ขอทีเหอะ สำหรับร้านติดตั้ง LPG+Diesel ที่ไม่มีความรับผิดชอบ

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก champ_c1
อังคารที่ , 5/12/2549
เวลา : 09:51
 IP:

203.118.74.193
อ่านแล้ว = 6203 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       เห็นเพื่อนๆ สมาชิก เจอมาเยอะแล้ว สำหรับร้านที่ติดตั้ง LPG+Diesel ที่ไม่มีความรับผิดชอบ

ชุดอุปกรณ์ที่ติดตั้งให้ลูกค้าไม่สามารถคุมแก๊สได้จริง ผลคือ

1. เครื่องเขก(ชิงจุดระเบิด) ก็ไปปรับลดการจ่ายแก๊ส อย่างนี้มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะติดแก๊ส พอมันเขก ก็บอกว่า เป็นปรกติของเครื่องติดแก๊ส (ปรกติของตัวร้านมันเองที่ทำไม่ได้ ไม่ใช่ของลูกค้าที่ต้องใช้งาน)
2. ไม่ประหยัดจริง (ก็มันกลัวเขก จึงไปลดการจ่ายแก๊ส) แล้วจะติดไปทำไมเนี่ย
3. อุ่นน้ำมันดีเซล อุ่นมันทำไม บ้านเราเมืองร้อน ปรกติมันก็ร้อนอยู่แล้ว เครื่องบางตัวมีตัวอุ่นในตัว ยังไปอุ่นเพิ่มอีก ปั้มแรงดันสูง(ปั้มหัวฉีดดีเซล) มันต้องการน้ำมันดีเซลไประบายความร้อนและหล่อลื่น ไปอุ่นซะหมดคุณสมบัติ แล้วมันจะเอาอะไรไป ระบายความร้อนและหล่อลื่น (ถ้าเสียไป ตัวละหลายตังค์อยู่ ใครจะรับผิดชอบ เดี๋ยวก็มาโทษว่า เครื่องพี่มันเก่าแล้ว ก็เลยพังเอง)
4. แล้วจะไปลดการจ่ายทำไม ไอ้ที่ปั้มหัวฉีด อย่างนี้ ดีเซลหมด ก็ไม่ต้องทำมาหารับประทานกันซิ สิบล้อวิ่งทางไกล แก๊สหมด หรือหาปั้มใหญ่ๆที่รถเข้าไปเติมไม่ได้ จะวิ่งอย่างไง ของก็อยู่เต็มรถ งานนี้มีลากยาวแน่ๆ

LPG+Diesel ยังถือว่าเป็นของใหม่สำหรับบ้านเราครับ ถ้าร้านที่ติดตั้งมีจิตสำนึก และมีความรับผิดชอบจริง ควรจะคืนเงินให้ลูกค้า ในกรณีที่ทำไม่ได้ตามที่โฆษณาไว้

อย่ามาทำลายวงการแก๊ส ด้วยการหลอกขายของตัวเอง เอาเงินเข้ากระเป๋าอย่างไม่มีความรับผิดชอบเลยครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:06
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 51
       ซึ่งปรกติแล้ว การจ่ายดีเซล ต้องจ่ายก่อน ลูกสูบถึงศูนย์ตาบบน เพื่อ ให้ดีเซลลุกไหม้หมด ก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนที่ลงถึงศูนย์ตายล่าง เพราะดีเซลต้องใช้เวลาในการเผาไหม้นานกว่าจะสมบูรณ์

ทีนี้ พอเราจ่ายแก๊สผสมอากาศเข้าไป ยิ่งทำให้ดีเซลลุกไหม้เร็วขึ้น จึงเกิดการเขก หรือ น๊อค หรือชิงจุดระเบิดก่อนจังหวะที่ควรจะเป็น ทางแก้ที่ควรจะเป็น คือ การควบคุมปริมาณการจ่ายให้พอเหมาะ เพื่อให้ดีเซลติดไฟและเผาไหม้ในจังหวะที่ใกล้เคียงกับของเดิม

ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะให้ดีเซลจุดระเบิดที่จังหวะเดิม ในกรณีที่จ่ายแก๊สเข้าไปมากๆ และแก๊สลุกไหม้ก่อนดีเซล

จึงต้องคิดหาหนทางที่จะจ่ายแก๊สเข้าไปพร้อมๆดีเซล ผ่านหัวฉีด ซึ่งก็เป็นการยากมากๆ เพราะต้องอัดแก๊สให้มีแรงดันสูงและจ่ายเข้าโดยตรงที่ห้องเผาไหม้ที่มีอุณหภูมิและแรงดันที่สูง จึงจะไม่เกิดการน๊อค 100%


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:06
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 52
       ซึ่งปรกติแล้ว การจ่ายดีเซล ต้องจ่ายก่อน ลูกสูบถึงศูนย์ตาบบน เพื่อ ให้ดีเซลลุกไหม้หมด ก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนที่ลงถึงศูนย์ตายล่าง เพราะดีเซลต้องใช้เวลาในการเผาไหม้นานกว่าจะสมบูรณ์

ทีนี้ พอเราจ่ายแก๊สผสมอากาศเข้าไป ยิ่งทำให้ดีเซลลุกไหม้เร็วขึ้น จึงเกิดการเขก หรือ น๊อค หรือชิงจุดระเบิดก่อนจังหวะที่ควรจะเป็น ทางแก้ที่ควรจะเป็น คือ การควบคุมปริมาณการจ่ายให้พอเหมาะ เพื่อให้ดีเซลติดไฟและเผาไหม้ในจังหวะที่ใกล้เคียงกับของเดิม

ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะให้ดีเซลจุดระเบิดที่จังหวะเดิม ในกรณีที่จ่ายแก๊สเข้าไปมากๆ และแก๊สลุกไหม้ก่อนดีเซล

