11 ดี, 14 เลว, 18 นรก ... **ทำไม** (คำถามล่อเป้า ความรู้อาจจะมีนะ //smile)

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก พลขับ
อังคารที่ , 31/1/2549
เวลา : 23:28
 IP:

202.28.80.4
อ่านแล้ว = 4940 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ตรงนี้ ... ขออภัย (แบบไม่จริงใจ ^11^) ต่อประชาชนชาวแกส
มันเป็นคำถาม มันส์ๆ
รู้ไว้ ได้ประโยชน์
ว่า ... เครื่องยนต์ที่ทนๆ ก็พังง่ายๆ เหมียนกัลล์ ^10^

........................................

ทุกคนรู้ว่า น้ำมันผสมอากาศ จะติดไฟ
น้อยคนรู้ว่า น้ำมันเบนซิน ผสมอากาศ จะติดไฟ (แม้มีประกายไฟ) ต่อเมื่อมีความเข้มข้นอยู่ช่วงหนึ่งเท่านั้น
ระหว่าง 1.2% (Lower Flammable Limit, LFL) ถึง 7.8% (Upper Flammable Limit, UFL) เท่านั้น
ต่ำกว่า LFL ไม่มีเชื้อเพลิงมากพอที่จะรักษาเปลวไฟได้
สูงกว่า UFL ไม่มีที่ให้อากาศเข้ามาเผาไหม้เชื้อเพลิง

คำถาม: **ทำไม** ในกระบอกสูบ ซึ่งมีน้ำมันในอากาศถึง 9% (A/F = 10:1)ถึงติดไฟได้?

------------------------
ทุกคนรู้ว่า ถ้ามีอากาศจำนวนหนึ่ง ที่เผาไหม้น้ำมันได้หมด
น้ำมันน้อยๆ เผาไหม้ให้พลังงาน น้อยกว่า น้ำมันเยอะ

คำถาม: **ทำไม** เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันน้อยๆ เมื่อเทียบกับอากาศ (lean mixture) ถึงร้อนกว่า เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันพอดี (stoicho) หรือ ได้รับน้ำมันมากๆ (rich mixture)

------------------------
ทุกคนรู้ว่า ถ้าปรับแต่งเครื่องยนต์ให้แรงมากๆ แล้วไม่ระวังให้ดี
เครื่องพัง ฝาแตก ก้านหัก ลูกสูบบิน ฯลฯ
เพราะแรงระเบิด ของเชื้อเพลิงผสมอากาศ มันมากกว่าโลหะจะทานทนไหว

คำถาม: **ทำไม** เครื่องยนต์ที่ได้รับ lean mixture ถึงทำให้เครื่องพังกระจายได้ง่ายกว่า และเร็วกว่า เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันพอดี (stoicho) หรือ ได้รับน้ำมันมากๆ (แต่ยังไม่มากจนเครื่องพัง)

------------------------
วงรอบการจุดระเบิดนั้น ตั้งแต่เปิดวาวล์ไอดี - เชื้อเพลิงและอากาศไหลเข้า - วาวล์ปิด - ลูกสูบไหลขึ้น - จุดระเบิด - ลูกสูบไหลลง .... จนวาวล์ไอดีเปิดใหม่อีกรอบ ... มีค่าไม่มาก
ที่ 6,000 รอบ/นาที เครื่องสี่สูบ มีเวลาที่ว่ามาทั้งหมด ไม่ถึง 5/1000 วินาทีด้วยมั้ง
เวลาประจุไอดี (ที่มีเชื้อเพลิง) มันยิ่งน้อยหนักเข้าไปอีก

คนที่เล่นรถ ทุกคนรู้ดีว่า
ไอดีที่มีเชื้อเพลิงบางๆ (lean)
-- เผาไหม้ให้ความร้อน **น้อยกว่า** เชื้อเพลิงหนาๆ (แต่ไม่หนาเกิน จนติดไฟไม่ได้)
-- เผาไหม้ให้พลังงานกล **น้อยกว่า** เชื้อเพลิงหนาๆ
-- เผาไหม้ได้ **ช้ากว่า** เชื้อเพลิงหนาๆ

คำถาม: **ทำไม** ที่รอบสูงๆ ซึ่งมีเวลาของประจุเชื้อเพลิงก็น้อย
เชื้อเพลิงที่บางๆ ซึ่งร้อนน้อยกว่า ให้พลังงานน้อยกว่า เผาไหม้ได้ช้ากว่า
จึงทำให้เครื่องยนต์ overheat เร็วกว่า, ลูกสูบทะลุเร็วกว่า, ไส้ในไหลออกเร็วกว่า เชื้อเพลิงที่หนา (หรือพอดี)

