| |
คำตอบที่ 3
ขอเอามาตอบซ้ำหน่อยนะ อย่าว่ากัน
1.ติดแล้วเครื่องยนต์พัง เครื่องยนต์มีเสียงเขก ก็เพราะระบบคุมแก๊สไม่อยู่ จ่ายแก๊สหนา จนเครื่องยนต์เกิดการน๊อค(ชิงจุดระเบิดเพราะแก๊สมีจุดวาบไฟที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซล จึงลุกไหมก่อนและไปต้านการเคลื่อนที่ของลูกสูบ) ทำให้ความร้อนสูง การซึกหรอสูง เครื่องจึงพัง
2.ถ้าใช้หม้อต้ม เกิดผ้าปั้มขาด ทำให้แก๊สจ่ายมากเกินไป เครื่องพัง เพราะควบคุมแก๊สไม่ได้ ข้อนี้ผมเห็นด้วยครับ
3.ถ้าไม่ใช้หม้อต้ม ลดแรงดันด้วยอุปกรณ์ที่ใช้กับถังแก๊สบ้าน จะแน่ใจได้เท่าไหร่ว่าจะไม่มีละอองของน้ำแก๊สหลุดรอดเข้าไปผสมในห้องเผาไหม้ เพราะหม้อต้มใช้ความร้อนของน้ำแลกความร้อนกับ LPG ซึ่งมีสถานะเป็นของเหลว เพื่อให้ได้ก๊าซที่สมบูรณ์ก่อนเข้าไปช่วยระบบการเผาไหม้
1) การใช้แก๊สร่วมกับดีเซลนั้น เป็นการจ่ายพร้อมๆกัน ไม่ได้จ่าย 100% เหมือนกับเครื่องเบนซินซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะโดยตรง เป็นการจ่ายเพื่อชดเชยการจ่ายดีเซลที่จะต้องเพิ่มขึ้น
2) การจ่ายแก๊สที่ความดัน 2-3 บาร์นั้นไม่น่าจะมีละอองแก๊สปนอยู่ เพราะ แก๊สนั้นจะมีสถานะเป็นของเหลวเฉพาะที่ความดันสูงๆ(เหมือนความดันที่ถัง ประมาณ 22 บาร์) ดังนั้น ที่ความดัน 2-3 บาร์นั้น แก๊ส ไม่น่าจะรักษาสถานะนั้นไว้ได้
3) การจ่ายแก๊สในดีเซลนั้น เป็นการจ่ายเข้าท่อร่วมไอดีซึ่งมีอุณหภูมิสูง ซึ่งที่อุณหภูมิทำงานของเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า 75 องศาแน่ ดังนั้น จึงไม่มีความเป็นไปได้ที่แก๊ส จะมีละออกปนเข้าไปในห้องเผาไหม้
4) ยิ่งเครื่องยนต์เทอร์โบ ใช้การจ่ายเข้าท่อกรองอากาศ (ฝั่งขาดูดของเทอร์โบ) ยิ่งมีอุณหภูมิสูง คงไม่ต้องอธิบายนะว่า จะมีละอองปนเข้าไปหรือไม่
แถมท้ายนิดนึง ในกรณีที่เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบ อาจเห็นว่า การจ่ายแก็สเข้าทางท่อดูดฝั่งเทอร์โบนั้น อาจเป็นอันตราย ในกรณีที่ท่อทางเดินเทอร์โบฝั่งอัด(ฝั่งแรงดันสูง) มีการรั่วซึม ผมเห็นด้วยกับจุดนี้ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับจุดนี้มากสักนิดนึง
4.อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร
เป็น Regulator ที่ใช้ลดความดันทั่วๆไปครับ แต่เป็นชนิดที่สามารถใช้กับ LPG ได้ ควบคุมด้วยสปริงและแผ่นไดอะแฟรมเป็นหลัก