จึงต้องคิดหาหนทางที่จะจ่ายแก๊สเข้าไปพร้อมๆดีเซล ผ่านหัวฉีด ซึ่งก็เป็นการยากมากๆ เพราะต้องอัดแก๊สให้มีแรงดันสูงและจ่ายเข้าโดยตรงที่ห้องเผาไหม้ที่มีอุณหภูมิและแรงดันที่สูง จึงจะไม่เกิดการน๊อค 100%


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:13
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 53
      
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดการน๊อค เราจึงใช้วิธีควบคุมการจ่ายแก๊ส โดยยึดหลักว่า จ่ายให้มากที่สุดเท่าที่มากได้ โดยจะต้องไม่เขก และจะต้องมากพอที่จะก่อให้เกิดความประหยัดและคุ้มค่า

มาถึงตรงนี้ผมยังงง ว่าจะทำอย่างไรดี เพื่อให้ใช้แก๊สกับดีเซลได้

เอาเป็นว่า ตอนนี้ ถ้าใครสนใจติดแก๊สกับเครื่องดีเซล ก็เลือกระบบที่สามารถคุมการจ่ายแก๊สได้แม่นยำ เหมาะสมกับปริมาณอากาศที่เข้าเครื่องยนต์ โดยไม่เกิดการน๊อคหรือชิงจุดระเบิดผิดจังหวะ และเห็นผลทางด้านความคุ้มค่าในการใช้งานก็พอ แล้วต้องไม่มีผลข้างเคียงในการใช้งานปรกติก็พอครับ

ส่วนระบบที่สมบูรณ์แบบ คงต้องรอให้ เพื่อนๆ พี่ในวงการแก๊สช่วยกันพัฒนากันต่อไปครับ

ขอบคุณครับ

ปล. เพื่อนๆที่ติดแก๊สกับเครื่องยนต์ดีเซลไป แล้วมีอาการผิดปรกติกับเครื่องยนต์ ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้น รวมทั้งรุ่นรถและรหัสเครื่องด้วยครับ เพื่อที่ว่า เพื่อนๆในวงการแก๊สจะได้นำไปเป็นข้อมูลในการแก้ไขและพัฒนาอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับรถแต่ละรุ่นครับ ขอบคุณครับ


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:13
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 54
      
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดการน๊อค เราจึงใช้วิธีควบคุมการจ่ายแก๊ส โดยยึดหลักว่า จ่ายให้มากที่สุดเท่าที่มากได้ โดยจะต้องไม่เขก และจะต้องมากพอที่จะก่อให้เกิดความประหยัดและคุ้มค่า

มาถึงตรงนี้ผมยังงง ว่าจะทำอย่างไรดี เพื่อให้ใช้แก๊สกับดีเซลได้

เอาเป็นว่า ตอนนี้ ถ้าใครสนใจติดแก๊สกับเครื่องดีเซล ก็เลือกระบบที่สามารถคุมการจ่ายแก๊สได้แม่นยำ เหมาะสมกับปริมาณอากาศที่เข้าเครื่องยนต์ โดยไม่เกิดการน๊อคหรือชิงจุดระเบิดผิดจังหวะ และเห็นผลทางด้านความคุ้มค่าในการใช้งานก็พอ แล้วต้องไม่มีผลข้างเคียงในการใช้งานปรกติก็พอครับ

ส่วนระบบที่สมบูรณ์แบบ คงต้องรอให้ เพื่อนๆ พี่ในวงการแก๊สช่วยกันพัฒนากันต่อไปครับ

ขอบคุณครับ

ปล. เพื่อนๆที่ติดแก๊สกับเครื่องยนต์ดีเซลไป แล้วมีอาการผิดปรกติกับเครื่องยนต์ ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้น รวมทั้งรุ่นรถและรหัสเครื่องด้วยครับ เพื่อที่ว่า เพื่อนๆในวงการแก๊สจะได้นำไปเป็นข้อมูลในการแก้ไขและพัฒนาอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับรถแต่ละรุ่นครับ ขอบคุณครับ


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:56
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 55
       ทั้งหมดเนี่ย ยังไม่รวมเรื่องที่ว่า จ่ายแก๊สเพิ่มไปแล้ว มันจะช่วยให้ประหยัดตรงไหน ในเมื่อน้ำมันยังจ่ายเท่าเดิม เอะ หรือมันลดลงแล้ว งง งง งง


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:56
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 56
       ทั้งหมดเนี่ย ยังไม่รวมเรื่องที่ว่า จ่ายแก๊สเพิ่มไปแล้ว มันจะช่วยให้ประหยัดตรงไหน ในเมื่อน้ำมันยังจ่ายเท่าเดิม เอะ หรือมันลดลงแล้ว งง งง งง


 จาก นพ
 เสาร์, 9/12/2549
 เวลา :
01:35
 IP:
202.5.81.179

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 57
       ข้อมูลของคุณ YJ
ดีเซล 1 ลิตร = 24 บาท, LPG 1 ลิตร = 10.6 บาท(โคราช) ด้วยส่วนผสม 70:30
ใช้น้ำมัน 70% = 16.8 ใช้ LPG 30% = 3.18 รวม ได้ 19.98บาท

ผม คุมการจ่ายแก๊สด้วหัวฉีดสามารถทำได้ ดีเซล 1 ลิตร : แก๊ส 1 ลิตร
ดีเซล 1 ลิตร 24 บาท วิ่งได้ระยะทาง 10 KM เฉลี่ย กม. ละ 2.4 บาท
ดีเซล 1 ลิตร 24 บาท + แก๊ส 1 ลิตร วิ่งได้ระยะทาง 20 KM เฉลี่ย กม. ละ (2.4 + 10) / 20 = 1.7 บาท
ข้อมูลนี้ทำได้จริงมีรถให้ลองครับ




 จาก นพ
 เสาร์, 9/12/2549
 เวลา :
01:35
 IP:
202.5.81.179

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 58
       ข้อมูลของคุณ YJ
ดีเซล 1 ลิตร = 24 บาท, LPG 1 ลิตร = 10.6 บาท(โคราช) ด้วยส่วนผสม 70:30
ใช้น้ำมัน 70% = 16.8 ใช้ LPG 30% = 3.18 รวม ได้ 19.98บาท

