สงสัยจริงจริ๊ง

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก ไอ้หอย
เสาร์ที่ , 2/12/2549
เวลา : 19:07
 IP:

124.121.21.193
อ่านแล้ว = 924 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ใครรู้ช่วยตอบที่ว่าทำไมรัฐจึงไม่ประกาศราคาแก๊สรถยนต์LPGให้เหมือนกับ NGV และน้ำมันเชื้อเพลิงอื่น เพราะเห็นราคาในกทม.แท้ๆราคายังแตกต่างกันมาก ไปถึงต่างจังหวัดยัง11กว่า
คือสงสัยแค่ว่าทำไมเขาจึงไม่กำหนดราคาให้มันเป็นกิจลักษณะ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก ไก่ขี่คราวน์
 เสาร์, 2/12/2549
 เวลา :
22:11
 IP:
124.120.152.162

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       เพราะในความจริง ราคาแก๊สมันคิดเป็นกิโลครับ ราคาที่รัฐกำหนดเป็นราคาต่อกิโล คราวนี้ที่แต่ละปั๊มราคาไม่เท่ากัน ถ้ามองแต่ด้านเทคนิคไม่มองเรื่องการตลาดและราคาขนส่ง ราคาแก๊สที่เป็นลิตรแต่ละยี่ห้อควบคุมได้ยากครับ
แก๊ส LPG เป็นส่วนประกอบของ Propane กับ Butane ถึงแม้จะมีการกำหนดแล้วว่าแก๊สที่ขายเพื่อใช้ในครัวเรือนควรมีอัตราส่วนของทั้ง 2 อยู่ประมาณเท่าไร ในการผลิตจะให้แก๊สที่ผลิตออกมาทุกครั้งมีอัตราส่วนของทั้ง 2 เท่ากันทุกครั้ง ถ้า Butane มากแก๊สก็จะหนักกว่าแก๊สที่มี Butane น้อย เมื่อซื้อเป็นน้ำหนักก็ไม่มีปัญหา แต่ซื้อเป็นลิตรก็จะได้จำนวนลิตรน้อยกว่า (ต่อลิตรแพงกว่า) แต่ใช่ว่าราคาต่อลิตรแพงกว่าจะทำให้เราเปลืองเงินมาก เพราะค่าความร้อนที่ Butane ให้จะมากกว่า Propane เมื่อเครื่องยนต์ใช้งานก็จะวิ่งได้กิโลต่อลิตรสูงกว่า (เห็นได้ชัดเมื่อเป็น NGV ซึ่งเป็น Methane กับ Ethane ซึ่งมีค่าความร้อนน้อยลงไปอีก) ส่วนในบริเวณที่ห่างไกลออกไป ค่าขนส่งมันสูงครับ ราคาก็ต้องสูงขึ้นครับ


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 เสาร์, 2/12/2549
 เวลา :
22:11
 IP:
124.120.152.162

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       เพราะในความจริง ราคาแก๊สมันคิดเป็นกิโลครับ ราคาที่รัฐกำหนดเป็นราคาต่อกิโล คราวนี้ที่แต่ละปั๊มราคาไม่เท่ากัน ถ้ามองแต่ด้านเทคนิคไม่มองเรื่องการตลาดและราคาขนส่ง ราคาแก๊สที่เป็นลิตรแต่ละยี่ห้อควบคุมได้ยากครับ
แก๊ส LPG เป็นส่วนประกอบของ Propane กับ Butane ถึงแม้จะมีการกำหนดแล้วว่าแก๊สที่ขายเพื่อใช้ในครัวเรือนควรมีอัตราส่วนของทั้ง 2 อยู่ประมาณเท่าไร ในการผลิตจะให้แก๊สที่ผลิตออกมาทุกครั้งมีอัตราส่วนของทั้ง 2 เท่ากันทุกครั้ง ถ้า Butane มากแก๊สก็จะหนักกว่าแก๊สที่มี Butane น้อย เมื่อซื้อเป็นน้ำหนักก็ไม่มีปัญหา แต่ซื้อเป็นลิตรก็จะได้จำนวนลิตรน้อยกว่า (ต่อลิตรแพงกว่า) แต่ใช่ว่าราคาต่อลิตรแพงกว่าจะทำให้เราเปลืองเงินมาก เพราะค่าความร้อนที่ Butane ให้จะมากกว่า Propane เมื่อเครื่องยนต์ใช้งานก็จะวิ่งได้กิโลต่อลิตรสูงกว่า (เห็นได้ชัดเมื่อเป็น NGV ซึ่งเป็น Methane กับ Ethane ซึ่งมีค่าความร้อนน้อยลงไปอีก) ส่วนในบริเวณที่ห่างไกลออกไป ค่าขนส่งมันสูงครับ ราคาก็ต้องสูงขึ้นครับ


