ขอทีเหอะ สำหรับร้านติดตั้ง LPG+Diesel ที่ไม่มีความรับผิดชอบ

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก champ_c1
อังคารที่ , 5/12/2549
เวลา : 09:51
 IP:

203.118.74.193
อ่านแล้ว = 6197 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       เห็นเพื่อนๆ สมาชิก เจอมาเยอะแล้ว สำหรับร้านที่ติดตั้ง LPG+Diesel ที่ไม่มีความรับผิดชอบ

ชุดอุปกรณ์ที่ติดตั้งให้ลูกค้าไม่สามารถคุมแก๊สได้จริง ผลคือ

1. เครื่องเขก(ชิงจุดระเบิด) ก็ไปปรับลดการจ่ายแก๊ส อย่างนี้มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะติดแก๊ส พอมันเขก ก็บอกว่า เป็นปรกติของเครื่องติดแก๊ส (ปรกติของตัวร้านมันเองที่ทำไม่ได้ ไม่ใช่ของลูกค้าที่ต้องใช้งาน)
2. ไม่ประหยัดจริง (ก็มันกลัวเขก จึงไปลดการจ่ายแก๊ส) แล้วจะติดไปทำไมเนี่ย
3. อุ่นน้ำมันดีเซล อุ่นมันทำไม บ้านเราเมืองร้อน ปรกติมันก็ร้อนอยู่แล้ว เครื่องบางตัวมีตัวอุ่นในตัว ยังไปอุ่นเพิ่มอีก ปั้มแรงดันสูง(ปั้มหัวฉีดดีเซล) มันต้องการน้ำมันดีเซลไประบายความร้อนและหล่อลื่น ไปอุ่นซะหมดคุณสมบัติ แล้วมันจะเอาอะไรไป ระบายความร้อนและหล่อลื่น (ถ้าเสียไป ตัวละหลายตังค์อยู่ ใครจะรับผิดชอบ เดี๋ยวก็มาโทษว่า เครื่องพี่มันเก่าแล้ว ก็เลยพังเอง)
4. แล้วจะไปลดการจ่ายทำไม ไอ้ที่ปั้มหัวฉีด อย่างนี้ ดีเซลหมด ก็ไม่ต้องทำมาหารับประทานกันซิ สิบล้อวิ่งทางไกล แก๊สหมด หรือหาปั้มใหญ่ๆที่รถเข้าไปเติมไม่ได้ จะวิ่งอย่างไง ของก็อยู่เต็มรถ งานนี้มีลากยาวแน่ๆ

LPG+Diesel ยังถือว่าเป็นของใหม่สำหรับบ้านเราครับ ถ้าร้านที่ติดตั้งมีจิตสำนึก และมีความรับผิดชอบจริง ควรจะคืนเงินให้ลูกค้า ในกรณีที่ทำไม่ได้ตามที่โฆษณาไว้

อย่ามาทำลายวงการแก๊ส ด้วยการหลอกขายของตัวเอง เอาเงินเข้ากระเป๋าอย่างไม่มีความรับผิดชอบเลยครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก champ_c1
 พุธ, 6/12/2549
 เวลา :
22:54
 IP:
203.118.97.2

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 26
       ผมน่าจะเคยเห็นผลงานของ คุณนพ แล้วนะครับ ที่ติดตั้งใน Tiger D4D งานดีมากครับขอชม

ส่วนเรื่องลองขับ ยังเกรงใจอยู่ แต่จากที่ลองสอบถามจากพี่ที่ติดตั้งไปแล้วบอกว่าอัตราเร่งดี ไม่มีเขก (แต่รถของพี่ท่านนั้น เป็นเกียร์ออโต้) ไม่รู้ว่าถ้าเอามาใช้กับเกีนร์ธรรมดาจะเป็นอย่างไง ก็จะลองติดตามผลงานดูครับ

ถ้าผมพอมีเวลา ผมจะเอารถผม ไปลองติดตั้งดูบ้าง จะได้มารายงานผลให้เพื่อนๆรับทราบ ถึงประสิทธิภาพและการใช้งาน เผื่อว่าผู้ที่สนใจอยู่แล้วจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น จะได้มาประหยัดด้วยกันไวๆ จะได้มีเงินเหลือเก็บ เหลือใช้กันบ้างครับ

ปล. มีราคาสำหรับชุดทดลองไหมครับ คุณนพ ถ้ามีจะได้เอารถเข้าไปติดไวๆ


 จาก นพ
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
01:09
 IP:
203.118.120.74

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 27
       ผมเหลือ ECU prototye ไม่ได้ screen อยู่ 3 Board จะติดรถ Stada 2800 จากหาดใหญ่คันวันที่ 8 รถบัสหนึ่งคันวันเสาร์ รถ Vigo 2.5 ของอีกคัน ถ้าคุณ champ_c1 อยากลองจริงๆ ผมจะยกชุดของผมให้ลองก่อน ส่วนราคาต้องคุยกับคุณ เอ๋ เบอร์ 0866284277 ครับผมจะช่วยประสานงานให้


 จาก นพ
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
01:09
 IP:
203.118.120.74

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 28
       ผมเหลือ ECU prototye ไม่ได้ screen อยู่ 3 Board จะติดรถ Stada 2800 จากหาดใหญ่คันวันที่ 8 รถบัสหนึ่งคันวันเสาร์ รถ Vigo 2.5 ของอีกคัน ถ้าคุณ champ_c1 อยากลองจริงๆ ผมจะยกชุดของผมให้ลองก่อน ส่วนราคาต้องคุยกับคุณ เอ๋ เบอร์ 0866284277 ครับผมจะช่วยประสานงานให้


