| |
คำตอบที่ 14
ถ้าดูตามกราฟ จะเห็นว่า เซนเซอร์แบบนี้ มันวัดได้แคบๆ แถว ๆ 14-15 ต่อ 1 เท่านั้น
หลักการคือ ถ้าขับปกิต เอื่อยๆ ควรวิ่งแถว 500 มว.
หรือจะต่ำกว่าก็ยังได้ ขอให้ไม่หลุดเรนจ์
ไม่ต้องกลัวร้อนจนพังหรือสึกหรอมากหรอกครับ
อันตรายที่สุด คือ บางเมื่อโอเพ่นลูป หรือเร่งมาก หรือต้องการาเพาเวอร์
เดินเบา
พอดี ก็ดี บางก็เจ๋ง
ลีนเบอร์น ร้อนก็จริง แต่จะร้อนมากจนน่ากลัว เมื่อเครื่องมีโหลด
ส่วนเครื่องไม่มีโหลดแล้วลีน
ดีไม่ดี ยังร้อนน้อยกว่า เครื่องมีโหลดหนักๆ แต่ไม่ลีน
ถ้าขับโคลสลูปแบบฃเรื่อยๆ แล้วลีน ผมเฉยๆ ดีซะอีก
แต่อย่าลีนมาก
แต่ถ้าลีนตอนเร่งหรือโอเพ่นลูป
ไม่ดีนักครับ
สรุป
เดินเบา บาง เฉยๆ หรือดีซะอีก ไม่มีโหลด แต่ต้องไม่บางมาก
ขับปกติ ป้วนเปี้ยนแถว 500 มว. แต่ถ้าบางหน่อย ก็เฉยๆ เพราะโหลดไม่เยอะ กลายเป็นเครื่องลีนเบิร์นนิดๆ
ขับเร่ง หรือต้องการเพาเวอร์ หรือคันเร่งลึกหน่อย ควรหนา แต่หนาลงไปที่ไหน โอทุ เซนเซอรืแบบหนี้ อ่านไมออก
เอาเป็นว่าให้ไปใกล้ทาง 1 ว. ไว้ก่อนเป็นดี
ผมแนะนำเพิ่มครับ
รถมีที่การสึกหรอแล้ว และโอทูเซนเซอร์ เริ่มเก่าแล้ว
จุดที่ใช้งานได้ดี อาจะไม่ใช่เอเอฟ สโตอิคตามทฤษฎี
อาจจะหนาหรือบางนิด แล้วเจ๋ง
และอย่าเครียดมากับการทำเอเอฟ ให้เนียนในรถคาร์บู ทั้งน้ำมันหรือคาร์บูแก๊ส
เอาแค่อยู่ในเรนจ์ที่ดี รถใช้ดี ก็จบ
รถคาร์บูน้ำมันที่วิ่งเป็นล้านคัน
ถ้าเอามาจับเอเอฟ ก็ไม่เนียนครับ ทั้งที่ระบบคาร์บูน้ำมันนั้นละเอียดกว่าฃ
ถ้าคาร์บูเจ๋ง
หัวฉีดไม่เกิด ฝรั่งและญี่ปุ่น ถึงขั้นลองคาร์บูน้ำมันแบบไฟฟ้าอยู่พักนึงแล้วก็เลิก หันมาหาหัวฉีด
เช็คเอเอฟ ดี ครับ
แต่อย่าเครียดมาก และอย่าลืมคำของผมว่าที่เราเล่นอยู่ในระบบมิกเซอร์
มันคือ คาร์บูชนิดหนึ่งที่มีเชื้อเพลิงแบบไอ
มีไดอะแฟรมยางย้วยๆ 2 แผ่น สปริง 3 ตัว สกรุจูน 2-3 ตัว เวนทูรี 1 ตัว
พร้อมแก๊สที่แต่ละวันแต่ละยี่ห้อผสมบิวเทนและโพรเพนต่างกัน
|
|