| |
คำตอบที่ 3
1. มีกลิ่นเข้าไปในรถ
หลักๆ ก็มีที่มาได้ 3 ทาง คือ
ก. จากถังในกระโปรงหลัง
- เช็คข้อต่อที่เข้าถัง ทั้ง 2 ทาง ( เข้าถัง ออกจากถัง )
- ท่อโปโลที่หุ้มท่อทองแดง ปกติดีไหม
- ปิดฝาครอบวาล์วตลอด
ข. จากท่อไอเสีย
- ยางรองฝากระโปรง
- ยางขอบประตู
- ยางขอบกระจก
ค. จากด้านหน้า
- จุดต่อของท่อทองแดง ตอนเข้า กรอง หม้อต้ม และ ออกจากหม้อต้ม
- กรองอากาศ ( ที่ครอบ ) รั่ว หรือ ผุไหม เป็นต้น
- รูต่างๆ ที่เป็นช่องเปิด ระหว่าง ห้องเครื่อง กับ ห้องโดยสาร เช่น รูเข้าของท่อแอร์ , รูท่อน้ำทิ้ง , ช่องสำหรับเปิดรับอากาศจากภายนอก เข้าห้องโดยสาร เป็นต้น ถ้ามีก็แก้ไข
- ปิด Blower แอร์ วิธีพิสูจน์ง่ายๆ ก็คือ เวลาตามหลังรถเมล์ สิบล้อ หรือผ่านน้ำเน่า มีกลิ่นเข้ามาไหม ถ้ามี ก็แสดงว่า Blower แอร์มีปัญหา ไปร้านแอร์ให้เขาจัดการปิดเสีย
จริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก ประเด็นก็คือ พิจารณาว่า กลิ่นแกส จะมาจากตรงไหนได้บ้าง แล้วตรวจสอบเสีย ง่ายๆก็น้ำสบู่ หรือวิธีอื่นที่มีการโพสบอกกันเยอะแล้ว เมื่อเจอก็จัดการแก้ไขเสีย ก็เรียบร้อยครับ
อ๋อ.. อีกอย่างก็คือ ฝึกเป็นนิสัยเลย ว่าต้องทำการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอจนมีกลิ่น เพราะอันตรายนะครับ เล่นกับไฟ ก็ต้องไม่ประมาทครับ
2. จอดรถมีกลิ่น
เป็นตอนสตาร์ทเครื่อง หรือดับเครื่องแล้ว
ถ้าเป็นตอนสตาร์ทเครื่องอยู่ ก็น่าจะเป็น จูนหม้อต้มไม่ลงตัว จ่ายแก๊สมากเกิน
แต่ถ้าเป็นตอนดับเครื่องแล้ว ก็อาจเป็นไปได้ว่า แค่ดับเครื่อง แต่ Switch กุญแจยังอยู่ตำแหน่ง On เพราะที่ตำแหน่งนี้ ติ๊กแก๊ส ยังไม่หยุดทำงานนะครับ จ่ายแก๊ส ตลอดเวลา อันตรายมากเช่นกัน ผมแนะนำนะครับว่าเวลาจะดับเตรื่อง แทนที่จะใช้การปิดสวิทซ์กุญแจเลย สู้ผลัก สวิทซ์แกส-น้ำมัน มาอยู่ตรงกลาง ให้เครื่องดับเอง แล้วค่อยปิดกุญแจดีกว่า ปลอดภัยชัวร์ ไม่มีลืม ไม่มีพลาด
|
|