ขอทีเหอะ สำหรับร้านติดตั้ง LPG+Diesel ที่ไม่มีความรับผิดชอบ

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก champ_c1
อังคารที่ , 5/12/2549
เวลา : 09:51
 IP:

203.118.74.193
อ่านแล้ว = 6208 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       เห็นเพื่อนๆ สมาชิก เจอมาเยอะแล้ว สำหรับร้านที่ติดตั้ง LPG+Diesel ที่ไม่มีความรับผิดชอบ

ชุดอุปกรณ์ที่ติดตั้งให้ลูกค้าไม่สามารถคุมแก๊สได้จริง ผลคือ

1. เครื่องเขก(ชิงจุดระเบิด) ก็ไปปรับลดการจ่ายแก๊ส อย่างนี้มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะติดแก๊ส พอมันเขก ก็บอกว่า เป็นปรกติของเครื่องติดแก๊ส (ปรกติของตัวร้านมันเองที่ทำไม่ได้ ไม่ใช่ของลูกค้าที่ต้องใช้งาน)
2. ไม่ประหยัดจริง (ก็มันกลัวเขก จึงไปลดการจ่ายแก๊ส) แล้วจะติดไปทำไมเนี่ย
3. อุ่นน้ำมันดีเซล อุ่นมันทำไม บ้านเราเมืองร้อน ปรกติมันก็ร้อนอยู่แล้ว เครื่องบางตัวมีตัวอุ่นในตัว ยังไปอุ่นเพิ่มอีก ปั้มแรงดันสูง(ปั้มหัวฉีดดีเซล) มันต้องการน้ำมันดีเซลไประบายความร้อนและหล่อลื่น ไปอุ่นซะหมดคุณสมบัติ แล้วมันจะเอาอะไรไป ระบายความร้อนและหล่อลื่น (ถ้าเสียไป ตัวละหลายตังค์อยู่ ใครจะรับผิดชอบ เดี๋ยวก็มาโทษว่า เครื่องพี่มันเก่าแล้ว ก็เลยพังเอง)
4. แล้วจะไปลดการจ่ายทำไม ไอ้ที่ปั้มหัวฉีด อย่างนี้ ดีเซลหมด ก็ไม่ต้องทำมาหารับประทานกันซิ สิบล้อวิ่งทางไกล แก๊สหมด หรือหาปั้มใหญ่ๆที่รถเข้าไปเติมไม่ได้ จะวิ่งอย่างไง ของก็อยู่เต็มรถ งานนี้มีลากยาวแน่ๆ

LPG+Diesel ยังถือว่าเป็นของใหม่สำหรับบ้านเราครับ ถ้าร้านที่ติดตั้งมีจิตสำนึก และมีความรับผิดชอบจริง ควรจะคืนเงินให้ลูกค้า ในกรณีที่ทำไม่ได้ตามที่โฆษณาไว้

อย่ามาทำลายวงการแก๊ส ด้วยการหลอกขายของตัวเอง เอาเงินเข้ากระเป๋าอย่างไม่มีความรับผิดชอบเลยครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก ก่อไผ่
 พฤหัสบดี, 21/12/2549
 เวลา :
21:19
 IP:
124.121.190.102

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 126
       มีใครทราบเรื่องการ จุดระเบิดสันดาป ระหว่าง ก๊าซ และ น้ำมันดีเซล
ขณะลูกสูบเลื่อนขึ้นจนถึง TDC ถ้าเกิดการ Mixกัน ในสภาวะรอบเครื่องปกติ ไม่เกิน 1000 rpm
อะไรจะสันดาปก่อนกัน ในการทำงานของ Compression-Ignition Engine คับ อยากทราบคับ


 จาก วีรโรจน์
 ศุกร์, 22/12/2549
 เวลา :
11:49
 IP:
125.27.14.11

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 127
       AF ของเครื่องดีเซลมันกว้างนะครับ กว้างกว่าเบนซินอีก
ทำไมถึงกว้างกว่าเบนซินได้ เอาคร่าวๆ นะครับ
เครื่องเบนซิน ไอดีคืออากาศที่ผสมกับเชื้อเพลิงที่สมบูรณ์ ใน ratio ที่เหมาะสม ราว 11 - 16 ค่ากลางตามที่รู้กันคือ 14.7 คร่าวๆนะครับ การจุดระเบิดเป็นแบบลุกไหม้ครั้งเดียว ตูมเดียว ต้องเผาไหม้ทั้งหมดในทีเดียว จังหวะกำลังของของเครื่องยนต์คือการขยายตัวของก๊าซร้อนหรือไอเสีย