ผม คุมการจ่ายแก๊สด้วหัวฉีดสามารถทำได้ ดีเซล 1 ลิตร : แก๊ส 1 ลิตร
ดีเซล 1 ลิตร 24 บาท วิ่งได้ระยะทาง 10 KM เฉลี่ย กม. ละ 2.4 บาท
ดีเซล 1 ลิตร 24 บาท + แก๊ส 1 ลิตร วิ่งได้ระยะทาง 20 KM เฉลี่ย กม. ละ (2.4 + 10) / 20 = 1.7 บาท
ข้อมูลนี้ทำได้จริงมีรถให้ลองครับ




 จาก นพ
 เสาร์, 9/12/2549
 เวลา :
01:38
 IP:
202.5.81.179

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 59
       มีผิดครับ
ดีเซล 1 ลิตร 24 บาท + แก๊ส 1 ลิตร วิ่งได้ระยะทาง 20 KM เฉลี่ย กม. ละ (2.4 + 10) / 20 = 1.7 บาท
แก้เป็น
ดีเซล 1 ลิตร 24 บาท + แก๊ส 1 ลิตร วิ่งได้ระยะทาง 20 KM เฉลี่ย กม. ละ (24 + 10) / 20 = 1.7 บาท




 จาก นพ
 เสาร์, 9/12/2549
 เวลา :
01:38
 IP:
202.5.81.179

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 60
       มีผิดครับ
ดีเซล 1 ลิตร 24 บาท + แก๊ส 1 ลิตร วิ่งได้ระยะทาง 20 KM เฉลี่ย กม. ละ (2.4 + 10) / 20 = 1.7 บาท
แก้เป็น
ดีเซล 1 ลิตร 24 บาท + แก๊ส 1 ลิตร วิ่งได้ระยะทาง 20 KM เฉลี่ย กม. ละ (24 + 10) / 20 = 1.7 บาท




 จาก YJ:-D
 จันทร์, 11/12/2549
 เวลา :
10:00
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 61
       ขอแจมต่อนะครับ

ที่ว่ามันน็อตก็พราะว่า แรงอัดในลูกสูบ มันมากจน แก็สจุดระเบิดตัวมันเอง(ดีเซลจุดระเบิดจาดอุณหภูมิอ่านข้างล่างประกอบ) จึงเป็นที่มาของการผสมแก็สได้ไม่เกิน 10-30% ของปริมาตรลูกสูบ จากที่ผมไปตัดมาแปะ กระทู้ก่อนหน้า กำลังอัดในกระบอกสูบของเครื่องดีเซลมีมากถึง16:1(เครื่องเบนซินประมาณ 9-12:1) ถ้าแก็สผสมเข้าไปมาก มัน แก็สจะชิงจุดระเบิดเนื่องจากแรงดันที่เกินก่อนถึงตำแหน่งจุดระเบิดเลยเกิดการน็อค
ผมมีเกร็ดนิดหน่อยจากเครื่อง common rail Toyota กับ Nissan Toyota จะฉีดดีเซลแรงดันสูงเมื่อลูกสูบใกล้ๆลูกสูบจะขึ้นไปสูงสุด แต่ Nissan จะฉีดหลังจากจุดสูงสุดแล้ว และกลังอัดของเครื่อง common rail สูงกว่า เครื่องดีเซลทั่วไป Toyota นี่ ปาไป 18.5:1

แต่ถ้าคุณนพทำให้มันผสมได้ถึง 50% ก็เยี่ยมมากเลยครับ

================================================

น้ำมันเบนซิน (รวมถึง LPG)

สมัยก่อนจะมีสารตะกั่วอยู่ในน้ำมัน เพื่อช่วยเคลือบบ่าวาล์ว แต่เมื่อปี 1991 มีการรณรงค์ให้เปลี่ยนมาใช้น้ำมันไร้สารตะกั่วในประเทศไทยดังนั้น จึงมีการนำสารเพิ่มคุณภาพ (Additive) มาเติมลงไปเพื่อทดแทนตะกั่ว โดยชลล์ ใช้สาร MTBE มาทดแทน

น้ำมันเบนซินในไทย อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีคือ มี 2 แบบ ออกเทน 91 และ 95 (ก่อนหน้านี้ มี 87 ด้วย แต่ค่อยๆถูกยกเลิกไปในภายหลัง) หลายคนสงสัยว่า ค่าออกเทนคืออะไร?

"ค่าออกเทน" คือตัวเลขที่แสดงถึงคุณสมบัติการต้านทานการชิงจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ของเครืองยนต์ หรือที่เรียกกันว่าอาการน็อก

โดยปกติ การจุดระเบิดจะเกิดขึ้นได้ เมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวเข้าใกล้จุดศูนย์ตายบน (คือ ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นไปจนจะถึงจุดสุดยอดนั่นแหละครับ) โดยในรถยนต์แต่ละรุ่นจะมีการตั้ง ignition timing หรือจังหวะการจุดระเบิดเอาไว้

ถ้ารถคันไหนเติมน้ำมันออกเทนต่ำกว่าที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์กำหนด เมื่อละอองน้ำมันมาผสมกับอากาศกลายเป็นไอดี ไหลเข้าห้องเผาไหม้ หากน้ำมันนั้นมีค่าออกเทนต่ำ จะทนกำลังอัด (Compression ratio) ในห้องเผาไหม้ไม่ไหว และชิงจุดระเบิดเองเสียก่อน และนี่แหละครับที่เรียกกันว่า อาการน็อก หรือจะมีเสียงดังแต๊กๆๆ ออกมาเป็นระยะ ถ้าปล่อยให้เกิดขึ้น นอกจากจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอแล้ว จะทำให้ลูกสูบแตกได้ในที่สุด เมื่อมาถึงตรงนี้ การเติม Octane Booster ลงไปต่างหาก ก็ช่วยได้บ้างแต่ไม่ถึงกับเห็นผลชัดเจนใดๆมากนัก

