ฟันธงจุดจุดด้อยของดีเซลมีหม้อต้ม กับ ไม่มีหม้อต้ม ขอเซียนช่วยเข้ามาช่วยฟันหน่อย

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก วิทย์
พุธที่ , 1/11/2549
เวลา : 08:37
 IP:

124.121.57.152
อ่านแล้ว = 5216 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ฟันธงนะครับ อย่ามาฟาดฟันกันเอง ฟันด้วยฝีมือและหลักวิชาการ แน่ แน่ ลงเบอร์ร้าน ชื่อ ไว้เลย


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก promm_2
 พุธ, 1/11/2549
 เวลา :
09:19
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       ปัญหาของคนที่กำลังจะติด LPG + ดีเซล ที่ถูกคัดค้าน
1.ติดแล้วเครื่องยนต์พัง
2.ติดแล้วเครื่องยนต์มีเสียงเขก
3.ถ้าใช้หม้อต้ม เกิดผ้าปั้มขาด ทำให้แก๊สจ่ายมากเกินไป เครื่องพัง เพราะควบคุมแก๊สไม่ได้
4.ถ้าไม่ใช้หม้อต้ม ลดแรงดันด้วยอุปกรณ์ที่ใช้กับถังแก๊สบ้าน จะแน่ใจได้เท่าไหร่ว่าจะไม่มีละอองของน้ำแก๊สหลุดรอดเข้าไปผสมในห้องเผาไหม้ เพราะหม้อต้มใช้ความร้อนของน้ำแลกความร้อนกับ LPG ซึ่งมีสถานะเป็นของเหลว เพื่อให้ได้ก๊าซที่สมบูรณ์ก่อนเข้าไปช่วยระบบการเผาไหม้
5.อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร
6.จากข้อที่5. แยกทางเดินการจ่ายแก๊ส(เป็นก๊าซสมบูรณ์หรือไม่) เป็น 2 ทาง ทำไมไม่ใช้มอเตอร์ควบคุมการจ่ายแก๊ส แบบของเบนซิน
7.จำเป็นต้องพึ่งพา อุปกรณ์เสริม ต่างๆ ที่ช่วยให้ประหยัดมากขึ้นไปอีก หรือไม่ ถ้าติดอุปกรณ์เสริมต่างๆ เข้าไป ใช้ไปสักพักส่วนต่างๆของเครื่องยนต์เสียหาย อะไรที่เป็นสาเหตุ ใครจะรับผิดชอบ
8.ลดน้ำมัน ช่วยในการประหยัดขึ้น แต่ถ้าไม่มีก๊าซ LPG รถวิ่งไม่ออก ระบบไหนทำตรงนี้ บอกลูกค้าด้วยหรือป่าว หรือว่าเป็นสูตรเฉพาะของ ร้านติดตั้งแก๊ส


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
01:27
 IP:
203.118.70.218

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       1.ติดแล้วเครื่องยนต์พัง เครื่องยนต์มีเสียงเขก ก็เพราะคุมแก๊สไม่อยู่ จ่ายแก๊สหนา จนเครื่องยนต์เกิดการน๊อค(ชิงจุดระเบิด) ทำให้ความร้อนสูง การซึกหรอสูง จึงพัง


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
01:28
 IP:
203.118.70.218

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       2.ถ้าใช้หม้อต้ม เกิดผ้าปั้มขาด ทำให้แก๊สจ่ายมากเกินไป เครื่องพัง เพราะควบคุมแก๊สไม่ได้

เห็นด้วยกับคุณ promm_2 ครับ


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
01:36
 IP:
203.118.70.218

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       3.ถ้าไม่ใช้หม้อต้ม ลดแรงดันด้วยอุปกรณ์ที่ใช้กับถังแก๊สบ้าน จะแน่ใจได้เท่าไหร่ว่าจะไม่มีละอองของน้ำแก๊สหลุดรอดเข้าไปผสมในห้องเผาไหม้ เพราะหม้อต้มใช้ความร้อนของน้ำแลกความร้อนกับ LPG ซึ่งมีสถานะเป็นของเหลว เพื่อให้ได้ก๊าซที่สมบูรณ์ก่อนเข้าไปช่วยระบบการเผาไหม้