ส่วนดีเซล ไอดีคืออากาศอย่างเดียว นำมันเชื้อเพลิงฉีดตอนจังหวะอัด ใน ratio ที่เหมาะสมกว้างมาก 10 - มากกว่า 20 ก็ยังทำงานได้ เพราะการจุดระเบิดหรือลุกไหม้ค่อยๆ ลุกไปจนหมดน้ำมันเชื้อเพลิง

การคุม AF ของดีเซลคือการคุมที่ปั๊มดีเซลกับการเร่งของสายคันเร่ง จังหวะที่ไม่ได้เร่งคันเร่ง AF สูงสุดเพื่อความประหยัด แต่จังหวะเร่ง AF ต่ำสุดเพื่อจ่ายน้ำมันเพื่อเกิดกำลังสูงสุด

เครื่องเบนซิน จำเป็นต้องคุม AF ให้อยู่ในช่วงที่กำหนดตลอด บางไม่ได้ พังเพราะเครื่องเบนซิน รอบเครื่องสัก 6000 -7000 รอบ ส่วนผสมบาง เครื่องพัง heat

ส่วนดีเซล ถ้าส่วนผสมบาง 3000 กว่ารอบก็เร่งไม่ออกแล้ว การควบคุมเครื่องดีเซลเดิมจากโรงงานจึงไม่ต้องเน้นมากนัก แต่ถ้าไปโมเพิ่ม แล้วอัดรอบเครื่องสูง แล้วบางก็พังเช่นกัน

ทั้งดีเซลและเบนซินก็คุม AF เช่นกัน หลักการคล้ายๆกัน แต่คุมคนละวิธี

เครื่องเดิมๆ จากโรงงานเค้าตั้งหรือมีการคุม AF มาไว้อย่างดีตามการออกแบบเครื่องยนต์นั้นๆ แล้ว
ส่วนทำไมที่เครื่องแต่ละค่ายกินนำมันไม่เท่ากัน แรงไม่เท่ากันมันเป็นตั้งแต่การออกแบบห้องเผาไหม้ ระบบไอดีไอเสีย ต่างๆ นานา เยอะครับ รวมถึงต้นทุนด้วย สำคัญมากเลย เครื่องรู่นใหม่ๆ ชิ้นส่วนบางอย่างยังเป็นแบบรุ่นเก่าก็มี

ปัญหาการติดในเครื่องดีเซลตามที่บอกๆ ไว้แล้วคือการแข่งกันโฆษณาว่าของตัวเองประหยยยัดได้เท่าไหร่ ตามที่ปลอดภัยคือ 20-30 %

ถ้าคุณบอกว่าประหยัดของผมประหยยัด 50 % 70 % 90 % พวก 20- 30% ใครจะๆไปติดละครับ
ประหยยัด 50 % 70 % 90 % ติดวันนั้น ไม่ได้พังวันนั้น สมมติ พังหลังจากนั้นสัก 1 - 2 ปีก็ตัวใครตัวมันเหมือนกัน

ปัญยหาอีกอยย่างคือเครื่องที่ติดตั้งถือว่าเป็นเครื่องยนต์เก่า ผ่านการใช้งานมาแล้ว สภาพต่างๆ หรือความสมบูรณ์ ย่อมไม่เหมือนกัน กำลังอัดเอย หัวฉีดเอง คราบเขม่าต่างๆ ที่สะสมอยู่
ขนาดเครื่องเบนซินเองที่สามารถใช้ทดแทนกันได้ยยังมีปัญยหาเลยย ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่สมบูรณ์ของระบบต่างๆ ถ้าคุณติดแก๊สสัก 20000 บาท ร้านบอกว่าใช้ไม่ได้ ไอ้เนี่ยเสียยไอ้นู่นเสียย อีก 20000 ถึงใช้งานได้ดี คุณจะว่ายังไงละ