5. แยกทางเดินการจ่ายแก๊ส(เป็นก๊าซสมบูรณ์หรือไม่) เป็น 2 ทาง ทำไมไม่ใช้มอเตอร์ควบคุมการจ่ายแก๊ส แบบของเบนซิน
ขอแสดงความคิดเห็นแบบนี้นะ
1) มันยากเกินไปในการออกแบบครับ ต้นทุนสูง การติดตั้งยาก การซ่อมบำรุงยาก
2) การแยกทางเดินการจ่ายแก๊ส เป็น 2 ทาง เพื่อจ่ายแก๊สในรอบต่ำและสูง นั้น เพียงพอสำหรับเครื่องดีเซลแล้ว เพราะใช้การจ่ายผสมกับดีเซล ไม่ละเอียดเหมือนเครื่อง เบนซินที่ต้องจ่าย 100% จึงต้องละเอียดมาก
แต่ไม่ต้องท้อใจครับ แว่วๆว่าในอนาคตกำลังจะมีระบบหัวฉีดของเครื่องดีเซลออกมา ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ครับ
6.จำเป็นต้องพึ่งพา อุปกรณ์เสริม ต่างๆ ที่ช่วยให้ประหยัดมากขึ้นไปอีก หรือไม่ ถ้าติดอุปกรณ์เสริมต่างๆ เข้าไป ใช้ไปสักพักส่วนต่างๆของเครื่องยนต์เสียหาย อะไรที่เป็นสาเหตุ ใครจะรับผิดชอบ
ไม่น่าจะต้องมีอุปกรณ์เสริมแล้วนะครับ ถ้าจะเสริมต้องไปเสริมระบบน้ำมันนั่น แก๊สส่วนมากมันออกแบบมาดีอยู่แล้ว แต่ถ้าร้านใดที่เอาอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระบบแก๊สเพื่อให้ประหยัดขึ้น คงต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของลูกค้าที่จะตัดสินใจแล้ว
ส่วนที่ใช้ไปสักพักส่วนต่างๆของเครื่องยนต์เสียหาย คงต้องหาสาเหตุว่าอะไรที่เป็นสาเหตุ จึงจะหาผู้รับผิดชอบได้
แต่ยังมีอีกนิดหนึ่งครับ คือในคำตอบ คำตอบที่ 4 2)2) การจ่ายแก๊สที่ความดัน 2-3 บาร์นั้นไม่น่าจะมีละอองแก๊สปนอยู่ เพราะ แก๊สนั้นจะมีสถานะเป็นของเหลวเฉพาะที่ความดันสูงๆ(เหมือนความดันที่ถัง ประมาณ 22 บาร์) ดังนั้น ที่ความดัน 2-3 บาร์นั้น แก๊ส ไม่น่าจะรักษาสถานะนั้นไว้ได้ แต่ในรถยนต์ท่อดูดแก๊ส ที่อยู่ในถัง มันดูดเอาแก๊สที่เป็นของเหลวไม่ใช่หรือครับ (กรณีที่แก๊สมีปริมาณมากๆ) ไม่เหมือนกับกับแก๊สทีบ้านเพราะมันตั้ง ก๊าซจะลอยขึ้นไปส่วนบนของถัง งง ตรงนี้นะครับ
ส่วนคำตอบที่ 6 4.อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร
เป็น Regulator ที่ใช้ลดความดันทั่วๆไปครับ แต่เป็นชนิดที่สามารถใช้กับ LPG ได้ ควบคุมด้วยสปริงและแผ่นไดอะแฟรมเป็นหลัก แล้วสมมุติว่า สปริงและแผ่นไดอะแฟรม เกิดชำรุด หรือแผ่นไดอะแฟรมขาด จะมีผลเสียด้านไหนครับ ถามเพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆ สมาชิก จะได้หาวิธีป้องกัน หรือทำให้เกิดความเข้าใจ ครับ ขอบคุณมากครับ
