จาก วิวัฒน์
พุธที่ , 21/12/2548
เวลา : 22:18
IP: 203.155.224.179
อ่านแล้ว = 2037 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
จากการที่ได้นำ เบนซ์ 124 เครื่อง2600 ซีซี 6 สูบ ระบบหัวฉีด เคอี ไปติดตั้งระบบแก๊ส แบบมิกเซอร์ เมื่อเดือน ต.ค. ที่แล้ว จนถึงวันนี้ ใช้งานไปเป็นระยะทาง 8500 กม เป็นการเดินทางไกลส่วนใหญ่ เชียงใหม่ บุรีรัมย์ และเมื่อวันที่8 12 ธค ไปขอนแก่น ในช่วงเดือนแรกที่ใช้งาน มีปัญหาเรื่องเบาเครื่องแล้วดับ จนกระทั่งพบวิธีแก้ปัญหาโดยวิ่งถอดปลั๊กกล่องควบคุมออก วิ่งกลับมาจากเชียงใหม่ แล้วจึงนำไปให้ช่างตัดระบบไฟฟ้าออก ผมได้เคยโพสกระทู้แนะนำไว้ ในระยะเวลานั้นผมไม่ได้เปิดดูเลย ว่าตัดไฟด้วยวิธีใด จนกระทั่งเมื่อปลายเดือน พย. จึงเปิดฝาปิดกล่องที่อยู่หลังแบตเตอรรี่ดู จึงพบว่า ตัดสายไฟที่กล่องรีเลย์โอเวอร์โหลด โดยใช้รีเลย์ของบ๊อช เป็นตัวช่วยในการตัด-ต่อ ผมจึงได้ถ่ายรูปมาให้ดู เพื่อเป็นแนวทางที่ผู้ใช้เบนซ์อาจจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ เพื่อน ๆ ที่ได้โทร.มา พูดคุยสอบถามผมในช่วงนั้น ไม่ทราบว่าได้แก้ปัญหาได้หรือยัง
กล่อง อีซียู ของเบนซ์ ระบบหัวฉีด เคอีเจทโทนิค เป็นตัวควบคุมรอบเดินเบา มีเซ็นเซอร์วัดค่า เช่น ที่หลังหน้าปัมท์วัดความเร็ว (คันของผมไม่ได้ใช้) ออ๊กซิแจนเซ็นเซอร์ มอเตอร์สปิดไดเดิล เป็นต้น แต่ถ้าไม่ใช้กล่อง อีซียู ควบคุม เครื่องยนต์ก็ยังใช้งานได้ นี่เป็นคุณสมบัติที่ดีข้อหนึ่งของระบบนี้ หลังแบดเตอรี่ มีกล่องรีเลย์อีก สามอัน คือ รีเล่ย์คุมมอเตอร์ปั้มติ๊ก เมื่อเปิดสวิทช์กุญแจ มอเตอร์ปั้มจะทำงาน 2-3วินาทีแล้วหยุด เมื่อสตารท์เครื่องยนต์จึงทำงานต่อ ในการใช้ระบบแก๊ส จะตัดไฟปั้มน้ำมันที่กล่องนี้ก็ได้ หรือจะตัดสายไฟที่มอเตอร์ปั้มก็ได้ รีเล่ย์ตัวนี้ถ้าเริ่มมีอาการเสีย จะสตาร์ทเครื่องติดแล้วเครื่องดับหลังจากที่เครื่องติดแล้ว หรือวิ่งอยู่เครื่องยนต์ก็ดับทันที่เลย ราคาตัวละ สองพันกว่า รีเลย์อีกตัวหนึ่งคือ ตัวควบคุมคอมฯ แอร์ คอมฯ จะตัดเมื่อรอบต่ำมาก หรือ สายพานลื่น รีเลย์อีกตัวหนึ่งคือป้องกันไฟเข้ากล่องเกินไป เป็นตัวที่รถผมใช้ตัดไฟไม่ให้เข้ากล่องนั่นเอง บนหัวของรีเลย์ จะมีฟิวส์อยู่หนึ่งอัน เป็นฟิวส์ที่ใช้เหมือนรถญี่ปุ่น ( แต่ฟิวส์ประจำรถเป็นฟิวส์กระดูก)
