| |
คำตอบที่ 12
สองทางเลือกยุคใหม่น้ำมันแพง
คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหม ที่กำลังลังเลเปลี่ยนใจหันไปคบค้ากับการติดตั้งถังแก๊สในรถยนต์ เพราะราคาน้ำมันที่ขึ้นไม่รู้จักหยุดหย่อน แล้วอะไรกันล่ะ ที่ทำให้คุณไม่กล้าตัดสินใจเสียทีฟังเขาเล่าว่า...เห็นเขาพูดถึง...ทิ้งอะไรต่อมิอะไรทั้งหลายที่ได้ยินได้ฟังมา มันดูมั่วไปหมด รถคันหนึ่งไม่ใช่บาทสองบาทนะคุณ เดี๋ยวนี้มันเขยิบขึ้นไปขนาดทาวน์เฮ้าส์ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำเข้าไปแล้ว
จะทำอะไรก็ต้องขอคิดกันหน่อยล่ะ เห็นใจและเข้าใจดีครับ พวกเราAutoBILD เลยต้องขันอาสาพาทุกท่านไปรู้จักและ ทำความเข้าใจรวมไปถึงทดลอง ขับกันไปเลยว่า รถใช้แก๊สมันดี มันเลว กันอย่างไร หากเปรียบเทียบกับรถใช้น้ำมัน หลังจากที่ในฉบับที่แล้วเราได้ แนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกันบ้าง แล้วเกี่ยวกับแก๊สธรรมชาติที่พอจะเป็นข้อมูลให้ทุกท่านได้ตัดสินใจทีนี้แก๊สในบ้านเรา ไม่ใช่มีเพียงแค่ LPG อย่างเดียวเสียแล้ว มันยังมีเจ้า NGV หรือ CNG ขึ้นมาอีกให้ชาวบ้านชาวช่องเขาปวดขมองเล่นกันซะยังงั้น ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วคำว่าแก๊ส NGV ทำให้ผู้คนสับสนอยู่พอสมควรเพราะมัน มีคำว่า LPG,CNG อยู่แล้ว แล้วตอนนี้มีชื่อย่อซึ่งเป็นชื่อทางการตลาดว่า NGV(Natural Gas for Vehicle) เพิ่มขึ้นมาอีก สับสนกันไปใหญ่ครับ หลายคนคิดว่าเป็น แก๊สชนิดใหม่ แต่ที่จริงมันก็คือ CNG (Compressed Natural Gas) นั่นเองรถที่ติดแก๊สแบบนี้จะมีสติ๊กเกอร์สี่เหลี่ยมสีเขียวมีคำว่า CNG อยู่ตรงกลางบอก ให้รู้ครับ
ส่วน LPG นั้น หลายคนอาจจะรู้จักคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะบรรดารถแท็กซี่ทั้งหลายที่ต้องพึงพาเจ้าเชื้อเพลิงชนิดนี้กันมาหลายปีดีดัก ในอดีตเรามักจะได้ยินได้ฟังกันมาบ่อยครั้งเกี่ยวกับแก๊สที่ไหลเวียนอยู่ภายในห้องโดยสารที่มีกลิ่นความเป็นแก๊สตามมาด้วย ทำให้บรรดาโชเฟอร์ทั้งหลายรวมไปถึงผูโดยสารเกิดการอ่อนเพลียกันได้ง่ายๆแต่ในปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้มี การคิดค้นและพัฒนาขึ้นมา จนการใช้แก๊ส LPG เริ่มเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้ใช้กันมากขึ้น