------------------------

คำถามเริ่มว่า **ทำไม (why)**
คำตอบต้องเริ่มว่า **เพราะว่า** ... แล้วอธิบาย เหตุ และ ผล กลไก ฟิสิกส์
มิใช่อธิบาย สิ่งที่เกิดขึ้น (คำตอบของ how) หรือทุบคีย์บอร์ดว่า มันเป็นอย่างนั้น! ^10^



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก 10Th
 พุธ, 22/2/2549
 เวลา :
15:57
 IP:
203.188.15.41

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 76
       ช่วยตอบหน่อยครับ อย่าให้ตกไปเฉยๆ ผมอยากรู้


 จาก ร่อนไป ร่อนมา
 อังคาร, 21/3/2549
 เวลา :
15:29
 IP:
203.156.170.113

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 77
      

ยังไม่มีเฉลยง่ะ


 จาก พลขับ
 อังคาร, 21/3/2549
 เวลา :
20:22
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 78
       คำถาม: **ทำไม** ที่รอบสูงๆ ซึ่งมีเวลาของประจุเชื้อเพลิงก็น้อย
เชื้อเพลิงที่บางๆ ซึ่งร้อนน้อยกว่า ให้พลังงานน้อยกว่า เผาไหม้ได้ช้ากว่า
จึงทำให้เครื่องยนต์ overheat เร็วกว่า, ลูกสูบทะลุเร็วกว่า, ไส้ในไหลออกเร็วกว่า เชื้อเพลิงที่หนา (หรือพอด

---------------
ชาเหลยก็ได้

เมื่อส่วนผสมบางลง การเผาไหม้จะ **ช้าลง** (ดูคำตอบที่ 64 ของท่านกรรมการโรงเหล็กประกอบ )

ทันทีที่มีการจุึดระเบิด แกสในห้องเผาไหม้จะมีการขยายตัว และเกิดแรงดันดันลูกสูบลง
แรงดันตอนแรกๆยังน้อย เขาถึงออกแบบให้มีการจุดระเบิด **ก่อน** ลูกสูบกระโดดขึ้นถึงบนสุด (TDC)
กะเวลาว่า พอลูกสูบกระโดดถึงสุด แรงอัดสูงสุด อัดให้โมเลกุลน้ำมัน+อากาศเข้าใกล้ชิดกัน

ความใกล้ชิดนี้ จะทำให้เชื้อเพลิง เผาไหม้ได้เร็วขึ้น แรงระเบิดสูงขึ้น ถีบลูกสูบลงได้เร็วขึ้น

แต่ปรากฏว่า อากาศกับเชื้อเพลิง ห่างกันเกินไป ... อากาศมากเกิน
แรงระเบิดเลยน้อย .. แต่ลูกสูบก็ยังเคลื่อนที่ลง (ด้วยแรงที่น้อยลง)

อ้าว .. แล้วเมื่อไหร่ เปลวไฟที่กำลังโชติช่วงอยู่ ถึงจะลามไปถึงส่วนผสม **ที่เหลือ** อยู่หัวลูกสูบได้หละ???


ถ้ารอบต่ำๆ ... ถึงเปลวรักจะไม่ค่อยแรง แต่เวลาที่ยาวนาน ก็ยังเอื้ออำนวยให้เผาไหม้ถึงหละน่า

แต่ที่รอบสูงๆ ... เปลวรักอันอืดอาดนี้ สามารถเผาไหม้ต่อได้ จนแม้ลูกสูบเลื่อนลงไปล่างสุด แล้วย้อนกลับขึ้นบน

ลูกสูบกำลังเคลื่อนขึ้นบน .. เปลวไฟ **ที่ยังเหลือ** ดันเผาไหม้ อัดลูกสูบลงไป
หัวไม่แตก ไส้ไม่ไหล จะทนไหวเรอะ?

แต่ส่วนใหญ่ทนไหว ... เพราะเปลวมันไม่มีแรงนี่นา
ไม่มีน็อค ไม่มีเขก ไม่มีเก๊กๆๆ หรอก เพราะนี่ไม่ใช่ชิงจุด แต่เป็นการเผาไหม้ไม่ทันตะหาก

เผาไม่ทัน .. ลูกสูบเลื่อนขึ้นแล้ว ยังเผาต่อ พลังงานความร้อนไม่กลายเป็นพลังงานขัุบเคลื่อน เก๊าะกลายเป็นพลังงานเผาหัวลูกสูบ เผาผนังกระบอกสูบ ฯลฯ ไปตามเรื่อง

เขาถึงว่า รถติดแกส เครื่องร้อนกว่ารถใช้น้ำมัน ...

ถ้าคิดว่า เปลวไฟรัก อันริบหรี่ ทำให้แค่เครื่องร้อน .. คิดใหม่ได้เลยครับ

ลูกสูบ ที่กำลังวิ่งขึ้น โดยมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่เหนือหัว อะไรเกิดขึ้น?