 จาก promm_2
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
10:43
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 29
       สวัสดีครับ พี่ๆ ที่เจ้ามาให้ความรู้เรื่องเวป ดีเซล + แก๊ส ผมเอง ก็หาความรู้จากเวปนี้เป็นหลัก หาความรู้ได้มีประโยชน์มากเลย แต่ที่คุณ champ_c1 .ให้ข้อมูลที่น่าสนใจมาก ในหัวข้อที่ 1 นั้น เครื่องเขก(ชิงจุดระเบิด)
อยากให้คุณ champ_c1 ช่วยอธิบายเรื่องการระเบิดของดีเซล กับ แก๊ส ว่ามันทำงานอย่างไรกัน เพราะที่ถามจากผู้ให้คำตอบ ว่าดีเซล ใช้การอัดจนถึงจุดที่มีความร้อนแล้วเกิดการระเบิด สำหรับแก๊ส ต้องอาศัย การจุดระเบิดจึงจะเกิดการเบิดขึ้นได้ ตรงนี้ ผมเองไม่เข้าใจว่า เมื่อเราเอาแก๊สเข้าไปผสมกับดีเซล แล้วการทำงานมันเป็นอย่างไร ดีเซล ต้องระเบิดก่อน แล้วแก๊ส ค่อยระเบิดตาม หรือว่าแก๊ส จะระเบิดก่อน (อันนี้ความสามารถของแก๊สทำได้หรือป่าว)แล้วดีเซล ค่อยระเบิดตาม จะอะไรก็ตามผมมีความคิดว่ามันต้องระเบิดถึงสองครั้งในเวลาใกล้เคียงกัน คงไม่สามารถที่จะระเบิดพร้อมกันได้ อันนี้ผมเข้าใจเองครับ เพราะไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์เลย สำหรับการที่นำเอาแก๊ส เข้าไปผสมกับดีเซล นั้น เพื่อให้เกิดการประหยัด ถึงจะไม่มากเหมือนรถยนต์เครื่องเบนซินก็ตาม แต่กำลังของเครื่องยนต์ดีเซล ก็ไม่ตก ดังนั้นในส่วนนี้ต้องมีการปรับแต่งแก๊ส อย่างแน่นอน เหตุผลที่ต้องมีการปรับแต่ง คงเป็นพื้นฐานของการทำให้เกิดการทำงานที่สมบูรณ์ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะควบคุมการทำงาน จากอะไรก็ตาม คงต้องมีหรับแต่งแน่นอน ไม่ว่าจะจากโปรแกรมจากคอมพิวเตอร์ หรือ ใช้สโคป มาช่วยในการปรับจูนที่ละเอียดเข้าไปอีก คงไม่มีค่ายไหนที่ ติดตั้งอุปกรณ์แล้ววิ่งออกมาได้เลยโดยไม่มีการปรับแต่ง อย่างเพิ่งโกรธกันนะครับ เพราะความเข้าใจที่สับสน คงจะมีใครช่วยตอบได้บ้างนะครับ


 จาก promm_2
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
10:43
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 30
       สวัสดีครับ พี่ๆ ที่เจ้ามาให้ความรู้เรื่องเวป ดีเซล + แก๊ส ผมเอง ก็หาความรู้จากเวปนี้เป็นหลัก หาความรู้ได้มีประโยชน์มากเลย แต่ที่คุณ champ_c1 .ให้ข้อมูลที่น่าสนใจมาก ในหัวข้อที่ 1 นั้น เครื่องเขก(ชิงจุดระเบิด)
อยากให้คุณ champ_c1 ช่วยอธิบายเรื่องการระเบิดของดีเซล กับ แก๊ส ว่ามันทำงานอย่างไรกัน เพราะที่ถามจากผู้ให้คำตอบ ว่าดีเซล ใช้การอัดจนถึงจุดที่มีความร้อนแล้วเกิดการระเบิด สำหรับแก๊ส ต้องอาศัย การจุดระเบิดจึงจะเกิดการเบิดขึ้นได้ ตรงนี้ ผมเองไม่เข้าใจว่า เมื่อเราเอาแก๊สเข้าไปผสมกับดีเซล แล้วการทำงานมันเป็นอย่างไร ดีเซล ต้องระเบิดก่อน แล้วแก๊ส ค่อยระเบิดตาม หรือว่าแก๊ส จะระเบิดก่อน (อันนี้ความสามารถของแก๊สทำได้หรือป่าว)แล้วดีเซล ค่อยระเบิดตาม จะอะไรก็ตามผมมีความคิดว่ามันต้องระเบิดถึงสองครั้งในเวลาใกล้เคียงกัน คงไม่สามารถที่จะระเบิดพร้อมกันได้ อันนี้ผมเข้าใจเองครับ เพราะไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์เลย สำหรับการที่นำเอาแก๊ส เข้าไปผสมกับดีเซล นั้น เพื่อให้เกิดการประหยัด ถึงจะไม่มากเหมือนรถยนต์เครื่องเบนซินก็ตาม แต่กำลังของเครื่องยนต์ดีเซล ก็ไม่ตก ดังนั้นในส่วนนี้ต้องมีการปรับแต่งแก๊ส อย่างแน่นอน เหตุผลที่ต้องมีการปรับแต่ง คงเป็นพื้นฐานของการทำให้เกิดการทำงานที่สมบูรณ์ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะควบคุมการทำงาน จากอะไรก็ตาม คงต้องมีหรับแต่งแน่นอน ไม่ว่าจะจากโปรแกรมจากคอมพิวเตอร์ หรือ ใช้สโคป มาช่วยในการปรับจูนที่ละเอียดเข้าไปอีก คงไม่มีค่ายไหนที่ ติดตั้งอุปกรณ์แล้ววิ่งออกมาได้เลยโดยไม่มีการปรับแต่ง อย่างเพิ่งโกรธกันนะครับ เพราะความเข้าใจที่สับสน คงจะมีใครช่วยตอบได้บ้างนะครับ


 จาก boy
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
13:20
 IP:
124.120.202.151

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 31
       ทุกคนในนี้อย่าพูดหรือเขียนพิมพ์อย่างเดียว ต้องพิสูจน์ และพิสูจน์แบบมีมาตรฐานสากลด้วยไม่ใช้คิดเอาเอง

