หุ้นปิดเช้าร่วงดิ่ง 85.89 จุด หรือ 11.76%

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก เซ็งชีวิต
อังคารที่ , 19/12/2549
เวลา : 12:57
 IP:

58.8.171.180
อ่านแล้ว = 2257 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       แค่ 85.89 จุดเอง


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก ทิม
 เสาร์, 30/12/2549
 เวลา :
12:23
 IP:
124.120.149.14

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 51
       ตามที่คุณไก่ได้บอกเล่าถึงประวัติของ mr.martin ผมคิดว่าผมไม่ให้น้ำหนักเลย
เพราะเรามองเขาจากมุมที่เราเข้าใจ เราคิดว่าถ้าใครหันมาเคารพศาสนาประจำชาติ
ของเราแล้วเขาจะเป็นคนดี (ใครมาอ่านแล้วอย่างขยายความในส่วนนี้มันไม่ควรอย่างยิ่ง
เพราะหากเจอคนใจไม่เปิดกว้างจะมาทะเลาะกันเรื่องศาสนากันไปใหญ่โต)
เราเชื่อว่าใครมีฐานะดีแล้วลงมาคลุกฝุ่นดูเป็นคนสมฐะประมาณเจ้าชายทิ้งบรรลังค์ เราเชื่อว่าใครจบเกียรตินิยมเป็นคนฉลาด แต่ความจริงที่แน่ๆคือฉลาดเฉพาะในวิชาที่เล่าเรียน
ส่วนฉลาดคิดหรือไม่ตอมไม่ได้ เราก็เห็นๆ กันอยู่ในสังคมการทำงานมีคนจบเกียรตินิยม
มาทำงานบางทีทำงานไม่ได้เรื่องก็มีมากเพราะไม่สามารถปรับทัศนคติให้่ไปกับงาน
ที่กล้างนี้มิได้จะ discredit mr.martin แต่บอกไว้ให้เห็นและคำนึกถึงมุมมองของเราเอง
ของตัวตนเราเอง ทีมองออกไป ที่ยกยอใคร ที่ด่าใคร หรือที่ไม่สึกรู้สาอะไรกับใคร
พูดง่ายๆแต่เข้าใจยากคือ ใครจะเป็นอะไรมันขึ้นกับว่าเรามองเขาอย่างไรไม่ใช่ว่าเขาคืออะไร

ผมเป็นคนที่บาดเจ็บสาหัสปี 2540 ผมไม่มีหุ้นหลายล้าน แต่ผมมีหนี้คดีดำมูลค่าพอที่จะซื้อ
Toyota crown ป้ายแดงได้เกือบร้อยคัน บอกได้จากใจเลยว่ากลิ่นไม่ดีมันมีมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว บรรยากาศต่างๆ ดำเนินไปคล้ายสมัย นายกชาติชายในยุคของทักษิณ (ต่างกันที่จะใข้คำว่าปฏิวัติหรือรัฐประหาร)
หลังปฏิวัติยุคชาติชาย ก็มีนายกอานัน ดูสง่าอย่างยิ่ง (ดูสง่า) หลังจากความสง่า คือการเลือกตั้ง
ผู้เข้ามาอย่างผสมผสาน ผลงานลุ่มๆดอนๆ ประเทศเงียบๆ ตลาดหุ้นจะดิ่งวินาศ,
ธุรกิจใหญ่น้อยล้มกลิ้งฉิบหาย,คนจนตกงาน,พนักงานไม่ได้รับเงินเดือน,ขอทานยังกลับภูมิลำเนา
ประชาชนต้องกลับมาไล่นายกอีกไหม?
จุดนี้ผมคิดถึงสมัยเด็กๆที่คิดว่าวิชาสังคมศึกษาหรือภาษาไทยที่สอนเรื่องประวัติศาสตร์ดีจริงๆ
ก็ไม่รู้ว่ามีการบรรจุเรื่องราวปี 40 เขาไปด้วยหรือไม่หรือบรรจุเข้าไปแบบบิดเบือนไหม
ก็ไม่ทราบเพราะหลานๆผมยังเรียนไม่ถึงชั้นปีมันเพิ่งจะเรียนถอดสมการเองส่วนตัวผมยังตั้งหน้า
ทำงานเผื่อจะมีปัญญาหาเงินไปใช้หนี้ 9 หลักไม่งั้นพูดตามตรงจากใจ
คือผมไม่มาขับรถเก่าๆมส่ถังคล้ายจะไประเบิดที่ไหนไว้ท้ายรถและรู้สึก(เอง)ว่าเบียดเบียน
แม่ค้าขายข้าวตามสั่งข้างถนน

อ่อ, กิจการของผมไม่ได้ฉิบหายเพราะนโยบายบริหารของผม แต่ล้มเพราะการลอยตัวเงินบาท
และการปิดสถาบันการเงิน การที่นักการเมืองสายเลือดธนาคารสั่งเบรคเงินกู้ที่มีการตกลง
สัญญากันไว้แล้วว่าจะปล่อยให้เป็นระยะเพื่อการดำเนินโครงการเป็นไปได้โดยราบลื่น
(พูดแล้วจะยาวแล้วดูไม่เกี่ยวแต่ผมเล่า้เป็นกรณีศึกษา) ช่วงนี้ bank เริ่มลงมาจับลูกหนี้รายย่อย
และเปิดดอกเบี้ยฝากสูงขึ้นสำหรับเงินก้อนใหญ่ประเภทคนมีเงินมากฝากประจำ หุ้นกองทุน
ระยะยาวมีการทำข่าวดีๆมากขึ้น มี promotion มากขึ้นเพื่อระดมเงินเข้าหว่างขา ขอให้ระวัง
สถาบันการเงินย่อมหาผมประโยชน์ทั้งสิ้น และเมื่อสถาบันมองคนเหมือนเบิ้ย อ้างไปต่างๆ
นาๆว่าหากสถาบันการเงินล้มประเทศจะอยู่ไม่ได้ จะงัดวิทีบ้าๆออกมาใช้ผ่านรัฐบาลอีก
พวกท่านทั้งหลายบอกว่ากรูไม่เกี่ยวถึงตอนนั้นมันก็เกี่ยวไปโดยปริยาย

...ใครจะเป็นอะไรมันขึ้นกับว่าเรามองเขาอย่างไรไม่ใช่ว่าเขาคืออะไร


 จาก ทิม
 เสาร์, 30/12/2549
 เวลา :
12:23
 IP:
124.120.149.14

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 52
       ตามที่คุณไก่ได้บอกเล่าถึงประวัติของ mr.martin ผมคิดว่าผมไม่ให้น้ำหนักเลย
เพราะเรามองเขาจากมุมที่เราเข้าใจ เราคิดว่าถ้าใครหันมาเคารพศาสนาประจำชาติ
ของเราแล้วเขาจะเป็นคนดี (ใครมาอ่านแล้วอย่างขยายความในส่วนนี้มันไม่ควรอย่างยิ่ง
เพราะหากเจอคนใจไม่เปิดกว้างจะมาทะเลาะกันเรื่องศาสนากันไปใหญ่โต)
เราเชื่อว่าใครมีฐานะดีแล้วลงมาคลุกฝุ่นดูเป็นคนสมฐะประมาณเจ้าชายทิ้งบรรลังค์ เราเชื่อว่าใครจบเกียรตินิยมเป็นคนฉลาด แต่ความจริงที่แน่ๆคือฉลาดเฉพาะในวิชาที่เล่าเรียน
ส่วนฉลาดคิดหรือไม่ตอมไม่ได้ เราก็เห็นๆ กันอยู่ในสังคมการทำงานมีคนจบเกียรตินิยม
มาทำงานบางทีทำงานไม่ได้เรื่องก็มีมากเพราะไม่สามารถปรับทัศนคติให้่ไปกับงาน
ที่กล้างนี้มิได้จะ discredit mr.martin แต่บอกไว้ให้เห็นและคำนึกถึงมุมมองของเราเอง
ของตัวตนเราเอง ทีมองออกไป ที่ยกยอใคร ที่ด่าใคร หรือที่ไม่สึกรู้สาอะไรกับใคร
พูดง่ายๆแต่เข้าใจยากคือ ใครจะเป็นอะไรมันขึ้นกับว่าเรามองเขาอย่างไรไม่ใช่ว่าเขาคืออะไร

