| |
คำตอบที่ 11
copy link ที่ http://www.komchadluek.net/2006/06/02/a001_16132.php?news_id=16132
**************
**********************
*****************************
บอกต่อๆ กันด้วยครับ
***************************
****************
********
***
สุดอลังการแห่งสายน้ำ ซ้อมใหญ่พระราชพิธี พยุหยาตราชลมารค
ซ้อมใหญ่กระบวนเรือพระราชพิธีพยุหยาตราชลมารค กระแสน้ำทำให้เรือแล่นได้อย่างราบรื่น เรือสุพรรณหงส์ยามเย็นเหลืองอร่ามทั้งลำ แสง สี ประดับสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาสวยงามตระการตา สร้างความประทับใจแก่ประชาชน ขยายจัดนิทรรศการเมืองทองถึงวันที่ 11 มิถุนายน จัดระเบียบแผงลอยห้ามขายของริมถนนตั้งแต่วันที่ 6-15 มิถุนายน ปิดการจราจร-จัดวันเวย์ เริ่ม 11-14 มิถุนายน
วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปีพุทธศักราช 2549 กองทัพเรือได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เชิญกระบวนเรือพระราชพิธีเส้นทางจากท่าวาสุกรีถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันที่ 12 มิถุนายน 2549 กำหนดใช้เรือพระราชพิธีทั้งหมด 52 ลำ ใช้กำลังพลจากหน่วยต่างๆ ในกองทัพเรือ จำนวน 2,082 นาย เป็นฝีพายเรือพระราชพิธี
กองทัพเรือเตรียมการซ้อมใหญ่กระบวนพยุหยาตราชลมารค ประกอบแสง เสียงและสื่อผสม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ ท่าวาสุกรี-วัดอรุณราชวราราม วันที่ 2 และ 6 มิถุนายนนี้ และการฝึกซ้อมเตรียมพร้อมก่อนวันจริง จะทำการฝึกอีกครั้งวันที่ 9 มิถุนายน
การจัดกระบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้ กองทัพเรือกำหนดจะใช้เรือพระราชพิธีทั้งหมด รวม 52 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่ง 4 ลำ มีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ โดยใช้กำลังพลจากหน่วยจากต่างๆ ในกองทัพเรือ เป็นฝีพายเรือพระราชพิธี
นอกจากนี้จัดเตรียมหอประชุมกองทัพเรือ เพื่อจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจ และจัดเตรียมอาคารราชนาวิกสภา (หลังใหม่) เป็นสถานที่จัดถวายเลี้ยงรับรองและทอดพระเนตรกระบวนเรือพระราชพิธี ของสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีจากประเทศต่างๆ
ประดับพู่ระย้าบนเรือสุพรรณหงส์เพื่อความสมจริง
สำหรับการซ้อมใหญ่กระบวนเรือพระราชพิธีครั้งที่ 1 วันนี้ (2มิ.ย.) นายก่อเกียรติ ปั้นดี ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ กองทัพเรือ กล่าวสรุปผลว่า รู้สึกพอใจมากในสองจุดคือ การควบคุมกระบวนเรือ ทำได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ อีกทั้งยังได้สนองแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสรับชมพิธีการดังกล่าว ภายในบริเวณหอประชุมกองทัพเรือ ทั้งนี้การซักซ้อมยังมีการประดับพู่ระย้าบนเรือสุพรรณหงส์ เพื่อความสมจริง สร้างความตระการตาแก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก
"มีพระประสงค์ให้ซ้อมตอนเย็นแทนที่จะดำเนินการตอนกลางคืน เนื่องจากจะทำให้ประชาชนเห็นถึงความงดงามของเรือมากขึ้นกว่าเดิม" นายก่อเกียรติ กล่าว
ความเร็วของกระแสน้ำเป็นไปตามคาดหมาย ซึ่งกำหนดเดิมคือ ในเวลา 16.50 น. เรือจะต้องเริ่มต้นที่ท่าวาสุกรีเพื่อมาแล่นสู่บริเวณราชนาวิกสภา แต่เนื่องจากวันนี้มีกระแสน้ำทำให้เรือแล่นได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องออกแรงฝีพาย ดังนั้นคณะทำงานเห็นว่า ควรเลื่อนเวลามาเป็น 17.01 น. เพื่อให้กระบวนเรือทั้ง 52 ลำ เข้าสู่ที่หมายภายในเวลาเพียง 59 นาที