 จาก วีรโรจน์
 ศุกร์, 22/12/2549
 เวลา :
11:49
 IP:
125.27.14.11

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 128
       AF ของเครื่องดีเซลมันกว้างนะครับ กว้างกว่าเบนซินอีก
ทำไมถึงกว้างกว่าเบนซินได้ เอาคร่าวๆ นะครับ
เครื่องเบนซิน ไอดีคืออากาศที่ผสมกับเชื้อเพลิงที่สมบูรณ์ ใน ratio ที่เหมาะสม ราว 11 - 16 ค่ากลางตามที่รู้กันคือ 14.7 คร่าวๆนะครับ การจุดระเบิดเป็นแบบลุกไหม้ครั้งเดียว ตูมเดียว ต้องเผาไหม้ทั้งหมดในทีเดียว จังหวะกำลังของของเครื่องยนต์คือการขยายตัวของก๊าซร้อนหรือไอเสีย

ส่วนดีเซล ไอดีคืออากาศอย่างเดียว นำมันเชื้อเพลิงฉีดตอนจังหวะอัด ใน ratio ที่เหมาะสมกว้างมาก 10 - มากกว่า 20 ก็ยังทำงานได้ เพราะการจุดระเบิดหรือลุกไหม้ค่อยๆ ลุกไปจนหมดน้ำมันเชื้อเพลิง

การคุม AF ของดีเซลคือการคุมที่ปั๊มดีเซลกับการเร่งของสายคันเร่ง จังหวะที่ไม่ได้เร่งคันเร่ง AF สูงสุดเพื่อความประหยัด แต่จังหวะเร่ง AF ต่ำสุดเพื่อจ่ายน้ำมันเพื่อเกิดกำลังสูงสุด

เครื่องเบนซิน จำเป็นต้องคุม AF ให้อยู่ในช่วงที่กำหนดตลอด บางไม่ได้ พังเพราะเครื่องเบนซิน รอบเครื่องสัก 6000 -7000 รอบ ส่วนผสมบาง เครื่องพัง heat

ส่วนดีเซล ถ้าส่วนผสมบาง 3000 กว่ารอบก็เร่งไม่ออกแล้ว การควบคุมเครื่องดีเซลเดิมจากโรงงานจึงไม่ต้องเน้นมากนัก แต่ถ้าไปโมเพิ่ม แล้วอัดรอบเครื่องสูง แล้วบางก็พังเช่นกัน

ทั้งดีเซลและเบนซินก็คุม AF เช่นกัน หลักการคล้ายๆกัน แต่คุมคนละวิธี

เครื่องเดิมๆ จากโรงงานเค้าตั้งหรือมีการคุม AF มาไว้อย่างดีตามการออกแบบเครื่องยนต์นั้นๆ แล้ว
ส่วนทำไมที่เครื่องแต่ละค่ายกินนำมันไม่เท่ากัน แรงไม่เท่ากันมันเป็นตั้งแต่การออกแบบห้องเผาไหม้ ระบบไอดีไอเสีย ต่างๆ นานา เยอะครับ รวมถึงต้นทุนด้วย สำคัญมากเลย เครื่องรู่นใหม่ๆ ชิ้นส่วนบางอย่างยังเป็นแบบรุ่นเก่าก็มี

ปัญหาการติดในเครื่องดีเซลตามที่บอกๆ ไว้แล้วคือการแข่งกันโฆษณาว่าของตัวเองประหยยยัดได้เท่าไหร่ ตามที่ปลอดภัยคือ 20-30 %

ถ้าคุณบอกว่าประหยัดของผมประหยยัด 50 % 70 % 90 % พวก 20- 30% ใครจะๆไปติดละครับ
ประหยยัด 50 % 70 % 90 % ติดวันนั้น ไม่ได้พังวันนั้น สมมติ พังหลังจากนั้นสัก 1 - 2 ปีก็ตัวใครตัวมันเหมือนกัน