ผมเป็นคนที่บาดเจ็บสาหัสปี 2540 ผมไม่มีหุ้นหลายล้าน แต่ผมมีหนี้คดีดำมูลค่าพอที่จะซื้อ
Toyota crown ป้ายแดงได้เกือบร้อยคัน บอกได้จากใจเลยว่ากลิ่นไม่ดีมันมีมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว บรรยากาศต่างๆ ดำเนินไปคล้ายสมัย นายกชาติชายในยุคของทักษิณ (ต่างกันที่จะใข้คำว่าปฏิวัติหรือรัฐประหาร)
หลังปฏิวัติยุคชาติชาย ก็มีนายกอานัน ดูสง่าอย่างยิ่ง (ดูสง่า) หลังจากความสง่า คือการเลือกตั้ง
ผู้เข้ามาอย่างผสมผสาน ผลงานลุ่มๆดอนๆ ประเทศเงียบๆ ตลาดหุ้นจะดิ่งวินาศ,
ธุรกิจใหญ่น้อยล้มกลิ้งฉิบหาย,คนจนตกงาน,พนักงานไม่ได้รับเงินเดือน,ขอทานยังกลับภูมิลำเนา
ประชาชนต้องกลับมาไล่นายกอีกไหม?
จุดนี้ผมคิดถึงสมัยเด็กๆที่คิดว่าวิชาสังคมศึกษาหรือภาษาไทยที่สอนเรื่องประวัติศาสตร์ดีจริงๆ
ก็ไม่รู้ว่ามีการบรรจุเรื่องราวปี 40 เขาไปด้วยหรือไม่หรือบรรจุเข้าไปแบบบิดเบือนไหม
ก็ไม่ทราบเพราะหลานๆผมยังเรียนไม่ถึงชั้นปีมันเพิ่งจะเรียนถอดสมการเองส่วนตัวผมยังตั้งหน้า
ทำงานเผื่อจะมีปัญญาหาเงินไปใช้หนี้ 9 หลักไม่งั้นพูดตามตรงจากใจ
คือผมไม่มาขับรถเก่าๆมส่ถังคล้ายจะไประเบิดที่ไหนไว้ท้ายรถและรู้สึก(เอง)ว่าเบียดเบียน
แม่ค้าขายข้าวตามสั่งข้างถนน

อ่อ, กิจการของผมไม่ได้ฉิบหายเพราะนโยบายบริหารของผม แต่ล้มเพราะการลอยตัวเงินบาท
และการปิดสถาบันการเงิน การที่นักการเมืองสายเลือดธนาคารสั่งเบรคเงินกู้ที่มีการตกลง
สัญญากันไว้แล้วว่าจะปล่อยให้เป็นระยะเพื่อการดำเนินโครงการเป็นไปได้โดยราบลื่น
(พูดแล้วจะยาวแล้วดูไม่เกี่ยวแต่ผมเล่า้เป็นกรณีศึกษา) ช่วงนี้ bank เริ่มลงมาจับลูกหนี้รายย่อย
และเปิดดอกเบี้ยฝากสูงขึ้นสำหรับเงินก้อนใหญ่ประเภทคนมีเงินมากฝากประจำ หุ้นกองทุน
ระยะยาวมีการทำข่าวดีๆมากขึ้น มี promotion มากขึ้นเพื่อระดมเงินเข้าหว่างขา ขอให้ระวัง
สถาบันการเงินย่อมหาผมประโยชน์ทั้งสิ้น และเมื่อสถาบันมองคนเหมือนเบิ้ย อ้างไปต่างๆ
นาๆว่าหากสถาบันการเงินล้มประเทศจะอยู่ไม่ได้ จะงัดวิทีบ้าๆออกมาใช้ผ่านรัฐบาลอีก
พวกท่านทั้งหลายบอกว่ากรูไม่เกี่ยวถึงตอนนั้นมันก็เกี่ยวไปโดยปริยาย

...ใครจะเป็นอะไรมันขึ้นกับว่าเรามองเขาอย่างไรไม่ใช่ว่าเขาคืออะไร


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 จันทร์, 1/1/2550
 เวลา :
13:59
 IP:
124.120.146.240

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 53
       จริงอย่างที่คุณทิมว่า เราไปให้น้ำหนักของคนที่เราไม่รู้จัก จากฐานะ จากแค่ปริญญาหรือจากหน้าตาเชื้อชาติเค้าไม่ได้ แล้วเราควรจะประเมินคนจากอะไร ผมคิดว่า ความคิดกับการกระทำของคนๆ นั้น ยิ่งเป็นการปฏิบัติในระยะยาว ความคิดที่กลั่นออกมาบริสุทธิ คือสิ่งที่เราควรจะใช้ประเมินคน ผมถึงเขียนว่า
"อยากให้ไปหาอ่านบทความที่เขาเคยเขียน หรือการสัมภาษณ์ของสื่อต่างๆ หลายสื่อ" ถ้าสามารถหาได้จะรู้ซึ้งถึงตัวเขา เขาเองก็บอกว่า เขาไม่ใช่คนเก่ง การจบเกียรตินิยมของเขา ได้มาจากการผลักดันของครอบครัว ซึ่งยึดติดทุนนิยมแบบอังกฤษ ทุนนิยมที่เป็นทาสเงิน แข่งขันแย่งกันเพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน ตกเป็นทาสการเงิน (อย่างที่คุณทิมเล่าเรื่องของคุณ) ปัจจุบัน มาร์ติน คิดว่าเขาหลุดพ้นจากการหาเงิน เขาดำเนินตามรอยในหลวง อยู่อย่างเกษตรผสมผสาน ซึ่งเขาเองก็บอกด้วยว่าชีวิตเช่นนี้ ไม่ใช่ชีวิตที่สบาย ต้องลำบาก แต่ไม่เป็นทาสใคร ไม่เหมือนคนที่มาโวยวายจะเป็นจะตาย เมื่อหุ้นขึ้นหรือลง

ทรรศนะของผมต่างกับของคุณทิมมาก ผมเห็นว่า สภาพเราทุกวันนี้ (ตามที่คุณทิมเขียน) มันเริ่มต้นที่น้าชาติ เป็นผู้เริ่ม ตอนน้าชาติสร้างให้คนไทยบ้าเงิน บ้าลงทุน โดยที่ไม่ได้มองพื้นฐานของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ตั้งแต่ตอนเริ่มปั่นที่ดิน ผมก็พูดกับคนรอบข้างแล้วว่า ความฉิบหายกำลังจะมาเยือน ผมไม่ได้มองที่ความบ้าคลั่งของคนที่หลงตัวเงินที่มีคนมาหยิบยื่นให้อย่างเดียว แต่ผมมองถึงพื้นฐาน การปั่นที่ ดูเหมือนทำให้คนมีเงินมากขึ้น แต่ในความจริง เป็นการทำให้เงินเฟ้อ ทำให้ทรัพย์ของคนจน คนที่มีโอกาสน้อยไหลไปหาคนมีเงิน มีโอกาสมาก ดูการขายที่ดินของคนถือครองเดิม ด้วยความดีใจที่ขายได้เงิน บางคนได้เป็นล้าน แต่สุดท้าย ที่ดินของบรรพบุรุษตกในมือนายทุน ราคาถูกปั่นไปเป็นสิบ เป็นร้อยล้าน ตัวเจ้าของเดิม ได้แค่เศษเงิน ซื้อที่ดินเก่ากลับมาทำกินไม่ได้ เงินที่ได้มาพอเงินเฟ้อ ซี้อของได้แค่หยิบมือก็หมดแล้ว จนไปในพริบตา สิ่งที่เลวร้ายสุดๆ ก็พวกนักการเมืองจัดตั้ง พวกเหาเห็บการเมืองใช้อำนาจบังคับให้สถาบันการเงินปล่อยกู้เป็นร้อยเป็นพันล้าน ซี้อที่ในป่า ที่ที่ทำประโยชน์ไม่ได้ สุดท้ายเงินก็สูญ นั่นต่างหากที่เป็นต้นเหตุของการล้มละลายของชาติ

ส่วนทักษิณ ยิ่งเลวร้ายกว่า พรรคพวกที่ก่อให้เกิดการดูดทรัพย์คนจน ทรัพย์แผ่นดิน ถูกเกณฑ์มาหนุนหลัง และทำการปล้นชาติ ที่หนักก็คือ ผลักดันให้คนจนที่ไม่มีโอกาสเป็นหนี้ ได้เป็นหนี้ แบกรับหนี้ของคนรวย และเอาผลประโยชน์ประเทศชาติไปขายให้ต่างชาติ ทำให้คนไทยเป็นทาสญี่ปุ่น ทาสสิงคโปร์

การปฏิวัติไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่ในเมื่อมันไม่มีทางเลีอกที่จะหยุดพวกปล้นชาติพวกนี้ ผมเองก็ไม่เห็นทางอื่นเหมือนกัน


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 จันทร์, 1/1/2550
 เวลา :
13:59
 IP:
124.120.146.240

