ปัญหาของคนที่กำลังจะติด LPG + ดีเซล ที่ถูกคัดค้าน

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก promm_2
เสาร์ที่ , 28/10/2549
เวลา : 14:00
 IP:

202.129.57.20
อ่านแล้ว = 919 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ปัญหาของคนที่กำลังจะติด LPG + ดีเซล ที่ถูกคัดค้าน
1.ติดแล้วเครื่องยนต์พัง
2.ติดแล้วเครื่องยนต์มีเสียงเขก
3.ถ้าใช้หม้อต้ม เกิดผ้าปั้มขาด ทำให้แก๊สจ่ายมากเกินไป เครื่องพัง เพราะควบคุมแก๊สไม่ได้
4.ถ้าไม่ใช้หม้อต้ม ลดแรงดันด้วยอุปกรณ์ที่ใช้กับถังแก๊สบ้าน จะแน่ใจได้เท่าไหร่ว่าจะไม่มีละอองของน้ำแก๊สหลุดรอดเข้าไปผสมในห้องเผาไหม้ เพราะหม้อต้มใช้ความร้อนของน้ำแลกความร้อนกับ LPG ซึ่งมีสถานะเป็นของเหลว เพื่อให้ได้ก๊าซที่สมบูรณ์ก่อนเข้าไปช่วยระบบการเผาไหม้
5.อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร
6.จากข้อที่5. แยกทางเดินการจ่ายแก๊ส(เป็นก๊าซสมบูรณ์หรือไม่) เป็น 2 ทาง ทำไมไม่ใช้มอเตอร์ควบคุมการจ่ายแก๊ส แบบของเบนซิน
7.จำเป็นต้องพึ่งพา อุปกรณ์เสริม ต่างๆ ที่ช่วยให้ประหยัดมากขึ้นไปอีก หรือไม่ ถ้าติดอุปกรณ์เสริมต่างๆ เข้าไป ใช้ไปสักพักส่วนต่างๆของเครื่องยนต์เสียหาย อะไรที่เป็นสาเหตุ ใครจะรับผิดชอบ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก อาจารย์
 ศุกร์, 3/11/2549
 เวลา :
18:05
 IP:
203.113.37.12

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       ขอตอบ
1 เครื่องยนต์จะพังเพราะความเมามันในการเหยียบคันเร่งที่เกินเครื่องยนต์จะทำได้
2 มีเสียงเครื่องยนต์เขก เพราะจุนปรับแก๊สไม่เหมาะสม และปรับตั้ง Lmit switch ที่คันเร่งไม่ถูกต้อง
3 ผ้าหม้อต้มขาด ก็กำหนดในการบำรุงรักษาครับ อาจจะกำหนด เป้น รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ( เวลาที่สะดวกให้พารถไปให้ร้านเช็คหม้อต้ม )
4 การติดแก๊ส LPG ถ้ามไม่มีหม้อต้มลดแรงดันแก๊สและกรองแก๊สแล้ว จะเกิดอันตรายกบเครื่องยนต์มาก
เพราะว่าไอน้ำทีปนกับแก๊สเข้าไปผสมในลูกสูบ เกิดลูกสูบแตกได้ง่ายๆ
5 ยังมีอีกหลายๆข้อที่จะอธิบายให้ฟัง ผมขอแนะนำมาปรึกษาเรื่องการติดแก๊สที่ บริษัทหลานสิน คลีนิคแก๊ส 02-5182477-8 ปากซอย รามคำแหง 174 คุณมั่นใจได้เลย


 จาก นายไวไวครับ
 อาทิตย์, 5/11/2549
 เวลา :
20:55
 IP:
125.25.12.230

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       อยากจะถาม อาจารย์หน่อยครับ ถ้าไม่ลดความดันของLPGจะเอาไปใช้ได้อย่างไร มีด้วยหรือ เอาเส้นเอ็นส่วนไหนมาคิดแทนสมองเนี่ย แล้วยังมั่วไปเรื่องไอน้ำไรเนี่ยอีก เบื่อจริงๆพวกมั่ว


