LPG ในไทยควรจูน A/F เท่าไร // มีโพรเพนและบิวเทนผสมสัดส่วนเท่าไร

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก สงสัย
อาทิตย์ที่ , 15/1/2549
เวลา : 20:12
 IP:

58.9.59.106
อ่านแล้ว = 954 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ทราบมาว่าแอลพีจี คือ บิวเทน ผสม โพรเพน
แต่ละประเทศผสมต่างกัน
ไทยผสมสัดส่วนเท่าไร
และแต่ละวันหรือต่างยี่ห้อกัน จะผสมต่างกันได้ไหม
ถ้าแต่ละวันผสมในสัดส่วนไม่เท่ากัน
ที่เราจูนได้ เอ/เอฟ ก็ไม่เท่ากันสิครับ
และโดยเฉลี่ยแล้วควรจูนเอเอฟเท่าไร
สมมุติถ้าเราจูนไว้ค่าหนึ่ง สมมุติ 14.5 ต่อ 1 เอเอฟ มิเตอร์อ่านได้แบบนั้น
ถ้าเนื้อแกสส่วนผสมโพรเพนบิวเทนต่างออกไป
เอเอฟ ที่อ่านได้ ก็จะต่างออกไปใช่ไหมครับ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก แอ้ม แอลพีจี
 อาทิตย์, 15/1/2549
 เวลา :
23:13
 IP:
210.203.180.26

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       นั่นสิ
เอาค่าเท่าไหร่ดี
โอทูสร้างมากับน้ำมัน อีซียู ปรับตามนั้น
ติดแก๊ส อีซียู พยามปรับ แต่ปรับอะไรล่ะ ไม่มีน้ำมันให้ปรับ

จูน ค่าอื่น ก็เจอกับ ไปอินจิ้น
ผมก็เลยเอาค่าน้ำมัน บอกลาไฟเอ็นจิ้นไปเลย
ส่วน แรงไม่แรง หรือประหยัดไม่ประหยัด เลิกคิดแล้วครับ
เน้น สบายใจ ครับ


 จาก พลขับ
 จันทร์, 16/1/2549
 เวลา :
09:19
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       โปรดดูตามจริง

เราไม่เคยมี A/F meter ครับ
เรามีแต่ O2 level meter ซึ่งบอกค่า Oxygen ที่คงเหลือหลังการเผาไหม้ (Residual O2 .. RO)

และประมาณการกลับ (reverse approximating) ไปว่า ค่า RO ที่อ่านออกมาได้ voltage 0.6-0.7v เป็นค่าที่เหมาะสม .. อัตราส่วน A/F พอดี การเผาไหม้เกิดขึ้นสมบูรณ์ เชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอน (HC) ทุกโมเลกุล ถูก oxidize กลายเป็น CO2 และ H2O หมด

ประมาณการ (approximate) เท่านั้นครับ ไม่ใช่บอกได้เป๊ะๆ
ในบางกรณี HC **ไม่ได้ถูกเผาไหม้หมด** เหลือออกมาด้วยก็มี ทั้งๆที่อ่านค่า RO ได้ **เหมือนกับ** ว่า มีการเผาไหม้หมด
เช่นภาวะส่วนผสมหนา ในรอบสูง

เพราะที่ภาวะนั้น .. ส่วนผสมเชื้อเพลิงมีเวลาในการเผาไหม้ ไม่นานพอ (แม้ O2 จะมีมากพอ)

... ถ้ามองตามจริงอย่างนี้ เราจะพบว่า ไม่ว่า HC จะเป็นอย่างไร (C1, C3, C8 ฯลฯ) .. ขอเพียงมันเผาไหม้หมด (หรือเกือบหมด) เป็นใช้ได้ ...
เมื่อมองในแง่มุมนี้ เราก็จูนให้มันเผาไหม้ได้มากที่สุด (เชื้อเพลิงคุ้มค่า) ในเวลาที่ไม่เกินเวลาที่มีให้ (เวลาที่แกสออกมา + เวลาเดินทางในท่อไอดี + เวลาวาวล์เปิด + เวลา fill up + ฯลฯ)
ปริมาณ fuel เท่าไหร่, air เท่าไหร่, เวลาเท่าไหร่ ฯลฯ ค่าแท้จริงของมัน ไม่สำคัุญเท่าว่า RO เหลือเท่าไหร่
(ความจริงสำคัญมากๆ แต่เราวัดไม่ได้ง่ายๆ หรือ ถูกๆ )


 จาก T
 จันทร์, 16/1/2549
 เวลา :
13:32
 IP:
203.144.144.164

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       oxygen sensor ทุกตัว วัดค่าออกมาเป็น Lambda อยู่แล้วครับ (แต่ที่เขียนเป็น A/F นั่นคือทางผู้ผลิตเขาแปลงค่าให้มันตรงกับค่า A/F ของน้ำมัน เพราะอ่านง่าย เข้าใจง่าย) เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะใช้น้ำมันหรือแก๊ส หรือเชื้อเพลิงใดๆก็ตาม มีส่วนผสมของอะไรก็แล้วแต่ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงชนิดหรือส่วนผสมของเชื้อเพลิง ก็ควรที่จะจูนให้ได้ค่าเท่าเดิมครับ


 จาก R&R player
 จันทร์, 16/1/2549
 เวลา :
16:07
 IP:
58.8.245.46

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       ยืนยันตามคุณ T ว่าไว้

O2 sensor วัดค่าออกมาเป็น voltage ไม่ใช่ค่า lambda
voltage นั้น แปรผันกับปริมาณ oxygen ที่มีอยู่ในบรรยากาศที่ตรงหัว sensor สัมผัส

lambda เป็นการเปลี่ยนค่า voltage ซึ่งเข้าใจยาก คำนวนยาก ออกมาเป็นอะไรบางอย่างที่เข้าใจง่าย นำไปใช้คำนวนได้


คำถามนี้มีทั้งหมด 4 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)