ตอนที่ลูกสูบวิ่งขึ้น .. วาวล์ไอเสียเปิด ระบายไอเสีย
และวาวล์ไอดีเปิด เพื่อให้ **อากาศ** เข้ามาไล่ไอเสียที่เหลือค้าง

ถ้าเป็นรถหัวฉีด .. จะรอจนกว่าไอเสียเกือบหมด ถึงฉีดน้ำมันเข้ามาผสมอากาศ

แต่ถ้าเป็นหัวฉีด แต่ไปติดแกส .. อากาศที่ไหลเข้ามา มันไม่ใช่อากาศแท้ๆ อากาศบริสุทธิ อากาศเวอร์จิ้น
แต่เป็นอากาศ ผสมแกสที่พร้อมจะเผาไหม้ได้

อากาศที่พร้อมจะเผาไหม้ ไหลผ่านไอดี เข้ามาในกระบอกสูบ
ไปเจอเปลวไฟร้อนๆเข้า ... ตู้ม! ดูม ดูม (น้อง ทาทา ยัง ไม่เกี่ยว) .. backfire ครับผม

กระจายไหมหละ?

---------------
นี่คือคำตอบต่อคำถามที่ว่า **ทำไม** ที่รอบสูงๆ ซึ่งมีเวลาของประจุเชื้อเพลิงก็น้อย
เชื้อเพลิงที่บางๆ ซึ่งร้อนน้อยกว่า ให้พลังงานน้อยกว่า เผาไหม้ได้ช้ากว่า
จึงทำให้เครื่องยนต์ overheat เร็วกว่า, ลูกสูบทะลุเร็วกว่า, ไส้ในไหลออกเร็วกว่า เชื้อเพลิงที่หนา (หรือพอดี)

เพราะร้อนน้อยกว่า ให้พลังงานน้อยกว่า มันจึงไม่มีแรงพอที่จะผลักลูกสูบให้ไหลลงเร็ว
เพราะเผาไหม้ช้ากว่า มันจึงเผาไหม้ไม่หมด อยู่รอดจนถึงช่วงเวลาลูกสูบเลื่อนขึ้น .. ลูกสูบทะลุ ไส้ไหล
เพราะเผาไหม้ช้ากว่า เปลวไฟจึงอยู่รอดจนวาวล์ไอดีเปิด



 จาก Mc
 พุธ, 22/3/2549
 เวลา :
00:38
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 79
       ผมหล่ะนับวันคอย อาการเหมือนเมียหลวงคอยพ่อยอดขมองอิ่มสามีกลับมาจากบ้านเล็กเลย

กลับมาจนได้นะ

ต่อเลยครับผม
ขอเป็นผู้อ่านที่ดีคนหนึ่งละกัน

นอกเรื่องนิดครับพี่ ต่อเติมบ้านถึงไหนแล้วครับ


 จาก พีจัง
 พุธ, 22/3/2549
 เวลา :
10:04
 IP:
58.8.143.38

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 80
       ออกตัวก่อนว่าผมไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกคับ
อ่านเฉลยแล้วพอเข้าใจบ้างแต่ก็ยังสงสัยอยู่บางข้อที่ว่า
สูบทะลุน่ะคับ มันทะลุเพราะ back fire ใช่หรือไม่
แล้วปกติลูกสูบมันต้องเจอไฟร้อนๆอยู่ตลอดแล้วมันทนไม่ได้เหรอคับ??


 จาก ice
 พุธ, 22/3/2549
 เวลา :
11:01
 IP:
58.64.105.1

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 81
       เยี่ยมมากครับ มีมากกว่าที่เคยร่ำเรียนมาจากหนังสืออีก


 จาก นพ
 พุธ, 22/3/2549
 เวลา :
14:35
 IP:
58.10.140.168

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 82
       สุดยอดครับ ให้ ***** ไปเลยกระทู้นี้ แต่อยากจะถามต่อว่าถ้าเราเปลี่ยนการสปาร์คของหัวเทียนที่มีการสปาร์คจังหวะเดียวให้เป็นแบบ Switching แต่คาบเวลายังเท่าเดิมเพื่อการจุดระเบิดที่สมบูณร์ขึ้นจะช่วยลดปํญหาได้แค่ไหน และจะมีผลกะแรงม้าแบบว่ามาอีก 5 - 10 ตัวมั๊ยครับ


 จาก พลขับ
 พุธ, 22/3/2549
 เวลา :
17:34
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 83
       คุณ Mc ครับ ... งานต่อบ้าน เพิ่งต่อได้ เมื่อผม "คุย" กับช่างรับเหมา ว่าจะเอางัย (ว่ะ!)
ส่งคนมาทำ 2-3 คน .. ค่อยๆทำตามสบายอยู่เกือบเดือน .. มันจะไปถึงไหนหละ

