CNG ดีกว่าLPG จริงจริงนะ

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก Ninja
พฤหัสบดีที่ , 11/5/2549
เวลา : 15:37
 IP:

210.1.34.226
อ่านแล้ว = 715 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       http://www.gasthai.com/boardngv/Question.asp?ID=A32


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก noi101 TAC#31
 พฤหัสบดี, 11/5/2549
 เวลา :
15:44
 IP:
124.120.46.170

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       ล่อเป้า?


 จาก เหล็งฮู้ชง
 พฤหัสบดี, 11/5/2549
 เวลา :
15:50
 IP:
58.136.102.238

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       ไม่มีอะไรดีกว่ากันสมบูรณ์หรอกครับ มีดีต้องมีเสียไม่มากก็น้อยครับ




 จาก เป้ากระจายก็ไม่คลายรักเธอ
 พฤหัสบดี, 11/5/2549
 เวลา :
16:09
 IP:
202.133.159.68

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       นินจา เป้ากระจาย
แข่งกับอู่คุณชัยหรือครับ


 จาก +++
 พฤหัสบดี, 11/5/2549
 เวลา :
17:06
 IP:
202.5.95.205

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       ดีทั้งคู่แหละ ไงๆ ก็ดีกว่า เผา เบนซิน ซึ่งเท่ากับโยนเงินบาทออกนอกประเทศ
ลองไม่ต้อง ใช้เบนซิน ดูสิ ไทยจะมีเงินเหลือเท่าไหร่



 จาก อย่าให้เขาหลอก
 พฤหัสบดี, 11/5/2549
 เวลา :
23:47
 IP:
58.136.93.131

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       คลังตั้งเงื่อนไข ปตท. พัฒนาคุณภาพเอ็นจีวีแลกลดภาษีรถยนต์
ที่มา : สำนักข่าวไทย
8/5/2549

กระทรวงการคลังตั้งเงื่อนไขให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พัฒนาคุณภาพของก๊าซเอ็นจีวี ให้มีค่ามีเทนในระดับร้อยละ 80 ขึ้นไป เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม แลกกับการลดภาษีสรรพสามิตให้รถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องยนต์เอ็นจีวี จากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 20 พร้อมให้บริษัทรถยนต์พัฒนาการผลิตรถยนต์ให้ได้มาตรฐานยูโรระดับ 4 หรือ 5 โดยเร็วที่สุดด้วย

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลังจะหารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อให้ ปตท. พัฒนาคุณภาพก๊าซเอ็นจีวี โดยต้องพัฒนาให้มีค่ามีเทนในระดับร้อยละ 80 ขึ้นไป หลังจากที่กระทรวงการคลัง ได้เห็นชอบในหลักการที่จะลดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เอ็นจีวี ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 2000 ซีซี ลงเหลือร้อยละ 20 ตามข้อเสนอของบริษัทรถยนต์ จากเดิมที่ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 ในกรณีที่ติดตั้งถังและอุปกรณ์สำหรับก๊าซเอ็นจีวี เนื่องจากกระทรวงการคลังต้องการให้มีการรักษาสภาพแวดล้อมทางอากาศด้วย เพราะปัจจุบัน ปตท. ยังพัฒนาคุณภาพของก๊าซเอ็นจีวีโดยมีค่ามีเทนยังไม่ถึงระดับร้อยละ 80 ซึ่งยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และทำให้เกิดฝุ่นละอองในอากาศ ซึ่งถ้ากระทรวงการคลังไม่ตั้งเงื่อนไขแล้วการผลิตก๊าซเอ็นจีวีที่ไม่ได้มาตรฐานจะทำให้ในอนาคตต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก

“กระทรวงการคลัง จะเสนอทางเลือกให้กระทรวงพลังงาน พิจารณาว่า ถ้ามีการลดภาษีรถยนต์เอ็นจีวีแล้ว ปตท.ต้องลงทุนทางการพัฒนาก๊าซเอ็นจีวีเพื่อให้มีคุณภาพมากขึ้นเพื่อรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้คนไทยที่ไม่ต้องหายใจฝุ่นละอองพิษเข้าไปในร่างกาย เพราะถ้าไม่มีการพัฒนาเอ็นจีวีให้มีคุณภาพมากขึ้นแล้ว งบประมาณในการดูแลผู้ป่วยจากอากาศที่เป็นพิษของกระทรวงสาธารณสุข จะเพิ่มขึ้นอย่างมากมหาศาล” แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการรถยนต์ก็ต้องจำเป็นต้องพัฒนาการผลิตรถยนต์ให้ได้มาตรฐานยูโรในระดับ 4 หรือ 5 โดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีคุณภาพและการเผาผลาญพลังงานที่สมบูรณ์แบบไม่ก่อให้เกิดมลพิษใด ๆ ด้วย ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถผลิตรถยนต์ได้มาตรฐานยุโรประดับสูงสุดเพียงแค่ยูโร ระดับ 3 เท่านั้น ซึ่งยังเป็นมาตรฐานที่ไม่สูงนักหากเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ที่สำคัญหากผู้ประกอบการสามารถเพิ่มมาตรฐานยูโรได้ จะทำให้สามารถส่งออกรถยนต์เอ็นจีวีไปขายในยุโรปได้.