1) การใช้แก๊สร่วมกับดีเซลนั้น เป็นการจ่ายพร้อมๆกัน ไม่ได้จ่าย 100% เหมือนกับเครื่องเบนซินซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะโดยตรง
2) การจ่ายแก๊สที่ความดัน 2-3 บาร์นั้นไม่น่าจะมีละอองแก๊สปนอยู่ เพราะ แก๊สนั้นจะมีสถานะเป็นของเหลวเฉพาะที่ความดันสูงๆ(เหมือนความดันที่ถัง ประมาณ 22 บาร์) ดังนั้น ที่ความดัน 2-3 บาร์นั้น แก๊ส ไม่น่าจะรักษาสถานะนั้นไว้ได้
3) การจ่ายแก๊สในดีเซลนั้น เป็นการจ่ายเข้าท่อร่วมไอดีซึ่งมีอุณหภูมิสูง ซึ่งที่อุณหภูมิทำงานของเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า 75 องศาแน่ ดังนั้น จึงไม่มีความเป็นไปได้ที่แก๊ส จะมีละออกปนเข้าไปในห้องเผาไหม้


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
01:44
 IP:
203.118.70.218

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       ต่อจากข้างบนนะ
4) ยิ่งเครื่องยนต์เทอร์โบ ใช้การจ่ายเข้าท่อกรองอากาศ (ฝั่งขาดูดของเทอร์โบ) ยิ่งมีอุณหภูมิสูง คงไม่ต้องอธิบายนะว่า จะมีละอองปนเข้าไปหรือไม่

แถมท้ายนิดนึง ในกรณีที่เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบ อาจเห็นว่า การจ่ายแก็สเข้าทางท่อดูดฝั่งเทอร์โบนั้น อาจเป็นอันตราย ในกรณีที่ท่อทางเดินเทอร์โบฝั่งอัด(ฝั่งแรงดันสูง) มีการรั่วซึม ผมเห็นด้วยกับจุดนี้ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับจุดนี้มากสักนิดนึง


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
01:48
 IP:
203.118.70.218

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       4.อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร

เป็น Regulator ที่ใช้ลดความดันทั่วๆไปครับ แต่เป็นชนิดที่สามารถใช้กับ LPG ได้ ควบคุมด้วยสปริงและแผ่นไดอะแฟรมเป็นหลัก


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
01:56
 IP:
203.118.70.218

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       5. แยกทางเดินการจ่ายแก๊ส(เป็นก๊าซสมบูรณ์หรือไม่) เป็น 2 ทาง ทำไมไม่ใช้มอเตอร์ควบคุมการจ่ายแก๊ส แบบของเบนซิน

ขอแสดงความคิดเห็นแบบนี้นะ
1) มันยากเกินไปในการออกแบบครับ ต้นทุนสูง การติดตั้งยาก การซ่อมบำรุงยาก
2) การแยกทางเดินการจ่ายแก๊ส เป็น 2 ทาง เพื่อจ่ายแก๊สในรอบต่ำและสูง นั้น เพียงพอสำหรับเครื่องดีเซลแล้ว เพราะใช้การจ่ายผสมกับดีเซล ไม่ละเอียดเหมือนเครื่อง เบนซินที่ต้องจ่าย 100% จึงต้องละเอียดมาก

แต่ไม่ต้องน้อยใจครับ แว่วๆว่าในอนาคตกำลังจะมีระบบหัวฉีดของเครื่องดีเซลออกมา ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ครับ


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
02:01
 IP:
203.118.70.218

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       6.จำเป็นต้องพึ่งพา อุปกรณ์เสริม ต่างๆ ที่ช่วยให้ประหยัดมากขึ้นไปอีก หรือไม่ ถ้าติดอุปกรณ์เสริมต่างๆ เข้าไป ใช้ไปสักพักส่วนต่างๆของเครื่องยนต์เสียหาย อะไรที่เป็นสาเหตุ ใครจะรับผิดชอบ