หากดีจริง ก็เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์แน่นอน และไม่ต้องกลัวใครโจมตี เดี๋ยวคนโจมตีก็ตายไปเองครับ


 จาก boy
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
13:20
 IP:
124.120.202.151

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 32
       ทุกคนในนี้อย่าพูดหรือเขียนพิมพ์อย่างเดียว ต้องพิสูจน์ และพิสูจน์แบบมีมาตรฐานสากลด้วยไม่ใช้คิดเอาเอง

หากดีจริง ก็เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์แน่นอน และไม่ต้องกลัวใครโจมตี เดี๋ยวคนโจมตีก็ตายไปเองครับ


 จาก SITTICHOT
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
14:03
 IP:
203.114.126.104

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 33
       ถึงคุณนพ
ผมจะเอา ISUZU 3.0 DI TURBO GRAND ADVENTURE สีดำ ไปเปลี่ยนกล่อง ECU ในวันอาทิตย์นี้ประมาณ10โมงเช้า(10-12-49) และช่วยเอา ตัวกรองแก๊สหน้าหม้อต้มมาติดให้ด้วยครับ
086-322-2969


 จาก SITTICHOT
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
14:03
 IP:
203.114.126.104

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 34
       ถึงคุณนพ
ผมจะเอา ISUZU 3.0 DI TURBO GRAND ADVENTURE สีดำ ไปเปลี่ยนกล่อง ECU ในวันอาทิตย์นี้ประมาณ10โมงเช้า(10-12-49) และช่วยเอา ตัวกรองแก๊สหน้าหม้อต้มมาติดให้ด้วยครับ
086-322-2969


 จาก หน่อย 08-18702638,08-51999093
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
17:55
 IP:
124.121.35.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 35
       "ดีเซล ใช้การอัดจนถึงจุดที่มีความร้อนแล้วเกิดการระเบิด สำหรับแก๊ส ต้องอาศัย การจุดระเบิดจึงจะเกิดการเบิดขึ้นได้ ตรงนี้ ผมเองไม่เข้าใจ"
เรื่องดีเซล นั้นคืออย่างที่ว่า ซึ่งทุกจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์จะถูกคำนวนและกำหนดให้สำพันธ์กันกับจังหวะการฉีดจ่ายและปริมาณของน้ำมันที่ต้องเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาของการลุกไหม้จนทำให้มีแรงดันที่ต้องสำพันธ์กับจังหวะการหมุนของเครื่องยนต์ที่จะก่อให้เกิดแรงบิดได้ดีที่สุดทุกความเร็วรอบของเครื่องยนต์
ส่วนแก๊ส นั้นติดไฟง่ายกว่าดีเซลอยู่แล้วซึ่งพอมาอยู่ในเครื่องยนต์ดีเซลที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงจะทำให้ติดไฟก่อนและแก๊สซึ่งมีอ๊อกเทนสูงจะมีช่วงเวลาของการลุกไหม้นานซึ่งถ้าหาจังหวะการจ่ายที่ไม่ทำให้สำพันธ์กับการหมุนของเครื่องยนต์จะกลายเป็นการต้านการหมุนแทนที่เราเรียกกันว่าเครื่องเขก แต่ถ้ามีการจุดนำที่มีจังหวะพอดี และมีอัตราส่วนระหว่างอากาศกับแก๊สที่พอเหมาะและมีการคลุกเคล้าผสมกันดี ก็จะเกิดกำลังงานที่เกิดจากการลุกไหม้ได้ดีด้วย แต่ต้องหาจังหวะให้ดีด้วยไม่เช่นนั้นกระจายแน่
ที่แน่ๆทำให้ใช้แก๊สอย่างเดียวโดยไม่ทำอะไรกับเครื่องยนต์ดีเซลนั้นไม่ได้ แต่ถ้าทำก็ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย
ทางเลือกจึงเป็นการผสมกันระหว่างน้ำมันดีเซลกับแก๊สแต่ต้องหาปริมาณแก๊สที่ต้องคลุกเคล้าให้เข้ากับอากาศให้ดีในอัตราส่วนที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลก็ไม่มีปัญหาแน่ แต่จะมองเห็นความประหยัดน้อยกว่าการเปลี่ยนเชื้อเพลิงไปเลยแน่นอน


 จาก หน่อย 08-18702638,08-51999093
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
17:55
 IP:
124.121.35.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 36
       "ดีเซล ใช้การอัดจนถึงจุดที่มีความร้อนแล้วเกิดการระเบิด สำหรับแก๊ส ต้องอาศัย การจุดระเบิดจึงจะเกิดการเบิดขึ้นได้ ตรงนี้ ผมเองไม่เข้าใจ"
เรื่องดีเซล นั้นคืออย่างที่ว่า ซึ่งทุกจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์จะถูกคำนวนและกำหนดให้สำพันธ์กันกับจังหวะการฉีดจ่ายและปริมาณของน้ำมันที่ต้องเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาของการลุกไหม้จนทำให้มีแรงดันที่ต้องสำพันธ์กับจังหวะการหมุนของเครื่องยนต์ที่จะก่อให้เกิดแรงบิดได้ดีที่สุดทุกความเร็วรอบของเครื่องยนต์
ส่วนแก๊ส นั้นติดไฟง่ายกว่าดีเซลอยู่แล้วซึ่งพอมาอยู่ในเครื่องยนต์ดีเซลที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงจะทำให้ติดไฟก่อนและแก๊สซึ่งมีอ๊อกเทนสูงจะมีช่วงเวลาของการลุกไหม้นานซึ่งถ้าหาจังหวะการจ่ายที่ไม่ทำให้สำพันธ์กับการหมุนของเครื่องยนต์จะกลายเป็นการต้านการหมุนแทนที่เราเรียกกันว่าเครื่องเขก แต่ถ้ามีการจุดนำที่มีจังหวะพอดี และมีอัตราส่วนระหว่างอากาศกับแก๊สที่พอเหมาะและมีการคลุกเคล้าผสมกันดี ก็จะเกิดกำลังงานที่เกิดจากการลุกไหม้ได้ดีด้วย แต่ต้องหาจังหวะให้ดีด้วยไม่เช่นนั้นกระจายแน่
ที่แน่ๆทำให้ใช้แก๊สอย่างเดียวโดยไม่ทำอะไรกับเครื่องยนต์ดีเซลนั้นไม่ได้ แต่ถ้าทำก็ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย
ทางเลือกจึงเป็นการผสมกันระหว่างน้ำมันดีเซลกับแก๊สแต่ต้องหาปริมาณแก๊สที่ต้องคลุกเคล้าให้เข้ากับอากาศให้ดีในอัตราส่วนที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลก็ไม่มีปัญหาแน่ แต่จะมองเห็นความประหยัดน้อยกว่าการเปลี่ยนเชื้อเพลิงไปเลยแน่นอน