ดังนั้น ถ้ารถคุณ คู่มือให้เติม 95 เติม 95 ต่อไปเถอะครับหรือถ้าอยากเติม 91 จริง ก็ลองปรับตั้งไฟจุดระเบิดให้อ่อนลงและปรับตั้งจังหวะจุดระเบิดให้เหมาะสม ก็พอจะช่วยได้ แต่ การเติม 91 ทั้งที่รถตัวเองเขากำหนดให้เติม 95 นั้น จริงอยู่ว่า จะไม่เห็นผลชัดเจนในช่วง ระยะใกล้ๆ แต่เมื่อใช้งานรถผ่านไปเป็นเวลานานๆ อาการจะออกเด่นชัด

นอกเหนือจากค่าออกเทนแล้ว ผู้ผลิตน้ำมันยังคงเติมสารเพิ่มคุณภาพหรือ Additive จำพวกสารชะล้างทำความสะอาด detergent สารป้องกันการเกิดสนิม และสารเพิ่มค่าออกเทน

น้ำมันดีเซล

เนื่องจากระบบการจุดระเบิดในเครื่องยนต์ดีเซลไม่จำเป็นต้องใช้หัวเทียน แต่ใช้วิธีอัดอากาศให้ร้อน เมื่อร้อนได้ที่ ก็จะฉีดเชื้อเพลิงเข้าหองเผาไหม้ทันที

ปัญหาที่ตามมาก็คือ ถ้ามีการจุดระเบิดช้า และเกิดขึ้นหลังลูกสูบขึ้นมาถึงจุดศูนย์ตายบนแล้วมันก็จะไม่ต่างจาการที่เราออกแรงผลักชิงช้านั่นเอง ถ้าชิงช้าเลื่อนขึ้นมาจนสุดแล้ว ไหลออกไป แต่เราเพิ่งออกแรงผลัก แรงผลักที่เราผลักไปก็สูญเปล่า ดังนั้น น้ำมันดีเซลที่ดี ต้องมีค่าซีเทนที่สูง

ค่าซีเทน ก็คือตัวเลขที่แสดงถึงเวลาหน่วงการจุดระเบิด ถ้าค่าซีเทนสูง แสดงว่าเวลาหน่วงการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้จะสั้น จุดระเบิดได้ง่าย และแม่นยำ ไม่เกิดการสะสมของเชื้อเพลิง และเขม่าในห้องเผาไหม้

กฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมในบ้านเรา กำหนดให้น้ำมันดีเซลต้องมีค่าซีเทนที่ระดับ 44 ขึ้นไปแต่น้ำมันดีเซลหมุนเร็วทั่วไป มีค่าซีเทนในระดับ 52 (เชลล์ เพียวรา อยู่ที่ 60) ค่าซีเทนนี้ ไม่มีจำกัดลีมิท และตัวเลขจะสูงขึ้นไปได้อีกเรื่อยๆ ตามพัฒนาการคุณภาพน้ำมัน

น้ำมันดีเซลมักจะมีค่ากำมะถัน (ซัลเฟอร์) สูง เมื่อเผาไหม้แล้วจะก่อให้เกิดก๊าซ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งจะแปลสภาพเป็นกรดซัลฟูริกได้ในที่สุด เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ กำมะถันหรือซัลเฟอร์ จะไปกัดกร่อนเครื่องยนต์ให้เสื่อมสภาพเร็วอีกด้วย แต่ถ้าจะกำจัดกำมะถันหรือซัลเฟอร์ออกไป ก็จะส่งผลให้ความสามารถในการหล่อลื่นปั้มเชื้อเพลิงน้อยลง ทางออกที่พอจะทำได้ในเวลานี้คือการเพิ่มสารเพิ่มการหล่อลื่น Lubricant Additive เข้าไป

ดังนัน รัฐบาลไทย จึงกำหนดปริมาณกำมะถันไม่ให้เกิน 0.05% โดยน้ำหนัก ดีเซลหมนเร็วทั่วไปตอนนี้อยู่ที่ 0.04% ขณะที่ เพียวรา อยู่ที่ 0.03%

แต่ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซิน หรือดีเซล พลังงานจากการเผาไหม้ 100% จากน้ำมัน จะก่อให้เกิดพลังงานจริงได้เพียง 30% อีก 70% ที่เหลือ จะสูญเสียไปเนื่องจากความร้อนและแรงเสียดทานในกระบวนการสันดาป ค่าที่ก่อให้เกิดพลังงานจริงนี้ เรียกว่าค่า Thermal efficiency 30%
จาก http://www.cardecorate.com/info2_th.php


 จาก YJ:-D
 จันทร์, 11/12/2549
 เวลา :
10:00
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 62
       ขอแจมต่อนะครับ

ที่ว่ามันน็อตก็พราะว่า แรงอัดในลูกสูบ มันมากจน แก็สจุดระเบิดตัวมันเอง(ดีเซลจุดระเบิดจาดอุณหภูมิอ่านข้างล่างประกอบ) จึงเป็นที่มาของการผสมแก็สได้ไม่เกิน 10-30% ของปริมาตรลูกสูบ จากที่ผมไปตัดมาแปะ กระทู้ก่อนหน้า กำลังอัดในกระบอกสูบของเครื่องดีเซลมีมากถึง16:1(เครื่องเบนซินประมาณ 9-12:1) ถ้าแก็สผสมเข้าไปมาก มัน แก็สจะชิงจุดระเบิดเนื่องจากแรงดันที่เกินก่อนถึงตำแหน่งจุดระเบิดเลยเกิดการน็อค
ผมมีเกร็ดนิดหน่อยจากเครื่อง common rail Toyota กับ Nissan Toyota จะฉีดดีเซลแรงดันสูงเมื่อลูกสูบใกล้ๆลูกสูบจะขึ้นไปสูงสุด แต่ Nissan จะฉีดหลังจากจุดสูงสุดแล้ว และกลังอัดของเครื่อง common rail สูงกว่า เครื่องดีเซลทั่วไป Toyota นี่ ปาไป 18.5:1