 จาก champ_c1
 อาทิตย์, 5/11/2549
 เวลา :
21:57
 IP:
203.118.80.31

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       ขอเอามาตอบซ้ำหน่อยนะ อย่าว่ากัน

1.ติดแล้วเครื่องยนต์พัง เครื่องยนต์มีเสียงเขก ก็เพราะระบบคุมแก๊สไม่อยู่ จ่ายแก๊สหนา จนเครื่องยนต์เกิดการน๊อค(ชิงจุดระเบิดเพราะแก๊สมีจุดวาบไฟที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซล จึงลุกไหมก่อนและไปต้านการเคลื่อนที่ของลูกสูบ) ทำให้ความร้อนสูง การซึกหรอสูง เครื่องจึงพัง

2.ถ้าใช้หม้อต้ม เกิดผ้าปั้มขาด ทำให้แก๊สจ่ายมากเกินไป เครื่องพัง เพราะควบคุมแก๊สไม่ได้ ข้อนี้ผมเห็นด้วยครับ

3.ถ้าไม่ใช้หม้อต้ม ลดแรงดันด้วยอุปกรณ์ที่ใช้กับถังแก๊สบ้าน จะแน่ใจได้เท่าไหร่ว่าจะไม่มีละอองของน้ำแก๊สหลุดรอดเข้าไปผสมในห้องเผาไหม้ เพราะหม้อต้มใช้ความร้อนของน้ำแลกความร้อนกับ LPG ซึ่งมีสถานะเป็นของเหลว เพื่อให้ได้ก๊าซที่สมบูรณ์ก่อนเข้าไปช่วยระบบการเผาไหม้

1) การใช้แก๊สร่วมกับดีเซลนั้น เป็นการจ่ายพร้อมๆกัน ไม่ได้จ่าย 100% เหมือนกับเครื่องเบนซินซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะโดยตรง เป็นการจ่ายเพื่อชดเชยการจ่ายดีเซลที่จะต้องเพิ่มขึ้น
2) การจ่ายแก๊สที่ความดัน 2-3 บาร์นั้นไม่น่าจะมีละอองแก๊สปนอยู่ เพราะ แก๊สนั้นจะมีสถานะเป็นของเหลวเฉพาะที่ความดันสูงๆ(เหมือนความดันที่ถัง ประมาณ 22 บาร์) ดังนั้น ที่ความดัน 2-3 บาร์นั้น แก๊ส ไม่น่าจะรักษาสถานะนั้นไว้ได้
3) การจ่ายแก๊สในดีเซลนั้น เป็นการจ่ายเข้าท่อร่วมไอดีซึ่งมีอุณหภูมิสูง ซึ่งที่อุณหภูมิทำงานของเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า 75 องศาแน่ ดังนั้น จึงไม่มีความเป็นไปได้ที่แก๊ส จะมีละออกปนเข้าไปในห้องเผาไหม้
4) ยิ่งเครื่องยนต์เทอร์โบ ใช้การจ่ายเข้าท่อกรองอากาศ (ฝั่งขาดูดของเทอร์โบ) ยิ่งมีอุณหภูมิสูง คงไม่ต้องอธิบายนะว่า จะมีละอองปนเข้าไปหรือไม่

แถมท้ายนิดนึง ในกรณีที่เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบ อาจเห็นว่า การจ่ายแก็สเข้าทางท่อดูดฝั่งเทอร์โบนั้น อาจเป็นอันตราย ในกรณีที่ท่อทางเดินเทอร์โบฝั่งอัด(ฝั่งแรงดันสูง) มีการรั่วซึม ผมเห็นด้วยกับจุดนี้ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับจุดนี้มากสักนิดนึง

4.อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร

เป็น Regulator ที่ใช้ลดความดันทั่วๆไปครับ แต่เป็นชนิดที่สามารถใช้กับ LPG ได้ ควบคุมด้วยสปริงและแผ่นไดอะแฟรมเป็นหลัก

