จาก nat b14 (TAC#14)
อาทิตย์ที่ , 9/4/2549
เวลา : 12:32
IP: 210.86.135.16
อ่านแล้ว = 1263 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ปตท.เร่งแผนเอ็นจีวี ล่าสุดเตรียมเพิ่มค่าการตลาดก๊าซเอ็นจีวีเพื่อดึงปั๊มน้ำมันและปั๊มแอลพีจีมาขยายปั๊มเอ็นจีวีแทน เพื่อสร้างความสะดวก จูงใจให้ผู้ใช้รถหันมาใช้เอ็นจีวี ขณะเดียวกันยังเตรียมควักเนื้อเปลี่ยนรถแท็กซี่แอลพีจีมาเป็นเอ็นจีวีอีกด้วย
นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บมจ. ปตท. กล่าวว่า จากภาวะราคาน้ำมันแพงขึ้น กระทรวงพลังงานได้เร่งรัดให้ ปตท.เร่งโครงการส่งเสริมการใช้ก๊าซเอ็นจีวี โดย ปตท.ได้ประสานกับทุกหน่วยงานในการเร่งดำเนินโครงการ และเห็นว่าในส่วนของกรุงเทพฯ ควรจะรณรงค์ให้รถแท็กซี่หันมาใช้ก๊าซเอ็นจีวีเพิ่มมากขึ้น ทั้งรถที่ใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และรถแท็กซี่ใหม่ที่มีรวมกันไม่ต่ำกว่า 50,000-60,000 คัน โดยขณะนี้ ปตท.กำลังทำโครงการที่จะส่งเสริมให้รถแท็กซี่ที่ใช้แอลพีจีเปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวีแทน ซึ่ง ปตท.จะออกค่าใช้จ่ายเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการเปลี่ยนเชื้อเพลิงคาดว่าจะมีต้นทุนประมาณ 40,000 บาทต่อคัน และช่วยให้ผู้ขับแท็กซี่ประหยัดเงินด้วย เพราะเอ็นจีวีมีราคาประมาณ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม แต่แอลพีจีวีมีราคา 12 บาทต่อกิโลกรัม
หากรถแท็กซี่เปลี่ยนจากแอลพีจีมาใช้เอ็นจีวีนอกจากจะประหยัดเงินของแท็กซี่ได้ประมาณ 100 บาทต่อกะแล้ว ยังช่วยประเทศชาติได้อีกด้วยในแง่การนำแอลพีจีไปสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งนำไปใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีหรือการส่งออก โดยราคาแอลพีจีมีราคาสูงมากในตลาดโลก ในขณะที่เอ็นจีวีไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ นายจิตรพงษ์ กล่าว
นายจิตรพงษ์ กล่าวว่า ภายใน 1 เดือนข้างหน้านี้ ปตท.จะเพิ่มค่าการตลาดให้กับผู้ค้าเอ็นจีวีรายอื่น ๆ จากราคาประมาณ 0.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็นประมาณ 1 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อเพิ่มแรงดึงดูดใจให้ทั้งผู้ค้าน้ำมันรายอื่น ๆ รวมทั้งปั๊มก๊าซแอลพีจีหันมาร่วมกันจำหน่ายเอ็นจีวี ซึ่งในขณะนี้มีหลายรายแสดงความสนใจแล้ว โดยเฉพาะปั๊มแอลพีจีในกรุงเทพฯ ที่มีกว่า 100 แห่ง และในต่างจังหวัดได้เร่งโครงการสร้างปั๊มตามแนวท่อก๊าซการทำโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ขนาดเล็ก เพื่อขนส่งและจำหน่ายเป็นเอ็นจีวีได้สะดวกขึ้น การส่งเสริมให้รถบรรทุกหันมาใช้เอ็นจีวี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัทรถขนส่งสินค้า 97 บริษัท ที่มีรถประมาณ 10,000 คัน ส่งรถมาทดลองใช้เอ็นจีวี 100 คันแล้ว โดย ปตท.จะอำนวยความสะดวกด้วยการติดตั้งปั๊มเอ็นจีวีในอู่รถยนต์ของบริษัทเหล่านี้
นอกจากนี้ ยังเริ่มโครงการส่งเสริมให้รถเมล์ทั้ง ขสมก.และรถร่วมบริการ เปลี่ยนเชื้อเพลิงจากดีเซลมาเป็นเอ็นจีวี โดยหากทำโครงการสำเร็จก็จะช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงและลดภาระการปรับขึ้นค่าบริการที่เกิดจากปัญหาน้ำมันแพงได้ด้วย โดยในส่วนของ ขสมก.นั้นมีแผนเปลี่ยนเป็นรถเอ็นจีวี 2,000 คัน แต่โครงการนี้จะล่าช้าหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเร่งผลักดันหรือไม่
นายจิตรพงษ์ กล่าวว่า แม้การเมืองจะเปลี่ยนแปลง แต่แผนเอ็นจีวียังเป็นไปตามเป้าหมายคือสิ้นปีนี้จะมีปั๊มเอ็นจีวี 160 แห่ง และมีรถยนต์ที่ใช้เอ็นจีวีรวม 70,000-80,000 คัน
http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9490000047484
|