ปัญยหาอีกอยย่างคือเครื่องที่ติดตั้งถือว่าเป็นเครื่องยนต์เก่า ผ่านการใช้งานมาแล้ว สภาพต่างๆ หรือความสมบูรณ์ ย่อมไม่เหมือนกัน กำลังอัดเอย หัวฉีดเอง คราบเขม่าต่างๆ ที่สะสมอยู่
ขนาดเครื่องเบนซินเองที่สามารถใช้ทดแทนกันได้ยยังมีปัญยหาเลยย ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่สมบูรณ์ของระบบต่างๆ ถ้าคุณติดแก๊สสัก 20000 บาท ร้านบอกว่าใช้ไม่ได้ ไอ้เนี่ยเสียยไอ้นู่นเสียย อีก 20000 ถึงใช้งานได้ดี คุณจะว่ายังไงละ


 จาก Benz!
 อาทิตย์, 24/12/2549
 เวลา :
13:45
 IP:
58.9.127.219

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 129
       ผมมีคำถามหน่อยครับ อาการที่บอกว่าเครื่องดีเซลติดแก็สแล้วพังนอกจากสาเหตุที่เกิดจากการน็อกแล้วมีอย่างอื่นอีกหรือปล่าวครับ ถ้าสมมุตว่าผมสามารถควบคุมการจ่ายแก๊สไม่ให้น็อกได้เครื่องก็ไม่พังใช่ไมครับ เพราะผมลองจ่ายแก๊สให้รถของผมแล้วลองวิ่งดูปรากฎว่าน้ำมัน 200 บาท วิ่งได้ 300 กิโลเมตร ใช้แก๊ซไป 150 บาท วิ่งด้วยความเร็วประมาณ 110 กม./ชม. ผมว่าถ้าคิดเป็นลิตรแล้วแก๊สมากกว่าน้ามันอีก ตอนนี้ผมกำลังหาวิธีลดน้ำมันอยู่ครับ


 จาก Benz!
 อาทิตย์, 24/12/2549
 เวลา :
13:45
 IP:
58.9.127.219

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 130
       ผมมีคำถามหน่อยครับ อาการที่บอกว่าเครื่องดีเซลติดแก็สแล้วพังนอกจากสาเหตุที่เกิดจากการน็อกแล้วมีอย่างอื่นอีกหรือปล่าวครับ ถ้าสมมุตว่าผมสามารถควบคุมการจ่ายแก๊สไม่ให้น็อกได้เครื่องก็ไม่พังใช่ไมครับ เพราะผมลองจ่ายแก๊สให้รถของผมแล้วลองวิ่งดูปรากฎว่าน้ำมัน 200 บาท วิ่งได้ 300 กิโลเมตร ใช้แก๊ซไป 150 บาท วิ่งด้วยความเร็วประมาณ 110 กม./ชม. ผมว่าถ้าคิดเป็นลิตรแล้วแก๊สมากกว่าน้ามันอีก ตอนนี้ผมกำลังหาวิธีลดน้ำมันอยู่ครับ


 จาก YJ:-D
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
08:47
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 131
       สาเหตุใหญ่ของดีเซล+แก็ส คือเครื่องพังเพราะน็อกครับ ที่บอกว่าใช้แก็สมากกว่าน้ำมันจากตัวเลขข้างบน นี้ก็น่าสนใจครับ ตก กม.ละ 1.67บาท ถ้าดีเซลลิตรละ23.50บาท และแก็ส 10 บาท ก็ใช้น้ำมันไป 8.51 ลิตร แก็ส 10 ลิตร นี่มัน ใช้แก็สได้มากกว่า 54% เลยนะครับ น่าสนใจว่ารถยังวิ่งได้

เอารูปมาให้ดูหน่อยซิครับ ชาวดีเซลจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับเป็นทางเลือกที่จะติดตั้งแบบคุณเบนซ์


 จาก YJ:-D
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
08:47
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 132
       สาเหตุใหญ่ของดีเซล+แก็ส คือเครื่องพังเพราะน็อกครับ ที่บอกว่าใช้แก็สมากกว่าน้ำมันจากตัวเลขข้างบน นี้ก็น่าสนใจครับ ตก กม.ละ 1.67บาท ถ้าดีเซลลิตรละ23.50บาท และแก็ส 10 บาท ก็ใช้น้ำมันไป 8.51 ลิตร แก็ส 10 ลิตร นี่มัน ใช้แก็สได้มากกว่า 54% เลยนะครับ น่าสนใจว่ารถยังวิ่งได้

