| |
คำตอบที่ 51
ตามที่คุณไก่ได้บอกเล่าถึงประวัติของ mr.martin ผมคิดว่าผมไม่ให้น้ำหนักเลย
เพราะเรามองเขาจากมุมที่เราเข้าใจ เราคิดว่าถ้าใครหันมาเคารพศาสนาประจำชาติ
ของเราแล้วเขาจะเป็นคนดี (ใครมาอ่านแล้วอย่างขยายความในส่วนนี้มันไม่ควรอย่างยิ่ง
เพราะหากเจอคนใจไม่เปิดกว้างจะมาทะเลาะกันเรื่องศาสนากันไปใหญ่โต)
เราเชื่อว่าใครมีฐานะดีแล้วลงมาคลุกฝุ่นดูเป็นคนสมฐะประมาณเจ้าชายทิ้งบรรลังค์ เราเชื่อว่าใครจบเกียรตินิยมเป็นคนฉลาด แต่ความจริงที่แน่ๆคือฉลาดเฉพาะในวิชาที่เล่าเรียน
ส่วนฉลาดคิดหรือไม่ตอมไม่ได้ เราก็เห็นๆ กันอยู่ในสังคมการทำงานมีคนจบเกียรตินิยม
มาทำงานบางทีทำงานไม่ได้เรื่องก็มีมากเพราะไม่สามารถปรับทัศนคติให้่ไปกับงาน
ที่กล้างนี้มิได้จะ discredit mr.martin แต่บอกไว้ให้เห็นและคำนึกถึงมุมมองของเราเอง
ของตัวตนเราเอง ทีมองออกไป ที่ยกยอใคร ที่ด่าใคร หรือที่ไม่สึกรู้สาอะไรกับใคร
พูดง่ายๆแต่เข้าใจยากคือ ใครจะเป็นอะไรมันขึ้นกับว่าเรามองเขาอย่างไรไม่ใช่ว่าเขาคืออะไร
ผมเป็นคนที่บาดเจ็บสาหัสปี 2540 ผมไม่มีหุ้นหลายล้าน แต่ผมมีหนี้คดีดำมูลค่าพอที่จะซื้อ
Toyota crown ป้ายแดงได้เกือบร้อยคัน บอกได้จากใจเลยว่ากลิ่นไม่ดีมันมีมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว บรรยากาศต่างๆ ดำเนินไปคล้ายสมัย นายกชาติชายในยุคของทักษิณ (ต่างกันที่จะใข้คำว่าปฏิวัติหรือรัฐประหาร)
หลังปฏิวัติยุคชาติชาย ก็มีนายกอานัน ดูสง่าอย่างยิ่ง (ดูสง่า) หลังจากความสง่า คือการเลือกตั้ง
ผู้เข้ามาอย่างผสมผสาน ผลงานลุ่มๆดอนๆ ประเทศเงียบๆ ตลาดหุ้นจะดิ่งวินาศ,
ธุรกิจใหญ่น้อยล้มกลิ้งฉิบหาย,คนจนตกงาน,พนักงานไม่ได้รับเงินเดือน,ขอทานยังกลับภูมิลำเนา
ประชาชนต้องกลับมาไล่นายกอีกไหม?
จุดนี้ผมคิดถึงสมัยเด็กๆที่คิดว่าวิชาสังคมศึกษาหรือภาษาไทยที่สอนเรื่องประวัติศาสตร์ดีจริงๆ
ก็ไม่รู้ว่ามีการบรรจุเรื่องราวปี 40 เขาไปด้วยหรือไม่หรือบรรจุเข้าไปแบบบิดเบือนไหม
ก็ไม่ทราบเพราะหลานๆผมยังเรียนไม่ถึงชั้นปีมันเพิ่งจะเรียนถอดสมการเองส่วนตัวผมยังตั้งหน้า
ทำงานเผื่อจะมีปัญญาหาเงินไปใช้หนี้ 9 หลักไม่งั้นพูดตามตรงจากใจ
คือผมไม่มาขับรถเก่าๆมส่ถังคล้ายจะไประเบิดที่ไหนไว้ท้ายรถและรู้สึก(เอง)ว่าเบียดเบียน
แม่ค้าขายข้าวตามสั่งข้างถนน
อ่อ, กิจการของผมไม่ได้ฉิบหายเพราะนโยบายบริหารของผม แต่ล้มเพราะการลอยตัวเงินบาท
และการปิดสถาบันการเงิน การที่นักการเมืองสายเลือดธนาคารสั่งเบรคเงินกู้ที่มีการตกลง
สัญญากันไว้แล้วว่าจะปล่อยให้เป็นระยะเพื่อการดำเนินโครงการเป็นไปได้โดยราบลื่น
(พูดแล้วจะยาวแล้วดูไม่เกี่ยวแต่ผมเล่า้เป็นกรณีศึกษา) ช่วงนี้ bank เริ่มลงมาจับลูกหนี้รายย่อย
และเปิดดอกเบี้ยฝากสูงขึ้นสำหรับเงินก้อนใหญ่ประเภทคนมีเงินมากฝากประจำ หุ้นกองทุน
ระยะยาวมีการทำข่าวดีๆมากขึ้น มี promotion มากขึ้นเพื่อระดมเงินเข้าหว่างขา ขอให้ระวัง
สถาบันการเงินย่อมหาผมประโยชน์ทั้งสิ้น และเมื่อสถาบันมองคนเหมือนเบิ้ย อ้างไปต่างๆ
นาๆว่าหากสถาบันการเงินล้มประเทศจะอยู่ไม่ได้ จะงัดวิทีบ้าๆออกมาใช้ผ่านรัฐบาลอีก
พวกท่านทั้งหลายบอกว่ากรูไม่เกี่ยวถึงตอนนั้นมันก็เกี่ยวไปโดยปริยาย
...ใครจะเป็นอะไรมันขึ้นกับว่าเรามองเขาอย่างไรไม่ใช่ว่าเขาคืออะไร
|
|