ไม่น่าจะต้องมีอุปกรณ์เสริมแล้วนะครับ ถ้าจะเสริมต้องไปเสริมระบบน้ำมันนั่น แก๊สส่วนมากมันออกแบบมาดีอยู่แล้ว แต่ถ้าร้านใดที่เอาอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระบบแก๊สเพื่อให้ประหยัดขึ้น คงต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของลูกค้าที่จะตัดสินใจแล้ว

ส่วนที่ใช้ไปสักพักส่วนต่างๆของเครื่องยนต์เสียหาย คงต้องหาสาเหตุว่าอะไรที่เป็นสาเหตุ จึงจะหาผู้รับผิดชอบได้


 จาก promm_2
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
10:04
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       ขอขอบคุณ คุณ champ_c1 ที่มาให้ความรู้กับเพื่อนๆ ที่จะเข้ามาหาความรู้ในเรื่องของ ดีเซล + LPG ครับ ผมเองได้รับประโยชน์จากคำชีแนะ มากเลยครับ
แต่ยังมีอีกนิดหนึ่งครับ คือในคำตอบ คำตอบที่ 4 2)2) การจ่ายแก๊สที่ความดัน 2-3 บาร์นั้นไม่น่าจะมีละอองแก๊สปนอยู่ เพราะ แก๊สนั้นจะมีสถานะเป็นของเหลวเฉพาะที่ความดันสูงๆ(เหมือนความดันที่ถัง ประมาณ 22 บาร์) ดังนั้น ที่ความดัน 2-3 บาร์นั้น แก๊ส ไม่น่าจะรักษาสถานะนั้นไว้ได้ แต่ในรถยนต์ท่อดูดแก๊ส ที่อยู่ในถัง มันดูดเอาแก๊สที่เป็นของเหลวไม่ใช่หรือครับ (กรณีที่แก๊สมีปริมาณมากๆ) ไม่เหมือนกับกับแก๊สทีบ้านเพราะมันตั้ง ก๊าซจะลอยขึ้นไปส่วนบนของถัง งง ตรงนี้นะครับ
ส่วนคำตอบที่ 6 4.อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร

เป็น Regulator ที่ใช้ลดความดันทั่วๆไปครับ แต่เป็นชนิดที่สามารถใช้กับ LPG ได้ ควบคุมด้วยสปริงและแผ่นไดอะแฟรมเป็นหลัก แล้วสมมุติว่า สปริงและแผ่นไดอะแฟรม เกิดชำรุด หรือแผ่นไดอะแฟรมขาด จะมีผลเสียด้านไหนครับ ถามเพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆ สมาชิก จะได้หาวิธีป้องกัน หรือทำให้เกิดความเข้าใจ ครับ ขอบคุณมากครับ


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
10:19
 IP:
203.118.75.23

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       จากคำตอบที่ในข้อที่ 4 2) การจ่ายแก๊สที่ความดัน 2-3 บาร์นั้นไม่น่าจะมีละอองแก๊สปนอยู่ เพราะ แก๊สนั้นจะมีสถานะเป็นของเหลวเฉพาะที่ความดันสูงๆ(เหมือนความดันที่ถัง ประมาณ 22 บาร์) ดังนั้น ที่ความดัน 2-3 บาร์นั้น แก๊ส ไม่น่าจะรักษาสถานะนั้นไว้ได้ แต่ในรถยนต์ท่อดูดแก๊ส ที่อยู่ในถัง มันดูดเอาแก๊สที่เป็นของเหลวใช่หรือไม่ครับ

ใช่ครับ ที่วาลล์จ่าย ท่อจ่ายจะจ่ายวาลล์ที่สถานะของเหลว แต่ในชุดอุปกรณ์ได้ติดตั้ง Regulator ไว้ที่ท่อด้านออกจากถังที่ท้ายรถ แสดงว่าแก๊สที่ออกจากถังนั้นถูกลดความดันมาตั้งแต่แรกแล้ว จากนั้นเมื่อแก๊สมาเข้าชุดอุปกรณ์ ซึ่งมีกล่องสำหรับกักเก็บแก๊สและให้แก๊สเปลี่ยนสถานะรวมอยู่ด้วย ภายในกล่องจะถูกกั้นห้องไว้ ทำให้แก๊สที่ยังมีส่วนที่เป็นของเหลวยังคงอยู่ด้านล่างหรือห้องแรก ส่วนแก๊สที่เป็นไอแล้วจะผ่านไปอยู่ห้องที่สอง และสามารถนำไปใช้ได้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ใช่ไอ 100% ก็ตาม