เอารูปมาให้ดูหน่อยซิครับ ชาวดีเซลจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับเป็นทางเลือกที่จะติดตั้งแบบคุณเบนซ์


 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
09:04
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 133
       ถ้าเครื่องสมบูรณ์ดี ควรลองจูนหรือทดสอบตอนจอดรถอยู่กับที่ก่อนครับ ทำคล้ายกับเครื่องเบนซินคือจูนให้ดีก่อนค่อยเอารถออกไปวิ่ง

น่าจะทำได้โดยสตารท์รถ วอรม์ให้ความร้อนปกติ ปิดวาลว์สำหรับจ่ายแก๊ส เร่งเครื่องสัก 1500 รอบนิ่งๆ หรือตั้งสายคันเร่งหรือหาอะไรหนุนสายคันเร่งในห้องเครื่อง หรืออะไรก็ได้ เอาแบบเครื่องนิ่ง เปิดสวิทช์หรือต่อรีเลย์เพื่อจ่ายแก๊ส เริ่มเปิดแก๊สเข้าเครื่องยนต์ทีละน้อยๆ ถ้ารอบเครื่องเพิ่มขึ้นสูงเอง เป็น 1550 1600 1700 พังเสียงเครื่องก็พอรู้ แล้วแต่ คือ ประหยัดแน่ครับ

ทีนี้ทดลองเพิ่มไปจนคิดว่าเริ่มน็อค รอบเครื่องตื้อ เสียงเปลี่ยน จุดนี้สุงสุด ต้องลดลงมา แล้วแต่คุณจะลด เพื่อความปลอดภัยของเครื่องยนต์ สมมติพอใจแล้ว ทำแบบเดียยวกันที่รอบ 2000 2500 3000
อาจะยยากหน่อยยถ้า ไม่สามารถคุมปริมาณการจ่ายที่รอบต่างๆ ได้ดี เพราะรอบเครื่อง 3000 ต้องการแก๊สมากกว่า รอบ 1500 แน่นอน สมมติพอใจแล้ว ออกวิ่งได้ครับ





 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
09:04
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 134
       ถ้าเครื่องสมบูรณ์ดี ควรลองจูนหรือทดสอบตอนจอดรถอยู่กับที่ก่อนครับ ทำคล้ายกับเครื่องเบนซินคือจูนให้ดีก่อนค่อยเอารถออกไปวิ่ง

น่าจะทำได้โดยสตารท์รถ วอรม์ให้ความร้อนปกติ ปิดวาลว์สำหรับจ่ายแก๊ส เร่งเครื่องสัก 1500 รอบนิ่งๆ หรือตั้งสายคันเร่งหรือหาอะไรหนุนสายคันเร่งในห้องเครื่อง หรืออะไรก็ได้ เอาแบบเครื่องนิ่ง เปิดสวิทช์หรือต่อรีเลย์เพื่อจ่ายแก๊ส เริ่มเปิดแก๊สเข้าเครื่องยนต์ทีละน้อยๆ ถ้ารอบเครื่องเพิ่มขึ้นสูงเอง เป็น 1550 1600 1700 พังเสียงเครื่องก็พอรู้ แล้วแต่ คือ ประหยัดแน่ครับ

ทีนี้ทดลองเพิ่มไปจนคิดว่าเริ่มน็อค รอบเครื่องตื้อ เสียงเปลี่ยน จุดนี้สุงสุด ต้องลดลงมา แล้วแต่คุณจะลด เพื่อความปลอดภัยของเครื่องยนต์ สมมติพอใจแล้ว ทำแบบเดียยวกันที่รอบ 2000 2500 3000
อาจะยยากหน่อยยถ้า ไม่สามารถคุมปริมาณการจ่ายที่รอบต่างๆ ได้ดี เพราะรอบเครื่อง 3000 ต้องการแก๊สมากกว่า รอบ 1500 แน่นอน สมมติพอใจแล้ว ออกวิ่งได้ครับ