คุณพีจังครับ ลูกสูบโดนไฟร้อนๆ โดนแรงระเบิดหนักๆ แล้วทนได้ เพราะมันไม่ต่อต้านแต่คล้่อยตามครับ
การจุดระเบิด เริ่มเมื่อลูกสูบวิ่งขึ้น *เกือบ* ถึงข้างบน
พอมันถึงข้างบน แรงระเบิด ก็มากพอ .. และแนวหน้าคลื่นแรงระเบิด (blast front) แผ่มาถึงหัวลูกสูบ
ถ้าลูกสูบมันยังฝืนวิ่งต่อขึ้นข้างบน ก็มีหวังไส้ทะลักเหมือนกัน
แต่นี่มันกำลังวิ่งลงล่าง (ด้วยแรงเฉื่อยของฟลายวีล)
แรงระเบิด จึงช่วยส่งให้มันลงล่างเร็วขึ้น

แต่ในกรณีของส่วนผสมบางๆ ... คลื่นแรงระเบิด มีแรงน้อย เปลวไฟลามช้า
มันจึงวิ่งลงล่างได้ช้า
แต่ก็ยังเร็วกว่าเปลวไฟ

ปัญหาคือ แม้มันวิ่งลงถึงจุดล่างสุด เปลวไฟยังลามไหม้ไม่หมด
เมื่อมันวิ่งขึ้น ก็จะสวนทางกับเปลวไฟ และคลื่นแรงระเบิด
ไส้ไหลอะดิ


คุณนพครับ .. ปัญหาที่ถามมา ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ครับ

เท่าที่คุยมา พวกนักทิดสะดีพวกหนึ่ง เขาให้เหตุผลว่า พอไฟมันติดจากระเบิดตูมแรก ก็คือไฟมันติดแล้ว
แรงระเบิดจะดันไม่ให้แกสเข้ามาอยู่แถวๆขั้วหัวเทียนอีกต่อไป เพราะฉนั้น จะสปาร์กกี่หน ก็ไม่ทำให้เกิดอะไรขึ้น

อีกพวกเขาบอกว่า พอแปล่บแรกระเบิด จะเกิด turbulance (กระแสปั่นป่วน) แถวนั้น ผลักลูกไฟ (flame ball) ออกไป ประกอบกับการที่ลูกสูบเลื่อนลงล่าง ทำให้ส่วนผสมที่เย็นกว่าที่ผนังลูกสูบ ไหลวนเข้ามาแทนที่ (squish & tumble) ถ้าจุดซ้ำอีก ก็จะทำให้แรงดีขึ้น



ตัวแปรมันเยอะครับ ขึ้นกับการออกแบบตำแหน่งอากาศเข้า ตำแหน่งหัวเทียน ลักษณะหัวลูกสูบ ฯลฯ

ผมไม่รู้แหล่ว


 จาก แอล พี จี ดีครับ
 พุธ, 22/3/2549
 เวลา :
21:58
 IP:
203.113.16.241

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 84
       ติดตามมาโดยตลอด..
ขอขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้(คุณพลขับ).. และอีกหลาย ๆ ท่าน
ที่นำความรู้มาให้เป็นวิทยาทาน.. และยังมีสำนวนที่ชวนติดตามอ่าน
น่าจะลองแต่งตำราในมิติใหม่ดูบ้างนะครับ


 จาก เสือขี้เหนียว(EE.21)
 พฤหัสบดี, 23/3/2549
 เวลา :
20:12
 IP:
203.113.0.193

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 85
       ถึงคุณ YJ ครับ

ผมก็จบอิเล็กทรอนิคส์เหมือนกันครับ (เทคโน-โคราช รุ่น21 เช้า)

ผมเป็นมือใหม่เพิ่งติดแก๊สใหม่ๆ(2อาทิตย์) ที่อู่โคราช(แถวเคหะ) กำลังหาความรู้/ทดลอง/เล่นอยู่ครับ
มีอะไรแนะนำ/ติชมกันบ้างนะครับ

TOYOTA AE110 (5A-FE) 1500cc (แบบFix) Mixerเตาแก๊ส 22mm (ลอง24/26/28 มาแล้วไม่Work)
22mm ดีถูกใจครับ วิ่งเหมือนน้ำมันในช่วงตีนต้น0-120 ช่วง120-140ช้าไปนิดเริ่มลากไปหยุดสนิทที่160
ครับ น้ำมันเดิมก่อนติดแก๊สทำได้175 Km/h (เร่งดีตลอดช่วง0-140 ครับ)
ที่โคราชแก๊ส 10.15 บาท ราคาขับสนุกเหยียบมันจริงๆครับ
(ถูกใจแล้วครับแต่ยากเล่นๆเอามันๆ เช่นย้ายMix/กรองเปลือย/ฯลฯ)

