถามต่อว่า คุณภาพของก๊าซที่เขาว่า ไม่ได้คุณภาพสำหรับใช้ในรถยนต์อย่างแท้จริง เป็นความจริงไหม ค่ากำมะถันสูงกว่าปกติ
ถามต่อว่า ก๊าซธรรมชาติ ขายออกนอกประเทศไม่ได้ ไม่มีใครซื้อใช่ไหม แต่ แอลพี่จีขายออกได้ ใช่ไหม
ถ้าจะขาย เอ็นจีวี เอาอะไรบรรจุ ค่าภาชนะบรรจุแพงกว่าเนื้อแก๊สอีกหลายร้อยเท่า จะต่อท่อไป ก้ลงทุนเยอะ ฉะนั้น เอ็นจีวี ส่งออกไม่ได้ใช่ป่าวววววววว
ถามอีกว่า ป.ต.ท. แหกตาประชาชนหรือเปล่าที่บอกว่า แอลพีจีต้องสั่งขำเข้า แท้จริงแล้วแอลพีจี ไม่ได้สั่งนำเข้าสำเร็จรูป แต่แอลพีจี เป็นผล พลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบเป็นน้ำมันสำเร็จรูปอยู่แล้ว อย่างไรเสีย ไทยก็ต้องสั่งน้ำมันดิบเข้ามากลั่นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ จะมาพูดเหมือนศรีธนนชัยว่า แอลพีจีนำเข้า แล้วไม่พูดความจริงให้หมด จะถูกต้องหรือ??? แอลพีจีก็กลั่นได้ในไทย จนปริมาณที่ได้เหลือใช้อยู่แล้ว
เครื่องยนต์รถยนต์ปัจจุบัน เขาไม่ได้ทำมาสำหรับค่าออกเทนสูงกว่า ๑๑๐ แต่ เอ็นจีวี ออกเทนสูงถึง ๑๓๐ ก็คิดดูแล้วกันว่า พังไหม
แอลพีจี มีหลายเจ้าที่ขาย แต่ เอ็นจีวี ขายอยู่เจ้าเดียวคือ ป.ต.ท. ป.ต.ท. อยากเอาแอลพีจีขายออกนอก เพราะจะได้ขายในราคาตลาดโลก ตัวเองจะได้กำไร เข้ากระเป๋า ป.ต.ท. แต่เพียงผู้เดียว ส่วน เอ็นจีวีที่ขายใครไม่ได้ เพราะคุณภาพแบบนี้ ไม่มีใครเขาซื้อ ขนส่งก็ยาก เลยเอามาหลอกขาย ประชาชน ที่สำคัญ ป.ต.ท. มีรัฐบาลถือหุ้นใหญ่ ก็เลยร่วมมือกัน ทำหมัน ตอน ปั๊ม แอลพีจีเสียเลย ใครขออนุญาต ปั๊มแอลพีจี ดองบ้าง ไม่อนุญาตบ้าง จะกดดันไม่ต่อใบอนุญาตบ้าง แต่ถ้าใครขอเปิด เอ็นจีวี ก็ให้ ป.ต.ท.เข้ามาคุม แล้วออกใบอนุญาตเปิดได้ฉลุยเลย รัฐกับป.ต.ท. ทำอย่างนี้หมายความว่าไงครับ..................
รัฐกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญ แห่งราชอณาจักรไทย มาตรา ๒๙ และมาตรา ๕๐ ซึ่งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำการงดเว้นกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว สามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ตามมาตรา ๙ และมาตรา๔๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
ผมไม่ตำหนิเลยหากป.ต.ท.และรัฐไม่ใช้วิธีสกปรก กดดัน ผู้ขอตั้งปั๊ม แอลพีจี โดยป.ต.ท.จะโฆษณาว่า เอ็นจีวี ดีเลิศประเสริฐศรีอย่างไรก็ว่าไป ป.ต.ท.เร่ง จัดตั้งปั๊มให้ได้ ๗๐๐ ปั๊ม ๑๐๐๐ ปั๊มก็ยิ่งดี ป.ต.ท.สนับสนุน ให้ผลิตอุปกรณ์ติดตั้งเอ็นจีวีได้ภายในประเทสเพื่อลดการนำเข้า ก็ว่าไป ไม่กีดกันแอลพีจี ส่วนภาครัฐก็มีอำนาจหน้าที่ กำหนดกฎเกณฑ์ มารฐานของผู้รับติดตั้ง ทั้งแอลพีจีและเอ็นจีวี ให้ได้มาตรฐาน กำจัดอู่ชุ่ยๆทิ้งไป ด้วยข้อกำหนด ประกาศกระทรวง ที่กำหนดมาตรฐาน การขออนุญาต การรับรองการติดตั้ง การใช้ก๊าซใรถยนต์ จะเป็นการสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน
แต่ประชาชนจะใช้ แอลพีจี หรือเอ็นจีวี ก็ให้แข่งขันโดยเสรีและเป็นธรรม ประชาชนเป็นผู้เลือกพลังงานทางเลือกเอาเอง แล้ว เอ็นจีวีก็แข่งกับ แอลพีจี เหมือน ดีแทค เอไอเอส ทรู มูฟ ทศท. แข่งกันให้บริการ ประโยชน์จะตกแก่ผู้บริโภค
บทสรุป คือ ป.ต.ท. ต้องการเอา แอลพีจีไปขายราคาตลาดโลกเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเต็มๆ แทนที่จะให้ประชาชนได้ใช้พลังงานทางเลือก เฉลี่ยกำไรแก่ประชาชน แล้วเอาเอ็นจีวีที่ขายใครไม่ได้ มาขายประชาชน โดยปกปิดข้อบกพร่อง ข้อเสียของเฮ็นจีวี
|