แต่ถ้าคุณนพทำให้มันผสมได้ถึง 50% ก็เยี่ยมมากเลยครับ

================================================

น้ำมันเบนซิน (รวมถึง LPG)

สมัยก่อนจะมีสารตะกั่วอยู่ในน้ำมัน เพื่อช่วยเคลือบบ่าวาล์ว แต่เมื่อปี 1991 มีการรณรงค์ให้เปลี่ยนมาใช้น้ำมันไร้สารตะกั่วในประเทศไทยดังนั้น จึงมีการนำสารเพิ่มคุณภาพ (Additive) มาเติมลงไปเพื่อทดแทนตะกั่ว โดยชลล์ ใช้สาร MTBE มาทดแทน

น้ำมันเบนซินในไทย อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีคือ มี 2 แบบ ออกเทน 91 และ 95 (ก่อนหน้านี้ มี 87 ด้วย แต่ค่อยๆถูกยกเลิกไปในภายหลัง) หลายคนสงสัยว่า ค่าออกเทนคืออะไร?

"ค่าออกเทน" คือตัวเลขที่แสดงถึงคุณสมบัติการต้านทานการชิงจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ของเครืองยนต์ หรือที่เรียกกันว่าอาการน็อก

โดยปกติ การจุดระเบิดจะเกิดขึ้นได้ เมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวเข้าใกล้จุดศูนย์ตายบน (คือ ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นไปจนจะถึงจุดสุดยอดนั่นแหละครับ) โดยในรถยนต์แต่ละรุ่นจะมีการตั้ง ignition timing หรือจังหวะการจุดระเบิดเอาไว้

ถ้ารถคันไหนเติมน้ำมันออกเทนต่ำกว่าที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์กำหนด เมื่อละอองน้ำมันมาผสมกับอากาศกลายเป็นไอดี ไหลเข้าห้องเผาไหม้ หากน้ำมันนั้นมีค่าออกเทนต่ำ จะทนกำลังอัด (Compression ratio) ในห้องเผาไหม้ไม่ไหว และชิงจุดระเบิดเองเสียก่อน และนี่แหละครับที่เรียกกันว่า อาการน็อก หรือจะมีเสียงดังแต๊กๆๆ ออกมาเป็นระยะ ถ้าปล่อยให้เกิดขึ้น นอกจากจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอแล้ว จะทำให้ลูกสูบแตกได้ในที่สุด เมื่อมาถึงตรงนี้ การเติม Octane Booster ลงไปต่างหาก ก็ช่วยได้บ้างแต่ไม่ถึงกับเห็นผลชัดเจนใดๆมากนัก

ดังนั้น ถ้ารถคุณ คู่มือให้เติม 95 เติม 95 ต่อไปเถอะครับหรือถ้าอยากเติม 91 จริง ก็ลองปรับตั้งไฟจุดระเบิดให้อ่อนลงและปรับตั้งจังหวะจุดระเบิดให้เหมาะสม ก็พอจะช่วยได้ แต่ การเติม 91 ทั้งที่รถตัวเองเขากำหนดให้เติม 95 นั้น จริงอยู่ว่า จะไม่เห็นผลชัดเจนในช่วง ระยะใกล้ๆ แต่เมื่อใช้งานรถผ่านไปเป็นเวลานานๆ อาการจะออกเด่นชัด

นอกเหนือจากค่าออกเทนแล้ว ผู้ผลิตน้ำมันยังคงเติมสารเพิ่มคุณภาพหรือ Additive จำพวกสารชะล้างทำความสะอาด detergent สารป้องกันการเกิดสนิม และสารเพิ่มค่าออกเทน

น้ำมันดีเซล

เนื่องจากระบบการจุดระเบิดในเครื่องยนต์ดีเซลไม่จำเป็นต้องใช้หัวเทียน แต่ใช้วิธีอัดอากาศให้ร้อน เมื่อร้อนได้ที่ ก็จะฉีดเชื้อเพลิงเข้าหองเผาไหม้ทันที

ปัญหาที่ตามมาก็คือ ถ้ามีการจุดระเบิดช้า และเกิดขึ้นหลังลูกสูบขึ้นมาถึงจุดศูนย์ตายบนแล้วมันก็จะไม่ต่างจาการที่เราออกแรงผลักชิงช้านั่นเอง ถ้าชิงช้าเลื่อนขึ้นมาจนสุดแล้ว ไหลออกไป แต่เราเพิ่งออกแรงผลัก แรงผลักที่เราผลักไปก็สูญเปล่า ดังนั้น น้ำมันดีเซลที่ดี ต้องมีค่าซีเทนที่สูง

ค่าซีเทน ก็คือตัวเลขที่แสดงถึงเวลาหน่วงการจุดระเบิด ถ้าค่าซีเทนสูง แสดงว่าเวลาหน่วงการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้จะสั้น จุดระเบิดได้ง่าย และแม่นยำ ไม่เกิดการสะสมของเชื้อเพลิง และเขม่าในห้องเผาไหม้

กฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมในบ้านเรา กำหนดให้น้ำมันดีเซลต้องมีค่าซีเทนที่ระดับ 44 ขึ้นไปแต่น้ำมันดีเซลหมุนเร็วทั่วไป มีค่าซีเทนในระดับ 52 (เชลล์ เพียวรา อยู่ที่ 60) ค่าซีเทนนี้ ไม่มีจำกัดลีมิท และตัวเลขจะสูงขึ้นไปได้อีกเรื่อยๆ ตามพัฒนาการคุณภาพน้ำมัน

