11 ดี, 14 เลว, 18 นรก ... **ทำไม** (คำถามล่อเป้า ความรู้อาจจะมีนะ //smile)

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก พลขับ
อังคารที่ , 31/1/2549
เวลา : 23:28
 IP:

202.28.80.4
อ่านแล้ว = 4928 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ตรงนี้ ... ขออภัย (แบบไม่จริงใจ ^11^) ต่อประชาชนชาวแกส
มันเป็นคำถาม มันส์ๆ
รู้ไว้ ได้ประโยชน์
ว่า ... เครื่องยนต์ที่ทนๆ ก็พังง่ายๆ เหมียนกัลล์ ^10^

........................................

ทุกคนรู้ว่า น้ำมันผสมอากาศ จะติดไฟ
น้อยคนรู้ว่า น้ำมันเบนซิน ผสมอากาศ จะติดไฟ (แม้มีประกายไฟ) ต่อเมื่อมีความเข้มข้นอยู่ช่วงหนึ่งเท่านั้น
ระหว่าง 1.2% (Lower Flammable Limit, LFL) ถึง 7.8% (Upper Flammable Limit, UFL) เท่านั้น
ต่ำกว่า LFL ไม่มีเชื้อเพลิงมากพอที่จะรักษาเปลวไฟได้
สูงกว่า UFL ไม่มีที่ให้อากาศเข้ามาเผาไหม้เชื้อเพลิง

คำถาม: **ทำไม** ในกระบอกสูบ ซึ่งมีน้ำมันในอากาศถึง 9% (A/F = 10:1)ถึงติดไฟได้?

------------------------
ทุกคนรู้ว่า ถ้ามีอากาศจำนวนหนึ่ง ที่เผาไหม้น้ำมันได้หมด
น้ำมันน้อยๆ เผาไหม้ให้พลังงาน น้อยกว่า น้ำมันเยอะ

คำถาม: **ทำไม** เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันน้อยๆ เมื่อเทียบกับอากาศ (lean mixture) ถึงร้อนกว่า เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันพอดี (stoicho) หรือ ได้รับน้ำมันมากๆ (rich mixture)

------------------------
ทุกคนรู้ว่า ถ้าปรับแต่งเครื่องยนต์ให้แรงมากๆ แล้วไม่ระวังให้ดี
เครื่องพัง ฝาแตก ก้านหัก ลูกสูบบิน ฯลฯ
เพราะแรงระเบิด ของเชื้อเพลิงผสมอากาศ มันมากกว่าโลหะจะทานทนไหว

คำถาม: **ทำไม** เครื่องยนต์ที่ได้รับ lean mixture ถึงทำให้เครื่องพังกระจายได้ง่ายกว่า และเร็วกว่า เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันพอดี (stoicho) หรือ ได้รับน้ำมันมากๆ (แต่ยังไม่มากจนเครื่องพัง)

------------------------
วงรอบการจุดระเบิดนั้น ตั้งแต่เปิดวาวล์ไอดี - เชื้อเพลิงและอากาศไหลเข้า - วาวล์ปิด - ลูกสูบไหลขึ้น - จุดระเบิด - ลูกสูบไหลลง .... จนวาวล์ไอดีเปิดใหม่อีกรอบ ... มีค่าไม่มาก
ที่ 6,000 รอบ/นาที เครื่องสี่สูบ มีเวลาที่ว่ามาทั้งหมด ไม่ถึง 5/1000 วินาทีด้วยมั้ง
เวลาประจุไอดี (ที่มีเชื้อเพลิง) มันยิ่งน้อยหนักเข้าไปอีก

คนที่เล่นรถ ทุกคนรู้ดีว่า
ไอดีที่มีเชื้อเพลิงบางๆ (lean)
-- เผาไหม้ให้ความร้อน **น้อยกว่า** เชื้อเพลิงหนาๆ (แต่ไม่หนาเกิน จนติดไฟไม่ได้)
-- เผาไหม้ให้พลังงานกล **น้อยกว่า** เชื้อเพลิงหนาๆ
-- เผาไหม้ได้ **ช้ากว่า** เชื้อเพลิงหนาๆ