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 54
       จริงอย่างที่คุณทิมว่า เราไปให้น้ำหนักของคนที่เราไม่รู้จัก จากฐานะ จากแค่ปริญญาหรือจากหน้าตาเชื้อชาติเค้าไม่ได้ แล้วเราควรจะประเมินคนจากอะไร ผมคิดว่า ความคิดกับการกระทำของคนๆ นั้น ยิ่งเป็นการปฏิบัติในระยะยาว ความคิดที่กลั่นออกมาบริสุทธิ คือสิ่งที่เราควรจะใช้ประเมินคน ผมถึงเขียนว่า
"อยากให้ไปหาอ่านบทความที่เขาเคยเขียน หรือการสัมภาษณ์ของสื่อต่างๆ หลายสื่อ" ถ้าสามารถหาได้จะรู้ซึ้งถึงตัวเขา เขาเองก็บอกว่า เขาไม่ใช่คนเก่ง การจบเกียรตินิยมของเขา ได้มาจากการผลักดันของครอบครัว ซึ่งยึดติดทุนนิยมแบบอังกฤษ ทุนนิยมที่เป็นทาสเงิน แข่งขันแย่งกันเพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน ตกเป็นทาสการเงิน (อย่างที่คุณทิมเล่าเรื่องของคุณ) ปัจจุบัน มาร์ติน คิดว่าเขาหลุดพ้นจากการหาเงิน เขาดำเนินตามรอยในหลวง อยู่อย่างเกษตรผสมผสาน ซึ่งเขาเองก็บอกด้วยว่าชีวิตเช่นนี้ ไม่ใช่ชีวิตที่สบาย ต้องลำบาก แต่ไม่เป็นทาสใคร ไม่เหมือนคนที่มาโวยวายจะเป็นจะตาย เมื่อหุ้นขึ้นหรือลง

ทรรศนะของผมต่างกับของคุณทิมมาก ผมเห็นว่า สภาพเราทุกวันนี้ (ตามที่คุณทิมเขียน) มันเริ่มต้นที่น้าชาติ เป็นผู้เริ่ม ตอนน้าชาติสร้างให้คนไทยบ้าเงิน บ้าลงทุน โดยที่ไม่ได้มองพื้นฐานของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ตั้งแต่ตอนเริ่มปั่นที่ดิน ผมก็พูดกับคนรอบข้างแล้วว่า ความฉิบหายกำลังจะมาเยือน ผมไม่ได้มองที่ความบ้าคลั่งของคนที่หลงตัวเงินที่มีคนมาหยิบยื่นให้อย่างเดียว แต่ผมมองถึงพื้นฐาน การปั่นที่ ดูเหมือนทำให้คนมีเงินมากขึ้น แต่ในความจริง เป็นการทำให้เงินเฟ้อ ทำให้ทรัพย์ของคนจน คนที่มีโอกาสน้อยไหลไปหาคนมีเงิน มีโอกาสมาก ดูการขายที่ดินของคนถือครองเดิม ด้วยความดีใจที่ขายได้เงิน บางคนได้เป็นล้าน แต่สุดท้าย ที่ดินของบรรพบุรุษตกในมือนายทุน ราคาถูกปั่นไปเป็นสิบ เป็นร้อยล้าน ตัวเจ้าของเดิม ได้แค่เศษเงิน ซื้อที่ดินเก่ากลับมาทำกินไม่ได้ เงินที่ได้มาพอเงินเฟ้อ ซี้อของได้แค่หยิบมือก็หมดแล้ว จนไปในพริบตา สิ่งที่เลวร้ายสุดๆ ก็พวกนักการเมืองจัดตั้ง พวกเหาเห็บการเมืองใช้อำนาจบังคับให้สถาบันการเงินปล่อยกู้เป็นร้อยเป็นพันล้าน ซี้อที่ในป่า ที่ที่ทำประโยชน์ไม่ได้ สุดท้ายเงินก็สูญ นั่นต่างหากที่เป็นต้นเหตุของการล้มละลายของชาติ

ส่วนทักษิณ ยิ่งเลวร้ายกว่า พรรคพวกที่ก่อให้เกิดการดูดทรัพย์คนจน ทรัพย์แผ่นดิน ถูกเกณฑ์มาหนุนหลัง และทำการปล้นชาติ ที่หนักก็คือ ผลักดันให้คนจนที่ไม่มีโอกาสเป็นหนี้ ได้เป็นหนี้ แบกรับหนี้ของคนรวย และเอาผลประโยชน์ประเทศชาติไปขายให้ต่างชาติ ทำให้คนไทยเป็นทาสญี่ปุ่น ทาสสิงคโปร์

การปฏิวัติไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่ในเมื่อมันไม่มีทางเลีอกที่จะหยุดพวกปล้นชาติพวกนี้ ผมเองก็ไม่เห็นทางอื่นเหมือนกัน


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 อังคาร, 2/1/2550
 เวลา :
09:54
 IP:
124.120.147.106

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 55
       เมื่อวานไม่ค่อยมีเวลา วันนี้ขอให้ข้อคิดกับคุณทิมเพิ่ม
อ่านดูแล้วตั้งแต่ต้น คุณทิมเป็นคนทำงาน ไม่ได้เล่นหุ้น ไม่ได้เป็นพวกรวยทางลัด เก็งกำไรปั่นป่วนจนเศรษฐกิจประเทศชาติพัง ไม่ทราบว่าคุณทิมรู้จัก Bubble ทางเศรษฐกิจเท่าใด ทำไมเค้าถึงเรียกว่า Bubble เพราะว่าเศรษฐกิจแบบเก็งกำไรเหล่านี้มันไม่มีเนื้อ มันมีแต่ลม เป็นเหมือนลูกโป่ง ที่ถูกเป่าให้ขยายขึ้นๆ มันดูใหญ่ดูดี แต่ในความเป็นจริง ข้างในมันไม่มีอะไร นอกจากลม (สำหรับบ้านเราผมเห็นว่าเป็นลมเน่ากลิ่นเหม็นด้วย) คนไทยได้สัมผัสเจ้าลูกโป่งเน่าๆ นี้เริ่มจากสมัยน้าชาติ ปั่นจนลูกโป่งแตก รัฐบาลสมัยหลังเข้ามาก็แก้ไขได้แค่ประทังไม่ให้มันล่มสลายทั้งระบบเท่านั้น ดูเหมือนว่ารัฐบาลที่คุณเกลียดจะทำในสิ่งเลวร้าย แต่ถ้าไม่มีพวกาเขาเราจะเลวร้ายกว่านี้เยอะ ทุกวันนี้ เรายังดีกว่าประเทศในอเมริกาใต้หลายประเทศนัก ถ้าล่มสลายแบบนั้น คนฆ่าตัวตายรายวันจะมีมหาศาล คุณลองนึกภาพของเงินเฟ้อปีละพันกว่าเปอเซนดูเอาก็แล้วกันว่ามันน่ากลัวแค่ไหน

มาว่ากันถึงเจ้าลูกโป่ง ทำไมถึงได้เรียกว่าลูกโป่ง ผมเขียนว่า "เหตุการณ์ที่เกิด วันเดียวหุ้นตกเกือบร้อยจุด มูลค่าการซื้อขาย เจ็ดหมื่นกว่าล้าน แต่มูลค่าตลาดหายไป แปดแสนกว่าล้าน ลองดูแค่ตัวเลขนี้ แล้วคิดให้ดี มองให้เห็นว่าอะไรเป็นของจริง อะไรเป็นสิ่งลวง" คุณทิมเคยทำธุรกิจ เห็นความผิดปกติอะไรไหม เงินแค่ 7หมื่นกว่าล้าน ทำความเสียหายได้ 8แสนกว่าล้าน ทำให้หุ้นตกได้เกือบร้อยจุด ก่อนอื่นเรามาดูก่อนว่าตัวเลขมันมาได้อย่างไร
สมมติว่า คุณทิมมีกิจการ แล้วเอากิจการเข้าตลาดหุ้น คุณทิมขายหุ้น 1ล้านหุ้นราคาหุ้นละ 10 บาท เงินที่ได้จากการขายคุณทิมได้มา 10 ล้านบาท พอเข้าตลาดหุ้น หุ้นมีการซื้อขายจากปิดราคา 11 บาทด้วยการซี้อขาย 1หมื่นหุ้น มูลค่าการซื้อขาย 1แสนบาท ทำให้มูลค่าบริษัทคุณมีมูลค่า 11ล้านบาท จากตัวเลขง่ายๆ นี้ (ไม่คิดค่านายหน้า คิดว่าหุ้นซี้อขายแบบตรงไปตรงมา ไม่มีการหมุนเวียนหุ้น -ปั่น-) จะเห็นว่า ตัวเลขเงินจริงๆ ในตลาดจะมีเงินแค่ที่คุณทิมได้ 10 ล้าน กับเงินที่ทำการซื้อขาย 1แสนบาท อันนี้เป็นเนื้อแท้จริง มีเงินจริง 10ล้าน1แสนบาท แต่มูลค่าของตลาด 11 ล้าน อันนี้คือลูกโป่ง มีเนื้อจริงแค่ 10ล้าน1แสน อีก 9แสน9หมื่นมันเป็นลม ไม่มีเงินจริง (แต่ทุกคนคิดว่ามี)
ความแข็งแรงของลูกโป่งนี้มันขึ้นกับว่าอัตราส่วนของเนื้อแท้ กับลมมันต่างกันแค่ไหน ตลาดเรามันอ่อนแอเพราะลมมันมากกว่าเนื้อ ถ้าเนื้อมาก (เงินมาก) เวลามีการขายมากๆ ราคามันจะตกไม่มาก ดัชนีจะลงไม่รุนแรง มูลค่าก็ลดลงไม่มาก เพราะมีแรงรับซื้อ แต่ของเราขายแค่ 7หมื่นกว่าล้านก็หายไป 8แสนกว่าล้าน เพราะลมเน่าๆ มันเยอะ เนื้อเงินมีน้อย