ว่างๆMail มาคุยกันนะครับ hs3ue@chaiyo.com / Milk 0-9303-283
ฟอ. รักพี่/รักเพื่อน/รักน้อง


 จาก AB
 พฤหัสบดี, 23/3/2549
 เวลา :
21:09
 IP:
202.69.140.94

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 86
       แปลว่าเครื่องยนต์ที่มีช่วงชักยาว และเครื่องที่มีอัดตราส่วนกำลังอัดสูง จะเกิดการ back fire น้อยกว่า

เครื่องยนต์ที่มีช่วงชักสั้นและอัตราส่วนกำลังอัดต่ำใช่หรือไม่ครับ


 จาก พลขับ
 พฤหัสบดี, 23/3/2549
 เวลา :
22:41
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 87
       คุณ AB ครับ ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน .. พวกชักขึ้นๆลงๆ แบบยาวๆ เนี่ย มันมักจะทนทานกว่าแบบสั้นๆ ขยันซอยตามธรรมชาติอยู่แล้ว (เครื่องยนต์ครับ เครื่องยนต์ อย่าฟุ้งซ่านไปเรื่องอื่น )

แต่ .. ช่วงชักสั้น สามารถซอยได้ถี่ ขับสนุกกว่ามาก และไม่เสียพลังงานไปกับการแกว่งตัวของลูกสูบ-ก้านสูบมากนัก (พูดง่ายๆ แรงดี)

กลับมาต่อยอดท่านกรรมกรฯ ต่อดีกว่า (post มาเวลาใกล้เคียงกันเลย .. ได้ความรู้แถมมาเยอะด้วย)

เอาข้อมูลมาคิดคำนวน ...



ที่ 6000 รอบ/นาที (100 รอบ/วินาที) ... สูบหนึ่งๆ จุดระเบิด 50 หน .. นั่นคือ วิ่งขึ้นลง 1 รอบใช้เวลา 1/50 วินาที (ขึ้น 1/100 + ลง 1/100)

จากคำตอบ #47 ของท่านกรรมกร เปลวไฟหนาๆ ลามเร็ว 40 ซม/วิ (400มม)
ถ้ามันใช้เวลา 1/2 ในการเผาไหม้ 10% (first stage flame)
หมายความว่า ใช้เวลาไป 1/200 วิ เผาไหม้ส่วนผสมไปได้ (1/200) * 400 = 2 มม. เอง

ฉนั้น ถ้าจะให้เผาไหม้ได้สมบูรณ์ 100% เวลาที่เหลือ 1/200 วินาที ต้องไล่เผาไหม้ให้ได้ 80 มม. (8 ซม, ช่วงชัก)
เปลวต้องเร็วกว่า 8 / (1/200) หรือ 1600 ซม/วินาที
ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้แหง๋ๆ
รอบสูงๆ จึงไม่มีทางเผาไหม้ได้สมบูรณ์
(คลื่นแรงอัดจากการระเบิด ที่ไปดันหัวลูกสูบ เร็วกว่า 1600 อยู่แล้ว)

ยกเว้นแต่ ทำยังงัย ให้จุดกำเนิดเปลวไฟ มันมีหลายจุด

แถวนี้ ไม่มีวิดวะเครื่องกลเข้ามามั่งเลยเหรอคร้าบ .. ผมลืม calculus หมดแหล่ว



 จาก พลขับ
 พฤหัสบดี, 23/3/2549
 เวลา :
23:10
 IP:

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 88
       ผมว่าอะไรมันแหม่งๆ!

Flame velocity ช่วง turbulance เป็น เมตร/วินาทีครับ ไม่ใช่ ซม.!!
ช่วง laminar ถึงเป็น cm ^10&

ฉนั้นที่ 6,000 รอบ .. เวลา 1/200 วินาทีหลัง flame จะไปได้ไกล (40 * 1000)/200 หรือ 200 มม.
จาก first stage fire ball ... เปลวไฟลามไหม้ถึงหัวลูกสูบอยู่แล้ว

แต่ถ้า flame velocity ถูกลดเหลือ 15 m/s ... ในเวลา 1/200 วินาที มันไปได้ไกลอย่างมากก็แค่ (20 * 1000) /200 .. 100 mm เท่านั้น

ฉิวเฉียดๆ

ในความเป็นจริง .. เครื่องยนต์ทั่วไปมีเวลาให้เผาไหม้ (90% burnt) แค่ 2.0-2.1/1000 วินาทีเท่านั้น (เครื่อง F1 ที่หมื่นแปดพันรอบ เหลือ 0.4)