น้ำมันดีเซลมักจะมีค่ากำมะถัน (ซัลเฟอร์) สูง เมื่อเผาไหม้แล้วจะก่อให้เกิดก๊าซ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งจะแปลสภาพเป็นกรดซัลฟูริกได้ในที่สุด เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ กำมะถันหรือซัลเฟอร์ จะไปกัดกร่อนเครื่องยนต์ให้เสื่อมสภาพเร็วอีกด้วย แต่ถ้าจะกำจัดกำมะถันหรือซัลเฟอร์ออกไป ก็จะส่งผลให้ความสามารถในการหล่อลื่นปั้มเชื้อเพลิงน้อยลง ทางออกที่พอจะทำได้ในเวลานี้คือการเพิ่มสารเพิ่มการหล่อลื่น Lubricant Additive เข้าไป

ดังนัน รัฐบาลไทย จึงกำหนดปริมาณกำมะถันไม่ให้เกิน 0.05% โดยน้ำหนัก ดีเซลหมนเร็วทั่วไปตอนนี้อยู่ที่ 0.04% ขณะที่ เพียวรา อยู่ที่ 0.03%

แต่ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซิน หรือดีเซล พลังงานจากการเผาไหม้ 100% จากน้ำมัน จะก่อให้เกิดพลังงานจริงได้เพียง 30% อีก 70% ที่เหลือ จะสูญเสียไปเนื่องจากความร้อนและแรงเสียดทานในกระบวนการสันดาป ค่าที่ก่อให้เกิดพลังงานจริงนี้ เรียกว่าค่า Thermal efficiency 30%
จาก http://www.cardecorate.com/info2_th.php


 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 11/12/2549
 เวลา :
10:51
 IP:
125.27.0.34

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 63
       ถ้าส่วนผสมของแก๊สมีน้อย จ่ายแก๊สน้อยหรือส่วนผสมบาง หรือ 10 -20 % ของ 14.7 น่ะครับ ไม่สามารถลุกไหม้ได้ด้วยความร้อนของการจังหวะอัดตัวของลูกสูบครับ นั่นคือเหตุผลที่จ่ายแก๊สน้อยครับ

สมมติเครื่องดีเซล กำลังอัด 18 ต่อ 1 ก็จ่ายแก๊สได้มากกว่า เครื่องดีเซลกำลังอัด 20 ต่อ 1 ครับ เพราะความร้อนจากการอัดต่ำกว่าครับ

น้ำมันดีเซล ถ้าจ่ายน้อยๆ ๆ 10 -20 % ของปกติ ก็จุดระเบิดไม่ติดครับ ส่วนผสมบางกว่าจุดติดไฟได้ครับ
ส่วนแก๊สก็ส่วนผสมบางครับ แต่ลุกไหม้ได้จากการลุกไหม้เริ่มต้นของน้ำมันดีเซลที่เป็นเชื้อเพลิงหลักครับ
ไม่ได้ลุกไหม้ด้วยตัวมันเอง

ถ้าส่วนผสมแก๊สหนาถึงลุกไหม้ได้ด้วยตัวเองครับ พังครับ การจุดระเบิดต้องสามารถควบคุมการจุดระเบิดหรือการลุกไหม้ได้ครับ ถ้าคุมไม่ได้ พังๆๆๆๆๆ

ถ้าสมมติ ง่ายๆ ง่ายๆน่ะครับ เครื่องเบนซิน 2500 ใช้งานรอบเครื่อง 3000 รอบ กินแก๊ส 8 -10 โล
ถ้าจ่ายให้เครื่องดีเซล 10 - 20 % จะได้อัตราสิ้นเปลืองแก๊ส 40 -50 โลต่อลิตร

ประหยัดเพราะอะไร ผมเข้าใจเหมือนคุณ good ครับ แก๊สที่ผสมเข้าไป 10 -2 0% ทำให้น้ำมันดีเซลเผาไหม้แทบจะสมบูรณ์ และรวดเร็วมาก รวมถึงการเผาไหม้ของแก๊สน้อยอันน้อยๆ ด้วย

สมมติ คุณเร่งรอบเครื่องยนต์ดีเซล 1500 รอบ ถ้าเริ่มฉีดแก๊ส รอบเครื่องจะเพิ่มขึ้นครับ 1500 -2000 รอบ เป็นเท่าไหร่ไม่รู้น่ะครับ ขึ้นอยู่กับอัตราจ่ายแก๊ส โดยที่คุณไม่ได้เหยียบคันเร่งของเครื่องดีเซลเพิ่มขึ้น



 จาก วีรโรจน์
 จันทร์, 11/12/2549
 เวลา :
10:51
 IP:
125.27.0.34

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 64
       ถ้าส่วนผสมของแก๊สมีน้อย จ่ายแก๊สน้อยหรือส่วนผสมบาง หรือ 10 -20 % ของ 14.7 น่ะครับ ไม่สามารถลุกไหม้ได้ด้วยความร้อนของการจังหวะอัดตัวของลูกสูบครับ นั่นคือเหตุผลที่จ่ายแก๊สน้อยครับ

สมมติเครื่องดีเซล กำลังอัด 18 ต่อ 1 ก็จ่ายแก๊สได้มากกว่า เครื่องดีเซลกำลังอัด 20 ต่อ 1 ครับ เพราะความร้อนจากการอัดต่ำกว่าครับ

น้ำมันดีเซล ถ้าจ่ายน้อยๆ ๆ 10 -20 % ของปกติ ก็จุดระเบิดไม่ติดครับ ส่วนผสมบางกว่าจุดติดไฟได้ครับ
ส่วนแก๊สก็ส่วนผสมบางครับ แต่ลุกไหม้ได้จากการลุกไหม้เริ่มต้นของน้ำมันดีเซลที่เป็นเชื้อเพลิงหลักครับ
ไม่ได้ลุกไหม้ด้วยตัวมันเอง

ถ้าส่วนผสมแก๊สหนาถึงลุกไหม้ได้ด้วยตัวเองครับ พังครับ การจุดระเบิดต้องสามารถควบคุมการจุดระเบิดหรือการลุกไหม้ได้ครับ ถ้าคุมไม่ได้ พังๆๆๆๆๆ