ตอนน้าชาติปล่อยให้มีการปั่นหุ้น นอกจากปั่นลมให้โตผิดรูปผิดร่าง ยังมีการดึงเอาเนื้อเงินออกจากตลาดไปปั่นที่ดิน จนที่ดินกลายเป็นลูกโป่งเหมือนหุ้น มันเป็นโดมิโน่ คุณเคยทำธุรกิจมาคุณน่าจะเข้าใจ ที่ดินเป็นต้นทุนของทุกๆ คน ไม่ว่าจะทำกิจการ หรือทำงาน คนทำงานกินเงินเดือนอย่างผม รายได้ไม่มากขณะนั้นรายได้ต่อเดือนแค่แสนเศษ ยังตกใจ ขณะที่คนอื่นเมามันกับการปั่นลูกโป่ง ผมมองว่าถ้าคนทำงานอย่างผมต้องการหาที่อยู่อาศัย ต้องทำงานหนักขึ้นนานขึ้นอีกหลายปีกว่าจะได้บ้านมา แล้วพวกหาเช้ากินค่ำซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจะเอาปัญหาที่ไหนมากตั้งตัว คนรอบข้างผมจะทำกิจการคิดไปคิดมาแล้วก็ไม่คุ้มค้าขายอะไรจะหาเงินมาผ่อนค่าที่ดินที่สูงขึ้นได้ สู้เอาเงินลงไปปั่นกับเขาไม่ได้ สุดท้ายทุกคนก็บ้าคลั่ง แย่งกันซื้อบ้าน ซื้อหุ้น แม้แต่ซื้อใบจองรถยนต์ ตามทฤษฏีของ Elliot (คุณทิมก็คงไม่รู้จักเพราะไม่ได้เล่นหุ้น และก็คงไม่สนใจเพราะไม่รู้ว่าไอ้ฝรั่งคนนี้มันเป็นใครที่ไหน) มันเป็นคลื่นลูกสุดท้ายคลื่นแห่งความบ้าคลั่งก่อนที่ทุกอย่างมันจะล่มสลาย สิ่งที่ตามมาก็คือลูกโป่งมันพองโตจนระบบไม่สามารถจะรับไหว มันก็แตกปล่อยลมเน่าออกมา พากันตายเป็นเบือเพราะเนื้อมันไม่มีมีแต่ลม ธุรกิจล้มเป็นโดมิโน่ (รวมทั้งของคุณด้วย) คนทำงานก็ตกงานกันเป็นทิวแถว (ทั้งๆ ที่บางคนไม่ได้เข้าไปปั่นกับเขา)


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 อังคาร, 2/1/2550
 เวลา :
09:54
 IP:
124.120.147.106

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 56
       เมื่อวานไม่ค่อยมีเวลา วันนี้ขอให้ข้อคิดกับคุณทิมเพิ่ม
อ่านดูแล้วตั้งแต่ต้น คุณทิมเป็นคนทำงาน ไม่ได้เล่นหุ้น ไม่ได้เป็นพวกรวยทางลัด เก็งกำไรปั่นป่วนจนเศรษฐกิจประเทศชาติพัง ไม่ทราบว่าคุณทิมรู้จัก Bubble ทางเศรษฐกิจเท่าใด ทำไมเค้าถึงเรียกว่า Bubble เพราะว่าเศรษฐกิจแบบเก็งกำไรเหล่านี้มันไม่มีเนื้อ มันมีแต่ลม เป็นเหมือนลูกโป่ง ที่ถูกเป่าให้ขยายขึ้นๆ มันดูใหญ่ดูดี แต่ในความเป็นจริง ข้างในมันไม่มีอะไร นอกจากลม (สำหรับบ้านเราผมเห็นว่าเป็นลมเน่ากลิ่นเหม็นด้วย) คนไทยได้สัมผัสเจ้าลูกโป่งเน่าๆ นี้เริ่มจากสมัยน้าชาติ ปั่นจนลูกโป่งแตก รัฐบาลสมัยหลังเข้ามาก็แก้ไขได้แค่ประทังไม่ให้มันล่มสลายทั้งระบบเท่านั้น ดูเหมือนว่ารัฐบาลที่คุณเกลียดจะทำในสิ่งเลวร้าย แต่ถ้าไม่มีพวกาเขาเราจะเลวร้ายกว่านี้เยอะ ทุกวันนี้ เรายังดีกว่าประเทศในอเมริกาใต้หลายประเทศนัก ถ้าล่มสลายแบบนั้น คนฆ่าตัวตายรายวันจะมีมหาศาล คุณลองนึกภาพของเงินเฟ้อปีละพันกว่าเปอเซนดูเอาก็แล้วกันว่ามันน่ากลัวแค่ไหน

มาว่ากันถึงเจ้าลูกโป่ง ทำไมถึงได้เรียกว่าลูกโป่ง ผมเขียนว่า "เหตุการณ์ที่เกิด วันเดียวหุ้นตกเกือบร้อยจุด มูลค่าการซื้อขาย เจ็ดหมื่นกว่าล้าน แต่มูลค่าตลาดหายไป แปดแสนกว่าล้าน ลองดูแค่ตัวเลขนี้ แล้วคิดให้ดี มองให้เห็นว่าอะไรเป็นของจริง อะไรเป็นสิ่งลวง" คุณทิมเคยทำธุรกิจ เห็นความผิดปกติอะไรไหม เงินแค่ 7หมื่นกว่าล้าน ทำความเสียหายได้ 8แสนกว่าล้าน ทำให้หุ้นตกได้เกือบร้อยจุด ก่อนอื่นเรามาดูก่อนว่าตัวเลขมันมาได้อย่างไร
สมมติว่า คุณทิมมีกิจการ แล้วเอากิจการเข้าตลาดหุ้น คุณทิมขายหุ้น 1ล้านหุ้นราคาหุ้นละ 10 บาท เงินที่ได้จากการขายคุณทิมได้มา 10 ล้านบาท พอเข้าตลาดหุ้น หุ้นมีการซื้อขายจากปิดราคา 11 บาทด้วยการซี้อขาย 1หมื่นหุ้น มูลค่าการซื้อขาย 1แสนบาท ทำให้มูลค่าบริษัทคุณมีมูลค่า 11ล้านบาท จากตัวเลขง่ายๆ นี้ (ไม่คิดค่านายหน้า คิดว่าหุ้นซี้อขายแบบตรงไปตรงมา ไม่มีการหมุนเวียนหุ้น -ปั่น-) จะเห็นว่า ตัวเลขเงินจริงๆ ในตลาดจะมีเงินแค่ที่คุณทิมได้ 10 ล้าน กับเงินที่ทำการซื้อขาย 1แสนบาท อันนี้เป็นเนื้อแท้จริง มีเงินจริง 10ล้าน1แสนบาท แต่มูลค่าของตลาด 11 ล้าน อันนี้คือลูกโป่ง มีเนื้อจริงแค่ 10ล้าน1แสน อีก 9แสน9หมื่นมันเป็นลม ไม่มีเงินจริง (แต่ทุกคนคิดว่ามี)
ความแข็งแรงของลูกโป่งนี้มันขึ้นกับว่าอัตราส่วนของเนื้อแท้ กับลมมันต่างกันแค่ไหน ตลาดเรามันอ่อนแอเพราะลมมันมากกว่าเนื้อ ถ้าเนื้อมาก (เงินมาก) เวลามีการขายมากๆ ราคามันจะตกไม่มาก ดัชนีจะลงไม่รุนแรง มูลค่าก็ลดลงไม่มาก เพราะมีแรงรับซื้อ แต่ของเราขายแค่ 7หมื่นกว่าล้านก็หายไป 8แสนกว่าล้าน เพราะลมเน่าๆ มันเยอะ เนื้อเงินมีน้อย