ขณะนี้รถคันของผม ได้ใช้ระบบแก็สมิกเซอร์ โดยไม่มีกล่อง อีซียูควบคุม จึงเป็นระบบเดี่ยวกับรถรุ่นเก่าโบราณ ที่ใช้คาบูเรเตอร์ รอบเดินเบาของเครื่องยนต์ขณะนี้คุมด้วยหม้อต้มแก๊ส เมื่อไม่มีแอร์ จะอยู่ที่ 900 รอบ ถ้าเปิดแอร์จะอยู่ที่ 700 รอบ ถ้าใส่เกียร์จะอยู่ที่ 600 รอบ หม้อต้มของผมเป็นยี่ห้อ นิคกิ (มีกระทู้ในเวปนี้หลายหัวข้อที่แนะนำการปรับจูน ผมก็ได้ความรู้จากที่นี่และครับ) มีสกรูปรับแผ่นไดอะแฟรมตัวหลังด้วย ในการเปลี่ยนใส้ของขนาดมิกเซอร์แต่ละครั้ง ผมต้องปรับสกรูตัวนี้ช่วยด้วย นิดหน่อย เดิมผมใช้มิกเซอร์ขนาด 32 มม. มีท่อกลาง อัตราเร่งดีมากทั้งแก็สและน้ำมัน ผมใช้ความเร็วในการเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่ระหว่าง 120-130 ไม่เกิน 140 กม/ชม รอบเครื่องยนต์3500 รอบ ไม่เกิน 4000 รอบ ที่รอบสูงเช่นนี้เพราะเครื่องยนต์เดิมเป็น 2300 ซีซี เมื่อเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น 2600 ซีซี แต่ไม่ได้เปลียนเฟืองท้าย เกียร์ออโตเปลี่ยนเร็ว จึงใช้วิธีเปลี่ยนยางหลังให้ใหญ่ขึ้นจากเดิมอีก จาก 195/65 เป็น 205/70 ก็พอใช้งานได้ ในการเดินทางไปขอนแก่น 480 กม ใช้แก๊ส 71.5 ลิตร เที่ยวกลับกรุงเทพฯ อ้อมไปพระพุทธบาท ระยะทางเป็น 530 กม ใช้แก๊สเพียง 70 ลิตร เพราะขากลับ เปลี่ยนไส้มิกเซอร์รูเล็กเหลือ 28 มม. ในการใช้มิกเซอร์เล็ก รอบเดินเบาเครื่องยนต์จะนิ่งกว่ามิกเซอร์ใหญ่ อัตราการเร่งในช่วงรอบเครื่องยนต์ 2000 2500 ไม่ดี เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ แล้ว ผมได้ใช้ท่อทองแดงที่เป็นท่อส่งแก๊ส เจาะรูมิกเซอร์ให้ใหญ่เท่าท่อทองแดงแล้ว ใช้ท่อทองแดงเป็นแกนส่งแก๊สไปตรงกลางมิกเซอร์ (หากอธิบายไม่ดีโปรดดูรูปภาพประกอบ) สามารถแก้ปัญหานั้นได้ การใช้มิกเซอร์แบบเปลี่ยนไส้ได้ก็ดีเหมือนกัน เคยเห็นเบนซ์คันอื่นใช้มิกเซอร์ของพรศักดิ์แต่ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไส้ได้ไหม มิกเซอร์อันเดิมของผม ออกแบบและกลึงโดย คุณอภิชาติ ฟุ้งลัดดา ผู้เชี่ยวชาญในระบบเทอร์โบรถแข่งเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ผมมา กลึงเลียนแบบเป็นรูเล็กโดยโรงกลึงของเพื่อน จึงไม่รู้ราคาค่าแรงงาน