 จาก promm_2
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
10:30
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       เข้าใจหลัการ แล้วครับ ขอขอบคุณแทนเพื่อนๆ ที่ได้ข้อมูลดีๆ ครับ


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
10:33
 IP:
203.118.75.23

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       สวัสดีครับ promm_2 เรามาดูส่วนที่ยังไม่ค่อยชัดเจนกัน ในคำตอบส่วนที่ อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร

ที่ผมบอกว่าเป็น Regulator ที่ใช้ลดความดันทั่วๆไปครับ แต่เป็นชนิดที่สามารถใช้กับ LPG ได้ ควบคุมด้วยสปริงและแผ่นไดอะแฟรมเป็นหลัก แล้วสมมุติว่า สปริงและแผ่นไดอะแฟรม เกิดชำรุด หรือแผ่นไดอะแฟรมขาด จะมีผลเสียด้านไหนครับ ถามเพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆ สมาชิก จะได้หาวิธีป้องกัน หรือทำให้เกิดความเข้าใจ ครับ ขอบคุณมากครับ

ขอตอบอย่างนี้ครับ สมมุติว่า สปริงและแผ่นไดอะแฟรม เกิดชำรุด หรือแผ่นไดอะแฟรมขาด ซึ่งจะส่งผลให้ตัว Regulator ไม่สามารถคุมแก๊สได้ครับ ทำให้แรงดันที่เข้าสู่ระบบสูง จ่ายแก๊สหนา จนเครื่องยนต์เกิดการน๊อค(ชิงจุดระเบิด) ทำให้ความร้อนสูง การซึกหรอสูง มีโอกาสพังสูงครับ วิธีการแก้ไขยังไม่มี แต่วิธีการป้องกันพอจะมี อาจต้องใส่ Pressure Switch แบบที่ปรับค่าได้ (ผมแนะนำยี่ฮ้อ VDO ที่นักเลงรถเทอร์โบคุ้นเคย สมัย เดอะพาเลส+บางใหญ่) เพื่อตัดวงจรการจ่ายแก๊สเมื่อแรงดันเกินที่ตั้งไว้ครับ โดยตัดที่ติ๊กแก๊สครับ สามารถป้องกันการเสียหายได้ระดับหนึ่ง ก่อนที่มันจะลุกลามไปมากกว่านี้


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
10:45
 IP:
203.118.75.23

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       7.การลดน้ำมัน ช่วยในการประหยัดขึ้น แต่ถ้าไม่มีก๊าซ LPG รถวิ่งไม่ออกแน่นอนครับ ซึ่งการลดน้ำมันทำให้แรงตก มันผิดกับวัตถุประสงค์ของการออกแบบเครื่องดีเซลอย่างชัดเจน ที่ต้องการออกแบบให้เครื่องยนต์มีแรงม้าและแรงบิดที่ดีในรอบที่ต่ำ เพื่อที่จะสามารถชุดลากวัตถุที่มีน้ำหนักมากๆให้เคลื่อนที่ได้
วันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสคุยกับพนักงานขับรถพ่วงที่บรรทุกดินทรายว่าสนใจติดแก๊สไหม จึงได้คำตอบกลับมาว่า เถ้าแก่ก็เคยเอารถไปติดตั้งมาแล้ว ปรากฎว่าประหยัดก็จริงแต่รถไม่มีแรง เมื่อบรรทุกของแล้วไม่สามารถวิ่งขึ้นจากบ่อดินได้ เถ้าแก่จึงถอดทิ้งทุกคัน เสียเงินไปหลายแสน ที่เล่ามาเนี่ยไม่ใช่ต้องการมาประนามระบบของใคร หรือบอกว่าใครดีกว่าใคร แต่อยากให้ผู้ที่ต้องการใช้ LPG เข้าใจก่อนว่ามันมีปัญหาแบบนี้ ส่วนใครจะเลือกระบบไหน ราคาเท่าใด มันก็แล้วแต่การตัดสินใจของคนๆนั้น