ตอนน้าชาติปล่อยให้มีการปั่นหุ้น นอกจากปั่นลมให้โตผิดรูปผิดร่าง ยังมีการดึงเอาเนื้อเงินออกจากตลาดไปปั่นที่ดิน จนที่ดินกลายเป็นลูกโป่งเหมือนหุ้น มันเป็นโดมิโน่ คุณเคยทำธุรกิจมาคุณน่าจะเข้าใจ ที่ดินเป็นต้นทุนของทุกๆ คน ไม่ว่าจะทำกิจการ หรือทำงาน คนทำงานกินเงินเดือนอย่างผม รายได้ไม่มากขณะนั้นรายได้ต่อเดือนแค่แสนเศษ ยังตกใจ ขณะที่คนอื่นเมามันกับการปั่นลูกโป่ง ผมมองว่าถ้าคนทำงานอย่างผมต้องการหาที่อยู่อาศัย ต้องทำงานหนักขึ้นนานขึ้นอีกหลายปีกว่าจะได้บ้านมา แล้วพวกหาเช้ากินค่ำซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจะเอาปัญหาที่ไหนมากตั้งตัว คนรอบข้างผมจะทำกิจการคิดไปคิดมาแล้วก็ไม่คุ้มค้าขายอะไรจะหาเงินมาผ่อนค่าที่ดินที่สูงขึ้นได้ สู้เอาเงินลงไปปั่นกับเขาไม่ได้ สุดท้ายทุกคนก็บ้าคลั่ง แย่งกันซื้อบ้าน ซื้อหุ้น แม้แต่ซื้อใบจองรถยนต์ ตามทฤษฏีของ Elliot (คุณทิมก็คงไม่รู้จักเพราะไม่ได้เล่นหุ้น และก็คงไม่สนใจเพราะไม่รู้ว่าไอ้ฝรั่งคนนี้มันเป็นใครที่ไหน) มันเป็นคลื่นลูกสุดท้ายคลื่นแห่งความบ้าคลั่งก่อนที่ทุกอย่างมันจะล่มสลาย สิ่งที่ตามมาก็คือลูกโป่งมันพองโตจนระบบไม่สามารถจะรับไหว มันก็แตกปล่อยลมเน่าออกมา พากันตายเป็นเบือเพราะเนื้อมันไม่มีมีแต่ลม ธุรกิจล้มเป็นโดมิโน่ (รวมทั้งของคุณด้วย) คนทำงานก็ตกงานกันเป็นทิวแถว (ทั้งๆ ที่บางคนไม่ได้เข้าไปปั่นกับเขา)


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 อังคาร, 2/1/2550
 เวลา :
10:14
 IP:
124.120.147.106

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 57
       ทำไมเราต้องลดค่าเงินบาท ก็เพราะเนื้อเงินมันไม่มี มีแต่ตัวเลขที่สูง เมื่อเทียบกับประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแรง ซึ่งเค้ามีเนื้อมาก ตัวเลขของเรามันไม่มีค่า มันก็ต้องลดค่า ถ้าไม่ลดค่าประเทศไทยจะเป็นจ้าวโลก มีเงินที่มากที่สุดในโลก เพราะเราปั่นเงินโดยไม่มีการผลิตที่แท้จริง ที่ดินเราจะแพงกว่าญี่ปุ่นเพราะเราปั่นกันไม่หยุด (แต่ในความเป็นจริง ที่ดินเราสามารถทำธุรกรรมได้ผลประโยชน์มากกว่าญี่ปุ่นหรือปล่าว คุณทิมลองคิดดู) ซึ่งจะทำให้คนไทยสามารถมีเงินมากกว่าคนชาติอื่นได้สบายๆ ไม่ต้องมาทำงานให้เหนื่อย แค่เอาหุ้น เอาที่มาขายกันไป ขายกันมา ผมขายให้คุณ คุณขายกลับให้ผม ให้ราคามันมากเข้า มากเข้า สิ่งนี้เป็นไปได้หรือไม่คุณลองคิดดูเอา

สุดท้ายธนาคารที่มันปล่อยเงินให้เราปั่นมันก็ไม่มีเงิน ต้องไปยืมเงินคนอื่นมาให้เราปั่นกันต่อ จนถึงวันหนึ่งเจ้าหนี้มันเกินเอะใจว่า เงินที่ยืมไป ไม่ได้เอาไปทำการธุรกิจที่สร้างผลิตผลเป็นชิ้นเป็นอัน แต่เอาไปสร้างลม เค้าก็หยุดให้ แล้วก็ทวงคืน ในขณะที่พวกเขี้ยวลากดินมันมองออกว่า ลมเรามันใกล้แตก เนื้อไม่มี มันก็เลยเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินเรา เก็งกำไรจากความหน้ามืดตามัวของเศรษฐีจอมปลอมบ้านเรา มันก็เลยพัง คนที่มาทีหลัง เป็นใครมันก็ต้องพยายามหาทางใช้หนี้ หาทางประนอมหนี้ แม้แต่ไอ้คนที่คุยว่าไม่ต้องใช้ พอเข้ามาได้ 4 ปีผ่านไปเป็นยังไง มันก็ต้องหาทางขายสมบัติของชาติไปใช้หนี้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ใช้ ไม่งั้น เราจะก็จะกลายเป็นคนล้มละลาย ถ้าประเทศล้มละลาย อย่างที่เกิดในอเมริกาใต้ เงินมันจะเฟ้อปีละเป็นพัน ค่าเงินจะแปรปรวน ตกทุกวัน ใครเคยไปอเมริกาใต้จะรู้ดี ค่าเงินตกมากกว่าที่เกิดกับเราทุกวันนี้มหาศาล

ก็ต้องขอเสียใจกับคุณที่คุณต้องมารับผลกระทบจากคนบ้าทุนนิยมบางคน โดยที่คุณ (รวมทั้งผมด้วย) ไม่ได้เข้าไปบ้าปั่นกับเขา ตอนเขาได้ เราไม่ได้ แต่ตอนจ่ายดันหารยาว แถมพวกนายทุนเจ้าเล่ห์ ยังกลับมาเอาหนี้ส่วนของตน กระจายไปยังชาวบ้านที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่จ่ายส่วนของพวกเขาอยู่ไม่พอ ต้องมาจ่ายส่วนของนายทุนพวกนี้อีกด้วย จ่ายแทนจนนายทุนสบายหลุดพ้น แถมยังกลับมาคุยว่า เศรษฐกิจประเทศดีแล้ว เพราะพวกเขาหลุดพ้นหนี้ แต่ชาวบ้านทั้งหลายมาแบกแทน ไอ้พวกนี้มันนอกจากขายพวกเราให้เป็นทาสเงินต่างชาติแล้ว มันยังเอาสมบัติของชาติมาขาย ทำตัวเป็นใส้ศึกเปิดประตูเมืองให้พวกนายทุนต่างชาติเข้ามาขูดเลือดขูดเนื้อคนไทยด้วยกันมากขึ้น แต่พวกมันรับค่านายหน้า ไปเสวยสุขสบายไป


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 อังคาร, 2/1/2550
 เวลา :
10:14
 IP:
124.120.147.106

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 58
       ทำไมเราต้องลดค่าเงินบาท ก็เพราะเนื้อเงินมันไม่มี มีแต่ตัวเลขที่สูง เมื่อเทียบกับประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแรง ซึ่งเค้ามีเนื้อมาก ตัวเลขของเรามันไม่มีค่า มันก็ต้องลดค่า ถ้าไม่ลดค่าประเทศไทยจะเป็นจ้าวโลก มีเงินที่มากที่สุดในโลก เพราะเราปั่นเงินโดยไม่มีการผลิตที่แท้จริง ที่ดินเราจะแพงกว่าญี่ปุ่นเพราะเราปั่นกันไม่หยุด (แต่ในความเป็นจริง ที่ดินเราสามารถทำธุรกรรมได้ผลประโยชน์มากกว่าญี่ปุ่นหรือปล่าว คุณทิมลองคิดดู) ซึ่งจะทำให้คนไทยสามารถมีเงินมากกว่าคนชาติอื่นได้สบายๆ ไม่ต้องมาทำงานให้เหนื่อย แค่เอาหุ้น เอาที่มาขายกันไป ขายกันมา ผมขายให้คุณ คุณขายกลับให้ผม ให้ราคามันมากเข้า มากเข้า สิ่งนี้เป็นไปได้หรือไม่คุณลองคิดดูเอา