ในเรื่องเกย์วัดระดับแก๊ส รถของผมใช้เกย์เดิม ตัดต่อโดยรีเลย์บ๊อชแบบ หน้าคอนแทกช์ สองด้าน เมื่อไม่มีไฟไปเลี้ยงรีเลย์ หน้ารีเลย์จะต่อน้ำมัน เมื่อมีไฟไปเลี้ยงรีเลย์ รีเลย์จะต่อแก๊ส เนื่องจากถังน้ำมันของรถเบนซ์ อยู่ในช่องกระโปรงหลัง เมื่อติดตั้งถังแก๊ส จึงวางอยู่คู่กัน เดินสายไฟง่ายดี แต่มีปัญหาอยู่หนึ่งอย่าง ต้องทำใจยอมรับไว้ คือเข็มของรถเบนซ์ ไม่มีตัวหน่วงให้เข็มหนืด เข็มจะแกว่งขึ้นลงเร็วมากตามกระแสไฟที่เข้าไปเลี้ยง ลูกลอยวัดระดับน้ำมันของรถเบนซ์ มีกระบอกอลูมิเนียมขนาดประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งนิ้วครึ่งคุมอยู่ เมื่อน้ำมันกระฉอก ลูกลอยก็ไม่เคลื่อนไหว (มีภาพประกอบ) เข็มบนหน้าปัมท์ก็นิ่ง แต่เมื่อใช้เกย์ของถังแก๊ส รถสะเทือน เบรคหรือออกตัว แก๊สในถังเคลื่อนไหว เกย์ของแก๊สก็เดลื่อนไหว เข็มบนหน้าปัมท์รถ จะแกว่งขึ้น-ลง
แบลคไฟร์ไหม . เคยครับ จูนปล่อยแก๊สน้อย เร่งแล้วระเบิด แต่ไม่มีอะไรเสียหาย ท่อต่าง ๆ ไม่หลุด เป็นเพราะ แผ่นอลูมิเนียมขนาดหนาประมาณ 2 มม. ที่ประกอบเป็นฝาปิดร่วมกับมิกเซอร์ ครอบไว้ ยึดด้วยสกรู เมื่อระเบิด อลูมิเนียมแผ่นนั้นบิดงอขึ้น เมื่อดัดเข้าที่ จัดยางแผ่นทำเป็นประเก็นกันรั่ว ก็ใช้งานได้เรียบร้อยดี วิธีการขับ การกดคันเร่ง ก็มีส่วนทำให้ระเบิดได้ ผมใช้รถอยู่เป็นเดือน ไม่ระเบิด เปลี่ยนให้น้องชายทดลองขับเบนซ์แก๊ส ในขณะที่ตัวเขาใช้ 300อี ซึ่งอัตราเร่งดีกว่าของผมแน่นอนอยู่แล้ว เขาขับตามแบบของเขา คือ กดคันเร่งบ่อย เมื่อเบรค เท้าก็กลับไปกดคันเร่งเร็ว ขับอยู่ไม่ถึง 20 กม เจอไปแดง 2-3 ครั้ง ปรากฎว่า ระเบิดครับ
กลับมาใช้น้ำมัน - ในนาทีแรก อาจจะมีแก๊สหลงเหลือในระบบ เครื่องยนต์จะสดุดเล็กน้อย หรือดับ เมื่อสตาร์ทอีกครั้ง เร่งเครื่องยนต์นิดหน่อยก็เดีนเรียบร้อยดี ยังไม่มีอาการแสดงว่าหัวฉีดมีปัญหาใด ๆ
ผมจึงขอสรุปตามรถของผมว่า เบนซ์ 124 หัวฉีดเคอีเจทโทนิค ติดตั้งระบบแก๊สมิกเซอร์ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ต้อง 1. มิกเซอร์ดี เหมาะสมกับแรงดูดของเครื่องยนต์ 2. หม้อต้มแก๊สต้องจูนง่ายพอสมควร 3. เจ้าของผู้ใช้รถพอจะจูนแก้ไขได้ด้วยตนเองบ้าง

|