นายก่อเกียรติ กล่าวต่อไปอีกว่า แต่ละวันหมายกำหนดการซ้อมจะปรับตามความเร็วของกระแสน้ำขึ้นและลงซึ่งมีอัตราเร็วไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องใช้อุปกรณ์วัดเป็นระยะๆ เพื่อให้เรือแล่นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ต่อไปอีกว่า ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ และพระราชอาคันตุกะ จะเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรชมกระบวนพยุหยาตราชลมารคนั้น
จากการตรวจสอบระดับและความเร็วของกระแสน้ำพบว่า จะมีกระแสน้ำขึ้น โดยน้ำจะไหลจากทะเลเข้ามายังบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้กระบวนเรือวิ่งทวนกระแส แต่เนื่องจากน้ำเหนือจะไหล่บ่าลงมาในทิศตรงกันข้ามกับน้ำทะเล ทำให้กระแสน้ำมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นกระแสน้ำนิ่ง ดังนั้นการควบคุมความเร็วของเรือดำเนินไปได้ง่ายขึ้น นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี
ด้าน พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า เดิมห่วงว่าเรือต้องพายทวนกระแสน้ำ อาจทำให้ขบวนเคลื่อนตัวได้ช้า แต่มีการเปลี่ยนเวลาให้มาเป็นช่วงน้ำนิ่ง ซึ่งจากการซ้อมที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ขบวนก็พายตามกระแสน้ำตลอด จากเดิมที่กำหนดว่า ขบวนเรือจะผ่านที่ประทับ โดยจะใช้เวลาตั้งแต่หัวขบวนถึงท้ายขบวน เป็นเวลา 30 นาทีนั้น จากการซ้อมสามารถพายตามกระแสน้ำได้ โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น จะควบคุมตามเวลา 30 นาที เชื่อมั่นว่า ฝีพายจะสามารถพายทวนกระแสน้ำได้
'เผ่าทอง ทองเจือ'บรรยายพระราชพิธี
เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ที่ร้านเอสแอนด์พี สาขาท่ามหาราชและเอไอเอส เซเรเนด จัดกิจกรรมชมกระบวนเรือพระราชพิธี ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยมีผู้ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของสังคม ลูกค้าระดับวีไอพี อาทิ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล และพระญาติในราชสกุลยุคล คุณหญิงทรงสมร คชเสนี พร้อมบุตรสาวและหลานสาว รวมทั้งสื่อมวลชน กว่า 130 คน เฝ้าชมความงดงามของงานในครั้งนี้อย่างเนืองแน่น พร้อมกับรับฟังการบรรยายพิเศษจากอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ในหัวข้อความเป็นมาของกระบวนพระราชพิธีดังกล่าว
ทั้งนี้ มีใจความตอนหนึ่งว่า ค้นพบหลักฐานในอดีตจากภาพเขียนบน กลองมโหระทึก ซึ่งมีอายุประมาณ 2,000-3,000 ปี อีกทั้งภาพตำรับเรือภายในปราสาทบายน ประเทศกัมพูชา ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยังสะท้อนได้ว่าพระราชพิธีดังกล่าวมีประวัติมาอย่างยาวนาน กระทั่งไทยมีการเจริญสัมพันธ์กับประเทศดังกล่าว จึงรับประเพณีดังกล่าวเข้ามาในสมัยกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ภายหลังการบรรยายสิ้นสุดลง กระบวนเรือพระราชพิธีแล่นผ่านบริเวณด้านหน้าร้านอาหารดังกล่าว สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอย่างมาก เนื่องจากแสงตะวันในยามเย็นส่องประกายกับแสงแดด จนทำให้เรือสุพรรณหงส์ดูเหลืองอร่ามทั้งลำ จากความงดงามนี้ ม.จ.ชาตรี ถึงกับพระดำเนินลงมาประทับบริเวณจุดถ่ายภาพร่วมกับช่างภาพสื่อมวลชนเพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ดังกล่าว
ขยายจัดนิทรรศการถึงวันที่ 11 มิ.ย.