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 เสาร์, 2/12/2549
 เวลา :
22:25
 IP:
124.120.152.162

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       อ่านแล้วงงมั้ยครับ ผมลองอ่านดูแล้วก็คิดว่าคงมีคนงงแน่เลย เอางี้ ผมสมมตินะว่า แก๊ส 2 ยี่ห้อมีความหนาแน่นต่างกัน ตัว A หนาแน่น 1 ตัว B หนาแน่น 2 (ตัวเลขสมมตินะครับ เพื่อให้เข้าใจง่าย ความจริงความหนาแน่น LGP จะอยู่ประมาณ 0.6 แต่จะทำให้เข้าใจยาก) คราวนี้มาดูต่อ แก๊สซี้อขายเป็นกิโลใช่มั้ยครับ รัฐกำหนดให้กิโลละ 16 บาทเศษ ผมสมมุติใหม่นะว่ากิโลละ 10 บาท
ปั๊มแก๊ส A รับแก๊สมา 10 กิโล ราคา 100 บาท ได้มา 10 ลิตร (หนาแน่น 1 ก็คือ 1 ลิตรหนัก 1 กิโล)
ปั๊มแก๊ส B รับแก๊สมา 10 กิโล ราคา 100 บาทเหมือนกัน แต่จะได้มาแค่ 5 ลิตร (ความหนาแน่น 2 จะได้แก๊ส 1 ลิตรหนัก 2 กิโล)
พอเอามาขาย ปั๊ม B ก็ต้องขายลิตรละ 20 บาท + กำไร ( 100 หาร 5) แต่ปั๊ม A จะขายเพียงลิตรละ 10 บาท + กำไร (100 หาร 1)
เวลารถวิ่งรถจะเปลี่ยนแก๊สเป็นพลังงานความร้อนแล้วใช้ขับเคลื่อนลูกสูบ แก๊สปั๊ม B 1 ลิตรหนัก 2 กิโลจะวิ่งได้มากกว่าแก๊สปั๊ม A 1 ลิตรหนัก 1 กิโล เพราะปริมาณความร้อนทางเคมีดูที่น้ำหนักไม่ได้ดูที่ปริมาตรครับ รถก็จะวิ่งได้พอๆ กันครับ

อ่านแล้วยังงงอีกมั้ยเนี่ย ผมสมมติวกวนไปป่าวไม่รู้


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 เสาร์, 2/12/2549
 เวลา :
22:25
 IP:
124.120.152.162