 จาก champ_c1
 พฤหัสบดี, 2/11/2549
 เวลา :
11:01
 IP:
203.118.75.23

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       มาถึงจุดด้อยแฝง ที่ยังไม่มีใครรู้ยกเว้นคนที่เคยใช้แล้ว

ในระบบจ่ายแบบ 2 ท่อ จะมีข้อด้อยนิดหน่อย คื่อ เมื่อ Solinoid ตัวแรกเปิด จะทำให้แก๊สที่ถูกเก็บไว้จ่ายออกอย่างรวดเร็ว ทำให้รอบเครื่องขึ้นสูงขึ้น เกิดการกระตุกเล็กน้อยในเกียรธรรมดา แต่จะไม่รู้สึกเลยในเกียรออโต้ ถ้าแก้ไขโดยปรับวาลล์จ่ายที่ชุด Solinoid ตัวแรกให้จ่ายน้อยลง ก็จะประหยัดน้อยลง คนส่วนมากจึงไม่ปรับลดเพราะต้องการเน้นความประหยัดเป็นหลัก ส่วน Solinoid ตัวที่สองทำงานในรอบสูง ส่วนมาก ทำงานดี ไม่มีปัญหา โดยรวมๆของระบบนี้ใช้ได้ครับ แต่ถ้ามีการแก้ไขให้สามารถคุมการจ่ายแก๊สให้นึ่งกว่านี่จะดีมากๆ


 จาก promm_2
 ศุกร์, 3/11/2549
 เวลา :
11:52
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       ขอบคุณ คุณ champ_c1 มากครับ สำหรับ ความรู้ที่รับมา เพื่อนๆ ที่อยากติกแก๊ส + LPG จะได้มีข้อ เลือก เวลาไปติดแก๊ส จะมีคำถามมากมายไปถามร้านที่ติดตั้ง เอาคำตอบที่ได้รับมาไปตัดสินใจในการเลือกติด รวมไปถึงการรับประกัน ว่ามีมากน้อยแค่ไหนถามให้รู้ไปเลยว่า ถ้าร้านที่เราไปติดต่อถามกลับมาว่า ถ้าไม่มั่นใจก้อไม่ต้อง (รถเรานี่ครับ ใครๆ ก้อรักรถ คิดอีกอย่างว่าถ้าติดที่ร้านี้ จะดีจริงอย่างที่เราคุยไว้หรือป่าว) ทางเลือกสำหรับเพื่อนๆ ครับ


 จาก วิทย์
 ศุกร์, 3/11/2549
 เวลา :
23:52
 IP:
124.121.57.191

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       ผมไปติดมาแล้วครับTD27T แบบไม่มีหม้อต้มของยี่ห้อดังยี่ห้อนึง ราคาสองหมื่นไกลมีหลายสาขา อัตราเร่งดี ประหยัดดี แต่ระยะยาวไม่รู้ รู้แต่ว่าฉีดแก๊สที่กักเก็บฉีดเข้าที่ท่อไอดี ไว้จะรายงานให้ทราบครับว่าระยะยาวเป็นยัวไง


 จาก promm_2
 อังคาร, 7/11/2549
 เวลา :
18:37
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       ไปติดมาแล้วหรือครับ คุณวิทย์ เป็นไงบ้างครับ เล่าให้ฟังกันบ้าง ขับได้ปกติหรือป่าวครับ หรือว่าต้องค่อยๆ เหยีบ เพราะแก๊สมันแรง ทิ้งเบอร์โทรไว้บ้างสิครับ จะได้โทรคุณกันแลกเปลี่ยน


