| |
คำตอบที่ 11
อันนี้มีเรื่องต้นทุน และสัดส่วนด้วยครับ
จาก http://203.154.97.19/citizen_report/breaking/read.php?newsid=226347&lang=T
รัฐหมดหนทางคุมกำเนิดรถยนต์แอลพีจีต้องหักกำไรผู้ส่งออกเพื่อเพิ่ม
17:13 น. นายเมตตา บันเทิงสุข ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เห็นชอบนโยบายที่จะป้องกันปัญหาการขาดแคลนก๊าซหุงต้ม
หรือแอลพีจี ในประเทศ หลังจากที่มียอดผู้หันมาใช้แอลพีจี สำหรับรถยนต์จำนวนมากจนส่งผลทำให้
9 เดือนแรกปีนี้มียอดพุ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 53.7 จาก 212 ล้านกิโลกรัม
เป็น 325 ล้านกิโลกรัม โดยแนวทาง คือ จะมีการเก็บเงินจากผู้ส่งออกเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
โดยคิดในอัตราร้อยละ 50 ของกำไรที่ผู้ส่งออกได้รับสูงกว่ากำไรที่จำหน่ายในประเทศ วิธีการนี้จะทำให้เกิดแรงจูงใจให้มีการจำหน่ายในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ขายในประเทศ
จะได้ราคาก๊าซเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 26 สตางค์ต่อกิโลกรัม
ส่วนชาวบ้านจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากราคาก๊าซขายปลีกในประเทศไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่าง
ใด ซึ่งประกาศนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีขอให้แก้ไขระเบียบเรื่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
คาดจะมีผลในอีก 1 เดือนข้างหน้า โดยมาตรการนี้จะเป็นมาตรการชั่วคราวที่นำมาใช้
เพราะรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนจะลอยตัวราคาก๊าซเมื่อถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยหากมีการลอยตัวเมื่อใดราคาก๊าซสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ก็คาดว่าจะทำให้ประชาชนใช้แอลพีจี
เพื่อรถยนต์น้อยลง ขณะที่รัฐบาลเร่งเดินหน้าการส่งเสริมใช้เอ็นจีวีสำหรับยานยนต์มากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันมีการกำหนดราคาก๊าซแอลพีจี หน้าโรงกลั่นที่ 315 เหรียญ/ตัน
แต่ราคาส่งออกเป็นไปตามราคาตลาดโลก ที่ขณะนี้อยู่ที่ 458 เหรียญ/ตัน ดังนั้น
ส่งออกจะมีรายได้สูงกว่าประมาณ 143 เหรียญ/ตัน หรือประมาณ 5.24 บาท/กิโลกรัม
ครึ่งหนึ่งก็เท่ากับ 2.62 บาท/กก.รวมแล้วประมาณ 78.6 ล้านบาท/เดือน ก็จะนำมาเฉลี่ยบวกเพิ่มกับราคาเพดานในประเทศเพิ่มเป็น 322 เหรียญ/ตัน
ซึ่งราคานี้จะมีการปรับขึ้นลงตามความเหมาะสม นายเมตตา กล่าว
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีการผลิตก๊าซแอลพีจี 333,500 ตัน/เดือน
มีการส่งออกประมาณ 30,000 ตัน/เดือน
โดย ปตท.ส่งออกสูงสุดที่ 19,000 ตัน/เดือน
ไทยออยล์ 6,000 ตัน/เดือน
เอสโซ่ 2,000 ตัน/เดือน
ทีพีไอ 2,000 ตัน/เดือน
บางจาก 1,000 ตันต่อเดือน
ส่วนผู้ผลิตแอลพีจี นอกจาก 6 รายดังกล่าวแล้วยังมี
โรงกลั่นเอสพีอาร์ซีและโรงกลั่นน้ำมันระยอง โดยผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด คือ
ปตท.ครองสัดส่วน ร้อยละ 61
นายสุรงค์ บูลกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
ปตท.ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว
เพราะ ปตท.เป็นทั้งผู้ส่งออกและจำหน่ายในประเทศที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
น่าจะเป็นโรงกลั่นมากกว่า ซึ่งมาตรการนี้นับเป็นการสร้างสมดุลด้านรายได้สำหรับผู้มี
ภาระจำหน่ายก๊าซแอลพีจีในประเทศ
|
|