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       อ่านแล้วงงมั้ยครับ ผมลองอ่านดูแล้วก็คิดว่าคงมีคนงงแน่เลย เอางี้ ผมสมมตินะว่า แก๊ส 2 ยี่ห้อมีความหนาแน่นต่างกัน ตัว A หนาแน่น 1 ตัว B หนาแน่น 2 (ตัวเลขสมมตินะครับ เพื่อให้เข้าใจง่าย ความจริงความหนาแน่น LGP จะอยู่ประมาณ 0.6 แต่จะทำให้เข้าใจยาก) คราวนี้มาดูต่อ แก๊สซี้อขายเป็นกิโลใช่มั้ยครับ รัฐกำหนดให้กิโลละ 16 บาทเศษ ผมสมมุติใหม่นะว่ากิโลละ 10 บาท
ปั๊มแก๊ส A รับแก๊สมา 10 กิโล ราคา 100 บาท ได้มา 10 ลิตร (หนาแน่น 1 ก็คือ 1 ลิตรหนัก 1 กิโล)
ปั๊มแก๊ส B รับแก๊สมา 10 กิโล ราคา 100 บาทเหมือนกัน แต่จะได้มาแค่ 5 ลิตร (ความหนาแน่น 2 จะได้แก๊ส 1 ลิตรหนัก 2 กิโล)
พอเอามาขาย ปั๊ม B ก็ต้องขายลิตรละ 20 บาท + กำไร ( 100 หาร 5) แต่ปั๊ม A จะขายเพียงลิตรละ 10 บาท + กำไร (100 หาร 1)
เวลารถวิ่งรถจะเปลี่ยนแก๊สเป็นพลังงานความร้อนแล้วใช้ขับเคลื่อนลูกสูบ แก๊สปั๊ม B 1 ลิตรหนัก 2 กิโลจะวิ่งได้มากกว่าแก๊สปั๊ม A 1 ลิตรหนัก 1 กิโล เพราะปริมาณความร้อนทางเคมีดูที่น้ำหนักไม่ได้ดูที่ปริมาตรครับ รถก็จะวิ่งได้พอๆ กันครับ

อ่านแล้วยังงงอีกมั้ยเนี่ย ผมสมมติวกวนไปป่าวไม่รู้


 จาก "ไอ้หอย
 อาทิตย์, 3/12/2549
 เวลา :
05:13
 IP:
124.121.17.200

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       ขอบคุณคุณไก่มากครับที่ให้ความกระจ่าง ขอเรียนถามอีกนิดครับ
สมมุติว่าตอนแรกผมใส่ A แล้วยังใช้ไม่หมดแล้วผมเติม B ลงไปในถังที่ปั๊มของผมแล้วนำมาขาย
1คุณภาพจะคงที่ไม๊ เช่นการจุดระเบิด(ค่าอ๊อกเทน) หรือเครื่องยนต์จะเดินเรียบเป็นปกติหรือไม่
2.แสดงว่าแก๊สของแต่ละบริษัทมัคุณภาพต่างกันใช่หรือไม่ ทำให้มีผลต่อการจุดระเบิด เพราะเคยมีบางท่านโพสเข้ามาในนี้ว่าเติมยี่ห้อนี้แล้วรถวิ่งไม่ค่อยออก เป็นต้น


 จาก "ไอ้หอย
 อาทิตย์, 3/12/2549
 เวลา :
05:13
 IP:
124.121.17.200

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       ขอบคุณคุณไก่มากครับที่ให้ความกระจ่าง ขอเรียนถามอีกนิดครับ
สมมุติว่าตอนแรกผมใส่ A แล้วยังใช้ไม่หมดแล้วผมเติม B ลงไปในถังที่ปั๊มของผมแล้วนำมาขาย
1คุณภาพจะคงที่ไม๊ เช่นการจุดระเบิด(ค่าอ๊อกเทน) หรือเครื่องยนต์จะเดินเรียบเป็นปกติหรือไม่
2.แสดงว่าแก๊สของแต่ละบริษัทมัคุณภาพต่างกันใช่หรือไม่ ทำให้มีผลต่อการจุดระเบิด เพราะเคยมีบางท่านโพสเข้ามาในนี้ว่าเติมยี่ห้อนี้แล้วรถวิ่งไม่ค่อยออก เป็นต้น


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 พุธ, 6/12/2549
 เวลา :
01:31
 IP:
124.120.144.43