 จาก หน่อย 08-18702638,08-51999093
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
18:38
 IP:
124.121.35.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 37
       "ดีเซล ต้องระเบิดก่อน แล้วแก๊ส ค่อยระเบิดตาม หรือว่าแก๊ส จะระเบิดก่อน (อันนี้ความสามารถของแก๊สทำได้หรือป่าว)แล้วดีเซล ค่อยระเบิดตาม จะอะไรก็ตามผมมีความคิดว่ามันต้องระเบิดถึงสองครั้งในเวลาใกล้เคียงกัน คงไม่สามารถที่จะระเบิดพร้อมกันได้ อันนี้ผมเข้าใจเองครับ"
ส่วนการระเบิดนั้นต้องแยกกันก่อนว่าการติดไฟและการลุกไหม้นั้นเป็นคนละส่วนอาการกัน
เอาแบบสรุปในเครื่องยนต์ดีเซลที่ผสมแก๊ส แก๊สจะติดก่อนแล้วลุกไหม้ทำให้ดีเซลติดแล้วลุกไหม้ตามจนถึงจังหวะระเบิดของเครื่องยนต์พร้อมกันแล้วละก็จะเกิดกำลังที่ดีและการเผาไหม้ดีขึ้นอย่างแน่นอน
แต่จะหาความเหมาะพอดีแบบนี้ได้ต้องใช้ความเข้าใจหลายอย่างประกอบและมีอุปกรณ์ประกอบร่วมหลายอย่างก็จะใช้ได้ดีโดยไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ความประหยัดก็จะได้ไม่เท่ากันตามแต่องค์ประกอบต่างๆ จะอย่างไรก็ไม่เท่ากันและไม่เท่ากับการเปลี่ยนเชื้อเพลิงแน่นอน แต่ถ้าจะแลกกับกำลังของเครื่องยนต์ตามโครงสร้างการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว กับงานบรรทุกผมว่าก็ยังคุ้ม


 จาก หน่อย 08-18702638,08-51999093
 พฤหัสบดี, 7/12/2549
 เวลา :
18:38
 IP:
124.121.35.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 38
       "ดีเซล ต้องระเบิดก่อน แล้วแก๊ส ค่อยระเบิดตาม หรือว่าแก๊ส จะระเบิดก่อน (อันนี้ความสามารถของแก๊สทำได้หรือป่าว)แล้วดีเซล ค่อยระเบิดตาม จะอะไรก็ตามผมมีความคิดว่ามันต้องระเบิดถึงสองครั้งในเวลาใกล้เคียงกัน คงไม่สามารถที่จะระเบิดพร้อมกันได้ อันนี้ผมเข้าใจเองครับ"
ส่วนการระเบิดนั้นต้องแยกกันก่อนว่าการติดไฟและการลุกไหม้นั้นเป็นคนละส่วนอาการกัน
เอาแบบสรุปในเครื่องยนต์ดีเซลที่ผสมแก๊ส แก๊สจะติดก่อนแล้วลุกไหม้ทำให้ดีเซลติดแล้วลุกไหม้ตามจนถึงจังหวะระเบิดของเครื่องยนต์พร้อมกันแล้วละก็จะเกิดกำลังที่ดีและการเผาไหม้ดีขึ้นอย่างแน่นอน
แต่จะหาความเหมาะพอดีแบบนี้ได้ต้องใช้ความเข้าใจหลายอย่างประกอบและมีอุปกรณ์ประกอบร่วมหลายอย่างก็จะใช้ได้ดีโดยไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ความประหยัดก็จะได้ไม่เท่ากันตามแต่องค์ประกอบต่างๆ จะอย่างไรก็ไม่เท่ากันและไม่เท่ากับการเปลี่ยนเชื้อเพลิงแน่นอน แต่ถ้าจะแลกกับกำลังของเครื่องยนต์ตามโครงสร้างการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว กับงานบรรทุกผมว่าก็ยังคุ้ม


 จาก วีรโรจน์
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
11:41
 IP:
125.27.12.128

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 39
       ผมว่าลำดับการจุดระเบิด ที่น่าจะเป็นน่ะครับ ตามความคิดผม
น้ำมันจะติดไฟก่อน ทันทีที่น้ำมันติดไฟ เริ่มมีการลุกไหม้ แก๊สจำนวนน้อย ๆ จะลุกไหม้เหมือนการระเบิดทีเดียวแบบเครื่องเบนซินค่อนข้างรวดเร็ว เพราะแก๊สผสมคุกเค้ากับอากาศทั่วห้องเผาไหม้ ขณะเดียวกันจะช่วยให้น้ำมันดีเซลที่เหลือลุกไหม้อย่างรวดเร็ว

แต่ปัญหาคือ ถ้าปริมาณแก๊สมากเกินไป ในจังหวะอัดแก๊สจะชิงจุดเสียเองก่อน จนเกิดความเสียหาย ดังเช่นที่เจอๆ กันในปัจจุบัน