น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า คณะทำงานกำลังเจรจาให้ขยายการจัดนิทรรศกาออกไปอีก 1 สัปดาห์ จนถึงวันที่ 11 มิถุนายน เนื่องจากที่ผ่านมามีประชาชนจำนวน 2.2 ล้านคนเข้าชมนิทรรศการ คิดเป็นผู้เข้าชมเฉลี่ยวันละ 5 แสนคนซึ่งทั้งกรุงเทพฯ และจากต่างจังหวัดจนทำให้การจราจรติดขัด
ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการเตรียมความพร้อมในซ้อมงานพระราชพิธี และจุดรับเสด็จที่ต้องมารอรับเสด็จ ว่า ทุกฝ่ายเตรียมการได้อย่างเรียบร้อย เพราะมีการซ้อมเล็กมาหลายครั้งแล้ว วันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ เครื่องแต่งกายจริงและใช้เวลาจริง และทำได้ตามเวลาจริงที่กำหนดไว้ ส่วนการขยายเวลาจัดงานกำลังเจรจาเรื่องเงินชดเชยเหลือเพียงบริษัทเดียว ซึ่งนิทรรศการจะทำเป็นภาพยนตร์ฉายและจัดทำวีซีดีให้คนต่างจังหวัดที่ไม่ได้มาได้ชมแทน เพื่อให้ประชาชนได้ดูว่า 60 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ พระองค์ทรงทำงานอะไรให้ประเทศและประชาชนบ้าง ซึ่งประชาชนจะได้เห็นพระราชกรณียกิจทั้งหมด
ปิดการจราจร-วันเวย์ 11-14 มิ.ย.
ตำรวจจราจรประกาศห้ามจอดรถทุกชนิดตลอดเวลาทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่วันที่ 11-14 มิถุนายน บนถนนพระราม 4 ตั้งแต่แยกศาลาแดงถึงแยกวิทยุ กำหนดให้เดินรถทางเดียว ตั้งแต่วันที่ 11-14 มิถุนายน บนถนนสาทรเหนือ ตั้งแต่แยกคอนเวนต์ถึงแยกวิทยุ ถนนสาทรใต้ ตั้งแต่แยกวิทยุถึงแยกคอนเวนต์
ห้ามจอดรถทุกชนิดตลอดเวลา บนถนนราชดำริทั้งสองฝั่งตั้งแต่แยกศาลาแดงถึงแยกราชประสงค์ ถนนวิทยุทั้งสองฝั่งตั้งแต่แยกวิทยุถึงแยกเพลินจิต กำหนดให้เดินรถทางเดียวในถนนสุขุมวิทเฉพาะฝั่งขาออก ตั้งแต่แยกนานาถึงแยกอโศก-สุขุมวิท ตลอดเวลา ตั้งแต่วันที่ 12-13 มิถุนายน ห้ามจอดรถตลอดเวลาทั้งสองฝั่ง
ตั้งแต่วันที่ 11-14 มิถุนายน บนถนนศรีเวียง ตั้งแต่ถนนเจริญกรุงถึงถนนใต้ทางด่วนสีลม ถนนเจริญเวียงตลอดสาย และซอยเจริญกรุง 42 42/1 44 46 50 และซอยทางลงท่าน้ำสาทร ถนนโดยรอบโรงแรมแชงการี-ลา ตั้งแต่จุดตัดซอยเจริญกรุง 42 ตัดกับซอยเจริญกรุง 42/1 ถึงซอยลงท่าน้ำสาทร กำหนดให้เดินรถทางเดียวในซอยเจริญกรุง 50 จากถนนเลียบข้างโรงแรงแชงการี-ลา ไปถนนเจริญกรุง ห้ามจอดรถตลอดเวลาตั้งแต่วันที่ 11-14 มิถุนายน ซอยเจริญนคร 12 ตั้งแต่ปากซอยจนถึงสามแยก ระยะทาง 130 เมตร ซอยเจริญนคร 11 ตั้งแต่หน้าบ้านเลขที่ 72/7 ถึงหน้าบ้านเลขที่ 32 ระยะทางประมาณ 100 เมตร ซอยเจริญนคร 13 ตั้งแต่ปากซอยถึงแยก ระยะทาง 30 เมตร ซอยเจริญนคร 14 ตั้งแต่ปากซอยถึงสามแยก ระยะทาง 200 เมตร พร้อมติดตั้งป้าย-เส้นทางเลี่ยง ประชาชนที่จะเดินทาง ขอให้ศึกษาเส้นทางสอบถามข้อมูล1197
ด้าน พล.ต.ต.ภานุ เกิดลาภผล ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กล่าวถึงการจัดระบบจราจรในกรุงเทพมหานคร ในถนนสายสำคัญในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 9-13 มิถุนายน
