| |
คำตอบที่ 1
ผมTOYOTA AE110 1.5 เกียร์ธรรมดา
กทม-เชียงใหม่
ขาไป-เติมแก๊สเต็มที่ สามชุกแล้วset 0000 ไปถึงเชียงใหม่ 0560 km เข้าเติมแก๊สที่ปั๊มแยกศาลเด็ก ลิตรละ 10.77 บาท เหมือนกัน เต็มถังจ่ายไป 416 บาท 38.63 ลิตร @ 14.5 km/lite
( ความเร็วเฉลี่ย 100km/hr)
ขากลับ-เติมแก๊สเต็มที่เชียงใหม่ตรงแยกสนามบิน ลิตรละ 10.5 บาทเต็มถัง แล้วset 0000 ถึง กทม 0708km แล้ววันรุ่งขึ้นวิ่งในกทมอีก10km รวม718km แล้วเติมถังจำนวน 55 ลิตร @ 13.0 km/lite
( ความเร็วเฉลี่ย 100km/hr)
จากที่เล่ามานี้เพื่ออยากจะบอกว่าถ้าเราขับรถไม่เร็วจะช่วยให้
1-ประหยัดเงินในกระเป่า
2-เครื่องยนต์ทำงานไม่หนัก(ประมาณ 3000 รอบ)
3-ลดอัตราเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
4-ได้ชมทัศนียภาพข้างทางมากขึ้น
5-ไม่ต้องมากังวลเรื่อง-หาที่เติมแก๊สกลางทาง-ซึ่งมักเป็นแบบเหมาถัง-แพงและไม่ปลอดภัยด้าย
หมายเหตุ:1-ขากลับผมคลาย Power valve ออก 1/4 รอบเพราะขาไปรู้สึกมันอืดไปหน่อย
2-ผมคิดว่ารถเก๋งขนาด 1500-1800 cc 1 ทุกรุนทุกยี่ห้อ ถ้าขับในCondition เดียวกับผมก็น่าจะมีอัตราการบริโภคแก๊สใกล้เคียงกัน
3-ของผมใช้ระบบ Fix Mixerครับ
4-อ้อ ลืมแนะนำ ถ้าท่านใดอยู่แถวฝั่งธน และไม่มั่นใจว่าแก๊สเต็มถังจากกทมจะถึงเชียงใหม่หรือเปล่าผม แนะนำให้ไปเติมที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ครับ เป็นปั๊มแก๊สเลย
5-แถมได้เที่ยวตลาด 100ปี ด้วย ผมเตินแก๊สเสร็จ ทานอาหารเช้าที่ ตลาด 100ปีเลย ห่างกันไม่ถึง300เมตร
6-ถนนก็ดี-ทัศนียภาพก็สวย-ไปชัยนาท-นครสวรรค์.....เชียงใหม่ผมวิ่งเส้นนี้ทั้งไปและกลับ
7-ผมเดินทางในช่วงวันที่ 11 ธค 48, ขาไปไฟแดงดวงสุดท้ายกระพริบที่ลำปาง, ขากลับไฟแดงดวงสุดท้ายกระพริบที่ช่วงระหว่างนครสวรรค์กับชัยนาท และดับสนิทที่ช่วงระหว่างชัยนาทกับสุพรรณ แต่ยังวิ่งได้
ถึง กทม.
8-จากข้อ7ทำให้สรุปได้ว่าถึงไฟแดงดวงสุดท้ายจะดับ-ก็วิ่งได้อีกกว่า100km
|
|