สำหรับรถคันที่ทีม AutoBILD ใช้ทดสอบในครั้งนี้เป็นรถยนต์นั่งรุ่นเก่า โดยมี Honda Accord เป็นรถที่ใช้ระบบเชื้อเพลิงของแก๊ส NGV และ Nissan Cefiro เครื่องยนต์ 6 สูบใช้ระบบเชื้อเพลิงของแก๊ส LPG รถใช้แก๊ส NGV ประหยัด และไม่อันตรายอย่างที่หลายคนคิดก่อนเริ่มการทดลองขับรถทั้งสองคันนี้จำเป็นที่จะต้องเติมเชื้อเพลิงให้เต็มกันก่อนโดยที่ Honda Accord นั้น จำเป็นที่จะต้องวนหาสถานีบริการแก๊ส CNG นั้น ยังมีน้อยและสิ่งแรกที่เราประสบเลยก็คือ รถแท็กซี่จำนวนไม่น้อยที่รอคิวเพื่อการเติมเชื้อเพลิงให้เต็มถัง นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกประการแรกเลยว่า หากคุณคิดที่จะเลือกใช้เชื้อเพลิง CNG แล้ว นอกจากจะหาสถานีบริการยากสักหน่อยแล้ว ยังต้องคอยเข้าคิวรอการเติมเชื้อเพลิงนานอีกด้วย
การเติมแก๊ส CNG เราจะต้องเปิดฝากระโปรงหน้าเสียก่อน พร้อมกับเปิดฝาครอบวาล์วสำหรับเติมแก๊ส ซึ่งหลังจากเปิดฝาครอบวาล์ว วงจรไฟฟ้าของเครื่องยนต์จะถูกตัด และเครื่องยนต์จะดับทันที เพื่อความปลอดภัยในการเติม หลังจากนั้นพนักงาน ก็จะนำหัวเติมแก๊สมาสวม เข้ากับวาล์วเติมแก๊สที่ห้องเครื่องยนต์ หลังจากที่ขันล็อกจนแน่นแล้ว ก็จะเปิดสวิตซ์ให้แก๊สไหลเข้าถังในรถยนต์ การเติมแก๊สใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึงสองนาทีก็เสร็จแล้ว รวดเร็วมาก วันนั้นมีแก๊สเหลืออยู่ในถังประมาณครึ่งหนึ่ง และเมื่อเติมเข้าไปได้อีกประมาณ 4.3 กก.สัญญาณไฟ LED บอกจำนวนแก๊สในถังติดแค่ 3 ดวง จาก 4 ดวง แสดงว่ายังไม่เต็ม แต่ก็ต้องพอแค่นั้น แก๊ส CNG ก.ก.ละ 8.50 บาท เติมไปสี่ก.ก.กว่า ก็จ่ายไปสามสิบกว่าบาทไม่ถึงสี่สิบบาท แก๊สหนึ่งกิโลเทียบอย่างง่ายก็ประมาณน้ำมันหนึ่งลิตร ถ้าเติมน้ำมันก็คงต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าร้อยบาท พอคิดถึงตอนจ่ายเงินแล้วชักอยากจะติดแก๊สให้กับรถตัวเองซะแล้ว
NGV ไม่มีบัตร เติมไม่ได้
เติมแก๊สกันครั้งแรก ยังได้ไม่เต็มถังดีปัญหาอีกข้อก็เริ่มผุดขึ้นมา อันเนื่องมาจากเรื่องของความดันในถังแก๊ส ทำให้ไม่สามารถที่จะเติมได้เต็ม จึงจำเป็นต้องไปหาสถานีบริการแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ข้างถนนพหลโยธิน เป็นปั้มทีเคยเกิดกรณีถังแก๊สระเบิด แต่นั่นก็เป็นเพราะใช้ถังแก๊สหุงต้ม(LPG)ซึ่งทนความดันได้ต่ำกว่าถังแก๊ส CNG ก็ระเบิดแน่นอน แต่กรณีดังกล่าวคงจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับ เพราะทาง ปตท. ได้หามาตรการป้องกันไว้เรียบร้อยแล้ว หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว คือรถทุกคันที่จะเติมแก๊ส CNG จะต้องมีบัตรเติมแก๊สซึ่งจะระบุหมายเลขทะเบียนของรถไว้ที่บัตร ถ้าขับรถผิดคันเข้าไป พนักงานที่ปุ๊มจะไม่เติมให้ครับ หลังจากขับเข้าไปเติมแก๊สครั้งที่สอง ไฟ LED ก็สว่างเต็มทั้ง 4 ดวง
NGV เติมเต็มถัง วิ่งได้ไม่เกิน 200 กม.
ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นอีกแล้ว สำหรับรถที่ใช้ NGV เพราะอัตราเร่งของ Accord คันที่ทดสอบนั้นไม่เหมือนกับตอนที่ใช้น้ำมัน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะกำลังของเครื่องยนต์ที่ตกลงไป ซึ่งเป็นธรรมชาติของรถติดแก๊สทั่วไปกำลังจะตกไปประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ และอีกประการหนึ่ง รถใช้แก๊สที่เพิ่มขึ้น ประมาณ 80 กิโลกรัม สมรรถนะโดยรวมย่อมลดลงแน่นอน ปัญหาของรถคันที่ทดสอบมีอยู่อย่างหนึ่ง ที่ค่อนข้างจะรบกวนสมาธิในระหว่างขับอยู่บ้างเล็กน้อย คือทุกครั้งที่รอบเครื่องเกิน 5,000 รอบ/นาที ระบบจะเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากแก๊สไปเป็นน้ำมันโดยอัตโนมัติ ซึ่งกรณีเช่นนี้ Accord คันที่เรานำไปทดสอบยังจูนระบบการจ่ายแก๊สได้ไม่ลงตัว ระหว่างการทดลองขับ ต้องคอยสับสวิตช์แก๊ส/น้ำมัน เกือบตลอดทาง เหตุเพราะเท้าเผลอกดคันเร่งแรงไปหน่อย ส่วนอีกปัญหาหนึ่งของรถที่ติดแก๊ส CNG ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันก็คือ สถานีบริการที่ยังมีไม่มากนัก แถมถังแก๊สที่ติดตั้งเข้าไปก็บรรจุแก๊สได้ประมาณ 15 กก. ทำให้วิ่งได้โดยเฉลี่ยเกิน 200 กม. วิ่งไปได้นิดหน่อยก็ต้องแวะปั๊มเติมแก๊ส ค่อนข้างยุ่งยากสักนิด
จากการทดลองขับโดยใช้ความเร็วแบบปกติ ไม่ได้ขับแบบ กรุงเทพ-เชียงใหม่หนึ่งถังยังเหลือ อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร ซึ่งเมื่อคำนวนแล้วก็เท่ากับ 85 สตางค์/กม.แต่ถ้าใช้น้ำมันที่อัตราสิ้นเปลืองเท่ากันต้องจ่ายประมาณ 2.70 บาท/กม.แพงกว่ากันเกือบ 3 เท่า แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่า อุปกรณ์แก๊สเราไม่ได้มาฟรีรถคันที่นำไปทดสอบติดตั้งอุปกรณ์แก๊ส CNG ที่มีราคาประมาณ 50,000 บาท ซึ่งถ้าเราคิดแค่การใช้งาน ในระยะ 3 ปี แค่คุณวิ่งปีละประมาณ 9,000 กม.ก็คุ้มเกินพอ แต่ถ้าน้ำมันแพงขึ้นไปกว่านี้อีก ระยะเวลาคุ้มทุนของคุณก็จะมาถึงเร็วขึ้น
LPG สถานีบริการไม่ได้มาตรฐาน
ในขณะที่ Nissan Cefiro มุ่งหน้าไปหาสถานีบริการเติมแก๊ส LPG ซึ่งมีอยู่มากมายแต่ผู้ใช้แก๊สประเภทนี้คงต้องทำใจกันบ้างสำหรับความสะอาด หรือการแต่งกายของพนักงานเติมแก๊สที่ดูแล้วอาจทำให้เกิดความขยาดหรือไม่เป็นที่ไว้วางใจว่าสถานีเหล่านี้มีการอบรมพนักงาน และมีระบบรักษาความ ปลอดภัยกันมากน้อยแค่ไหนซึ่งต่างจากสถานีบริการแก๊ส CNG และสถานีบริการน้ำมันทั่วๆไป แต่กระนั้นก็ตามดูจะไม่ใช้ปัญหาใหญ่โตอะไรนัก กับเรื่องสถานีบริการ
เมื่อรถทั้งสองคันพร้อมแล้ว เชื้อเพลิงที่ได้เติมเพิ่มเข้าไป ดูจากแสงไฟจาก LED ที่ขึ้นเต็มทั้งสองคันแล้วเป็นอันมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยๆ ทั้ง Accord และ Cefiro สามารถที่จะพาเราไปได้ไกลไม่น้อยกว่า 200 กม.แน่นอน
ความรู้สึกไม่ต่างจากใช้เบนซิน