สุดท้ายธนาคารที่มันปล่อยเงินให้เราปั่นมันก็ไม่มีเงิน ต้องไปยืมเงินคนอื่นมาให้เราปั่นกันต่อ จนถึงวันหนึ่งเจ้าหนี้มันเกินเอะใจว่า เงินที่ยืมไป ไม่ได้เอาไปทำการธุรกิจที่สร้างผลิตผลเป็นชิ้นเป็นอัน แต่เอาไปสร้างลม เค้าก็หยุดให้ แล้วก็ทวงคืน ในขณะที่พวกเขี้ยวลากดินมันมองออกว่า ลมเรามันใกล้แตก เนื้อไม่มี มันก็เลยเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินเรา เก็งกำไรจากความหน้ามืดตามัวของเศรษฐีจอมปลอมบ้านเรา มันก็เลยพัง คนที่มาทีหลัง เป็นใครมันก็ต้องพยายามหาทางใช้หนี้ หาทางประนอมหนี้ แม้แต่ไอ้คนที่คุยว่าไม่ต้องใช้ พอเข้ามาได้ 4 ปีผ่านไปเป็นยังไง มันก็ต้องหาทางขายสมบัติของชาติไปใช้หนี้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ใช้ ไม่งั้น เราจะก็จะกลายเป็นคนล้มละลาย ถ้าประเทศล้มละลาย อย่างที่เกิดในอเมริกาใต้ เงินมันจะเฟ้อปีละเป็นพัน ค่าเงินจะแปรปรวน ตกทุกวัน ใครเคยไปอเมริกาใต้จะรู้ดี ค่าเงินตกมากกว่าที่เกิดกับเราทุกวันนี้มหาศาล

ก็ต้องขอเสียใจกับคุณที่คุณต้องมารับผลกระทบจากคนบ้าทุนนิยมบางคน โดยที่คุณ (รวมทั้งผมด้วย) ไม่ได้เข้าไปบ้าปั่นกับเขา ตอนเขาได้ เราไม่ได้ แต่ตอนจ่ายดันหารยาว แถมพวกนายทุนเจ้าเล่ห์ ยังกลับมาเอาหนี้ส่วนของตน กระจายไปยังชาวบ้านที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่จ่ายส่วนของพวกเขาอยู่ไม่พอ ต้องมาจ่ายส่วนของนายทุนพวกนี้อีกด้วย จ่ายแทนจนนายทุนสบายหลุดพ้น แถมยังกลับมาคุยว่า เศรษฐกิจประเทศดีแล้ว เพราะพวกเขาหลุดพ้นหนี้ แต่ชาวบ้านทั้งหลายมาแบกแทน ไอ้พวกนี้มันนอกจากขายพวกเราให้เป็นทาสเงินต่างชาติแล้ว มันยังเอาสมบัติของชาติมาขาย ทำตัวเป็นใส้ศึกเปิดประตูเมืองให้พวกนายทุนต่างชาติเข้ามาขูดเลือดขูดเนื้อคนไทยด้วยกันมากขึ้น แต่พวกมันรับค่านายหน้า ไปเสวยสุขสบายไป


 จาก ทิม
 พุธ, 3/1/2550
 เวลา :
14:43
 IP:
124.120.144.154

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 59
       อ่านคร่าวๆแล้วน่าสนใจ แต่ยังไม่มีเวลามาก ขอออกไปทำงานก่อน แล้วจะกลับมาคุยด้วยครับ

สวัสดีปีใหม่


 จาก ทิม
 พุธ, 3/1/2550
 เวลา :
14:43
 IP:
124.120.144.154

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 60
       อ่านคร่าวๆแล้วน่าสนใจ แต่ยังไม่มีเวลามาก ขอออกไปทำงานก่อน แล้วจะกลับมาคุยด้วยครับ

สวัสดีปีใหม่


 จาก เบื่อพวกคนรวยไม่จิง
 พุธ, 3/1/2550
 เวลา :
22:57
 IP:
124.120.83.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 61
       เล่นหุ้นแต่ ไม่มีปัญญาเติมน้ำมันแฮะ ไออ้พวกนี้


 จาก เบื่อพวกคนรวยไม่จิง
 พุธ, 3/1/2550
 เวลา :
22:57
 IP:
124.120.83.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 62
       เล่นหุ้นแต่ ไม่มีปัญญาเติมน้ำมันแฮะ ไออ้พวกนี้


 จาก ยส
 พุธ, 3/1/2550
 เวลา :
23:34
 IP:
203.146.63.187

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 63
       ยังติดตามอยู่นะคร้าบบบ


 จาก ยส
 พุธ, 3/1/2550
 เวลา :
23:34
 IP:
203.146.63.187

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 64
       ยังติดตามอยู่นะคร้าบบบ


 จาก ทิม
 พฤหัสบดี, 4/1/2550
 เวลา :
12:20
 IP:
124.120.147.84

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 65
       ไก่: "อยากให้ไปหาอ่านบทความที่เขาเคยเขียน หรือการสัมภาษณ์ของสื่อต่างๆ หลายสื่อ" ถ้าสามารถหาได้จะรู้ซึ้งถึงตัวเขา

ทิม: ผมไม่เชื่อในสื่อเท่าไรนะ แต่ไม่คิดว่าเขาเป็นคนติดลบอะไรครับ ไม่ได้คิดว่าเขาติดลบ แต่เชื่อว่าสื่อ ขายใครได้ก็ทำสื่อสำหรับขายคนๆนั้น เพราะสื่อมีไว้ขายไม่ได้มีไว้เป่าประกาศความดีของใครเป็นหลัก ไว้มีโอกาสจะลองหาหนังสือของเขาอ่านดู

ไก่: ทรรศนะของผมต่างกับของคุณทิมมาก
ทิม: ผมชอบนะไม่ใช่ไม่ชอบ ถ้าทุกคนคิดเหมือนกันแล้วคิดถูกก็ดีไป แต่ถ้าคิดเหมือนกันแบบผิดๆนี่บรรลัย ผมไม่ได้คิดว่าคุณคิดผิดผมเพียงแต่อยากจะแลกเปลี่ยนทัศนคติเท่านั้น และทัศนะคติของบุคคลก็เป็นของบุคคล ผมไม่เรียกให้ใครมาเชื่อผมและไม่ได้บอกว่าใครเชื่อคุนไก่ผมจะไปว่าได้ เพราะมันเป็นทัศนคติ เราต้องเคารพกัน ไม่งั้นก็อย่างที่เราเห็นอยู่นี่แหละ แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน ฆ่ากันไม่ติดคุกมันก็คงฆ่ากันไปแล้ว

ไก่: ทำไมเราต้องลดค่าเงินบาท ก็เพราะเนื้อเงินมันไม่มี มีแต่ตัวเลขที่สูง

ทิม: ปี 40 ต่างชาติเอาเงินบาทมาซื้อ dollar ออกไป ไม่ใช้เอา dollar มาซื้อบาท ซึ่งมันกลับกันกับเวลานี้ครับ

ไก่: เพราะว่าเศรษฐกิจแบบเก็งกำไรเหล่านี้มันไม่มีเนื้อ มันมีแต่ลม เป็นเหมือนลูกโป่ง ที่ถูกเป่าให้ขยายขึ้นๆ มันดูใหญ่ดูดี แต่ในความเป็นจริง ข้างในมันไม่มีอะไร นอกจากลม (สำหรับบ้านเราผมเห็นว่าเป็นลมเน่ากลิ่นเหม็นด้วย) คนไทยได้สัมผัสเจ้าลูกโป่งเน่าๆ นี้เริ่มจากสมัยน้าชาติ ปั่นจนลูกโป่งแตก รัฐบาลสมัยหลังเข้ามาก็แก้ไขได้แค่ประทังไม่ให้มันล่มสลายทั้งระบบเท่านั้น ดูเหมือนว่ารัฐบาลที่คุณเกลียดจะทำในสิ่งเลวร้าย แต่ถ้าไม่มีพวกาเขาเราจะเลวร้ายกว่านี้เยอะ ทุกวันน

ทิม: คงหมายถึงนโยบายทางเศรษฐกิจ ผมบอกได้คำเดียวว่าไม่มีอำนาจ ทำได้เพียงแสดงความเห็น เรื่องการปั่นหรือการสร้างภาพนี่ผมคิดว่ามันก็ควรจะต้องทำ เพราะอะไร เรามองหันมามองเท้าของเรา เราเหยียบอยู่ในประเทศที่ไม่ร่ำรวยเงินทอง ถ้าคนส่วนใหญ่ยังต้องการทำมาหากินสร้างฐานะกันอยู่(เรื่องธรรมดา)มันก็ต้องมีระบบหัวหอกที่ใช้ทะลวง สร้างภาพ สร้างโอกาส แต่ปัญหาที่ตามมาคือคนที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไร อยากจะเข้ามาร่วมวงด้วย แต่ทำไม่เป็น (มีเงินทำแต่ทำไม่ถูก) ก็มีกำลังดึงให้บางส่วนบางตอนเปลี่ยนไปในทางโป่งพองได้ การทำธุรกิจที่ดีไม่ใช่ทำให้รวยแต่ทำให้มันอยู่ได้นานที่สุด(ไม่มีสิ่งใดอยู่ตลอดไป) เรื่องนักการเมือง หลังยุคน้าชาติ ผมเห็นว่าไม่ค่อยจะได้ความ เอาหล่ะถ้าจะบอกว่าไม่มีเขาเราจะแย่มันก็ใช่เพราะระบบที่ไม่มีคนควบคุมเลยมันจะแย่ แต่ถ้าเปลี่ยนจากเขาเป็นคนอื่นๆจะดีกว่าครับ ผมยังซึงไม่หาย