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       คือจริงๆ คุณหอยจะเห็นว่าราคามันต่างกันเล็กน้อย ไม่มากเหมือนที่ผมยกตัวอย่างนะครับ เพราะค่าความหนาแน่นของแก๊ส จะแปรผันเล็กน้อยขึ้นกับส่วนผสม มันจะคล้ายๆ เฉลี่ยกันไป ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเวลาเขารับส่งแก๊สกัน เค้าวัดค่าความหนาแน่นกันแค่ไหนครับ (อย่าลืมว่าที่ผมอธิบายเป็นทางเทคนิคอย่างเดียวนะครับ ไม่รวมการบวกการทำกำไรของแต่ละที่ แต่พยายามอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมรัฐถึงมาควบคุมราคาต่อลิตรยาก)

1. คุณภาพของแก๊สก็คงแปรเปลี่ยนเล็กน้อยครับ แต่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นค่าความร้อนจำเพาะที่ได้จากส่วนผสมนั้น (ค่าออกเทนของแก๊สไม่เปลี่ยนครับ ประมาณ 100 - ค่าออกเทนไม่ได้บอกว่าเครื่องยนต์จะเดินเรียบหรือไม่นะครับ แล้วก็ไม่ได้บอกว่ารถจะแรงขึ้นหรือปล่าว เครื่องยนต์เบนซินส่วนใหญ่ต้องการเชื้อเพลิงออกเทนไม่ถึง 100 ครับ ถ้าใช้ออกเทนสูงกว่าค่าที่เครื่องต้องการ ก็จะไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าการใช้เท่ากับที่เครื่องต้องการ แต่ถ้าน้อยกว่าจะมีปัญหาการน็อกของแหวนลูกสูบ มีปัญหาเดินไม่เรียบครับ)

2. แก๊สของบริษัทเดียวกันแต่ละวันคูณภาพยังไม่เท่ากันเลยครับ เพราะอย่างที่อธิบายการกลั่นออกมาจากน้ำมันแต่ละวันจะได้ส่วนผสมแปรเปลี่ยนกันไป แต่เนื่องจากแก๊สทุกที่จะมีออกเทนเป็น 100 เหมือนกัน ทำให้ใช้งานได้ครับ เพียงแต่ว่าถ้าคุณจูนรถกับแก๊สที่มีความหนาแน่นสูง แล้วไปใช้แก๊สที่ความหนาแน่นต่ำ รถคุณก็จะผลิตพลังงานออกมาได้น้อยลง จูนใหม่ก็เหมือนเดิม (แต่สิ้นเปลืองมากขึ้น) ในขณะที่ถาคุณจูนก็แก๊สความหนาแน่นน้อยแล้วไปเติมแก๊สที่มีความหนาแน่นมาก รถก็จะแรงขึ้นหรือมีกลิ่นเพราะเผาไหม้ไม่หมด (ยกเว้นใช้หัวฉีด หรือแลมด้า ที่แปรผันการจ่ายให้อัตโนมัติ)

ที่อธิบายมาทั้งหมด ย้ำอีกทีเป็นทางเทคนิค (ซึ่งบริษัทน้ำมันมาตราฐานทั่วไปใช้) ถ้าเป็นบริษัทไม่มีมาตราฐาน ก็อธิบายไม่ถูกครับ อิ อิ เพราะเค้ามั่วได้ อ้อ อีกอย่าง ถ้าอยากได้แก๊สที่มีความหนาแน่นมาก ให้เติมแก๊สตอนอากาศเย็นนะครับ แก๊สแปรเปลี่ยนความหนาแน่นกับอุณหภูมิค่อนข้างมาก เติมตอนเย็นๆ ได้เนื้อแก๊ส (น้ำหนัก) มากกว่าตอนร้อนที่ปริมาตร (ลิตร) เท่ากันครับ


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 พุธ, 6/12/2549
 เวลา :
01:31
 IP:
124.120.144.43