เพราะการแข่งโฆษณา ว่าประหยัดเท่านั้น เท่านี้ นั่นแหละผมว่าตัวปัญหา

การจ่ายแก๊สในปริมาณเต็มขีดจำกัด ประหยัดได้สุงสุด แต่ถ้ามีความผิดปกติใดๆ ทำให้ปริมาณแก๊สเกิน พังครับแน่นอน



 จาก วีรโรจน์
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
11:41
 IP:
125.27.12.128

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 40
       ผมว่าลำดับการจุดระเบิด ที่น่าจะเป็นน่ะครับ ตามความคิดผม
น้ำมันจะติดไฟก่อน ทันทีที่น้ำมันติดไฟ เริ่มมีการลุกไหม้ แก๊สจำนวนน้อย ๆ จะลุกไหม้เหมือนการระเบิดทีเดียวแบบเครื่องเบนซินค่อนข้างรวดเร็ว เพราะแก๊สผสมคุกเค้ากับอากาศทั่วห้องเผาไหม้ ขณะเดียวกันจะช่วยให้น้ำมันดีเซลที่เหลือลุกไหม้อย่างรวดเร็ว

แต่ปัญหาคือ ถ้าปริมาณแก๊สมากเกินไป ในจังหวะอัดแก๊สจะชิงจุดเสียเองก่อน จนเกิดความเสียหาย ดังเช่นที่เจอๆ กันในปัจจุบัน

เพราะการแข่งโฆษณา ว่าประหยัดเท่านั้น เท่านี้ นั่นแหละผมว่าตัวปัญหา

การจ่ายแก๊สในปริมาณเต็มขีดจำกัด ประหยัดได้สุงสุด แต่ถ้ามีความผิดปกติใดๆ ทำให้ปริมาณแก๊สเกิน พังครับแน่นอน



 จาก นพ
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
13:13
 IP:
202.5.84.178

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 41
       จากการทดสอบของผมพบว่าก่อนจะเกิดอาการเขกหรือชิงจุดก่อนเนื่องจากการจ่ายแก๊สมากเกินไป มันจะมีอาการเครื่องเริ่มตื้อก่อนและมีเสียงเขกแผ่วๆ ตรงนี้กำลังเริ่มตก ถ้าคุมการจ่ายแก๊สได้แม่นยำอย่าให้เกินตรงจุดนี้รับรองปลอดภัย 100 % ครับ


 จาก นพ
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
13:13
 IP:
202.5.84.178

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 42
       จากการทดสอบของผมพบว่าก่อนจะเกิดอาการเขกหรือชิงจุดก่อนเนื่องจากการจ่ายแก๊สมากเกินไป มันจะมีอาการเครื่องเริ่มตื้อก่อนและมีเสียงเขกแผ่วๆ ตรงนี้กำลังเริ่มตก ถ้าคุมการจ่ายแก๊สได้แม่นยำอย่าให้เกินตรงจุดนี้รับรองปลอดภัย 100 % ครับ


 จาก YJ:-D
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
14:04
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 43
       เครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ (4 Cycle Diesel Engine)

เครื่องยนต์แบบนี้ มีการทำงานแบ่งออกเป็น 4 จังหวะ คือ จังหวะดูด จังหวะอัด จังหวะระเบิด และจังหวะคาย การทำงานทั้ง 4 จังหวะของลูกสูบเท่ากับการหมุนของเพลาข้อเหวี่ยง 2 รอบ

เครื่องยนต์ดีเซลมีหัวฉีดที่ทำหน้าที่ฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กระจายเป็นฝอยเล็กๆ เข้าไปในกระบอกสูบ เพื่อผสมกับอากาศที่ถูกอัดภายในกระบอกสูบที่มีความดันและอุณหภูมิสูงพอเหมาะ และจะเกิดระเบิดเอง

การทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ มีดังนี้

1. จังหวะดูด (Suction Stroke) ลูกสูบจะเคลื่อนที่ลง ลิ้นไอดีจะเปิด และลิ้นไอเสียจะปิด ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ลงจะเกิดสูญญากาศภายในกระบอกสูบทำให้เกิดการดูดเอาอากาศเพียงอย่างเดียวเข้ามาในกระบอกสูบ เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ลงจนถึงจุดศูนย์ตายล่าง ลิ้นไอดีจะปิดเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศหนีออกไป

2. จังหวะอัด (Compression Stroke) ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นขณะที่ลิ้นไอดีและไอเสียปิดทำให้เกิดการอัดอากาศภายในกระบอกสูบจนกระทั่งลูกสูบเคลื่อนที่ถึงจุดศูนย์ตายบน ปริมาตร ของอากาศจะเหลือประมาณ 1/16 ของปริมาตรเดิมและอุณหภูมิจะสูงประมาณ 550 องศาเซลเซียส

3. จังหวะระเบิด (Power Stroke) เมื่อลูกสูบอยู่ที่ตำแหน่งศูนย์ตายบน อากาศจะถูกอัดเต็มที่และมีความร้อนสูง หัวฉีดก็จะฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในกระบอกสูบทำให้เกิดการระเบิด และผลักลูกสูบให้เคลื่อนที่ลง

4. จังหวะคาย (Exhaust Stroke) ลูกสูบจะเคลื่อนที่ขึ้น ลิ้นไอดีจะปิด แต่ลิ้นไอเสียจะเปิด ทำให้อากาศเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ถูกขับออก เมื่อสิ้นสุดจังหวะคายแล้วลูกสูบก็จะเคลื่อนที่ลงทำให้เกิดจังหวะดูดต่อไป (google serch)
=====================================================