ปัญหาคือ คนที่อยู่หลังนโยบายคือประชาชน ทำตัวไม่สำพันธ์กันกับความเป็นไปของชาติ มันก็จริงถ้าเราจโทษไปที่การปั่นการสร้างภาพ แต่อย่าลืมเขาสร้างไว้ให้ต่างชาติมาลงทุน เพราะไทยเราเองไม่มีเงินมาก เราไม่มี knowhow พอที่จะผลิตสินค้าเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ แต่ลองสิ ส.ส. คนไหนออกมาหาเสียงว่า เราจะให้คุนพอมีพอกิน ตอนนี้ไม่ได้ครับ เพราะหนี้ท่วมหัว พอมีไม่ได้ต้องพอใช้หนี้ด้วย ใช้หนี้หมดแล้วค่อยพอมีพอกินก็พอจะทนได้ บอกอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเห็นดีด้วยแต่มันเป็นทิศที่ห้ามไม่ได้ ไม่มีมนุษย์คนไหนไม่เคยอยากมองพระอาทิตย์ขึ้นหรอก มันฝังอยู่ใน dna ของมนุษย์ มันเ)็นธรรมชาติ ฝืนอยากเหลือเกิน ไนหลวงท่านเหนือกว่าเรามาก แต่มิได้หมายความว่า ผมจะไม่อยากทำตามแบบอย่างท่านนะอย่าตีความไปตรงกันข้ามหล่ะ

ตอนปี 40 ผมยังไม่มีบทบาทในกิจการของพ่อผมทำไปตามคำสั่ง ปี 38-39 ผมเสนอให้ครอบครัวเลิกทำก่อสร้าง แม้จะต้องลอยแพคนงานประมาณ 200 คนก็ต้องทำ (ออกจะโหด) เพราะหากทำต่อไปเราจะเกิดภาวะเป็นหนี้ แทนที่เราจะให้เงินเขาแล้วเลิกจ้าง จะกลับเป็น ไม่มีปัญญาจ่ายค่าจ้างที่ได้ใช้แรงเขาไปแล้ว ทั้งนี้เพราะมีความผันผวนมากในระบบการทำงาน ในสถาบันการเงิน แต่ผู้ใหญ่ย่อมเป็นผู้ใหญ่ และคำเสนอของผมอาจไม่มีน้ำหนักและเหตุผลพอสำหรับเวลานั้น เวลานี้ผมเห็นอะไรหลายๆอย่างคล้ายกับที่ผมเคยเห็นมาแล้ว ผมก็เลยออกมาบอกเล่าในสิ่งที่ผมเคยสัมผัส ใครจะฟังไว้สนุกๆ ไว้คิด ไว้ให้ตระหนัก ก็สุดแล้วแต่ครับ

ฝากไว้ท้ายนี้ ไม่มระบบีธนาคารไหนเป็นเพื่อนแท้ของคุณ (ยกเว้นเพื่อนคุณเป็นเจ้าของธนาคาร)

ยังอยากคุยอีกเยอะ ผมซึมซัยความคิดคุณไว้มากน่สนใจครับ แต่ต้องทำงานต่อแล้ว


 จาก ทิม
 พฤหัสบดี, 4/1/2550
 เวลา :
12:20
 IP:
124.120.147.84

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 66
       ไก่: "อยากให้ไปหาอ่านบทความที่เขาเคยเขียน หรือการสัมภาษณ์ของสื่อต่างๆ หลายสื่อ" ถ้าสามารถหาได้จะรู้ซึ้งถึงตัวเขา

ทิม: ผมไม่เชื่อในสื่อเท่าไรนะ แต่ไม่คิดว่าเขาเป็นคนติดลบอะไรครับ ไม่ได้คิดว่าเขาติดลบ แต่เชื่อว่าสื่อ ขายใครได้ก็ทำสื่อสำหรับขายคนๆนั้น เพราะสื่อมีไว้ขายไม่ได้มีไว้เป่าประกาศความดีของใครเป็นหลัก ไว้มีโอกาสจะลองหาหนังสือของเขาอ่านดู

ไก่: ทรรศนะของผมต่างกับของคุณทิมมาก
ทิม: ผมชอบนะไม่ใช่ไม่ชอบ ถ้าทุกคนคิดเหมือนกันแล้วคิดถูกก็ดีไป แต่ถ้าคิดเหมือนกันแบบผิดๆนี่บรรลัย ผมไม่ได้คิดว่าคุณคิดผิดผมเพียงแต่อยากจะแลกเปลี่ยนทัศนคติเท่านั้น และทัศนะคติของบุคคลก็เป็นของบุคคล ผมไม่เรียกให้ใครมาเชื่อผมและไม่ได้บอกว่าใครเชื่อคุนไก่ผมจะไปว่าได้ เพราะมันเป็นทัศนคติ เราต้องเคารพกัน ไม่งั้นก็อย่างที่เราเห็นอยู่นี่แหละ แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน ฆ่ากันไม่ติดคุกมันก็คงฆ่ากันไปแล้ว

ไก่: ทำไมเราต้องลดค่าเงินบาท ก็เพราะเนื้อเงินมันไม่มี มีแต่ตัวเลขที่สูง

ทิม: ปี 40 ต่างชาติเอาเงินบาทมาซื้อ dollar ออกไป ไม่ใช้เอา dollar มาซื้อบาท ซึ่งมันกลับกันกับเวลานี้ครับ

ไก่: เพราะว่าเศรษฐกิจแบบเก็งกำไรเหล่านี้มันไม่มีเนื้อ มันมีแต่ลม เป็นเหมือนลูกโป่ง ที่ถูกเป่าให้ขยายขึ้นๆ มันดูใหญ่ดูดี แต่ในความเป็นจริง ข้างในมันไม่มีอะไร นอกจากลม (สำหรับบ้านเราผมเห็นว่าเป็นลมเน่ากลิ่นเหม็นด้วย) คนไทยได้สัมผัสเจ้าลูกโป่งเน่าๆ นี้เริ่มจากสมัยน้าชาติ ปั่นจนลูกโป่งแตก รัฐบาลสมัยหลังเข้ามาก็แก้ไขได้แค่ประทังไม่ให้มันล่มสลายทั้งระบบเท่านั้น ดูเหมือนว่ารัฐบาลที่คุณเกลียดจะทำในสิ่งเลวร้าย แต่ถ้าไม่มีพวกาเขาเราจะเลวร้ายกว่านี้เยอะ ทุกวันน

ทิม: คงหมายถึงนโยบายทางเศรษฐกิจ ผมบอกได้คำเดียวว่าไม่มีอำนาจ ทำได้เพียงแสดงความเห็น เรื่องการปั่นหรือการสร้างภาพนี่ผมคิดว่ามันก็ควรจะต้องทำ เพราะอะไร เรามองหันมามองเท้าของเรา เราเหยียบอยู่ในประเทศที่ไม่ร่ำรวยเงินทอง ถ้าคนส่วนใหญ่ยังต้องการทำมาหากินสร้างฐานะกันอยู่(เรื่องธรรมดา)มันก็ต้องมีระบบหัวหอกที่ใช้ทะลวง สร้างภาพ สร้างโอกาส แต่ปัญหาที่ตามมาคือคนที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไร อยากจะเข้ามาร่วมวงด้วย แต่ทำไม่เป็น (มีเงินทำแต่ทำไม่ถูก) ก็มีกำลังดึงให้บางส่วนบางตอนเปลี่ยนไปในทางโป่งพองได้ การทำธุรกิจที่ดีไม่ใช่ทำให้รวยแต่ทำให้มันอยู่ได้นานที่สุด(ไม่มีสิ่งใดอยู่ตลอดไป) เรื่องนักการเมือง หลังยุคน้าชาติ ผมเห็นว่าไม่ค่อยจะได้ความ เอาหล่ะถ้าจะบอกว่าไม่มีเขาเราจะแย่มันก็ใช่เพราะระบบที่ไม่มีคนควบคุมเลยมันจะแย่ แต่ถ้าเปลี่ยนจากเขาเป็นคนอื่นๆจะดีกว่าครับ ผมยังซึงไม่หาย