 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
09:06
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 135
       แต่คุณ Benz! เชื้อเพลิง 350 บาท ได้ระยะทาง 300 กิโลเมตรที่ความเร็ว 110 ประหยยัดแล้วนะครับ


 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
09:06
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 136
       แต่คุณ Benz! เชื้อเพลิง 350 บาท ได้ระยะทาง 300 กิโลเมตรที่ความเร็ว 110 ประหยยัดแล้วนะครับ


 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
10:31
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 137
       คุณ Benz! ถ้าคิดดูดีๆน่ะ น้ำมัน 200 บาท ได้ ราว 8.50 ลิตร แก๊ส 200 บาท ได้ 15.50 ลิตร
300 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 35.29 กิโล/ลิตร แก๊ส 19.35 กิโลต่อลิตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันขนาดนั้น รอบเครื่องน่าจะ 1500 รอบ ถึงได้ 35.29 กิโลต่อลิตร ถือว่าดีแล้ว
แต่ขับ 110 รอบเครื่องน่าจะ 2500 อย่างตำ รอบที่เกินมาคือการเผาไหม้ของแก๊ส ทีนี้ 19 - 20 กิโลต่อลิตรแก๊ส ผมว่ามันเยอะไปนะครับ แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าคุมแก๊สได้ตลอด ไม่น็อค ประหยัดมาก

ตกแล้วอัตราสิ้นเปลืองรวมต่อกิโลราว 1.16 - 1.20 บาท จากเครื่องดีเซลทั่วๆไป ยังไงก็น่าจะเกิน 1.50 บาท/กิโล จากราคาน้ำมันขณะนี้

จะบอกเล่าวิธีการติดตั้งแก่คนอื่นได้ก็ดีครับ

แต่ต้องจำน่ะครับ เครื่องดีเซล แก๊สหนา น็อค พังแน่ ไม่มีอย่างอื่น แต่เครื่องเบนซินแค่ดับ กระตุก สะอึก


 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
10:31
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 138
       คุณ Benz! ถ้าคิดดูดีๆน่ะ น้ำมัน 200 บาท ได้ ราว 8.50 ลิตร แก๊ส 200 บาท ได้ 15.50 ลิตร
300 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 35.29 กิโล/ลิตร แก๊ส 19.35 กิโลต่อลิตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันขนาดนั้น รอบเครื่องน่าจะ 1500 รอบ ถึงได้ 35.29 กิโลต่อลิตร ถือว่าดีแล้ว
แต่ขับ 110 รอบเครื่องน่าจะ 2500 อย่างตำ รอบที่เกินมาคือการเผาไหม้ของแก๊ส ทีนี้ 19 - 20 กิโลต่อลิตรแก๊ส ผมว่ามันเยอะไปนะครับ แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าคุมแก๊สได้ตลอด ไม่น็อค ประหยัดมาก

ตกแล้วอัตราสิ้นเปลืองรวมต่อกิโลราว 1.16 - 1.20 บาท จากเครื่องดีเซลทั่วๆไป ยังไงก็น่าจะเกิน 1.50 บาท/กิโล จากราคาน้ำมันขณะนี้

จะบอกเล่าวิธีการติดตั้งแก่คนอื่นได้ก็ดีครับ

แต่ต้องจำน่ะครับ เครื่องดีเซล แก๊สหนา น็อค พังแน่ ไม่มีอย่างอื่น แต่เครื่องเบนซินแค่ดับ กระตุก สะอึก


 จาก Benz!
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
14:07
 IP:
58.9.125.124

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 139
       คือว่าวิธีที่ผมทำมันจะประหยัดได้มากก็ต่อเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วแบบไม่คอยจอดรถ หรือออกตัว ผมเคยลองในเมืองเติมน้ำมัน 250 บาท แก็ส 50 บาท วิ่งได้แค่ 206 กิโลเอง ผมเลยคิดว่าถ้าลดน้ำมันลงแล้วแทนที่ด้วยน้ำมันได้ตั้งแต่รอบเดินเบาก็จะดีกว่าครับ แล้วก็ไปปรับเอาตอนที่ต้องการใช่กำลังเครื่องมากๆให้ไม่ต้องลดน้ำมันเครื่องจะได้ไม่น็อก