ถ้าสมมติ ง่ายๆ ง่ายๆน่ะครับ เครื่องเบนซิน 2500 ใช้งานรอบเครื่อง 3000 รอบ กินแก๊ส 8 -10 โล
ถ้าจ่ายให้เครื่องดีเซล 10 - 20 % จะได้อัตราสิ้นเปลืองแก๊ส 40 -50 โลต่อลิตร

ประหยัดเพราะอะไร ผมเข้าใจเหมือนคุณ good ครับ แก๊สที่ผสมเข้าไป 10 -2 0% ทำให้น้ำมันดีเซลเผาไหม้แทบจะสมบูรณ์ และรวดเร็วมาก รวมถึงการเผาไหม้ของแก๊สน้อยอันน้อยๆ ด้วย

สมมติ คุณเร่งรอบเครื่องยนต์ดีเซล 1500 รอบ ถ้าเริ่มฉีดแก๊ส รอบเครื่องจะเพิ่มขึ้นครับ 1500 -2000 รอบ เป็นเท่าไหร่ไม่รู้น่ะครับ ขึ้นอยู่กับอัตราจ่ายแก๊ส โดยที่คุณไม่ได้เหยียบคันเร่งของเครื่องดีเซลเพิ่มขึ้น



 จาก YJ:-D
 จันทร์, 11/12/2549
 เวลา :
17:00
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 65
       มันส์ดี มาต่อกันอีกนิด
ดีเซล การเผาไหม้ที่สมบูรณ์เกิดขึ้นที่ A/F ratio 15.1:1 (stoichiometric ratio) แต่อัตราที่ เกิดขึ้นตามปกติจะแปรเปลี่ยน แต่ต้องไม่ลืมว่าเมื่อ เมื่อใส่แก็สเข้าไปเท่าใด มันจะไปแทนที่อากาศเท่านั้น และจะทำให้ออกซิเจนที่จะใช้ในการเผาไหม้ลดลง และทำให้เกิดการผสมหนา(rich) ได้ คือกินทั้งแก็สทั้งน้ำมัน เพราะเผาไหม้ไม่หมด

แต่แก็สมีข้อดีเรื่องที่ช่วยเรื่องอัตราเร่งที่ดีขึ้นเพราะช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่หมดจด แต่เมื่อวิ่งคงที่แล้ว เวลาการเผาไหม้ของดีเซลที่เร็วขึ้นจะมีผลต่อเครื่องยนต์เพราะ ได้มีการคำนวนองศาจุดระเบิดร่วงหน้าไว้เผื่อเพื่อให้มีการเผาไมห้ที่สมบูรณที่สุดเมื่อลูกสูบเริ่มลดตัวลงจากจุดสูงสุดเพื่อให้แรงดันก้านสูบมาหมุนข้อเหวี่ยงให้ได้แรงมากที่สุด

ดีเซลมันมีอะไรให้ศึกษาเหยอะดีเหมือนกัน หินไม่ใช่เล่น

ปริมาณการฉีดแก็สจะเพิ่มหรือลดเกิดตอน close loop เป็นยังไง จะมาเหลาให้ฟังอีกทีครับ


 จาก YJ:-D
 จันทร์, 11/12/2549
 เวลา :
17:00
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 66
       มันส์ดี มาต่อกันอีกนิด
ดีเซล การเผาไหม้ที่สมบูรณ์เกิดขึ้นที่ A/F ratio 15.1:1 (stoichiometric ratio) แต่อัตราที่ เกิดขึ้นตามปกติจะแปรเปลี่ยน แต่ต้องไม่ลืมว่าเมื่อ เมื่อใส่แก็สเข้าไปเท่าใด มันจะไปแทนที่อากาศเท่านั้น และจะทำให้ออกซิเจนที่จะใช้ในการเผาไหม้ลดลง และทำให้เกิดการผสมหนา(rich) ได้ คือกินทั้งแก็สทั้งน้ำมัน เพราะเผาไหม้ไม่หมด

แต่แก็สมีข้อดีเรื่องที่ช่วยเรื่องอัตราเร่งที่ดีขึ้นเพราะช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่หมดจด แต่เมื่อวิ่งคงที่แล้ว เวลาการเผาไหม้ของดีเซลที่เร็วขึ้นจะมีผลต่อเครื่องยนต์เพราะ ได้มีการคำนวนองศาจุดระเบิดร่วงหน้าไว้เผื่อเพื่อให้มีการเผาไมห้ที่สมบูรณที่สุดเมื่อลูกสูบเริ่มลดตัวลงจากจุดสูงสุดเพื่อให้แรงดันก้านสูบมาหมุนข้อเหวี่ยงให้ได้แรงมากที่สุด

ดีเซลมันมีอะไรให้ศึกษาเหยอะดีเหมือนกัน หินไม่ใช่เล่น

ปริมาณการฉีดแก็สจะเพิ่มหรือลดเกิดตอน close loop เป็นยังไง จะมาเหลาให้ฟังอีกทีครับ


 จาก good
 จันทร์, 11/12/2549
 เวลา :
21:12
 IP:
58.9.126.215

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 67
       ตามอ่านอยู่

มันส์จริงๆครับ
ให้ทุกท่านเลย


 จาก good
 จันทร์, 11/12/2549
 เวลา :
21:12
 IP:
58.9.126.215

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 68
       ตามอ่านอยู่

มันส์จริงๆครับ
ให้ทุกท่านเลย


 จาก วีรโรจน์
 อังคาร, 12/12/2549
 เวลา :
08:26
 IP:
125.27.13.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 69
       แต่การเอาเครื่องดีเซลไปติด LPG อย่าคาดหวังว่ามันจะต้องประหยัด เท่านั้นเท่านี้ครับ
สัดส่วนความประหยัดที่ได้มันไม่สูงนัก ตามความปลอดภัยที่สุด ไม่น่าเกิน 20 -25 % และได้ความแรงเพิ่มขึ้นอีกสัก 10 - 20 % ประมาณนะครับ