คำถาม: **ทำไม** ที่รอบสูงๆ ซึ่งมีเวลาของประจุเชื้อเพลิงก็น้อย
เชื้อเพลิงที่บางๆ ซึ่งร้อนน้อยกว่า ให้พลังงานน้อยกว่า เผาไหม้ได้ช้ากว่า
จึงทำให้เครื่องยนต์ overheat เร็วกว่า, ลูกสูบทะลุเร็วกว่า, ไส้ในไหลออกเร็วกว่า เชื้อเพลิงที่หนา (หรือพอดี)

------------------------

คำถามเริ่มว่า **ทำไม (why)**
คำตอบต้องเริ่มว่า **เพราะว่า** ... แล้วอธิบาย เหตุ และ ผล กลไก ฟิสิกส์
มิใช่อธิบาย สิ่งที่เกิดขึ้น (คำตอบของ how) หรือทุบคีย์บอร์ดว่า มันเป็นอย่างนั้น! ^10^



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก พลขับ
 อังคาร, 31/1/2549
 เวลา :
23:30
 IP:

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       กระทู้นี้ open ครับ
เชิญแสดงความเห็น ความรู้ ทฤษฏี ตำราอ้างอิง ฯลฯ ได้เต็มที่


รับรองว่ามันส์แน่นอน

ระหว่างรอ .. มาอีก 1 คำถาม

ทำไมเครื่องยนต์ Mitsubishi แบบหัวฉีดน้ำมันเบนซินตรงๆ (GDI) ถึงทำงานได้ แม้จะมี A/F 50:1
ทำให้ทั้งประหยัดน้ำมัน (แหงหละ) ทั้งแรง (140 แรงม้า, 2000cc)
โดยที่เครื่องไม่พัง
(ของเรโนลต์ก็ไม่เบานะ .. 25-30:1 ด้วย)
(แม่นแหล่ว! ห้าซิ๊บ ต่อหนึ่ง ... บางโคตรๆ (ภาษาวัยสะรุ่น)


 จาก พีพี-Camry
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
07:21
 IP:
58.11.80.37

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       ต้องมีคนแพ้คนชนะอีกมะเนี่ย?
อยากได้ความรู้นะคับ...เกจิทั้งหลาย


 จาก พีพี_CAMRY
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
09:37
 IP:
58.11.80.37

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       ขอตอบแบบคนไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะคับ
ถ้าจูนบางแล้ว น้ำมัน(หรือแก๊ส)จะมีส่วนผสมน้อยเมื่อเทียบกับอากาศ
พอจุดระเบิด เมื่อเชื้อเพลิงน้อย แรงก็เลยน้อยตาม
แต่เมื่อต้องการให้ได้กำลังมากเหมือนเดิม
จึงต้องจุดระเบิดบ่อยขึ้น ให้ลูกสูบทำงานมากขึ้น
เสียดสีกันมากขึ้น ทำให้เกิดความร้อนสูงขึ้น
เป็นสาเหตุให้เกิดความสึกหรอเร็วขึ้น
......คิดออกแค่นี้คับ......
-----ตอบผิดอย่าว่ากันนะ----อิอิ


 จาก แอ้ม แอลพีจี
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
10:48
 IP:
61.19.55.143

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       ไม่รู้ สักกะข้อเลย ครับ อาจารย์ พลขับ
เรียน จบอีเลคทรอนิคส์ กับ การจัดการมาครับ
สมัยเด็กๆบ้านผมจน ก็เลยซ่อมรถเอง
สรุป ไม่รู้ สักกะเรื่องจริงๆครับ


 จาก แอ้ม แอลพีจี
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
10:59
 IP:
61.19.55.143

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       ผมมีข้อสงสัยเช่น กัน
สมมุติว่า
เครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง เป็นเครื่องคาบู เร่งเครื่องรอบปล่าว ที่ 6000 รอบ โดย มีอัตรา ส่วยผสม คงที่ เท่ากับ 14.7 ต่อ 1
ครั้นเมื่อเรา ต่อโหลด ให้แก่เครื่องเช่น นำไปขับเจนเนอเรเตอร์ รอบเครื่องจาก 6000 รอบนั้น ร่วงลงเหลือ 3000 รอบ