ดีเซลจุดระเบิดด้วยแรงดันทำให้เกิดการสันดาปด้วยตัวมันเอง หน่วยเป็น ซีเทน
ดังนั้น เมื่อคนฉีดแก็สเข้าไปผสมกับอากาศและน้ำมันดีเซล มันจะทำให้ส่วนผสมผิดไปจากที่เคยตั้งไว้ จะเห็นได้ว่ารถทดีเซลที่ติดแก็สจะผสมแก็สได้ไม่เกิน 10-30% ของส่วนผสม เพราะจะทำให้ เกิดการชิงจุดระเบิดก่อน ลูกสูบถึงต่ำแหน่งจุดระเบิด(เขก knocking) ซึ่งจะทำให้ก้านลูบ ลูกสูบ เพลาข้อเหวี่ยง และเกียร์เสียหายได้

ดังนั้นการติดระบบแก็สกับดีเซล ก็ไม่ได้ประหยัดมากมายอะไร เพราะพลังงานของแก็สที่ใช้ร่วมมันได้ 10-30% ก็จะประหยัดน้ำมันได้ด้วยตัวเลขเดียวกัน แต่แก็สก็ต้องซื้อไม่ใช่ฟรี ที่จะประหยัดก็แค่ค่าแก็สที่ถูกกว่า

ดีเซล 1 ลิตร = 24 บาท, LPG 1 ลิตร = 10.6 บาท(โคราช) ด้วยส่วนผสม 70:30
ใช้น้ำมัน 70% = 16.8 ใช้ LPG 30% = 3.18 รวม ได้ 19.98บาท

ดันนั้น รถใครที่เลยใช้น้ำมัน 1 ลิตร วิ่งได้ท่าไหร่ก็ตาม เสียค่าเชื้อเพลิง 24 บาท แต่ถ้าติดแก็สร่วม จะเหลือเพียง 19.98บาท ประหยัด 4.02 บาท หรือ 16.75%

ผมคิดถูกหรือเปล่าครับ พี่น้อง แต่ที่เคยเจอมา ถ้ารถวิ่งเกิน ร้อย km/hr มันจะตัดแก็สออกนี่ไม่คิดนะ


 จาก YJ:-D
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
14:04
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 44
       เครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ (4 Cycle Diesel Engine)

เครื่องยนต์แบบนี้ มีการทำงานแบ่งออกเป็น 4 จังหวะ คือ จังหวะดูด จังหวะอัด จังหวะระเบิด และจังหวะคาย การทำงานทั้ง 4 จังหวะของลูกสูบเท่ากับการหมุนของเพลาข้อเหวี่ยง 2 รอบ

เครื่องยนต์ดีเซลมีหัวฉีดที่ทำหน้าที่ฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กระจายเป็นฝอยเล็กๆ เข้าไปในกระบอกสูบ เพื่อผสมกับอากาศที่ถูกอัดภายในกระบอกสูบที่มีความดันและอุณหภูมิสูงพอเหมาะ และจะเกิดระเบิดเอง

การทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ มีดังนี้

1. จังหวะดูด (Suction Stroke) ลูกสูบจะเคลื่อนที่ลง ลิ้นไอดีจะเปิด และลิ้นไอเสียจะปิด ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ลงจะเกิดสูญญากาศภายในกระบอกสูบทำให้เกิดการดูดเอาอากาศเพียงอย่างเดียวเข้ามาในกระบอกสูบ เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ลงจนถึงจุดศูนย์ตายล่าง ลิ้นไอดีจะปิดเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศหนีออกไป

2. จังหวะอัด (Compression Stroke) ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นขณะที่ลิ้นไอดีและไอเสียปิดทำให้เกิดการอัดอากาศภายในกระบอกสูบจนกระทั่งลูกสูบเคลื่อนที่ถึงจุดศูนย์ตายบน ปริมาตร ของอากาศจะเหลือประมาณ 1/16 ของปริมาตรเดิมและอุณหภูมิจะสูงประมาณ 550 องศาเซลเซียส

3. จังหวะระเบิด (Power Stroke) เมื่อลูกสูบอยู่ที่ตำแหน่งศูนย์ตายบน อากาศจะถูกอัดเต็มที่และมีความร้อนสูง หัวฉีดก็จะฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในกระบอกสูบทำให้เกิดการระเบิด และผลักลูกสูบให้เคลื่อนที่ลง

4. จังหวะคาย (Exhaust Stroke) ลูกสูบจะเคลื่อนที่ขึ้น ลิ้นไอดีจะปิด แต่ลิ้นไอเสียจะเปิด ทำให้อากาศเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ถูกขับออก เมื่อสิ้นสุดจังหวะคายแล้วลูกสูบก็จะเคลื่อนที่ลงทำให้เกิดจังหวะดูดต่อไป (google serch)
=====================================================

ดีเซลจุดระเบิดด้วยแรงดันทำให้เกิดการสันดาปด้วยตัวมันเอง หน่วยเป็น ซีเทน
ดังนั้น เมื่อคนฉีดแก็สเข้าไปผสมกับอากาศและน้ำมันดีเซล มันจะทำให้ส่วนผสมผิดไปจากที่เคยตั้งไว้ จะเห็นได้ว่ารถทดีเซลที่ติดแก็สจะผสมแก็สได้ไม่เกิน 10-30% ของส่วนผสม เพราะจะทำให้ เกิดการชิงจุดระเบิดก่อน ลูกสูบถึงต่ำแหน่งจุดระเบิด(เขก knocking) ซึ่งจะทำให้ก้านลูบ ลูกสูบ เพลาข้อเหวี่ยง และเกียร์เสียหายได้

ดังนั้นการติดระบบแก็สกับดีเซล ก็ไม่ได้ประหยัดมากมายอะไร เพราะพลังงานของแก็สที่ใช้ร่วมมันได้ 10-30% ก็จะประหยัดน้ำมันได้ด้วยตัวเลขเดียวกัน แต่แก็สก็ต้องซื้อไม่ใช่ฟรี ที่จะประหยัดก็แค่ค่าแก็สที่ถูกกว่า

ดีเซล 1 ลิตร = 24 บาท, LPG 1 ลิตร = 10.6 บาท(โคราช) ด้วยส่วนผสม 70:30
ใช้น้ำมัน 70% = 16.8 ใช้ LPG 30% = 3.18 รวม ได้ 19.98บาท