อาจจะไม่คุ้มการลงทุน แต่ก็อาจจะดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย
คงเอาไปเทียบกับเครื่องเบนซินไม่ได้
แต่สำหรับท่านที่เสียค่าน้ำมันดีเซลไม่มากนัก ราว 3000 - 4000 บาท คงตัดสินยากที่ติด


 จาก วีรโรจน์
 อังคาร, 12/12/2549
 เวลา :
08:26
 IP:
125.27.13.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 70
       แต่การเอาเครื่องดีเซลไปติด LPG อย่าคาดหวังว่ามันจะต้องประหยัด เท่านั้นเท่านี้ครับ
สัดส่วนความประหยัดที่ได้มันไม่สูงนัก ตามความปลอดภัยที่สุด ไม่น่าเกิน 20 -25 % และได้ความแรงเพิ่มขึ้นอีกสัก 10 - 20 % ประมาณนะครับ

อาจจะไม่คุ้มการลงทุน แต่ก็อาจจะดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย
คงเอาไปเทียบกับเครื่องเบนซินไม่ได้
แต่สำหรับท่านที่เสียค่าน้ำมันดีเซลไม่มากนัก ราว 3000 - 4000 บาท คงตัดสินยากที่ติด


 จาก promm_2
 อังคาร, 12/12/2549
 เวลา :
10:30
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 71
       อ่านแล้วได้รับความรู้มาก ขึ้นครับ ทำให้เข้าใจระบบการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล ในเรื่องการเผาไหม้เป็นไปในทิศทางใด ขอให้นำความรู้มาเผยแพร่ ให้เราชาวดีเซลได้รับความรู้กันมากขึ้นไปอีกนะครับ หัวใจของเราๆ ชาวดีเซล รักที่จะติดแก๊ส ได้เข้าใจ ถึง เรือง การเขกของเครื่องยนต์ การจุดระเบิดของเชื้อเพลิงที่สับสนกันว่า ระหว่างแก๊ส กับ ดีเซล ใครจะเริ่มทำงานก่อน มาตอนนี้ เรืองอากาศ ที่มีบทบาทสำคัญที่มองกันข้ามไป ซึ่งเรารอฟังอยุ่ครับ ขอขอบคุณแทนเพื่อนๆ ชาวดีเซลที่สนใจอยากติดแก๊สกับเขาบ้าง นะครับ


 จาก promm_2
 อังคาร, 12/12/2549
 เวลา :
10:30
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 72
       อ่านแล้วได้รับความรู้มาก ขึ้นครับ ทำให้เข้าใจระบบการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล ในเรื่องการเผาไหม้เป็นไปในทิศทางใด ขอให้นำความรู้มาเผยแพร่ ให้เราชาวดีเซลได้รับความรู้กันมากขึ้นไปอีกนะครับ หัวใจของเราๆ ชาวดีเซล รักที่จะติดแก๊ส ได้เข้าใจ ถึง เรือง การเขกของเครื่องยนต์ การจุดระเบิดของเชื้อเพลิงที่สับสนกันว่า ระหว่างแก๊ส กับ ดีเซล ใครจะเริ่มทำงานก่อน มาตอนนี้ เรืองอากาศ ที่มีบทบาทสำคัญที่มองกันข้ามไป ซึ่งเรารอฟังอยุ่ครับ ขอขอบคุณแทนเพื่อนๆ ชาวดีเซลที่สนใจอยากติดแก๊สกับเขาบ้าง นะครับ


 จาก aaa
 อังคาร, 12/12/2549
 เวลา :
16:14
 IP:
124.120.207.86

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 73
       ก็แปลว่า lpg+diesel ประหยัดจริงๆ ได้ 20-25% เท่านั้น ไอ้ที่โฆษณาว่า 50% ขึ้นไป ก็โกหกทั้งนั้น แล้วผลทดสอบต่างๆ จากสถาบันในไทย ที่ใหนมีบ้าง อย่ารู้


 จาก aaa
 อังคาร, 12/12/2549
 เวลา :
16:14
 IP:
124.120.207.86

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 74
       ก็แปลว่า lpg+diesel ประหยัดจริงๆ ได้ 20-25% เท่านั้น ไอ้ที่โฆษณาว่า 50% ขึ้นไป ก็โกหกทั้งนั้น แล้วผลทดสอบต่างๆ จากสถาบันในไทย ที่ใหนมีบ้าง อย่ารู้


 จาก 56
 อังคาร, 12/12/2549
 เวลา :
16:49
 IP:
203.188.21.245

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 75
       เต็มที่ไม่เกิน30% ที่บอกว่ามากกว่าเป็นเบนซินหรือปล่าว
กรณีถ้าส่วนผสม 30% นำมันคือ
สมมุติ น้ำมัน 1 ลิตร 24 บาท วิ่งได้ 12 กม. เท่ากับ 2 บาท/กม
ถ้า ใช้น้ำมัน 70 % เท่ากับ 1.4 บาท/กม บวกกับ
สมมุติ แก๊สลิตรละ 10 บาท วิ่งได้ 12 กม.(เมื่อผสมแล้ว) เท่ากับ 0.8 บาท/กม
ถ้าใช้แก๊ส 30% เท่ากับ 0.2 บาท/กม
เพราะฉนั้น ต่อ 1 กม เสียค่าใช้จ่าย 1.4 + 0.2 = 1.6 บาท/กม
ลดได้เท่ากับ 2 - 1.6 = 0.4 บาท/กม
เท่ากับ 20 % (ยกเว้นราคาน้ำมันกับแก๊สห่างกันมากเปอร์เซ็นต์การประหยัดก็จะสูงมากขึ้น)
แต่สิ่งที่ได้หลังติดแก๊สคือรถแรงกว่าเดิมออกตัวลื่นกว่าเดิม ขับไม่เหนื่อยเหมือนดีเซลเดิมๆ ซึ่งการติดแก๊สอาจไม่ได้การประหยัดมากแต่แลกกับความเเรงที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะเหมาะสม


คำถามนี้มีทั้งหมด 186 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 3 จาก >>> 1  2  3  4  5  6  7  8  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)