คำถาม

1อัตรา ส่วนผสม ยังคงที่ เท่ากับป้อนไปตอนแรกใช่ไม๊
2ถ้าเครื่องนี้ถูกติดตั้ง โอทูเซนเซอร์ ค่า ที่โอทู จะออกมาเป็นอย่างไร
3กรณี ถ้าเครื่องนี้ มีควันดำ ออกจากท่อไอเสีย จะสรุปได้ว่า ผสมหนาเกินไป ได้หรือไม่ หรือจะสรุปว่าโหลดมากเกินไป


 จาก HYS GRP
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
11:21
 IP:
202.139.223.18

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       เอ ใช่คุณ พลขับที่ผมเจอ หน้า ม.เกษตร หรือเปล่านะ ทำไม ข้อเขียน ดูวัยรุ่นจังแฮะ แซว นะครับ


 จาก อากง
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
11:28
 IP:
203.118.80.129

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       #3 ไม่น่าจะใช่ครับ
ที่คุณบอกมา แปลว่ารอบสูงขึ้น
ถ้างั้น ทำไมรอบสูง แต่เชื้อเพลิงพอดี ไม่พังล่ะ?

แต่ทำไมบางแล้วพัง ผมขอตอบว่า ไม่รู้ว่ะ


 จาก Mc
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
11:33
 IP:
203.113.40.73

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       มีแต่คนสงสัย
ไม่มีคนตอบ สงสัยไม่ชอบกระทู้แบบนี้ งั้นต้องตั้งใหม่
ชื่อนี้ไม่ขลัง..

อ้า..ถ้างั้น ผมก็มีคำถามเหมือนกัน
จูนแก๊ส อ่าน O2S ได้ 0.06 Volte วิ่งหูตูบ ไม่ Back Fire ความร้อนในเมือง นอกเมืองปกติ
แถมวิ่งดีก่าน้ำมันและแก๊สที่ 0.45 Volte ซะอีก ใครรู้วานเฉลย
ห้ามบอกว่าคิดไปเองมั้ง ที่บอกว่าวิ่งดีน่ะ โกรธยันลูกบวชเลยหล่ะ งานนี้


 จาก SR5-33
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
11:37
 IP:
203.107.204.91

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       คำถาม: **ทำไม** ในกระบอกสูบ ซึ่งมีน้ำมันในอากาศถึง 9% (A/F = 10:1)ถึงติดไฟได้?

ตอบ: เนื่องจากการออกแบบห้องเผาไหม้และการหมุนวนของอากาศของแต่ละเครื่องยนต์ที่ไม่เหมือนกัน
จึงทำให้มีน้ำมันบางส่วนที่ไม่ได้ผสมกับอากาศ จึงทำให้ส่วนผสมจริงของน้ำมันที่มีอากาศอยู่ด้วยไม่ถึง
10:1 อาจเป็น 12:1 หรือมากกว่า

คำถาม: **ทำไม** เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันน้อยๆ เมื่อเทียบกับอากาศ (lean mixture) ถึงร้อนกว่า เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันพอดี (stoicho) หรือ ได้รับน้ำมันมากๆ (rich mixture)

ตอบ: น้ำมันที่ผสมเข้ากับอากาศ จะดึงความร้อนจากอากาศด้วย อุณหภูมิของอากาศจะลดลง ทำให้เมื่อ
เข้าไปในห้องเผาไหม้แล้วจะทำให้มีอุณหภูมิของห้องเผาไหม้ลดลงตาม

คำถาม: **ทำไม** เครื่องยนต์ที่ได้รับ lean mixture ถึงทำให้เครื่องพังกระจายได้ง่ายกว่า และเร็วกว่า เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันพอดี (stoicho) หรือ ได้รับน้ำมันมากๆ (แต่ยังไม่มากจนเครื่องพัง)