ถ้าความเร็วเปลวไฟ 40 m/s .. เวลา 2/1000 จะไปได้ไกล (40 * 1000) * (2/1000) หรือ 80มม. พอดิบพอดี
และถ้าความเร็วเปลวลดเหลือ 20 m/s (ส่วนผสมบาง) .. เปลวจะลามไปได้แค่ (20 * 1000) * (2/1000) หรือ 40 มม. เท่านั้น ... จะเหลือแกสที่เผาไหม้ไม่ทัน (end-gas) อยู่ข้างบนผิวลูกสูบ

ไม่ knock ก็ backfire อะดิ



จูนแกสให้หนาๆไว้ก่อน จะได้ไม่ก่อปัญหา
เพราะพอเชื้อเพลิงหนา .. ออกซิเจนหมดก่อน เปลวไฟมันดับของมันเองแหละ




 จาก Mc Nasa
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
08:34
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 89
       ผมนั่งน้ำลายยืดเลยครับ

ไม่รู้ด้วยความกระหายวิชาการแล้วได้รับการตอบสนอง คล้ายๆกะสุนัขเดินหลงทุ่งกุลาแล้วมาเจอน้ำ
หรืออาการทึ่งในองค์ความรู้ของแต่ละท่าน

ต่อๆเลยครับ ขออภัยที่ขัดจังหวะ
ผมมันเครื่องประเภทชักแช่ๆ


 จาก ร่อนไป ร่อนมา
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
08:45
 IP:
203.156.170.113

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 90
       ของผม ชักแช่ๆ ยักแย่ยักยัน ครับ


 จาก ice
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
08:51
 IP:
58.64.101.75

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 91
       แถวนี้ ไม่มีวิดวะเครื่องกลเข้ามามั่งเลยเหรอคร้าบ .. ผมลืม calculus หมดแหล่ว


ผมว่ามีหลายท่านครับพี่ที่อ่านอยู่ ความรู้ของผมคืนอาจารย์ไปส่วนใหญ่แล้ว ตอนจบอาจารย์เค้าลืมให้มา อิอิ
ผมขอถาม 2 เรื่องครับ
1 .ตาราง map ที่ใช้จูนๆ กัน ถ้าตารางของแกส กะน้ำมันจะต่างกันมากไหมครับ เราสามารถไปหาจากที่ไหนได้ไหมครับ จะลองเอามาจูนกับแกส
2 .กะอีกเรื่อง เรื่องของหัวเทียน ที่ให้เย็นขึ้น 1 เบอร์ ระยะของเขี้ยวหัวเทียนมัน ลดลง มันมีผลกะการจุดหรือป่าวครับ หรือว่าที่ให้เย็นขึ้น 1 เบอร์ มีผลทางเรื่องอื่นครับ


 จาก Mc Nasa
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
08:59
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 92
       ปิดกระทู้นี้แล้ว
อาจจะได้เจ้าคารมประจำบอร์ด
สำหรับผม ช่วงนี้ก็เลือกให้คะแนนไปในใจพลางๆครับ 04^


 จาก Mc Nasa
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
09:03
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 93
       คิดว่าพอหาให้ได้ Ice แต่ต้องมีของแลกเปลี่ยน
อาจจะ OISHI 1 มื้อ


 จาก ice
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
09:06
 IP:
58.64.101.75

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 94
       ได้ครับพี่ OISHI 1 มื้อ ผมแถมอีก 1 เมาด้วยนะอิอิ


 จาก พีจัง
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
09:39
 IP:
58.8.152.232

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 95
       โอ้ว ขอบคุณ คุณพลขับ ที่ชี้แนะคับ
เป็นคนเดียวกะใน bmwsociety ปะคับ ??


 จาก z
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
09:51
 IP:
221.128.74.171

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 96
       ขออภัยที่บอกข้อมูลไม่ครบครับ

ยกมาจาก คต.47
เวลาทีใช้เผาไหม้ขึ้นอยู่กะส่วนผสมด้วย พอจำใด้ลางๆว่า gasoline ที่ส่วนผสม 12ต่อ1 มีความเร็วของประกายไฟสูงสุด (35 เซ็นต่อวิ) ที่14.7กะ10 ปานกลาง(30) แต่ที่16ต่ำมาก(น้อยกว่า20เซ็นต่อวิ)

เป็นค่าของ laminaflame speed ที่ความดัน 1 atm.ครับ ใช้ดูเป็นแนวโนม้เปรียบเทียบระหว่างเชื่อเพลิงหลายๆชนิดครับ
แต่ถ้าเป็นในสภาวะจริง ต้องใช้กราฟของท่านพลขับแหละครับ