5. แยกทางเดินการจ่ายแก๊ส(เป็นก๊าซสมบูรณ์หรือไม่) เป็น 2 ทาง ทำไมไม่ใช้มอเตอร์ควบคุมการจ่ายแก๊ส แบบของเบนซิน

ขอแสดงความคิดเห็นแบบนี้นะ
1) มันยากเกินไปในการออกแบบครับ ต้นทุนสูง การติดตั้งยาก การซ่อมบำรุงยาก
2) การแยกทางเดินการจ่ายแก๊ส เป็น 2 ทาง เพื่อจ่ายแก๊สในรอบต่ำและสูง นั้น เพียงพอสำหรับเครื่องดีเซลแล้ว เพราะใช้การจ่ายผสมกับดีเซล ไม่ละเอียดเหมือนเครื่อง เบนซินที่ต้องจ่าย 100% จึงต้องละเอียดมาก

แต่ไม่ต้องท้อใจครับ แว่วๆว่าในอนาคตกำลังจะมีระบบหัวฉีดของเครื่องดีเซลออกมา ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ครับ

6.จำเป็นต้องพึ่งพา อุปกรณ์เสริม ต่างๆ ที่ช่วยให้ประหยัดมากขึ้นไปอีก หรือไม่ ถ้าติดอุปกรณ์เสริมต่างๆ เข้าไป ใช้ไปสักพักส่วนต่างๆของเครื่องยนต์เสียหาย อะไรที่เป็นสาเหตุ ใครจะรับผิดชอบ

ไม่น่าจะต้องมีอุปกรณ์เสริมแล้วนะครับ ถ้าจะเสริมต้องไปเสริมระบบน้ำมันนั่น แก๊สส่วนมากมันออกแบบมาดีอยู่แล้ว แต่ถ้าร้านใดที่เอาอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระบบแก๊สเพื่อให้ประหยัดขึ้น คงต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของลูกค้าที่จะตัดสินใจแล้ว

ส่วนที่ใช้ไปสักพักส่วนต่างๆของเครื่องยนต์เสียหาย คงต้องหาสาเหตุว่าอะไรที่เป็นสาเหตุ จึงจะหาผู้รับผิดชอบได้


แต่ยังมีอีกนิดหนึ่งครับ คือในคำตอบ คำตอบที่ 4 2)2) การจ่ายแก๊สที่ความดัน 2-3 บาร์นั้นไม่น่าจะมีละอองแก๊สปนอยู่ เพราะ แก๊สนั้นจะมีสถานะเป็นของเหลวเฉพาะที่ความดันสูงๆ(เหมือนความดันที่ถัง ประมาณ 22 บาร์) ดังนั้น ที่ความดัน 2-3 บาร์นั้น แก๊ส ไม่น่าจะรักษาสถานะนั้นไว้ได้ แต่ในรถยนต์ท่อดูดแก๊ส ที่อยู่ในถัง มันดูดเอาแก๊สที่เป็นของเหลวไม่ใช่หรือครับ (กรณีที่แก๊สมีปริมาณมากๆ) ไม่เหมือนกับกับแก๊สทีบ้านเพราะมันตั้ง ก๊าซจะลอยขึ้นไปส่วนบนของถัง งง ตรงนี้นะครับ
ส่วนคำตอบที่ 6 4.อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร

เป็น Regulator ที่ใช้ลดความดันทั่วๆไปครับ แต่เป็นชนิดที่สามารถใช้กับ LPG ได้ ควบคุมด้วยสปริงและแผ่นไดอะแฟรมเป็นหลัก แล้วสมมุติว่า สปริงและแผ่นไดอะแฟรม เกิดชำรุด หรือแผ่นไดอะแฟรมขาด จะมีผลเสียด้านไหนครับ ถามเพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆ สมาชิก จะได้หาวิธีป้องกัน หรือทำให้เกิดความเข้าใจ ครับ ขอบคุณมากครับ

