จาก young
จันทร์ที่ , 1/5/2549
เวลา : 16:44
IP: 202.6.107.60
อ่านแล้ว = 406 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
นายเมตตา บันเทิงสุข ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องรอการตัดสินใจนโยบายการปล่อยลอยตัวราคาแก๊สหุงต้ม (แอลพีจี) จากกระทรวงพลังงาน แม้ว่าตามแผนเดิมจะต้องยกเลิกการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาอยู่เฉลี่ย 3 บาทต่อกิโลกรัม ในช่วงเดือน มิ.ย. 2549 ก็ตาม แต่เชื่อว่าในช่วงนี้คงไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมนัก และอาจต้องรอการตัดสินใจจากรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารงาน ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5-6 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเรื่องราคา ทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะ เข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์การใช้ก๊าซเอ็นจีวีให้มากขึ้นทดแทนแก๊สแอลพีจี เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้สนใจหันมาใช้แก๊สแอลพีจีมากเกินไป เพราะเห็นว่ารัฐบาลช่วยชดเชยราคา ทำให้เกิดปัญหากลไกตลาดบิดเบือนส่งผลให้มีภาระในการชดเชยราคามากขึ้น โดย ปตท.ได้ออกแคมเปญรณรงค์ให้แท็กซี่ที่ใช้แก๊สแอลพีจีหันมาใช้ก๊าซเอ็นจีวีแทน โดยพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ ถังเอ็นจีวีให้ฟรีสำหรับผู้ที่นำถังแก๊สหุงต้มมาแลก ขณะเดียวกันก็สนับสนุนผู้ที่เป็นเจ้าของปัมแก๊สแอลพีจีเปลี่ยนมาเป็นปัมเอ็นจีวีแทน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับราคาแก๊สแอลพีจีในตลาดโลกได้ปรับสูงขึ้นมาก โดยไตรมาสแรกของปี 2549 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 580 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ในขณะที่ราคาแก๊สแอลพีจีหน้าโรงงานของไทยอยู่ที่ 315 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน เท่านั้น เนื่องจากได้รับการชดเชยราคาจากภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้กำหนดเป้าหมายชัดเจนที่จะปล่อยเสรีราคาแก๊ส เพื่อให้สะท้อนภาวะตลาดที่แท้จริง และเป็นการบรรเทาภาระของกองทุนน้ำมันที่แต่ละเดือนต้องนำเงินเข้าไปอุดหนุนราคาไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาทต่อเดือน โดยคาดว่าหากสามารถปล่อยเสรีราคาแก๊สได้ จะสามารถชำระหนี้การตรึงราคาแก๊สที่มีอยู่ประมาณ 10,504 ล้านบาท ได้หมดภายในปี 2552
ตอนนี้แผนการปล่อยลอยตัวราคาแก๊ส คงต้องแล้วแต่กระทรวงพลังงาน ซึ่งเชื่อว่าอาจต้องรอการตัดสินใจของรัฐบาลชุดใหม่ที่น่าจะเข้ามาบริหารประเทศได้ประมาณ 5-6 เดือนข้างหน้า หรือประมาณเดือน ก.ย.-ต.ค. และในช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ราคาแก๊สอยู่ในระดับสูงตามปกติอยู่แล้ว ก็อาจมีการทบทวนขอแค่ขยับลดการชดเชยราคาก่อนในขั้นแรกเพียง 1 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันที่ชดเชยอยู่เฉลี่ย 3 บาท ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการบรรเทาภาระไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากจนเกินไป
นายทนง พิทยะ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้ จะเรียกนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมศุลกากร มาหารือถึงแนวทางในการที่จะลดอัตราภาษีนำเข้าเป็นกรณีพิเศษ 2 ปี ให้แก่เครื่องยนต์เอ็นจีวีเก่าใช้แล้วจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้ใช้รถโดยเฉพาะรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล หรือเบนซิน นำมาเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์เอ็นจีวี ที่มีราคาถูกกว่าการติดตั้งถังและอุปกรณ์สำหรับก๊าซเอ็นจีวี
ในญี่ปุ่นได้มีการผลิตรถยนต์และรถบรรทุกสำหรับใช้ก๊าซเอ็นจีวีมานานแล้ว จึงน่าจะมีการลดภาษีให้แก่เครื่องเอ็นจีวีเก่าใช้แล้วจากญี่ปุ่นที่จะนำมาใช้ในไทยโดยไม่เสียภาษี
นายศิวะนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) (สบพ.) กล่าวว่า สำหรับหนี้กองทุนน้ำมันฯที่เกิดจากการนำเงินไปชดเชยราคาแก๊สหุงต้ม (แอลพีจี) มีจำนวน 10,504 ล้านบาท.
|