ดันนั้น รถใครที่เลยใช้น้ำมัน 1 ลิตร วิ่งได้ท่าไหร่ก็ตาม เสียค่าเชื้อเพลิง 24 บาท แต่ถ้าติดแก็สร่วม จะเหลือเพียง 19.98บาท ประหยัด 4.02 บาท หรือ 16.75%

ผมคิดถูกหรือเปล่าครับ พี่น้อง แต่ที่เคยเจอมา ถ้ารถวิ่งเกิน ร้อย km/hr มันจะตัดแก็สออกนี่ไม่คิดนะ


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:01
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 45
       สวัสดีครับ คุณ promm_2

เรื่องการจุดระเบิดของดีเซล กับ แก๊ส ว่ามันทำงานอย่างไรกัน

ขอเกริ่นปูทางหน่อยครับ เกี่ยวกับ องค์ประกอบของการเผาไหม้ มี 3 อย่างด้วยกัน คือ
1. อากาศ 2. เชื้อเพลิง 3. ความร้อน ถ้าขาดส่งใด สิ่งหนึ่งก็จะไม่เกิดการลุกไหม้ครับ

กลับมาเข้าเรื่องดีกว่าครับ ปรกติ การจุดระเบิดของเครื่องยนต์ ดีเซล จะใช้ การอัดอากาศให้มีอุณหภูมิสูง จนถึงจุดที่เชื้อเพลิง(ดีเซล) สามารถลุกไหม้ได้ จากนั้น ปั้มแรงดันสูง(ปั้มดีเซล) จะอัดชื้อเพลิงจากปั้ม ไปยังหัวฉีด เพื่อจ่ายเข้าเครื่องยนต์ในจังหวะกำลัง (แต่จริงๆแล้วจะจ่ายเข้าเครื่องยนต์ในจังหวะอัด ก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนที่ถึงศูนย์ตายบน) ผมหมายถึง ปั้มรุ่นเก่านะครับ ไม่ใช่ปั้มระบบไฟฟ้า หรือระบบ คอมมอนเรียล ที่มี ECU คุม

จากนั้น เมื่ออากาศที่ถูกอัดจนมีอุณหภูมิสูง จนถึงจุดที่ดีเซลสามารถลุกไหม้ได้ มาเจอ กับเชื้อเพลิงที่ถูกอัดและส่งเข้ามาในห้องเผาไหม้ จึงเกิดการ ลุกไหม้ขึ้น จึงเกิดเป็นจังหวะกำลัง การเผาไหม้จะส่งผลให้ เกิดความร้อนและการขยายตัวของแก๊สในห้องเผาไหม้ ดันลูกสูบเลื่อนลงครับ


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:01
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 46
       สวัสดีครับ คุณ promm_2

เรื่องการจุดระเบิดของดีเซล กับ แก๊ส ว่ามันทำงานอย่างไรกัน

ขอเกริ่นปูทางหน่อยครับ เกี่ยวกับ องค์ประกอบของการเผาไหม้ มี 3 อย่างด้วยกัน คือ
1. อากาศ 2. เชื้อเพลิง 3. ความร้อน ถ้าขาดส่งใด สิ่งหนึ่งก็จะไม่เกิดการลุกไหม้ครับ

กลับมาเข้าเรื่องดีกว่าครับ ปรกติ การจุดระเบิดของเครื่องยนต์ ดีเซล จะใช้ การอัดอากาศให้มีอุณหภูมิสูง จนถึงจุดที่เชื้อเพลิง(ดีเซล) สามารถลุกไหม้ได้ จากนั้น ปั้มแรงดันสูง(ปั้มดีเซล) จะอัดชื้อเพลิงจากปั้ม ไปยังหัวฉีด เพื่อจ่ายเข้าเครื่องยนต์ในจังหวะกำลัง (แต่จริงๆแล้วจะจ่ายเข้าเครื่องยนต์ในจังหวะอัด ก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนที่ถึงศูนย์ตายบน) ผมหมายถึง ปั้มรุ่นเก่านะครับ ไม่ใช่ปั้มระบบไฟฟ้า หรือระบบ คอมมอนเรียล ที่มี ECU คุม

จากนั้น เมื่ออากาศที่ถูกอัดจนมีอุณหภูมิสูง จนถึงจุดที่ดีเซลสามารถลุกไหม้ได้ มาเจอ กับเชื้อเพลิงที่ถูกอัดและส่งเข้ามาในห้องเผาไหม้ จึงเกิดการ ลุกไหม้ขึ้น จึงเกิดเป็นจังหวะกำลัง การเผาไหม้จะส่งผลให้ เกิดความร้อนและการขยายตัวของแก๊สในห้องเผาไหม้ ดันลูกสูบเลื่อนลงครับ


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:03
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 47
      
คราวนี้ เมื่อเราเอาแก๊สจ่ายร่วมเข้าไปจะเกิดอะไรขึ้น

ปรกติแล้ว แก๊สสามารถลุกไหม้ติดไฟได้ง่าย ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าการลุกไหม้ของน้ำมันดีเซล (ลุกไหม้ที่อุณหภูมิเท่าไหร่ ผมจำไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วย เอาแค่หลักคร่าวๆ แล้วกัน ส่วนข้อมูลเชิงลึก ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการค้นคว้า)

ดังนั้น เมื่อมีการจ่ายแก๊สเข้าไปในจังหวะดูด (จริงๆแล้วไม่ใช่การจ่ายในจังหวะดูด แต่เป็นแก๊สถูกดูดเข้าไปด้วยแรงดูดของเครื่องยนต์ ในจังหวะดูด ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์อะไรจ่ายเข้าไปก็ตาม เช่น หัวฉีดแรงดันสูงหรือ มิกเซอร์ ก็จะถูกดูดเข้าไปด้วยแรงดูดของเครื่องยนต์ในจังหวะดูด เพราะว่าเราไม่ได้จ่ายโดยตรงเข้าห้องเผาไหม้เหมือนหัวฉีดดีเซล) แก๊สที่ถูกจ่ายเข้าไป จะผสมกับอากาศ และถูกดูดเข้าไปในกระบอกสูบ เมื่อวาล์วไอดีเปิด