ตอบ: ส่วนผสมบางทำให้ห้องเผาไหม้มีความร้อนสูง จึงอาจเกิดการจุดระเบิดผิดผลาด(miss fire) ดังที่เห็น
ว่าถ้าส่วนผสมบางจะเกิด back fire ขึ้น เพราะมีการชิงจุดระเบิดก่อน


 จาก คนปากช่อง
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
12:47
 IP:
203.172.109.150

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       คำอธิบายของท่าน SR5-33 เข้าท่าครับ

เครื่อง GDI นั่นชอบที่สุด ไฮเทคดี ประหยัดน้ำมัน มลพิษต่ำ เคยแต่อ่าน รอว่าเมื่อไหร่จะเข้ามา
เมืองไทยเสียที ผมเดาว่าที่มันทำงานได้แม้จะใช้ AF ขนาด 50:1 เพราะมันเล่นใช้แรงอัดในกระบอกสูบ
สูงๆ แต่ไม่รู้ว่าสูงเท่าไหร่นะ

แต่เครื่อง 1.8 ของ civic 06 ก็ไม่ใช่ย่อยนะครับ 1.8 ได้ 140HP แถมประหยัดน้ำมันแบบแข่งกับ vios ได้เลย ตัว GDI ที่ท่านพลขับว่ามาข้างบน 2000 cc ได้ 140HP เอง ด้อยกว่า civic อีก



 จาก YJ
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
13:38
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       อาจารย์แอ้ม จบอิเล็กเหรอครับ ผมนึกว่าจบช่างยนต์ซะอีก
ผมก็จบอิเล็กทรอนิคส์เหมือนกันครับ (เทคโน-โคราช รุ่น21)


 จาก HYSGRP
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
16:30
 IP:
202.139.223.18

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       สงสัยต้องตั้งหัวกระทู้ ตกตัว AF ไป อะครับ เลยไม่มี คนตอบ


 จาก Mc NASA
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
16:44
 IP:
203.113.40.73

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       ดีแล้วครับ



 จาก พลขับ
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
18:02
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       ห้า! ห้า! ห้า! ห้า! ห้า! ห้า!

คำตอบคุณ SR5-33 ผิดเกือบทั้งหมดครับ
(แต่มีส่วนถูก ผมไม่ชะเหลยยยย )

>> ตอบ: เนื่องจากการออกแบบห้องเผาไหม้และการหมุนวนของอากาศของแต่ละเครื่องยนต์ที่ไม่เหมือนกัน
จึงทำให้มีน้ำมันบางส่วนที่ไม่ได้ผสมกับอากาศ จึงทำให้ส่วนผสมจริงของน้ำมันที่มีอากาศอยู่ด้วยไม่ถึง
10:1 อาจเป็น 12:1 หรือมากกว่า

ถ้ามันมีโอกาสเป็น 12:1 อย่างนั้น ในบางโอกาส มันเก๊าะกลายเป็น 8:1 ได้
สูบไหนได้รับน้ำมันเข้าไป จน A/F = 8:1 ทำยังไงๆ ก็ไม่ติดไฟครับ
ถ้าไม่ติดไฟ แรงก็ตกแน่ๆ

>>> คำถาม: **ทำไม** เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันน้อยๆ เมื่อเทียบกับอากาศ (lean mixture) ถึงร้อนกว่า เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันพอดี (stoicho) หรือ ได้รับน้ำมันมากๆ (rich mixture)
ตอบ: น้ำมันที่ผสมเข้ากับอากาศ จะดึงความร้อนจากอากาศด้วย อุณหภูมิของอากาศจะลดลง ทำให้เมื่อ
เข้าไปในห้องเผาไหม้แล้วจะทำให้มีอุณหภูมิของห้องเผาไหม้ลดลงตาม

ยิ่งอุณหภูมิอากาศลดมากเท่าไหร่ การเผาไหม้ยิ่งรุนแรงนะครับ
พวกติดเทอร์โบ เขาถึงต้องมี intercooler หรือ water injection เข้าไปด้วยซ้ำครับ
ก่อนเผาไหม้ อุณหภูมิอาจจะลด แต่เมื่อจุดระเบิดตูม .. พลังงานความร้อนของ lean **ทำไม** มันถึงมากกว่า stoicho/rich จนทำให้แหวนไหม้ ลูกสูบแตก เครื่องในไหล ฯลฯ