หลายๆ ท่านอาจจะคุ้นเคยกับรถที่ใช้แก๊ส LPG กันเป็นอย่างดี จากรถแท๊กซี่ในบ้านเรา ที่บางครั้งจะเห็นบรรดาโชเฟอร์เหล่านั้นขับปาดหน้ารถคันข้างหน้าเพื่อรับผู้โดยสารที่โบกมืออยู่ข้างทาง หรือแม้แต่การใช้ความเร็วสูงในยามทีต้องส่งกะเพื่อให้ทันเวลา เช่นเดียวกับสำหรับรถ Cefiro แล้วหลังจากที่ผ่านการติดเครื่องยนต์ด้วยน้ำมันเบนซินแล้ว หลังจากผ่านรอบเครื่องที่ 5,000 รอบ/นาที ขึ้นไปแล้ว มันจะเปลี่ยนระบบมาเป็นการใช้แก๊สแทน โดยมีสัญญาณไฟที่ได้รับการติดตั้งเป็นตัวบ่งบอกสถานะของการใช้เชื้อเพลิงว่า ขณะนั้นใช้น้ำมันหรือแก๊สกลิ่นแก๊สภายในห้องโดยสารไม่มี และการตอบสนองต่ออัตราการเร่งดูจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการใช้น้ำมันเบนซิน นอกจากเสียงคำรามของเครื่องยนต์ และรอบเครื่องที่ทะยานขึ้นไปเกิน 5,000 รอบ/นาที ตามนิสัยของรถจากค่าย Nissan ในยามใดที่คุณกระทืบคันเร่งแล้วแช่เท้าไว้ เข็มไมล์เริ่มไต่ทะยานขึ้นไปเรื่อยๆ ตามน้ำหนักของเท้าที่เหยียบลงไปอย่างต่อเนื่อง จาก 100 ไป 120 ไป 140 จนกระทั่งไปหยุดนิ่งอยู่ที่ 170 กว่าๆ
ผ่าน 100 กม.แรก เชื้อเพลิงยังเหลือเกือบครึ่ง
แปลกใจไม่ใช่น้อย กับการทดลองขับในช่วงความเร็วสูง ผสมปนเปไปกับการขับในเมืองที่การจราจรในเมืองกรุงยังหนาแน่นอยู่ไม่ใช่น้อย แต่เมื่อเหลือบดูมาตรบอกระยะทางที่ผ่านการเซ็ท 0 ตัวเลขบอกว่า มันผ่านการวิ่งมาแล้วถึง 112 กม.แต่สัญญาณไฟยังเหลืออีกถึง 2 ดวง และที่สำคัญ Cefiro กลับไม่พบปัญหาจุกจิกกวนใจในเรื่องของการปรับเปลี่ยนระบบแก๊สมาเป็นน้ำมันทีต้องคอยสับสวิตซ์กันบ่อยครั้ง นอกจากว่าแก๊สในถังน้ำมันหมดระบบจะปรับให้เป็นน้ำมันโดยอัตโนมัติเลือกติดตั้งให้ถูกร้าน และถูกประเภท ร้านติดตั้งถังแก๊ส LPG ในบ้านเรานั้น มีมากมาย แต่ร้านที่ได้มาตรฐานจริงๆ แล้วนั้น มีไม่มากอย่างที่คิด เพราะการติดตั้งถังแก๊ส LPG นั้นมีหลายราคาและประเภท อย่างที่กล่าวไว้ในฉบับที่แล้ว หากราคาไม่เกิน 20,000 บาท จะเป็นระบบดูด ขึ้นอยู่กับขนาดของหม้อต้มและถังแก๊ส ส่วนระบบฉีดนั้นจะแพงขึ้นมาหน่อยสำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ตั้งแต่ 4 สูบขึ้นไป ราคาจะอยู่ที่ 50,000 บาทขึ้นไป ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประทศสำหรับ Cefiro คันนี้เราได้รับความเอื้อเฟื้อจาก บริษัท ชื่นศิริ จำกัด ผูนำเข้าและติดตั้งแก๊ส ทั้งระบบ LPG และ NGV
เทียบกันแล้ว ประหยัดสูสีถ้านับเพียงค่าเชื้อเพลิง แต่ถ้านับต้นทุนติดตั้งแล้ว........จุดคุ้มทุน แอลพีจี เร็วกว่าราคาของ แก๊ส LPG ในปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 9.50 บาท อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 10 กม./ลิตร คำนวนแล้วอยู่ที่ 95 สตางค์/ลิตร มากกว่า NGV อยู่ 10 สตางค์/ลิตร ในขณะที่ราคาน้ำมันยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เดินทางต่างจังหวัดบ่อยครั้ง หรือระยะทางจากบ้านมาถึงที่ทำงานมากกว่า 30 กม.หรือคุณต้องอยู่กับรถทั้งวันเพื่อติดต่อลูกค้า นั่นน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณตัดสินใจได้ในทันทีว่ารถคุณพร้อมแล้วสำหรับการติดตั้งถังแก๊สในรถยนต์ โดยมีตัวเลือกระหว่าง LPG และ NGV
ความคิดเห็น