 จาก เหมียว
 พุธ, 8/11/2549
 เวลา :
11:07
 IP:
203.172.142.66

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       สงสัยคุณวิทย์ติดยี่ห้อเดียวกับผมแน่เลย ผมอีซูซุ3.0ดีไอขับ4ครับ ราคาที่สองหมื่นกลาง ไม่ใช้หม้อต้มแต่ใช้ตัวอุนอีกแบบ เหตุผลส่วนตัวที่เลือกแบบไม่ใช้หม้อต้ม เพราะไม่อยากให้ตัดต่อท่อน้ำ(คือกลัวไม่ดีจะได้ถอดทิ้งอย่าไร้ร่องรอยนะครับ ) และอีกอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักเกี่ยวกับผ้าไดอะแฟรมหม้อต้มที่มาจากเครื่องเบนซิลที่นำมาใช้เครื่องดีเซล(ความคิดส่วนตัวนะครับ)
การใช้งานออกตัว อัตราเร่งดีกว่าเดิมเห็นได้ชัด แต่ของผมรู้สึกยังกินแก๊สมากไปหน่อย(กม.ละห้าสิบกว่าสตางค์)ว่ามีเวลาจะไปให้จูนลดลงอีกนิด เวลาใช้แรกๆต้องปรับเท้านิดหนึ่งให้เบาลง โดยรวมพอใจครับ และกำลังทดสอบหาความสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ครับ


 จาก โจโจ้
 พุธ, 8/11/2549
 เวลา :
11:07
 IP:
202.90.118.50

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       ติดที่ไหนบอกกันบ้างนะ


 จาก promm_2
 พุธ, 8/11/2549
 เวลา :
11:58
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       จากคำตอบที่ 18 โดยคุณ เหมียว
แสดงข้อคิดเห็นได้ดีมากครับ แสดงถึงการตัดสินใจ และความรู้สึกหลังจากที่ได้ติดตั้งระบบแก๊สมา แล้วอย่าลืมเข้ามาบอก กล่าวผลของการใช้งานเป็นระยะด้วยครับ เพื่อนๆ ยังรอดูอยู่ครับ เป็นคำตอบที่ได้มาจากคนที่ใข้งานจริงๆ ไม่ใช่ร้านค้าที่เค้ามาแนะนำตัว แล้วลงรูปใด้เพือนดูกันบ้างครับ


 จาก นพ
 พุธ, 8/11/2549
 เวลา :
14:32
 IP:
124.120.46.190

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       ของผมใช้ หม้อต้มหัวฉีด & หัวฉีดคู่ & ECU จ่าแก๊สตามรอบ 1000-3500 รอบ ไม่มีเขกจะทดสอบวันเสาร์นี้ กรุงเทพ - ระยอง


 จาก Wit
 พฤหัสบดี, 9/11/2549
 เวลา :
09:36
 IP:
59.42.210.176

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
      
ฟันธง ธงขาด เอ๊ย ผ้าขาด ของผมเคยเป็น หลังจากใช้ได้ไม่นาน เลยไปแก้ที่อู่ ใส่วาล์วแทน เพราะเขาได้ยินร้านขายแก๊สบอกว่าเคยฟังจากคนของเกาหลี ฮาน่า บอกว่าอย่าใช้หม้อในดีเซลเด็ดขาด เขายังไม่กล้าเลย กลัวพัง ในระยะยาวขาดไวแน่เพราะเครื่องดีเซลมันดูดแรงกว่าเบนซินมากๆ โดยเฉพาะผมใช้มากวันละกว่า 200 กม และตีนหนัก ส่วนหัวฉีดดูจะไม่จำเป็น เวลาเสียทีหน้ามืดเพราะแพงมาก หัวละหลายพัน (สองสิ่งนี้ดูจะไม่จำเป็น สำหรับดีเซล ที่ใช้แก๊สน้อย แต่จำเป็นสำหรับเบนซิน) ตอนนี้ผมใช้มาได้ปีกว่าแล้ว มีข้อเสียคือ ต้องปรับจูนบ้าง แต่ก็ยังน้อยกว่าปรับจูนหม้อครับ