>>> คำถาม: **ทำไม** เครื่องยนต์ที่ได้รับ lean mixture ถึงทำให้เครื่องพังกระจายได้ง่ายกว่า และเร็วกว่า เครื่องยนต์ที่ได้รับน้ำมันพอดี (stoicho) หรือ ได้รับน้ำมันมากๆ (แต่ยังไม่มากจนเครื่องพัง)
ตอบ: ส่วนผสมบางทำให้ห้องเผาไหม้มีความร้อนสูง จึงอาจเกิดการจุดระเบิดผิดผลาด(miss fire) ดังที่เห็น
ว่าถ้าส่วนผสมบางจะเกิด back fire ขึ้น เพราะมีการชิงจุดระเบิดก่อน

วนแล้วครับ
**ทำไม** ส่วนผสมบาง ถึงทำให้ห้องเผาไหม้ มีความร้อนสูง จน miss fire?
อ้อ .. ท่านอาจไม่รู้ว่า

** ส่วนผสมบาง จะติดไฟยาก**
ยิ่งบาง ยิ่งติดยาก!

ฉนั้น เรื่องชิงจุด .. เป็นไปได้ยากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


 จาก พลขับ
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
18:05
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       >> พีพี_CAMRY
>> คำตอบที่ 3

>> ถ้าจูนบางแล้ว น้ำมัน(หรือแก๊ส)จะมีส่วนผสมน้อยเมื่อเทียบกับอากาศ
ถูกต้อง

>> พอจุดระเบิด เมื่อเชื้อเพลิงน้อย แรงก็เลยน้อยตาม
ถูกต้อง

>> แต่เมื่อต้องการให้ได้กำลังมากเหมือนเดิม
>> จึงต้องจุดระเบิดบ่อยขึ้น
ผิดต้อง

>> ให้ลูกสูบทำงานมากขึ้น
>> เสียดสีกันมากขึ้น ทำให้เกิดความร้อนสูงขึ้น
>> เป็นสาเหตุให้เกิดความสึกหรอเร็วขึ้น

ที่หกพันรอบ/นาที
ไม่ว่าส่วนผสมจะบาง โซดามาก ป๋องเขียวน้อย
หรือ หนาสุดๆ
ลูกสูบมันก็วิ่งขึ้นๆลงๆเท่ากันเสมอ

แต่ปรากฏว่า ไอ้ที่ผสมมาบาง ดันร้อนกว่า ที่ผสมมาหนาๆม๊ากก
จนไม่ทันได้สึกหรอ แต่ทะลุเผล๊าะออกมาเลย


 จาก พลขับ
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
18:10
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       คุณ HYS ครับ ... ตอนเจอกันนั่น ผมเพิ่งไปปรับยอดอายุ กะแบ็งค์มา
เขาเลยทบต้นทบดอก ..


จารย์แอ้มครับ
ถ้าจารย์ไปอยู่เขาค้อ พร้อมกะเฟียต 1100 และ 131 สมัยตะวันแดงสาดแสงเดือน
ทุกเช้าก่อนสตาร์ตรถ จารย์จะต้องจุดธูปสี่สิบห้าดอก

สิบห้าดอก บูชาระบบไฟ อย่าได้รวน อย่าได้เก อย่าได้ดับ
สิบห้าดอก บูชาระบบน้ำมัน ... อย่าวูบตอนขึ้นเขา อย่าวาบตอนลงเขา
สิบห้าดอก บูชาดวงชะตาตัวเอง ให้สมพงษ์กับชะตารถ

ไอ้การปักหัวดิ่งด้วยความเร็ว 40 กม/ชม. จากฐานอิทธิ ... โดยเครื่องยนต์ไม่ทำงาน .. แค่สองหน ก็สนุกเกินพอแล้วครับ