จากคำตอบที่ในข้อที่ 4 2) การจ่ายแก๊สที่ความดัน 2-3 บาร์นั้นไม่น่าจะมีละอองแก๊สปนอยู่ เพราะ แก๊สนั้นจะมีสถานะเป็นของเหลวเฉพาะที่ความดันสูงๆ(เหมือนความดันที่ถัง ประมาณ 22 บาร์) ดังนั้น ที่ความดัน 2-3 บาร์นั้น แก๊ส ไม่น่าจะรักษาสถานะนั้นไว้ได้ แต่ในรถยนต์ท่อดูดแก๊ส ที่อยู่ในถัง มันดูดเอาแก๊สที่เป็นของเหลวใช่หรือไม่ครับ

ใช่ครับ ที่วาลล์จ่าย ท่อจ่ายจะจ่ายวาลล์ที่สถานะของเหลว แต่ในชุดอุปกรณ์ได้ติดตั้ง Regulator ไว้ที่ท่อด้านออกจากถังที่ท้ายรถ แสดงว่าแก๊สที่ออกจากถังนั้นถูกลดความดันมาตั้งแต่แรกแล้ว จากนั้นเมื่อแก๊สมาเข้าชุดอุปกรณ์ ซึ่งมีกล่องสำหรับกักเก็บแก๊สและให้แก๊สเปลี่ยนสถานะรวมอยู่ด้วย ภายในกล่องจะถูกกั้นห้องไว้ ทำให้แก๊สที่ยังมีส่วนที่เป็นของเหลวยังคงอยู่ด้านล่างหรือห้องแรก ส่วนแก๊สที่เป็นไอแล้วจะผ่านไปอยู่ห้องที่สอง และสามารถนำไปใช้ได้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ใช่ไอ 100% ก็ตาม


สวัสดีครับ promm_2 เรามาดูส่วนที่ยังไม่ค่อยชัดเจนกัน ในคำตอบส่วนที่ อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร

ที่ผมบอกว่าเป็น Regulator ที่ใช้ลดความดันทั่วๆไปครับ แต่เป็นชนิดที่สามารถใช้กับ LPG ได้ ควบคุมด้วยสปริงและแผ่นไดอะแฟรมเป็นหลัก แล้วสมมุติว่า สปริงและแผ่นไดอะแฟรม เกิดชำรุด หรือแผ่นไดอะแฟรมขาด จะมีผลเสียด้านไหนครับ ถามเพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆ สมาชิก จะได้หาวิธีป้องกัน หรือทำให้เกิดความเข้าใจ ครับ ขอบคุณมากครับ

ขอตอบอย่างนี้ครับ สมมุติว่า สปริงและแผ่นไดอะแฟรม เกิดชำรุด หรือแผ่นไดอะแฟรมขาด ซึ่งจะส่งผลให้ตัว Regulator ไม่สามารถคุมแก๊สได้ครับ ทำให้แรงดันที่เข้าสู่ระบบสูง จ่ายแก๊สหนา จนเครื่องยนต์เกิดการน๊อค(ชิงจุดระเบิด) ทำให้ความร้อนสูง การซึกหรอสูง มีโอกาสพังสูงครับ วิธีการแก้ไขยังไม่มี แต่วิธีการป้องกันพอจะมี อาจต้องใส่ Pressure Switch แบบที่ปรับค่าได้ (ผมแนะนำยี่ฮ้อ VDO ที่นักเลงรถเทอร์โบคุ้นเคย สมัย เดอะพาเลส+บางใหญ่) เพื่อตัดวงจรการจ่ายแก๊สเมื่อแรงดันเกินที่ตั้งไว้ครับ โดยตัดที่ติ๊กแก๊สครับ สามารถป้องกันการเสียหายได้ระดับหนึ่ง ก่อนที่มันจะลุกลามไปมากกว่านี้