ไม่แม่งๆหรอกครับ
จากผลการทดลอง ความเร็วของเปลวมันไม่คงที่ครับ มีตัวแปรหลายๆตัวเกี่ยวเนื่อง
มันยังแปรตามตามรอบเครื่องยนต์ด้วย หรืออีกนัยคือมันแปรตามความปั่นป่วนในห้องเผาไหม้และแรงดันขณะเผาไหม้อะแหละ ตอนเริ่มจุดกะจุดไปแล้วความดันก็ไม่เท่ากันเพราะลูกสูบยังเคลื่อนที่ขึ้นอยู่
เขาเลยมีศัพอีกตัวที่อยู่ในรูปของอัดตรา เรียก flame development ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงดันตามมา
เวลาวัดค่าแรงดันในห้องเผาไหม้เขาเลยนิยมวัดเทียบกะองศาข้อเหวี่ยงไงครับ

กราฟที่ท่านนำมามันทดลองที่ 1226 รอบเองครับ
แต่ท่านเอาค่าไปคิดที่ 6000 รอบมันเลยดูฉิวเฉียดอะนะ


ตัวแปรมันเยอะครับ เวลาอธิบายสั้นๆบางครั้งไม่ครอบคลุมก็ขออภัยและช่วยทักท้วงด้วยนะครับ

เอา cal มาคำนวนอาไรหรือครับ
ใน excel ก็คำนวนได้นะครับ

อ้อขออภัยอีกที ใน คต.90 แก้จาก mass fraction burn เป็น volum fractionen flamed นะครับ


 จาก z
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
11:29
 IP:
221.128.74.171

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 97
       คูณ ice ครับ
ข้อ2. heat range ของหัวเทียนมันคือตัวปรับสภาวะด้านอุณภูมิของมันให้เหมาะกะการทำงานครับ ไม่ได้ส่งผลโดยตรงกะการจุด แต่ถ้าใช้ผิดเบอร์มันจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงการจุดได้

อ่านมาจากเน็ด
ปรกติหัวเทียนมีอุณหภูมิแกนที่ทำงานได้ดีอยู่ในช่วง450-850องษาC
ถ้าต่ำกว่า450 เมื่อไหร่ มันจะไม่สามารถเผาคราบเขม่าที่เกาะตัวมันออกได้หมด ทำให้บอดได้
แต่ถ้าเกิน 850 วัสดุที่ใช้ทำหัวเทียนมันทนมะได้ ก็ละลายแล้วพัง
จึงจำเป็นต้องเลือกเบอร์ heat range ให้เหมาะกะการใช้งานโดย
หัวเทียนร้อน ถ่านเทความร้อนออกจากแกนช้า แกนร้อน เหมาะกะเครื่องที่มีการถ่านเทความร้อนที่ฝาสูบดีๆ เช่นฝาอัลลอยที่มีทางน้ำมาเดินใกล้ๆหัวเทียน
หัวเทียนเย็น ก็ตรงข้าม

ดังนั้น การเปลี่ยน heat range ไปจากผู้ผลิดจึงส่งผลเสีย นอกเสียจากมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่ออุณหภูมิของหัวเทียน (เช่นไปปาดฝาสูบ, ขับแช่ที่ 8000รอบตลอด หรือเปลี่ยนมาใช้แก็ส ) ในกรณีเหล่านี้คงต้องมีการตรวดสอบและปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมละครับ

ตรวดสอบโดยการถอดหัวเทียนออกมาดูหน้าตา สี และการสึกหรอ ก็เป็นอีกวิธีที่เหมาะกะเราๆ(เพราะไม่รู้จะไปวัดอุณหภูมิมันยังไง ต้องขอลูกทุ่งหน่อยน่า)
ถ้าออกทางดำๆมีเขม่าก็ปรับให้ร้อนขึ้นสักเบอร์
น้ำตาลๆสึกๆแตกๆ ก็เย็นลงหน่อย

การทำงานของหัวเทียนคร่าวๆดูจากลิ้งข้างล่างนะครับ

http://www.ngksparkplugs.com/techinfo/spark_plugs/techtips.asp?nav=31000&country=US


 จาก z
 ศุกร์, 24/3/2549
 เวลา :
12:42
 IP:
221.128.74.171

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 98
       ต่อกันที่ระยะเขี้ยว
แถมให้อีกเรื่องคือขนาดแกน(เห็น อิริเดียม กะลังฮิด)

กลไกการจุดระเบิดอธิบายใว้ว่าแบ่งเป็นสามส่วนคือ

Breakdown Phase: ลำอิเล็กตรอน 60000 องษาK 15000Volt ทำหน้าที่หลักคือแหวกอากาศให้เป็นช่องเกิด shock waveและไอดีเริ่มติดไฟ ใช้เวลาไม่เกิน 10 ns.