 จาก พลขับ
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
18:13
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       คุณปากช่องครับ
แรงอัดของ GDI คือ 12.5:1 ครับ .. สูงโครต (สูงสุดในเครื่องยนต์ตลาดๆ)
กินน้ำมัน ในการขับแบบความเร็วคงที่ .. ญี่ปุ่นเคลมที่ 35 กม/ลิตรหนะครับ!
civic 1.8 สู้ไม่ไหวครับ


 จาก พลขับ
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
18:16
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       คุณ Mc ครับ ... ที่ถามว่า "จูนแก๊ส อ่าน O2S ได้ 0.06 Volte วิ่งหูตูบ ไม่ Back Fire ความร้อนในเมือง นอกเมืองปกติ แถมวิ่งดีก่าน้ำมันและแก๊สที่ 0.45 Volte ซะอีก ใครรู้วานเฉลย "

ผมคิดว่า ผมมีคำตอบ .. แต่ไว้รวบยอด วันอาทิตย์ทีเดียวเลยดีฝ่า
มีแต่วันอาทิตย์ ที่ว่างพอจะพิมพ์อะไรยาวๆ เป็นเรื่องเป็นราวได้

>> ห้ามบอกว่าคิดไปเองมั้ง ที่บอกว่าวิ่งดีน่ะ โกรธยันลูกบวชเลยหล่ะ
ไม่สนใจ ไม่กลัว
ลูกผม ยังไงๆ ก็บวชไม่ได้
ทำได้แต่สึกพระ


 จาก พลขับ
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
18:24
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       จารย์แอ้ม .. เล่นถามคำถามปลายเปิืด กรอบไม่ชัดเจน ใครจะไปตอบได้

จากที่จารย์สงสัย ผมลองแงะๆ เซลล์สมองมาลองหาคำตอบดู




> เครื่องคาบู เร่งเครื่องรอบปล่าว ที่ 6000 รอบ โดย มีอัตรา ส่วยผสม คงที่ เท่ากับ 14.7 ต่อ 1
> ต่อโหลด ให้แก่เครื่องเช่น นำไปขับเจนเนอเรเตอร์ รอบเครื่องจาก 6000 รอบนั้น ร่วงลงเหลือ 3000 รอบ

> 1อัตรา ส่วนผสม ยังคงที่ เท่ากับป้อนไปตอนแรกใช่ไม๊

มิมีทาง
เพราะที่ 3,000 รอบ .. แรงดูดอากาศเข้าเครื่องน้อยลง
แวคคิวอั้ม น้อยกว่าแวกซ์แอนนา (ตอน 6,000)
ถ้าไม่มีระบบชดเชย น้ำมันจะถูกดูดออกมาน้อยกว่า

แต่ถูกดูดออกมาเท่าไหร่ มันก็ขึ้นอยู่กับ negative pressure ตรง venturi และขนาดของหลอดน้ำมัน

2ถ้าเครื่องนี้ถูกติดตั้ง โอทูเซนเซอร์ ค่า ที่โอทู จะออกมาเป็นอย่างไร
3กรณี ถ้าเครื่องนี้ มีควันดำ ออกจากท่อไอเสีย จะสรุปได้ว่า ผสมหนาเกินไป ได้หรือไม่ หรือจะสรุปว่าโหลดมากเกินไป
ibid

ถ้าควันดำ มันสรุปได้อย่างเดียวคือ มี unburn hydrocarbon มากเกินไป
เมื่อเป็นคาร์บ ก็คือ ก็คือ หนาเกิน หรือไม่ก็จุดระเบิดช้าไป น้ำมันเลยเผาไหม้ไม่หมด





 จาก พลขับ
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
18:32
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       อุ๊บ!!! กิ้งกือตกท่อ!!!
มัวแต่ห้าห้าห้า มากไป คำตอบ #15 เลยผิดจั๋งหนับ