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       คือจริงๆ คุณหอยจะเห็นว่าราคามันต่างกันเล็กน้อย ไม่มากเหมือนที่ผมยกตัวอย่างนะครับ เพราะค่าความหนาแน่นของแก๊ส จะแปรผันเล็กน้อยขึ้นกับส่วนผสม มันจะคล้ายๆ เฉลี่ยกันไป ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเวลาเขารับส่งแก๊สกัน เค้าวัดค่าความหนาแน่นกันแค่ไหนครับ (อย่าลืมว่าที่ผมอธิบายเป็นทางเทคนิคอย่างเดียวนะครับ ไม่รวมการบวกการทำกำไรของแต่ละที่ แต่พยายามอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมรัฐถึงมาควบคุมราคาต่อลิตรยาก)

1. คุณภาพของแก๊สก็คงแปรเปลี่ยนเล็กน้อยครับ แต่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นค่าความร้อนจำเพาะที่ได้จากส่วนผสมนั้น (ค่าออกเทนของแก๊สไม่เปลี่ยนครับ ประมาณ 100 - ค่าออกเทนไม่ได้บอกว่าเครื่องยนต์จะเดินเรียบหรือไม่นะครับ แล้วก็ไม่ได้บอกว่ารถจะแรงขึ้นหรือปล่าว เครื่องยนต์เบนซินส่วนใหญ่ต้องการเชื้อเพลิงออกเทนไม่ถึง 100 ครับ ถ้าใช้ออกเทนสูงกว่าค่าที่เครื่องต้องการ ก็จะไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าการใช้เท่ากับที่เครื่องต้องการ แต่ถ้าน้อยกว่าจะมีปัญหาการน็อกของแหวนลูกสูบ มีปัญหาเดินไม่เรียบครับ)

2. แก๊สของบริษัทเดียวกันแต่ละวันคูณภาพยังไม่เท่ากันเลยครับ เพราะอย่างที่อธิบายการกลั่นออกมาจากน้ำมันแต่ละวันจะได้ส่วนผสมแปรเปลี่ยนกันไป แต่เนื่องจากแก๊สทุกที่จะมีออกเทนเป็น 100 เหมือนกัน ทำให้ใช้งานได้ครับ เพียงแต่ว่าถ้าคุณจูนรถกับแก๊สที่มีความหนาแน่นสูง แล้วไปใช้แก๊สที่ความหนาแน่นต่ำ รถคุณก็จะผลิตพลังงานออกมาได้น้อยลง จูนใหม่ก็เหมือนเดิม (แต่สิ้นเปลืองมากขึ้น) ในขณะที่ถาคุณจูนก็แก๊สความหนาแน่นน้อยแล้วไปเติมแก๊สที่มีความหนาแน่นมาก รถก็จะแรงขึ้นหรือมีกลิ่นเพราะเผาไหม้ไม่หมด (ยกเว้นใช้หัวฉีด หรือแลมด้า ที่แปรผันการจ่ายให้อัตโนมัติ)

ที่อธิบายมาทั้งหมด ย้ำอีกทีเป็นทางเทคนิค (ซึ่งบริษัทน้ำมันมาตราฐานทั่วไปใช้) ถ้าเป็นบริษัทไม่มีมาตราฐาน ก็อธิบายไม่ถูกครับ อิ อิ เพราะเค้ามั่วได้ อ้อ อีกอย่าง ถ้าอยากได้แก๊สที่มีความหนาแน่นมาก ให้เติมแก๊สตอนอากาศเย็นนะครับ แก๊สแปรเปลี่ยนความหนาแน่นกับอุณหภูมิค่อนข้างมาก เติมตอนเย็นๆ ได้เนื้อแก๊ส (น้ำหนัก) มากกว่าตอนร้อนที่ปริมาตร (ลิตร) เท่ากันครับ