ขอบคุณมากครับที่สนใจแล้วเดียวจะลงรูปให้ดูนะครับ


 จาก Benz!
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
14:07
 IP:
58.9.125.124

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 140
       คือว่าวิธีที่ผมทำมันจะประหยัดได้มากก็ต่อเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วแบบไม่คอยจอดรถ หรือออกตัว ผมเคยลองในเมืองเติมน้ำมัน 250 บาท แก็ส 50 บาท วิ่งได้แค่ 206 กิโลเอง ผมเลยคิดว่าถ้าลดน้ำมันลงแล้วแทนที่ด้วยน้ำมันได้ตั้งแต่รอบเดินเบาก็จะดีกว่าครับ แล้วก็ไปปรับเอาตอนที่ต้องการใช่กำลังเครื่องมากๆให้ไม่ต้องลดน้ำมันเครื่องจะได้ไม่น็อก

ขอบคุณมากครับที่สนใจแล้วเดียวจะลงรูปให้ดูนะครับ


 จาก Benz!
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
14:13
 IP:
58.9.125.124

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 141
       http://www.gasthai.com/boardgas/Question.asp?ID=A17664

ดูที่นี่ก็ได้ครับรถผมเอง


 จาก Benz!
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
14:13
 IP:
58.9.125.124

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 142
       http://www.gasthai.com/boardgas/Question.asp?ID=A17664

ดูที่นี่ก็ได้ครับรถผมเอง


 จาก Benz!
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
14:28
 IP:
58.9.125.124

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 143
       ยังไงก็ขอข้อมูลด้วยนะครับอย่าง O2 ในเครื่องดีเซลนะ ผมก็ไม่รู้ยังไงก็ขอโทรด้วยนะครับ
ถ้าอย่างงันถ้ารถผมมี O2 ECU มันก็จะลดน้ำมันของมันเองก็นะจะดีนะครับ


 จาก Benz!
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
14:28
 IP:
58.9.125.124

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 144
       ยังไงก็ขอข้อมูลด้วยนะครับอย่าง O2 ในเครื่องดีเซลนะ ผมก็ไม่รู้ยังไงก็ขอโทรด้วยนะครับ
ถ้าอย่างงันถ้ารถผมมี O2 ECU มันก็จะลดน้ำมันของมันเองก็นะจะดีนะครับ


 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
15:57
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 145
       ผมก็ไม่รู้ว่า O2 ในดีเซลเนี่ย มันวัดค่าได้แบบเดียวกับเบนซินหรือป่าว คือไม่รู้ว่าสัดส่วนของออกซิเจนในเครื่องดีเซลปกติกับเบนซินต่างกันมากมั้ย แล้วดีเซล + lpg เป็นแบบไหน

แต่ถ้าลดน้ำมันดีเซลซึ้งเป็นน้ำมันหลักแล้ว มันจะวิ่งไม่ดีน่ะครับ ประมาณว่าอืดๆๆน่ะ

อีกอย่างผมว่ารอบเดินเบาไม่น่าจะจ่ายแก๊สน่ะครับ อาจจะเปลืองกว่าเดิม น่าจะจ่ายตอนรถวิ่งมากกว่า


 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
15:57
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 146
       ผมก็ไม่รู้ว่า O2 ในดีเซลเนี่ย มันวัดค่าได้แบบเดียวกับเบนซินหรือป่าว คือไม่รู้ว่าสัดส่วนของออกซิเจนในเครื่องดีเซลปกติกับเบนซินต่างกันมากมั้ย แล้วดีเซล + lpg เป็นแบบไหน

แต่ถ้าลดน้ำมันดีเซลซึ้งเป็นน้ำมันหลักแล้ว มันจะวิ่งไม่ดีน่ะครับ ประมาณว่าอืดๆๆน่ะ

อีกอย่างผมว่ารอบเดินเบาไม่น่าจะจ่ายแก๊สน่ะครับ อาจจะเปลืองกว่าเดิม น่าจะจ่ายตอนรถวิ่งมากกว่า