> ว่าถ้าส่วนผสมบางจะเกิด back fire ขึ้น เพราะมีการชิงจุดระเบิดก่อน
> **ทำไม** ส่วนผสมบาง ถึงทำให้ห้องเผาไหม้ มีความร้อนสูง จน miss fire?
> อ้อ .. ท่านอาจไม่รู้ว่า
> ** ส่วนผสมบาง จะติดไฟยาก**
> ยิ่งบาง ยิ่งติดยาก!
> ฉนั้น เรื่องชิงจุด .. เป็นไปได้ยากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เรื่องชิงจุด เป็นไปได้ยากมากๆ
แต่แปลกใจไหมว่า

ในรอบเครื่องสูงๆ ถ้าส่วนผสมบาง **การชิงจุดเกิดได้ง่าย**

ทั้งๆที่ข้อเท็จจริง (ทั้งทฤษฎี และปฏิบัติ) ชี้ไปในแนวทางเดียวกัีนคือ
ส่วนผสมบาง ติดไฟยาก

แต่ในเครื่องยนต์
ส่วนผสมบาง ติดไฟยาก
เว้นแต่รอบสูงๆ ติดไฟ"ง่าย" (ทั้งที่แรงดันไฟจุดระเบิด และระยะเวลาของอาร์ค น้อยกว่ารอบต่ำด้วยซ้ำ)
ติดไฟ"ง่าย" .. จนกระทั่งว่า

** ติดไฟเอง แม้วงรอบเครื่อง ยังอยู่ในช่วงระยะดูด **
ไม่ใช่ระยะอัดด้วยซ้ำ

ระยะดูด ที่ติดไฟเองนั้น เกิดในจุดที่ cycle มีอุณหภูมิ **ต่ำสุด**
เพราะคายไอเสียร้อยๆ ไปแล้ว ไอดีเย็นๆเพิ่งไหลเข้ามา
** วาวล์ไอดียังเปิดอยู่ด้วยซ้ำ! **

แต่กระนั้น ก็ยังชิงจุด ?!?!?!????????

ทำไมหว่า??


 จาก พลขับ
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
18:49
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       >> ต้องมีคนแพ้คนชนะอีกมะเนี่ย?


เฮ่ย! นั่งล้อมวงกินเหล้าด้วยกัน .. ยังมีแพ้มีชนะเลย
ใครหัวทิ่มก่อน เขาเรียกว่า แพ้ครับ ... จ่าย (เลี้ยง) รอบวง


 จาก พีพี_CAMRY
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
19:13
 IP:
58.11.80.37

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
       คุณบอยอยู่ไหนคับ เข้าสมรภูมิด่วน.....
หัวทิ่ม คอพับกันไปหลายคนแล้ว
แหยงๆ นั่งคอยลุ้นอยู่ข้างนอกก็มี..(อิอิ ผมด้วย)
เอาเคล็ดวิชามาแสดงให้ชาวแก๊สเห็นเป็นรอยหยักในสมองด้วยนะค้าบ....
เอาแต่ซีกซ้ายนา..ซีกขวาไม่ต้อง..555


 จาก คนปากช่อง TAC#40
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
19:23
 IP:
203.172.109.150

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
       มารอกินฟรีครับ ใครหัวทิ่มก่อน จ่าย


 จาก บอย
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
20:07
 IP:
58.9.64.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
       ไม่หายไปไหน งานยุ่งครับ ช่วงนี้


 จาก SR5-33
 พุธ, 1/2/2549
 เวลา :
21:20
 IP:
210.203.182.92

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 25
       555 อ่านคำตอบคุณพลขับแล้วงงในคำถามครับ ถ้าเข้าใจผิดก็ขออภัยด้วยครับ

คุณพลขับถามว่าในกระบอกสูบมีส่วนผสม 10:1 แล้วมันติดไฟได้ไง? ตรงนี้ผมเข้าใจถูกรึเปล่า

ผมตอบว่ามันเป็นค่าโดยรวมของอากาศกับน้ำมันทั้งหมด ดังนั้นมันก็ติดได้ในส่วนที่ 11.5:1 ขึ้นไป ส่วนน้ำมันที่เหลือมันก็เผาไม่ได้ หรือได้ก็ไม่สมบูรณ์เกิดเป็นควันดำ เพราะออกซิเจนหมดไปแล้ว



คำถามนี้มีทั้งหมด 100 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  4  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)