7.การลดน้ำมัน ช่วยในการประหยัดขึ้น แต่ถ้าไม่มีก๊าซ LPG รถวิ่งไม่ออกแน่นอนครับ ซึ่งการลดน้ำมันทำให้แรงตก มันผิดกับวัตถุประสงค์ของการออกแบบเครื่องดีเซลอย่างชัดเจน ที่ต้องการออกแบบให้เครื่องยนต์มีแรงม้าและแรงบิดที่ดีในรอบที่ต่ำ เพื่อที่จะสามารถชุดลากวัตถุที่มีน้ำหนักมากๆให้เคลื่อนที่ได้
วันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสคุยกับพนักงานขับรถพ่วงที่บรรทุกดินทรายว่าสนใจติดแก๊สไหม จึงได้คำตอบกลับมาว่า เถ้าแก่ก็เคยเอารถไปติดตั้งมาแล้ว ปรากฎว่าประหยัดก็จริงแต่รถไม่มีแรง เมื่อบรรทุกของแล้วไม่สามารถวิ่งขึ้นจากบ่อดินได้ เถ้าแก่จึงถอดทิ้งทุกคัน เสียเงินไปหลายแสน ที่เล่ามาเนี่ยไม่ใช่ต้องการมาประนามระบบของใคร หรือบอกว่าใครดีกว่าใคร แต่อยากให้ผู้ที่ต้องการใช้ LPG เข้าใจก่อนว่ามันมีปัญหาแบบนี้ ส่วนใครจะเลือกระบบไหน ราคาเท่าใด มันก็แล้วแต่การตัดสินใจของคนๆนั้น


มาถึงจุดด้อยแฝง ที่ยังไม่มีใครรู้ยกเว้นคนที่เคยใช้แล้ว

ในระบบจ่ายแบบ 2 ท่อ จะมีข้อด้อยนิดหน่อย คื่อ เมื่อ Solinoid ตัวแรกเปิด จะทำให้แก๊สที่ถูกเก็บไว้จ่ายออกอย่างรวดเร็ว ทำให้รอบเครื่องขึ้นสูงขึ้น เกิดการกระตุกเล็กน้อยในเกียรธรรมดา แต่จะไม่รู้สึกเลยในเกียรออโต้ ถ้าแก้ไขโดยปรับวาลล์จ่ายที่ชุด Solinoid ตัวแรกให้จ่ายน้อยลง ก็จะประหยัดน้อยลง คนส่วนมากจึงไม่ปรับลดเพราะต้องการเน้นความประหยัดเป็นหลัก ส่วน Solinoid ตัวที่สองทำงานในรอบสูง ส่วนมาก ทำงานดี ไม่มีปัญหา โดยรวมๆของระบบนี้ใช้ได้ครับ แต่ถ้ามีการแก้ไขให้สามารถคุมการจ่ายแก๊สให้นึ่งกว่านี่จะดีมากๆ




ถ้าใครมีความเห็นอะไรเพิ่มเติมหรือแตกต่างจากผม ก็ช่วยให้ความรู้เพิ่มแก่ผมหน่อย หรือใครต้องการติชม ต่อว่า หรือคิดว่าที่ผมเข้าใจหรือแสดงความคิดเห็นออกไปนั้น ผิด โปรดโทรมาหาผม เอาแบบติเพื่อต่อ(ต่อยอดทางความคิดนะ) ขอบคุณครับ


 จาก tod
 อาทิตย์, 5/11/2549
 เวลา :
22:29
 IP:
202.28.68.12

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       champ_c1
สุดยอดไม่ค่อยรู้ แต่ต้องค่อยๆท่านครับ พอดีไม่มีพื้นฐาน
แต่คุณนายไวไวครับไม่สร้างสรรเลยนะ คุณรู้ก็มาคุยกัยทางวิชาการซิครับ
มาว่ากระแทกกันเหมือนเวลาสาวๆที่ทำงานผมด่ากันเลย(ไมล้าด่าต่อหน้าด้วยนะ)แล้วต่อไปใครจะกล้าตอบ
ผิดถูกอย่างไรก็มาวิเคราะห์กันครับ


 จาก เล็ก รัชดา
 จันทร์, 6/11/2549
 เวลา :
17:00
 IP:
210.203.174.129

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       หนุกดีครับ มาช่วยกันต่อยอด

เรื่องติดแล้วเครื่องยนต์พัง ก้อเหมือนกับที่เชื่อว่าเครื่องเบนซินใช้ก๊าซแล้วเครื่องพังอ่ะครับ
ทั้งนี้ ช่วงนึง การขาดความรู้ ความเข้าใจ และอุปกรณ์ที่ดี ทำให้เกิดปัญหาได้