วันที่ 9 มิถุนายน ปิดการจราจรบริเวณโดยรอบพระที่นั่งอนันตสมาคม ควรหลีกเลี่ยง ตั้งแต่เวลา 06.00-13.00 น. ส่วนวันที่ 11 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. ควรหลีกเลี่ยงทั้งวัน ตั้งแต่สนามบินดอนเมือง โทลล์เวย์ ทางด่วนดินแดง ถนนเพลินจิตและถนนสีลม
วันที่ 12 มิถุนายน ปิดการจราจรบริเวณโดยรอบพระที่นั่งอนันตสมาคม ควรหลีกเลี่ยงหลัง 12.00 น. เป็นต้นไป แบ่งเป็น 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น.ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางขึ้นทางด่วนเพลินจิตลงยมราช ทางด่วนสุริวงศ์ลงอุรุพงษ์ ถนนพิษณุโลก หน้าทำเนียบรัฐบาล แยกสวนมิสกวัน ถนนราชดำเนินนอก ถนนหน้าลานพระบรมรูปฯ
16.00 น. เลี่ยงลงด่วนยมราช ทำเนียบรัฐบาล ถนนราชดำเนินนอก พระบรมรูปทรงม้า สะพานมัฆวาน สะพานพระราม 8 ถนนอรุณอัมรินทร์ ผ่านโรงพยาบาลศิริราช และเวลาประมาณ 24.00 น. หลีกเลี่ยงหน้ากองทัพเรือ โรงพยาบาลศิริราช แยกอรุณอัมรินทร์ สะพานพระปิ่นเกล้า กองสลาก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกคอกวัว แยกผ่านฟ้า แยกนายร้อย สะพานมัฆวาน แยกสวนมิสกวัน ถนนพิษณุโลก
ส่วนวันที่ 13 มิถุนายน ปิดการจราจรบริเวณโดยรอบพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น. หลีกเลี่ยงเส้นทางย่านถนนเพลินจิตและเจริญกรุง ทางขึ้นทางด่วนเพลินจิตและสุริวงศ์ แยกเสริมมิตร สะพานผ่านฟ้า สนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง รวมไปถึงถนนใกล้เคียง
งดขายริมถนน 11 สาย 6-15 มิ.ย.
นายรัฐพล มีธนาถาวร รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ได้แจ้งให้สำนักงานเขต 21 แห่งประสานขอความร่วมมือไปยังผู้ค้าที่จำหน่ายสินค้าในพื้นที่สาธารณะให้หยุดขายสินค้าระหว่างวันที่ 6-15 มิถุนายน ริมถนนที่เป็นเส้นทางเสด็จฯ ของพระราชอาคันตุกะที่จะเสด็จฯ รวม 11 สาย ได้แก่ 1.ถนนสุขุมวิท 2.ถนนวิภาวดีรังสิต 3.ถนนพระรามที่สี่ 4.ถนนราม 5.ถนนลาดพร้าว 6.ถนนจรัญสนิทวงศ์ 7.ถนนหลานหลวง 8.ถนนพหลโยธิน 9.ถนนพระรามที่ 1-ถนนเพลินจิต-ถนนราชดำริ 10.ถนนเจริญกรุง 11.ถนนรัชดาภิเษก
นอกจากนี้ ยังมีถนนอีก 39 เส้นทางที่พระราชอาคันตุกะจะเสด็จฯ ผ่านเพื่อไปเยี่ยมชมศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆ อาทิ 1.ถนนดินแดง 2.ถนนราชวิถี 3.ถนนพญาไท 4.ถนนราชปรารภ 5.ถนนราชดำริ 6.ถนนเพลินจิต 7.ถนนวิทยุ 8.ถนนสี่พระยา 9.ถนนสีลม 10.ถนนสาทรเหนือ 11.ถนนสาทรใต้ 12.ถนนพระรามที่ 4 13.ถนนสุรศักดิ์ 14.ถนนเจริญกรุง 15.ถนนศรีอยุธยา เป็นต้น
14:43 น. รมช.พาณิชย์เตรียมฟันพ่อค้าแม่ค้าโก่งราคาเสื้อ 60 ปี
14:35 น. บรรหาร ยืนยัน กลุ่มชลบุรี ไม่ย้ายกลับมาซบชาติไทย
14:33 น. อานันท์เสนอออกพรบ.ดับไฟใต้ตั้งหน่วยพิเศษผสมพลเรือนตร.-ทหาร
14:29 น. อนุกก.พิจารณาค่าเอฟทีประชุมพรุ่งนี้ คาดไม่เกิน 10 สต./หน่วย
14:19 น. ศาลนัดไต่สวน สุวโรช ฟ้อง กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
14:13 น. "สมคิด" สั่งจัดการคนใกล้ชิดหากินกับโครงการรับจำนำข้าว
อ่านข่าวทั้งหมด
|
|