 จาก ไอ้หอย
 พุธ, 6/12/2549
 เวลา :
08:46
 IP:
203.158.225.188

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       ขอบคุณคุณไก่มากครับที่ให้ความกระจ่าง แต่ผมเคยอ่านเจอในนี้เขาบอกว่าแก๊สของ ว.ใช้ได้ไม่เนียน เหมือนของ ป. ตอนนั้นผมอ่านเจอก็ยังไม่ค่อยเชื่อเพราะคิดว่าเป็นแก๊สเหมือนกันมันน่าจะคุณภาพเหมือนกัน อ่านของคุณไก่ก็น่าคิดนะครับ


 จาก ไอ้หอย
 พุธ, 6/12/2549
 เวลา :
08:46
 IP:
203.158.225.188

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       ขอบคุณคุณไก่มากครับที่ให้ความกระจ่าง แต่ผมเคยอ่านเจอในนี้เขาบอกว่าแก๊สของ ว.ใช้ได้ไม่เนียน เหมือนของ ป. ตอนนั้นผมอ่านเจอก็ยังไม่ค่อยเชื่อเพราะคิดว่าเป็นแก๊สเหมือนกันมันน่าจะคุณภาพเหมือนกัน อ่านของคุณไก่ก็น่าคิดนะครับ


 จาก YJ:-D
 พุธ, 6/12/2549
 เวลา :
09:00
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับคุณไก่ขี่คราวน์


 จาก YJ:-D
 พุธ, 6/12/2549
 เวลา :
09:00
 IP:
192.55.18.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับคุณไก่ขี่คราวน์


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 พุธ, 6/12/2549
 เวลา :
12:18
 IP:
124.120.143.176

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       ด้วยความยินดีครับ ความรู้ผมเองก็มีจำกัด ใครมีข้อสงสัย ข้อคิดแย้ง ก็มาถกกันได้ครับ ผมเองก็มีความรู้ความสงสัยของผม บางสิ่งบางอย่างเพื่อนในบอร์ดหลายท่านได้ทำไปแล้ว มีผลไม่ตรงกับความรู้ ความคิดของผม ผมก็อยากลอง ลองให้รู้ให้หายสงสัย วิทยาการจะก้าวหน้า ถ้าเราใช้เหตุใช้ผลใช้ความรู้ที่ได้มีการยืนยัน แต่ถึงกระนั้น ทฤษฎี หลักการเก่าๆ ก็ยังถูกลบล้างด้วยผลการทดลองใหม่เกิดทฤษฎีใหม่อยู่เรื่อยๆ

อยากให้คนไทยคิดอย่างวิทยาศาสตร์มากขึ้น เปิดใจรับความคิดของผู้อื่นมากขึ้น ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองบ้าง แล้วสุดท้ายปัญญาจะของพวกเราก็จะเพิ่มพูนครับ


 จาก ไก่ขี่คราวน์
 พุธ, 6/12/2549
 เวลา :
12:18
 IP:
124.120.143.176

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       ด้วยความยินดีครับ ความรู้ผมเองก็มีจำกัด ใครมีข้อสงสัย ข้อคิดแย้ง ก็มาถกกันได้ครับ ผมเองก็มีความรู้ความสงสัยของผม บางสิ่งบางอย่างเพื่อนในบอร์ดหลายท่านได้ทำไปแล้ว มีผลไม่ตรงกับความรู้ ความคิดของผม ผมก็อยากลอง ลองให้รู้ให้หายสงสัย วิทยาการจะก้าวหน้า ถ้าเราใช้เหตุใช้ผลใช้ความรู้ที่ได้มีการยืนยัน แต่ถึงกระนั้น ทฤษฎี หลักการเก่าๆ ก็ยังถูกลบล้างด้วยผลการทดลองใหม่เกิดทฤษฎีใหม่อยู่เรื่อยๆ

อยากให้คนไทยคิดอย่างวิทยาศาสตร์มากขึ้น เปิดใจรับความคิดของผู้อื่นมากขึ้น ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองบ้าง แล้วสุดท้ายปัญญาจะของพวกเราก็จะเพิ่มพูนครับ


คำถามนี้มีทั้งหมด 14 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)