 จาก Wit
 พฤหัสบดี, 9/11/2549
 เวลา :
09:38
 IP:
59.42.210.176

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
       ฟันธง ธงขาด เอ๊ย ผ้าขาด ของผมเคยเป็น หลังจากใช้ได้ไม่นาน เลยไปแก้ที่อู่ ใส่วาล์วแทน เพราะเขาได้ยินร้านขายแก๊สบอกว่าเคยฟังจากคนของเกาหลี ฮาน่า บอกว่าอย่าใช้หม้อในดีเซลเด็ดขาด เขายังไม่กล้าเลย กลัวพัง ในระยะยาวขาดไวแน่เพราะเครื่องดีเซลมันดูดแรงกว่าเบนซินมากๆ โดยเฉพาะผมใช้มากวันละกว่า 200 กม และตีนหนัก ส่วนหัวฉีดดูจะไม่จำเป็น เวลาเสียทีหน้ามืดเพราะแพงมาก หัวละหลายพัน (สองสิ่งนี้ดูจะไม่จำเป็น สำหรับดีเซล ที่ใช้แก๊สน้อย แต่จำเป็นสำหรับเบนซิน) ตอนนี้ผมใช้มาได้ปีกว่าแล้ว มีข้อเสียคือ ต้องปรับจูนบ้าง แต่ก็ยังน้อยกว่าปรับจูนหม้อครับ


 จาก ต้น
 พฤหัสบดี, 9/11/2549
 เวลา :
12:57
 IP:
202.5.95.205

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
       คามเห็นผมในเชืงวิชาการผมว่าหม้อต้มขาดกับRegulatorเสียก็เจอปัญหาเดียวกัน คนขายก็ต้องเชียร์ของตัวเองเป็นธรรมดา ต้องฟังแล้วตัดสินใจ หม้อต้มผ้าขาดเขาก็มี ecu ควบคุมตัดไม่ให้หม้อต้ม
แก้ง่ายๆ Regulator เสียEcu ก็ตัดหม้อต้ม ถ้าไม่มีEcu ก็ดูจะไม่ปลอดภัย ในอเมริกาก็ขายระบบมีหม้อต้มทั้งนั้น ผมจึงว่าระบบไหนก็ได้ต้องให้วิศวกรแนะนำเพราะเขามีความรู้ หรือลองปรึกษาอาจารย์บุญลาย063797870 ท่านจะแนะนำกลางๆได้


 จาก good
 พฤหัสบดี, 9/11/2549
 เวลา :
17:17
 IP:
58.9.127.110

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 25
       เห็นไปในแนวทางเดียวกันคุณต้นและ ข้อมูลที่คุณchamp_c1มาขยายความครับ

คือจะติดอะไรมาก็ใช้ได้ทั้งนั้น ผมว่านะ
แล้วสำหรับหม้อต้มเลิกคิดกันได้แล้ว เรื่องดูดแรงอะไรนั่น
ผมแนะนำวิธีทดสอบแรงดูดให้แบบง่ายๆ ไม่ต้องมีเครื่องมือก็รู้ได้

ที่ท่อไอดีจะมีท่อยางที่ระบายไอน้ำมันเครื่องออกมาจากฝาวาล์ว
ลองถอดออกแล้วเอามือไปอุดดู ลองเร่งดูที่รอบเครื่องต่างๆ แล้วคุณจะขำความคิดที่ว่านั้นครับ
ถ้าจะให้ดูดแรงๆ ต้องใส่มิกเซอร์ครับ ยิ่งรูเล็กยิ่งดูดแรง ไปลองดู

ทีนี้มาลองดูเครื่องดีเซลเทอร์โบ เออ..มันดูดกว่าครับ แต่ก็ไม่ได้มากซะจนผ้ากระจาย
รถส่วนใหญ่ที่ติดกัน เอาเฉพาะที่ผมเห็น ก็เป็นแบบหม้อต้ม ไม่งั้นคงพังกันหมดแล้ว
ทุกอย่างมันมีข้อดีและข้อด้อย โดยประมาณแล้วเท่าๆกันครับ
ขึ้นอยู่กับขั้นตอนในการติดตั้งมากกว่า ดังนั้นดูแล้ว ชอบแบบไหน เชื่อแบบไหน

ถ้าไตร่ตรองดีแล้ว ทำไปเลยครับ


คำถามนี้มีทั้งหมด 66 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  3  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)