จากนั้น เมื่อวาล์วไอดีปิด ลูกสูบเลื่อนขึ้นในจังหวะอัด แก๊สและอากาศจะถูกอัดพร้อมๆกัน จนมีอุณหภูมิสูงขึ้น (ตรงนี้แหละที่สำคัญ) อุณหภูมิของอากาศและแก๊ส จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนสามารถติดไฟได้ จึงเกิดการลุกไหม้ก่อนที่จะถึง จุดศูนย์ตายบน และก่อนจังหวะอัด

มาถึงตรงนี้ หลายๆท่านคงรู้สึกแล้วใช่ไหมครับ ว่า อย่างนี้มันก็ไม่ดีซิ จุดระเบิดก่อนจังหวะระเบิด ยังงี้มัน คือ การน๊อคชัดๆ ครับใจเย็นๆ แล้วเรามาว่ากันต่อ


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:03
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 48
      
คราวนี้ เมื่อเราเอาแก๊สจ่ายร่วมเข้าไปจะเกิดอะไรขึ้น

ปรกติแล้ว แก๊สสามารถลุกไหม้ติดไฟได้ง่าย ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าการลุกไหม้ของน้ำมันดีเซล (ลุกไหม้ที่อุณหภูมิเท่าไหร่ ผมจำไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วย เอาแค่หลักคร่าวๆ แล้วกัน ส่วนข้อมูลเชิงลึก ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการค้นคว้า)

ดังนั้น เมื่อมีการจ่ายแก๊สเข้าไปในจังหวะดูด (จริงๆแล้วไม่ใช่การจ่ายในจังหวะดูด แต่เป็นแก๊สถูกดูดเข้าไปด้วยแรงดูดของเครื่องยนต์ ในจังหวะดูด ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์อะไรจ่ายเข้าไปก็ตาม เช่น หัวฉีดแรงดันสูงหรือ มิกเซอร์ ก็จะถูกดูดเข้าไปด้วยแรงดูดของเครื่องยนต์ในจังหวะดูด เพราะว่าเราไม่ได้จ่ายโดยตรงเข้าห้องเผาไหม้เหมือนหัวฉีดดีเซล) แก๊สที่ถูกจ่ายเข้าไป จะผสมกับอากาศ และถูกดูดเข้าไปในกระบอกสูบ เมื่อวาล์วไอดีเปิด

จากนั้น เมื่อวาล์วไอดีปิด ลูกสูบเลื่อนขึ้นในจังหวะอัด แก๊สและอากาศจะถูกอัดพร้อมๆกัน จนมีอุณหภูมิสูงขึ้น (ตรงนี้แหละที่สำคัญ) อุณหภูมิของอากาศและแก๊ส จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนสามารถติดไฟได้ จึงเกิดการลุกไหม้ก่อนที่จะถึง จุดศูนย์ตายบน และก่อนจังหวะอัด

มาถึงตรงนี้ หลายๆท่านคงรู้สึกแล้วใช่ไหมครับ ว่า อย่างนี้มันก็ไม่ดีซิ จุดระเบิดก่อนจังหวะระเบิด ยังงี้มัน คือ การน๊อคชัดๆ ครับใจเย็นๆ แล้วเรามาว่ากันต่อ


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:04
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 49
       หลังจากที่ส่วนผสมแก๊สและอากาศ เกิดการลุกไหม้ขึ้น แต่ยังเผาไหมไม่สมบูรณ์ดี เชื้อเพลิง นั่นก็คือ น้ำมันดีเซล ที่ถูกอัดจากปั้ม ผ่านหัวฉีด ก็ถูกจ่ายเข้ามาในกระบอกสูบ (จริงๆอาจเรียกว่า ถูกจ่ายเข้ามาในห้องเผาไหม้ก็ได้) ก่อนศูนย์ตายบน (ผมจำไม่ได้ว่าก่อนกี่องศา เพราะแต่ละรุ่นไม่เท่ากัน) จึงเกิดการลุกไหม้ตาม

ตรงนี้ จึงกลายเป็นว่า แก๊สลุกไหม้ก่อนดีเซล (ในความเข้าใจของผมนะ คนอื่นอาจจะคิดไม่ตรงกัน อันนี้ผมไม่เถียง เพราะยังไม่มีการทดลองพิสูจน์กันอย่างเป็นทางการ)


 จาก champ_c1
 ศุกร์, 8/12/2549
 เวลา :
22:04
 IP:
203.118.74.22

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 50
       หลังจากที่ส่วนผสมแก๊สและอากาศ เกิดการลุกไหม้ขึ้น แต่ยังเผาไหมไม่สมบูรณ์ดี เชื้อเพลิง นั่นก็คือ น้ำมันดีเซล ที่ถูกอัดจากปั้ม ผ่านหัวฉีด ก็ถูกจ่ายเข้ามาในกระบอกสูบ (จริงๆอาจเรียกว่า ถูกจ่ายเข้ามาในห้องเผาไหม้ก็ได้) ก่อนศูนย์ตายบน (ผมจำไม่ได้ว่าก่อนกี่องศา เพราะแต่ละรุ่นไม่เท่ากัน) จึงเกิดการลุกไหม้ตาม

ตรงนี้ จึงกลายเป็นว่า แก๊สลุกไหม้ก่อนดีเซล (ในความเข้าใจของผมนะ คนอื่นอาจจะคิดไม่ตรงกัน อันนี้ผมไม่เถียง เพราะยังไม่มีการทดลองพิสูจน์กันอย่างเป็นทางการ)


คำถามนี้มีทั้งหมด 186 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 2 จาก >>> 1  2  3  4  5  6  7  8  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)