 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
15:59
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 147
       ถ้าจะจ่ายแก๊สมากกว่านี้ คงต้องลดกำลังอัดลง แต่เครื่อง di โบสมัยใหม่ กำลังอัดค่อนข้างต่ำมาจากโรงงานอยู่แล้ว จ่ายแก๊สได้เยอะกว่าเครื่องรุ่นเก่า


 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
15:59
 IP:
125.27.9.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 148
       ถ้าจะจ่ายแก๊สมากกว่านี้ คงต้องลดกำลังอัดลง แต่เครื่อง di โบสมัยใหม่ กำลังอัดค่อนข้างต่ำมาจากโรงงานอยู่แล้ว จ่ายแก๊สได้เยอะกว่าเครื่องรุ่นเก่า


 จาก YJ:-D
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
22:46
 IP:
58.181.194.137

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 149
       คุณวีรโรจน์ ครับ ที่ว่า เครื่อง di โบสมัยใหม่ กำลังอัดค่อนข้างต่ำ นั่นนะอย่าลืมว่า อากาศที่เข้าไปในลูกสูบนะถูกโบอัดมาก่อน แปลว่าปริมาตรอากาศที่ถูกอัดคิดที่ปริมาตรที่สูบสูบขึ้นไปสูงสุด

ถ้าเทอร์โบบูส 2.5bar ก็คือ อากาศถูกอัดให้มีปริมาตรลดลง2.47เท่า เมื่อเข้าไปในลูกสูบที่มีกำลังอัด 20:1 แปลว่า อากาศจะถูกอัด ลงไปอีก รวมทั้งหมด ถูกอัดลงไป 49.35 เท่า นี่คือสาเหตุที่เครื่อง commond rail ต้องสร้างแรงดันมากมาย เพื่อที่จะฉีดดีเซลให้เป็นฝอยที่ละเอีอดมากๆ ภายใต้ห้องเผาไหม้ที่มีแรงอัดอากาศสูง เพื่อที่จะได้มีอากาศมากพอที่จะเผาไหม้น้ำมันดีเซลให้หมดและเกิดพลังงานได้มากที่สุด

อย่างที่เคยบอกไว้เครื่องที่มีช่องจ่าย compressed air นี่แหละจะเป็นหนทางที่จะฉีดแก็สเข้าไปพร้อมๆน้ำมัน แล้วจะฉีดได้มากกว่า แบบทุกวันนี้





 จาก YJ:-D
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
22:46
 IP:
58.181.194.137

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 150
       คุณวีรโรจน์ ครับ ที่ว่า เครื่อง di โบสมัยใหม่ กำลังอัดค่อนข้างต่ำ นั่นนะอย่าลืมว่า อากาศที่เข้าไปในลูกสูบนะถูกโบอัดมาก่อน แปลว่าปริมาตรอากาศที่ถูกอัดคิดที่ปริมาตรที่สูบสูบขึ้นไปสูงสุด

ถ้าเทอร์โบบูส 2.5bar ก็คือ อากาศถูกอัดให้มีปริมาตรลดลง2.47เท่า เมื่อเข้าไปในลูกสูบที่มีกำลังอัด 20:1 แปลว่า อากาศจะถูกอัด ลงไปอีก รวมทั้งหมด ถูกอัดลงไป 49.35 เท่า นี่คือสาเหตุที่เครื่อง commond rail ต้องสร้างแรงดันมากมาย เพื่อที่จะฉีดดีเซลให้เป็นฝอยที่ละเอีอดมากๆ ภายใต้ห้องเผาไหม้ที่มีแรงอัดอากาศสูง เพื่อที่จะได้มีอากาศมากพอที่จะเผาไหม้น้ำมันดีเซลให้หมดและเกิดพลังงานได้มากที่สุด

อย่างที่เคยบอกไว้เครื่องที่มีช่องจ่าย compressed air นี่แหละจะเป็นหนทางที่จะฉีดแก็สเข้าไปพร้อมๆน้ำมัน แล้วจะฉีดได้มากกว่า แบบทุกวันนี้





คำถามนี้มีทั้งหมด 186 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 6 จาก >>> 1  2  3  4  5  6  7  8  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)