 จาก อย่าให้เขาหลอก
 พฤหัสบดี, 11/5/2549
 เวลา :
23:47
 IP:
58.136.93.131

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       คลังตั้งเงื่อนไข ปตท. พัฒนาคุณภาพเอ็นจีวีแลกลดภาษีรถยนต์
ที่มา : สำนักข่าวไทย
8/5/2549

กระทรวงการคลังตั้งเงื่อนไขให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พัฒนาคุณภาพของก๊าซเอ็นจีวี ให้มีค่ามีเทนในระดับร้อยละ 80 ขึ้นไป เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม แลกกับการลดภาษีสรรพสามิตให้รถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องยนต์เอ็นจีวี จากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 20 พร้อมให้บริษัทรถยนต์พัฒนาการผลิตรถยนต์ให้ได้มาตรฐานยูโรระดับ 4 หรือ 5 โดยเร็วที่สุดด้วย

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลังจะหารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อให้ ปตท. พัฒนาคุณภาพก๊าซเอ็นจีวี โดยต้องพัฒนาให้มีค่ามีเทนในระดับร้อยละ 80 ขึ้นไป หลังจากที่กระทรวงการคลัง ได้เห็นชอบในหลักการที่จะลดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เอ็นจีวี ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 2000 ซีซี ลงเหลือร้อยละ 20 ตามข้อเสนอของบริษัทรถยนต์ จากเดิมที่ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 ในกรณีที่ติดตั้งถังและอุปกรณ์สำหรับก๊าซเอ็นจีวี เนื่องจากกระทรวงการคลังต้องการให้มีการรักษาสภาพแวดล้อมทางอากาศด้วย เพราะปัจจุบัน ปตท. ยังพัฒนาคุณภาพของก๊าซเอ็นจีวีโดยมีค่ามีเทนยังไม่ถึงระดับร้อยละ 80 ซึ่งยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และทำให้เกิดฝุ่นละอองในอากาศ ซึ่งถ้ากระทรวงการคลังไม่ตั้งเงื่อนไขแล้วการผลิตก๊าซเอ็นจีวีที่ไม่ได้มาตรฐานจะทำให้ในอนาคตต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก

“กระทรวงการคลัง จะเสนอทางเลือกให้กระทรวงพลังงาน พิจารณาว่า ถ้ามีการลดภาษีรถยนต์เอ็นจีวีแล้ว ปตท.ต้องลงทุนทางการพัฒนาก๊าซเอ็นจีวีเพื่อให้มีคุณภาพมากขึ้นเพื่อรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้คนไทยที่ไม่ต้องหายใจฝุ่นละอองพิษเข้าไปในร่างกาย เพราะถ้าไม่มีการพัฒนาเอ็นจีวีให้มีคุณภาพมากขึ้นแล้ว งบประมาณในการดูแลผู้ป่วยจากอากาศที่เป็นพิษของกระทรวงสาธารณสุข จะเพิ่มขึ้นอย่างมากมหาศาล” แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการรถยนต์ก็ต้องจำเป็นต้องพัฒนาการผลิตรถยนต์ให้ได้มาตรฐานยูโรในระดับ 4 หรือ 5 โดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีคุณภาพและการเผาผลาญพลังงานที่สมบูรณ์แบบไม่ก่อให้เกิดมลพิษใด ๆ ด้วย ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถผลิตรถยนต์ได้มาตรฐานยุโรประดับสูงสุดเพียงแค่ยูโร ระดับ 3 เท่านั้น ซึ่งยังเป็นมาตรฐานที่ไม่สูงนักหากเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ที่สำคัญหากผู้ประกอบการสามารถเพิ่มมาตรฐานยูโรได้ จะทำให้สามารถส่งออกรถยนต์เอ็นจีวีไปขายในยุโรปได้.





คำถามนี้มีทั้งหมด 6 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)