| |
คำตอบที่ 25
10 เดือนแรก ไทยใช้ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2
ปตท. 23 ธ.ค. - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยยอดการใช้ปิโตรเลียม 10 เดือนแรก ปีนี้ เฉลี่ย 1.164 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 โดยการใช้น้ำมันดีเซลยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 ขณะที่น้ำมันเบนซินใช้ลดลง ส่วนการจัดหาปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 แต่น้ำมันดิบนำเข้าลดลงเล็กน้อย แต่มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 39
นายสรัญ รังคสิริ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บมจ.ปตท. เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้ปิโตรเลียมของประเทศไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ว่า ความต้องการใช้ปิโตรเลียม ประกอบด้วย น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (ไม่รวมภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี) มีปริมาณเฉลี่ย 1,164,300 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 3.2 แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมัน มีการใช้รวม 722,700 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 ประกอบด้วย น้ำมันดีเซล 340,800 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 น้ำมันเบนซิน 124,900 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 5.7 น้ำมันเตา 110,300 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 น้ำมันอากาศยาน 73,100 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 ก๊าซปิโตรเลียมเหลว 73,200 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 น้ำมันก๊าด 400 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 8.1 ก๊าซธรรมชาติ มีการใช้รวม 441,600 บาร์เรล/วัน ขยายตัวร้อยละ 6.1 แบ่งเป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าของ กฟผ. 182,400 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 การผลิตกระแสไฟฟ้าของภาคเอกชน (IPP, SPP) 215,300 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 อุตสาหกรรม 42,900 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 และการใช้ในรถยนต์ (NGV) 1,000 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 99.6
การจัดหาปิโตรเลียม 10 เดือนแรกของปี 2548 มีปริมาณเฉลี่ย 1,593,400 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ปริมาณรวมทั้งสิ้น 1,032,800 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 แบ่งเป็นน้ำมันดิบ 844,600 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 0.1 ก๊าซธรรมชาติ (จากพม่า) 149,800 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.2 และน้ำมันสำเร็จรูป 38,400 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6
นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อจำหน่ายในประเทศ ประกอบด้วย น้ำมันเตา 23,800 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.4 และน้ำมันดีเซล 14,600 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 ส่วนน้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และก๊าซปิโตรเลียมเหลวนั้น ไม่มีการนำเข้ารวมมูลค่านำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ ประมาณ 25,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 63 หรือ 9,855 ล้านบาท
ส่วนน้ำมันดิบนำเข้ามาจากตะวันออกกลาง 676,000 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 0.2 จากตะวันออกไกล 91,500 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 25.2 และจากแหล่งอื่น ๆ 77,100 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.1 รวมมูลค่านำเข้าประมาณ 539,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 หรือประมาณ 152,526 ล้านบาท และการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากพม่า รวมมูลค่าประมาณ 51,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 หรือ 14,000 ล้านบาท
ขณะที่การจัดหาผลิตภัณฑ์จากในประเทศ ปริมาณรวมทั้งสิ้น 560,600 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 แบ่งเป็นก๊าซธรรมชาติ 380,600 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 น้ำมันดิบ 111,000 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.6 และคอนเดนเสท 69,000 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 3.1 .-สำนักข่าวไทย
การใช้ lpg ทั้งประเทศอยู่ที่เพียงร้อยละ 6.28 ของ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั้งหมดที่ใช้ทั้งประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้ในครัวเรือน การปรับราคาย่อมส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราเป็นผู้ส่งออก lpg เดือนละประมาณ 1 ล้านบาเรล(บาเรลละ 160 ลิตร) การที่คนหันไปใช้ lpg เพิ่มขึ้น ย่อมกระทบผลกำไรการกลั่นและค้าน้ำมันด้วยส่วนหนึ่ง(หากท่านสังเกตุจะเห็นว่ามาร์จิ้นค่ากลั่นจะสูงมากกว่าค่าการตลาดแสดงให้เห็นอะไรบางอย่าง) เนื่องจากคนใช้น้ำมันน้อยลง จะทำให้การขายน้ำมันน้อยลงและการกลั่นน้ำมันน้อยลง(ไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่ม) เพราะมีการใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอย่างครบทุกผลิตภัณฑ์ (เพราะรถยนต์ไปใช้ lpg ไง) และจะทำให้ ปตท.ขาดโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างราคาที่จะส่งออก lpg ดังที่ผมเคยคำนวณคร่าวๆข้างต้น สิ่งนี้ทำให้ ปตท.จึงออกมาเต้น คงต้องรอดูวันที่ 29 นี้ว่า รัฐบาลเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศหรือกลุ่มคนแค่หยิบมือ และผมเชื่อว่าการที่เราขาดดุลการค้าจำนวนมากเนื่องจากการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างมากในช่วงปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นการเก็งกำไรราคาน้ำมัน
|
|