จาก ปตท = ...ใต้ธรณี
พฤหัสบดีที่ , 1/6/2549
เวลา : 16:30
IP: 203.146.201.13
อ่านแล้ว = 651 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ ศาลปกครองสงขลา ระบุ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทำการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน กรณีสลายม็อบค้านท่อก๊าซ หน้าโรงแรม เจ.บี.หาดใหญ่ พิพากษาให้จ่ายค่าเสียหายให้ชาวบ้านรายละ 1 หมื่นบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%/ ปี นับตั้งแต่วันฟ้อง แกนนำคัดค้านโครงการชี้เป็นชัยชนะอีกก้าวของประชาชน ยันเดินหน้าคัดค้านการบุกรุกที่สาธารณะ-ออกเอกสารสิทธิที่ดินปลอด พร้อมจี้รัฐเปิดสัญญาซื้อขายก๊าซอัปยศ
วันนี้ (1 มิ.ย.) เวลา 10.30 น.ที่ศาลปกครองสงขลา ตุลาการศาลปกครองสงขลา ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดีที่ 454/2546 คดีหมายเลขแดงที่ 51/2549 กรณีที่ นายเจะเด็น อนันทบริพงศ์ ที่ 1 และพวก ได้ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 1 จังหวัดสงขลาที่ 2 และกระทรวงมหาดไทยที่ 3 คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดอัน เนื่องจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย กรณีการสลายการชุมนุมคัดค้านโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซ และโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ไทย-มาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2545 ที่ผ่านมา เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงแรม เจ.บี. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะที่กำลังมีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร
โดยศาลได้อ่านคำพิพากษาในตอนหนึ่ง มีสาระสำคัญว่า แม้หน่วยงานของรัฐ อันประกอบด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จ.สงขลา และกระทรวงมหาดไทย จะมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตามแผนที่วางไว้ในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร แต่เหตุการณ์ดังกล่าวกลุ่มผู้ชุมนุมได้กระทำในที่ที่เป็นสาธารณะ และแม้ว่าหน่วยงานของรัฐจะอ้างว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีการนำอาวุธเข้ามาในที่ชุมนุมด้วยนั้น แต่จากการที่ศาลได้ดูหลักฐานเป็นซีดีบันทึกภาพและรายงานผลการสอบสวน จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
พบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ทำการสลายการชุมนุมในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในอาการสงบ โดยส่วนหนึ่งกำลังทำพิธีละหมาด และไม่ได้มีการนำอาวุธเข้ามาก่อความวุ่นวายแต่อย่างใด ถึงแม้เจ้าหน้าที่รัฐจะมีอำนาจกีดขวางการชุมนุมได้ตามกฎหมาย แต่ต้องเป็นช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในสภาวะสงคราม หรือมีการประกาศกฎอัยการศึก แต่ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมนั้นบ้านเมืองไม่ได้อยู่ในสภาวะดังกล่าว การสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่จึงถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
จึงมีคำพิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ฟ้อง เป็นเงินคนละ 1 หมื่นบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้อง เป็นต้นไป และให้มีการชำระภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา
นายบรรจง นะแส ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเล ภาคใต้ 1 ในแกนนำคัดค้านโครงการก่อสร้างท่อก๊าซ และโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ไทย-มาเลเซีย กล่าวว่า การตัดสอนของศาลปกครองให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านในครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะอีกขั้นหนึ่งของประชาชนที่มีความหวงแหนทรัพยากรของประเทศชาติ และเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มคัดค้านฯ เป็นไปโดยบริสุทธิ์ และสงบ ไม่ได้มีความรุนแรงอย่างที่ถูกกล่าวหา
ชัยชนะของประชาชนครั้งนี้เป็นกรณีศึกษาที่จะต้องมีการนำไปพิจารณาร่วมกันกับการต่อสู้ของภาคประชาชนทั้งประเทศ เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างท่อก๊าซนั้น ยังมีอีกหลายประเด็นที่ประชาชนจะต้องเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมกันต่อไป [b]โดยเฉพาะการเรียกร้องให้มีการเปิดสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ ไทย-มาเลเซีย ที่ประเทศไทยถูกเอาเปรียบ เพราะทราบมาว่าในสัญญาระบุว่าจะส่งก๊าซไปให้มาเลย์ใช้ก่อน 5 ปี และหลังจากนั้น ยังสามารถต่อสัญญาได้อีก 5 ปี ทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์[/b] ซึ่ง ปตท.จะต้องเปิดสัญญาให้สังคมรับรู้แต่ต้องมีการหยุดดำนเนิการโครงการก่อนด้วย รวมทั้งกรณีการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ และการออกเอกสารสิทธิที่ดินปลอม นายบรรจง กล่าว
|