รถติดแก๊ส NGV (Natural Gas for Vehicle) หรือชื่อเรียกสากล CNG (Compressed Natural Gas) กำลังเครื่องยนต์ กำลังจะตกไปเล็กน้อย ถ้าจะพูดอย่างกำปั้นทุบดินก็คงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ แถมต้องแบกน้ำหนักอุปกรณ์แก๊สเพิ่มขึ้นอีก 80 กก.ทำให้สมรรถนะโดยรวมลดลง ไปกว่าเดิมเล็กน้อย ความดันของแก๊สในถัง 200 บาร์ หรือประมาณ 200 เท่าของความดันบรรยากาศ แต่ถังแก๊สถูกออกแบบมาให้ทนความดัน ได้อย่างน้อย 600 บาร์ เรียกได้ว่ามี Safety Factor หรือตัวคูณความปลอดภัยเท่ากับ 3 องค์ประกอบหลักของ CNG คือ แก๊สมีเทน(CH4) ซึ่งเป็นแก๊สที่เบากว่าอากาศ ถูกบรรจุในถังในสถานะแก๊ส ถ้ารั่วออกจากถังจะลอยขึ้นข้างบนอย่างรวดเร็ว ไม่สะสมในปริมาณที่มากทำให้ โอกาสที่จะเกิดเพลิงไหม้มีค่อนข้างน้อย ไม่อันตรายอย่างที่หลายคนคิดครับ เท่าที่ทราบ ปริมาณแก๊สธรรมชาติสำรองทั่วโลก มีพอที่จะให้เราได้ใช้ไปอีกประมาณ 60 ปี ในขณะที่แก๊ส LPG เป็นแก๊สที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน ถูกบรรจุอยู่ในถังที่ความดันประมาณ 8-10 บาร์ ในรูปของเหลวราคาจะอิงกับราคาน้ำมันดิบทำให้ในระยะยาวแล้ว CNG มีอนาคตที่สดใสกว่า ปัจจุบันนี้ทั่วโลกมีรถยนต์ใช้แก๊ส CNG ประมาณ 4.6 ล้านคัน ในไทยมีสถานีบริการแก๊ส CNG (หรือที่บ้านเราใช้ชื่อทางการตลาดว่า NGV อยู่ 34 แห่ง มีรถยนต์ที่ใช้แก๊สประเภทนี้อยู่ประมาณ 5,500 คัน แต่ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนอก จากนั้นถังแก๊สชนิดนี้สามารถจุเชื้อเพลิงได้ประมาณ 15 กก.เท่านั้น ทำให้ต้องเติมเชื้อเพลิงกันบ่อยหน่อย ถ้าจะเดินทางไปต่างจังหวัด หลังจากขับได้ประมาณ 200 กม.และเที่ยวกลับก็คงจะต้องสับสวิตซ์เปลี่ยนมาใช้น้ำมันกันละครับ
มาพูดถึงเรื่องความประหยัดกันบ้างดีกว่าราคาแก๊สธรรมชาติอัดหรือ CNG กิโลกรัมละ 8.50 บาท หรือประมาณหนึ่งในสามของราคาน้ำมัน แต่ราคาอุปกรณ์แก๊สจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 บาท หรืออาจแพงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้อย่างดีหรืออย่างธรรมดา เท่าที่ผมลองคำนวณดู โดยคิดที่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 10 กม./ลิตร ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 27 บาท คุณจะต้องใช้รถปีละไม่ต่ำกว่า 9,000 กม.เป็นเวลา 3 ปี ถึงจะคุ้มทุนค่าอุปกรณ์แก๊สที่ติดตั้งเพิ่มเข้าไปครับ เรียกได้ว่าถ้าคุณขับรถทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 30 กม. เป็นเวลา 3 ปี ถึงจะถึงจุดคุ้มทุน ติดแก๊ส CNG ุุ้คุ้มกว่าใช้น้ำมันแน่นอนครับ แต่ในระยะแรกอาจต้องปวดหัว กับการหาปั้มเติมแก๊ส แต่ถ้าจะถามผมว่า ตอนนี้จะเลือกติดอุปกรณ์แก๊สแบบไหนให้กับรถยนต์ของผมดี ผมก็คงจะตอบว่า LPG ครับท่าน แต่เหตุผลที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ สถานีเติมแก๊สที่มีมากกว่าปัจจุบัน ผมยังไม่อยากปวดหัวกับการหาปั๊มเติม และยังไม่อยากเข้าคิวนาน เป็นชั่วโมงในช่วงไพรม์ไทม์ครับ
อ้างอิงมาจากบทความจากหนังสือ Auto Bild Thailand Vol.2 No.19 : 23 September 2005
|
|