Arc Phase: ช่วงจุดไอดี 100Voltเอง ลำอิเล็กตรอบพุ่งลงแบบสบายๆตามรูที่แหวกไว้แล้วถ่ายพลังงานบางส่วนให้ไอดิ

Glow discharge:รูกะลังจะปิดแต่พลังงานยังเหลือ เลยต้องใช้ 500Vสูงขึ้นอีกหน่อย

เป็นปรากฎการณต่อเนื่องขาดอันใดอันหนึ่งไม่ได้
พลังงานที่ใช้จุดในสภาวะปรกติใช้แค่ 3mJ ก็ติดแล้ว แต่ระบบทั่วไปจะเผื่อไว้โดยจ่ายมาให้ถึง 30-60 mJ เพราะมีบางส่วนไปตกหล่นอยู่ระหว่างทาง
ต่อให้หล่นไป80%ก็ยังพอสำหรับจุดเลย ดังนั้น สายหัวเทียนหรือหัวเทียนความต้านทานต่ำจึงค่อยไม่คุ้มค่าตัวนักสำหรับเครื่องยนต์ที่มีการจุดระเบิดสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว
แต่กะเครื่องแต่ง กำลังอัดสูงๆ หรือเทอโบบูสหนักๆ และไม่ค่อยเสถียร( ส่วนผสมไม่ค่อยคงที่เพราะไปแต่งฝาสูบหรือยุ่งกะวาล์ว และขนาดหัวฉีด ) อาจต้องการมากกว่า 3 mJ. กรณีนี้น่าจะคุ้มแฮะ.

ระยะเขี้ยวส่งผลโดยตรงกับความต้านทานของหัวเทียน
ยิ่งห่างยิ่งต้านทานเยอะยิ่งต้องการโวล์ทมากขึ้นเพื่อกระโดดให้ข้าม (Breakdown)
แต่คอล์ยมันจ่ายได้แค่ค่าๆหนึ่ง ดังนั้น ถ้าระยะห่างเกินไป ไฟมันก็จะท้อแท้ ไม่ยอมโดดซะงั้น


ข้อดีของระยะกว้างๆคือค่า lean limit มันเพิ่มขึ้น แปลว่ามันสามารถจุดติดใด้ในช่วงส่วนผสมไม่คงที่ไปทางบางได้ง่ายขึ้น หรือมีเสถียรภาพขึ้นนั่นเอง

เช่นเดียวกับขนาดของแกน แกนยิ่งเล็ก lean limit มันยิ่งเพิ่ม แต่การสึกหรอมันก็จะสูง เลยต้องเอา แพลททินั้มหรือ อิริเดียม มาใช้ เพื่อให้มันทนไง

สว่นหัวเทียนหลายๆเขี้ยว จะเอาไว้ใช้กันเครื่องยนต์ที่มีระบบรุดระเบิดแบบ dual plug คือ 2หัวเทียนต่อ1คอลย์เพราะระบบนี้จะจุดระเบิดถี่กว่าปรกติเท่าตัว คือจังหวะปรกติ1ครั้ง และจังหวะคายไอเสียอีกครั้ง(ลดcostกันน่าดู) เช่นใน มิตซู ฮุนใด และโตต้าบางรุ่น(เพียดปุนโต้ก็ด้วยมั้ง) ที่ต้องใช้เพราะหวังผลด้านความทนทาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆนะเองแหละ


เรื่องช่วงชัก ขอติดไว้ก่อนนะครับ


 จาก z
 จันทร์, 27/3/2549
 เวลา :
08:59
 IP:
221.128.74.171

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 99
       เรื่องช่วงชัก มันเกี่ยวลงไปถึงพื้นฐานการออกแบบเลยนะครับ
ยังนึกไม่ออกว่าจะอธิบายยังไงให้เป็นรูปธรรม เพราะมันเกี่ยวกะหลายเรื่องเช่น การถ่ายเทความร้อน,โมเมนตั้ม,แรงเสียดทาน,ลิ้งเกจ,และไดนามิกส์ อะคับ
เอางี้ไม๊ อยากทราบตรงจุดไหนลึกๆ ลองว่ามาเดี๋ยวจัดให้


 จาก พลขับ (โดนขมาย login)
 จันทร์, 27/3/2549
 เวลา :
23:21
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 100
       BMW M6 ... ล่าสุด
เห็นเสปกแล้วร้องโอ้โหเลยครับ

ลูกสูบวิ่งได้เร็ว 20 เมตร/วินาที (20 มม/milisec) ... ถ้าเวลาเผาไหม้พื้นฐานไม่เปลี่ยน มันใช้เวลาไม่ถึง 4mS ที่จะกระโดดจากบนสุดลงล่างสุด

v.10 ... ห้าร้อยกว่าแรงม้า ที่ไม่มีแรงโม้ปน .. อยากได้มากๆๆ




คำถามนี้มีทั้งหมด 100 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 4 จาก >>> 1  2  3  4  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)