ปัญหาคือ คนที่อยู่หลังนโยบายคือประชาชน ทำตัวไม่สำพันธ์กันกับความเป็นไปของชาติ มันก็จริงถ้าเราจโทษไปที่การปั่นการสร้างภาพ แต่อย่าลืมเขาสร้างไว้ให้ต่างชาติมาลงทุน เพราะไทยเราเองไม่มีเงินมาก เราไม่มี knowhow พอที่จะผลิตสินค้าเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ แต่ลองสิ ส.ส. คนไหนออกมาหาเสียงว่า เราจะให้คุนพอมีพอกิน ตอนนี้ไม่ได้ครับ เพราะหนี้ท่วมหัว พอมีไม่ได้ต้องพอใช้หนี้ด้วย ใช้หนี้หมดแล้วค่อยพอมีพอกินก็พอจะทนได้ บอกอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเห็นดีด้วยแต่มันเป็นทิศที่ห้ามไม่ได้ ไม่มีมนุษย์คนไหนไม่เคยอยากมองพระอาทิตย์ขึ้นหรอก มันฝังอยู่ใน dna ของมนุษย์ มันเ)็นธรรมชาติ ฝืนอยากเหลือเกิน ไนหลวงท่านเหนือกว่าเรามาก แต่มิได้หมายความว่า ผมจะไม่อยากทำตามแบบอย่างท่านนะอย่าตีความไปตรงกันข้ามหล่ะ

ตอนปี 40 ผมยังไม่มีบทบาทในกิจการของพ่อผมทำไปตามคำสั่ง ปี 38-39 ผมเสนอให้ครอบครัวเลิกทำก่อสร้าง แม้จะต้องลอยแพคนงานประมาณ 200 คนก็ต้องทำ (ออกจะโหด) เพราะหากทำต่อไปเราจะเกิดภาวะเป็นหนี้ แทนที่เราจะให้เงินเขาแล้วเลิกจ้าง จะกลับเป็น ไม่มีปัญญาจ่ายค่าจ้างที่ได้ใช้แรงเขาไปแล้ว ทั้งนี้เพราะมีความผันผวนมากในระบบการทำงาน ในสถาบันการเงิน แต่ผู้ใหญ่ย่อมเป็นผู้ใหญ่ และคำเสนอของผมอาจไม่มีน้ำหนักและเหตุผลพอสำหรับเวลานั้น เวลานี้ผมเห็นอะไรหลายๆอย่างคล้ายกับที่ผมเคยเห็นมาแล้ว ผมก็เลยออกมาบอกเล่าในสิ่งที่ผมเคยสัมผัส ใครจะฟังไว้สนุกๆ ไว้คิด ไว้ให้ตระหนัก ก็สุดแล้วแต่ครับ

ฝากไว้ท้ายนี้ ไม่มระบบีธนาคารไหนเป็นเพื่อนแท้ของคุณ (ยกเว้นเพื่อนคุณเป็นเจ้าของธนาคาร)

ยังอยากคุยอีกเยอะ ผมซึมซัยความคิดคุณไว้มากน่สนใจครับ แต่ต้องทำงานต่อแล้ว


 จาก น้าชัย
 ศุกร์, 5/1/2550
 เวลา :
17:15
 IP:
58.8.109.168

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 67
       เย เย เยส เอาข่าวดี ตลาดหุ้นมาบอก ฟังมาจาก อ.วีระ ธีระพัฒน์ บ่ายนี้เอง หุ้น วันนี้ ตกไปอีก 20 กว่าจุด ครับผม จะเซ็งชีวิต ต่อไป ก็เชิญ ผมได้ยินมาว่า ฝาหรั่ง มันบอกกันว่า หากยังไม่เปลี่ยน รมว.คลัง รับรองว่า เงินไม่เข้ามา ลงทุนแน่นอน มีที่ใหนวะ เก็บดอง 30 แถมหักหัวคิวอีก 10


 จาก น้าชัย
 ศุกร์, 5/1/2550
 เวลา :
17:15
 IP:
58.8.109.168

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 68
       เย เย เยส เอาข่าวดี ตลาดหุ้นมาบอก ฟังมาจาก อ.วีระ ธีระพัฒน์ บ่ายนี้เอง หุ้น วันนี้ ตกไปอีก 20 กว่าจุด ครับผม จะเซ็งชีวิต ต่อไป ก็เชิญ ผมได้ยินมาว่า ฝาหรั่ง มันบอกกันว่า หากยังไม่เปลี่ยน รมว.คลัง รับรองว่า เงินไม่เข้ามา ลงทุนแน่นอน มีที่ใหนวะ เก็บดอง 30 แถมหักหัวคิวอีก 10


 จาก น้าชัย
 ศุกร์, 5/1/2550
 เวลา :
17:40
 IP:
58.8.109.168

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 69
       หุ้นไทยปิดร่วงกว่า 3% นักลงทุนขายหุ้นใหญ่วิตกความไม่สงบในปท.
17:21 น. ดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 3.09% โดยดัชนีปิดปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ขณะที่นักลงทุนยังคงขายหุ้นออกมาในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยหุ้นกลุ่มหลักทั้งแบงก์ และพลังงาน ยังถูกขายอย่างหนักติดต่อกันตั้งแต่ตลาดหุ้นเปิดทำการในปีนี้
นักวิเคราะห์ คาดว่าปัจจัยหลักที่กดดันตลาดหุ้นไทยในขณะนี้มาจากการเมืองภายในประเทศ ที่ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ หลังมีเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร(กทม.) ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับลดลงยังกดดันต่อการลงทุนหุ้นพลังงานด้วยขณะที่สัปดาห์หน้าตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงได้อีก

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ปิดลบ 20.03 จุด มาที่ 628.19 โดยระหว่างวันดัชนีปรับลงต่ำสุดที่ 626.85 และปรับขึ้นสูงสุดที่ 644.17 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายปานกลางที่ 16,600.85 ล้านบาท

ขณะที่ SET50 ปิดลบ 14.26 จุด หรือ 3.16% มาที่ 436.50 และ SET100 ปิดลบ 32.23 จุด หรือ 3.28% มาที่ 951.21

ดัชนีกลุ่มแบงก์ ลบ 2.83% ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงสุดของตลาดที่ 25.90% นำโดยหุ้นธ.กรุงเทพ (BBL) ลบ 1.49%,กลุ่มพลังงาน ลบ 3.67% นำโดยหุ้นปตท.(PTT) ลบ 4.0% ,กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ลบ 4.11% โดยหุ้นอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์(ITD) ลบ 6.22%

ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยี ลบ 3.13% นำโดยหุ้นแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(ADVANC) ลบ 2.67%,กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ลบ 2.68% นำโดยหุ้นปูนซิเมนต์ไทย(SCC) ลบ 2.61% ,กลุ่มขนส่ง ลบ 4.08%

ลอกเอามาให้อ่านเล่น


 จาก น้าชัย
 ศุกร์, 5/1/2550
 เวลา :
17:40
 IP:
58.8.109.168

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 70
       หุ้นไทยปิดร่วงกว่า 3% นักลงทุนขายหุ้นใหญ่วิตกความไม่สงบในปท.
17:21 น. ดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 3.09% โดยดัชนีปิดปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ขณะที่นักลงทุนยังคงขายหุ้นออกมาในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยหุ้นกลุ่มหลักทั้งแบงก์ และพลังงาน ยังถูกขายอย่างหนักติดต่อกันตั้งแต่ตลาดหุ้นเปิดทำการในปีนี้
นักวิเคราะห์ คาดว่าปัจจัยหลักที่กดดันตลาดหุ้นไทยในขณะนี้มาจากการเมืองภายในประเทศ ที่ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ หลังมีเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร(กทม.) ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับลดลงยังกดดันต่อการลงทุนหุ้นพลังงานด้วยขณะที่สัปดาห์หน้าตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงได้อีก

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ปิดลบ 20.03 จุด มาที่ 628.19 โดยระหว่างวันดัชนีปรับลงต่ำสุดที่ 626.85 และปรับขึ้นสูงสุดที่ 644.17 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายปานกลางที่ 16,600.85 ล้านบาท

ขณะที่ SET50 ปิดลบ 14.26 จุด หรือ 3.16% มาที่ 436.50 และ SET100 ปิดลบ 32.23 จุด หรือ 3.28% มาที่ 951.21

ดัชนีกลุ่มแบงก์ ลบ 2.83% ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงสุดของตลาดที่ 25.90% นำโดยหุ้นธ.กรุงเทพ (BBL) ลบ 1.49%,กลุ่มพลังงาน ลบ 3.67% นำโดยหุ้นปตท.(PTT) ลบ 4.0% ,กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ลบ 4.11% โดยหุ้นอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์(ITD) ลบ 6.22%

ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยี ลบ 3.13% นำโดยหุ้นแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(ADVANC) ลบ 2.67%,กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ลบ 2.68% นำโดยหุ้นปูนซิเมนต์ไทย(SCC) ลบ 2.61% ,กลุ่มขนส่ง ลบ 4.08%

ลอกเอามาให้อ่านเล่น


คำถามนี้มีทั้งหมด 70 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 3 จาก >>> 1  2  3  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)