เท่าที่ลองศึกษาจาก ผู้ที่ติดตั้งระบบผสมก๊าซในเครื่องดีเซลที่ได้ผลน่าพอใจ พอสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. ไม่ใช้วิธีการลดการจ่ายน้ำมันดีเซลครับ ในทุกรอบความเร็ว เพราะเมื่อกลับมาใช้ดีเซลจะไม่มีปัญหาเรื่องอืด
2. ก๊าซจะจ่ายออกมาผสม ในรอบความเร็วที่ตั้งได้ ประมาณช่วง 1000-2500 รอบต่อนาที ทั้งนี้ เทคนิคการควบคุมการจ่าย ส่วนมากใช้ระบบแมคคานิค เช่น ตั้งสายคันเร่ง มีบางรายใช้อุปกรณ์อีเลคโทรนิคส์ช่วย เช่น ลิมิตสวิทช์พร้อมกล่องควบคุมความเร็วรอบ
3. อันนี้สำคัญ ไม่ค่อยมีใครพูดถึง คือ อุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์ ปกติเครื่องดีเซลจะมีอุณหภูมิทำงานประมาณ 72-80 องศาเซลเซียส ส่วนเครื่องเบนซิน ประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส
ทั้งนี้ เมื่อก๊าซผสมกับน้ำมันดีเซล จะเกิดการจุดระเบิดที่ รุนแรงขึ้น เกิดแรงม้าและแรงบิดเพิ่ม ทำให้ได้พลังงานและระยะทางในการเดินทางเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าอุณหภูมิ อาจจะสูงขึ้นอีกเล็กน้อย เพราะฉะนั้น ควรมีระบบตัดการจ่ายก๊าซหากอุณหภูมิสูงเกิน 90 องศา โอกาสเครื่องกระจายจะน้อยลงมาก
4. ส่วนเรื่องการใช้เสตปปิ้งมอเตอร์ ควบคุมแบบแลมด้าคอนโทรล ที่ใช้กันในเครื่องเบนซินนั้น
จำเป็นต้องใช้ Wideband O2 Sensor เท่านั้น เป็นตัวอ่านค่า ซึ่งหายาก ราคาแพง และอายุการใช้งานจำกัด ทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมครับ


 จาก นายไวไวครับ
 จันทร์, 6/11/2549
 เวลา :
20:37
 IP:
125.25.13.214

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       ขอโทษที่ผมอธิบายแบบลูกทุ่งไปหน่อยครับ(ไร้การศึกษา) ผมมีแต่ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์มากกว่า10ปีกับLPGสำหรับอุตสาหกรรมขนาดเล็ก-ขนาดกลางแค่นั้น+เครื่องยนต์แค่งูๆปลาๆ ความรู้ที่จะอธิบายในเชิงลึกผมก็ไม่มี แต่ผมเข้าใจและแยกแยะได้ว่าคนที่จะเข้ามาช่วยตอบคำถามแก้ขอสงสัย หรือ คนที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์ มันต่างกันครับ



 จาก ซำเหมา
 จันทร์, 6/11/2549
 เวลา :
20:47
 IP:
203.114.124.198

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       ในความคิดเห็นผมนะครับ น่าจะจับรถสุดที่รักไปวางเครื่องใหม่เป็นเครื่องเบนซินซะเลย หมดเรื่อง เครื่องแรง เดินเงียบ ไม่สั่น ที่สำคัญน่าจะคืนทุนเร็วกว่าเอาเครื่องดีเซลไปติดแก๊สนะครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องพังด้วย มีคนรู้จักกับผมเค้าเชื่อผมและเอารถตัวเองไปวางเครื่องฟรี โดยการเอาเครื่องดีเซลตัวเองไปเปลี่ยนกับเครื่องเบนซิน และลงให้ด้วย เพราะมีคนต้องการเครื่องดีเซลเยอะครับ


คำถามนี้มีทั้งหมด 7 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)