จากคำตอบที่ในข้อที่ 4 2) การจ่ายแก๊สที่ความดัน 2-3 บาร์นั้นไม่น่าจะมีละอองแก๊สปนอยู่ เพราะ แก๊สนั้นจะมีสถานะเป็นของเหลวเฉพาะที่ความดันสูงๆ(เหมือนความดันที่ถัง ประมาณ 22 บาร์) ดังนั้น ที่ความดัน 2-3 บาร์นั้น แก๊ส ไม่น่าจะรักษาสถานะนั้นไว้ได้ แต่ในรถยนต์ท่อดูดแก๊ส ที่อยู่ในถัง มันดูดเอาแก๊สที่เป็นของเหลวใช่หรือไม่ครับ
ใช่ครับ ที่วาลล์จ่าย ท่อจ่ายจะจ่ายวาลล์ที่สถานะของเหลว แต่ในชุดอุปกรณ์ได้ติดตั้ง Regulator ไว้ที่ท่อด้านออกจากถังที่ท้ายรถ แสดงว่าแก๊สที่ออกจากถังนั้นถูกลดความดันมาตั้งแต่แรกแล้ว จากนั้นเมื่อแก๊สมาเข้าชุดอุปกรณ์ ซึ่งมีกล่องสำหรับกักเก็บแก๊สและให้แก๊สเปลี่ยนสถานะรวมอยู่ด้วย ภายในกล่องจะถูกกั้นห้องไว้ ทำให้แก๊สที่ยังมีส่วนที่เป็นของเหลวยังคงอยู่ด้านล่างหรือห้องแรก ส่วนแก๊สที่เป็นไอแล้วจะผ่านไปอยู่ห้องที่สอง และสามารถนำไปใช้ได้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ใช่ไอ 100% ก็ตาม
สวัสดีครับ promm_2 เรามาดูส่วนที่ยังไม่ค่อยชัดเจนกัน ในคำตอบส่วนที่ อุปกรณ์ลดแรงดันของเหลว ให้เหลือ 2 บาร์(แบบที่ใช้กับถังแก๊สที่บ้าน) ก่อนเข้าห้องเผาไหม้ควบคุมด้วยอะไร
ที่ผมบอกว่าเป็น Regulator ที่ใช้ลดความดันทั่วๆไปครับ แต่เป็นชนิดที่สามารถใช้กับ LPG ได้ ควบคุมด้วยสปริงและแผ่นไดอะแฟรมเป็นหลัก แล้วสมมุติว่า สปริงและแผ่นไดอะแฟรม เกิดชำรุด หรือแผ่นไดอะแฟรมขาด จะมีผลเสียด้านไหนครับ ถามเพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆ สมาชิก จะได้หาวิธีป้องกัน หรือทำให้เกิดความเข้าใจ ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอตอบอย่างนี้ครับ สมมุติว่า สปริงและแผ่นไดอะแฟรม เกิดชำรุด หรือแผ่นไดอะแฟรมขาด ซึ่งจะส่งผลให้ตัว Regulator ไม่สามารถคุมแก๊สได้ครับ ทำให้แรงดันที่เข้าสู่ระบบสูง จ่ายแก๊สหนา จนเครื่องยนต์เกิดการน๊อค(ชิงจุดระเบิด) ทำให้ความร้อนสูง การซึกหรอสูง มีโอกาสพังสูงครับ วิธีการแก้ไขยังไม่มี แต่วิธีการป้องกันพอจะมี อาจต้องใส่ Pressure Switch แบบที่ปรับค่าได้ (ผมแนะนำยี่ฮ้อ VDO ที่นักเลงรถเทอร์โบคุ้นเคย สมัย เดอะพาเลส+บางใหญ่) เพื่อตัดวงจรการจ่ายแก๊สเมื่อแรงดันเกินที่ตั้งไว้ครับ โดยตัดที่ติ๊กแก๊สครับ สามารถป้องกันการเสียหายได้ระดับหนึ่ง ก่อนที่มันจะลุกลามไปมากกว่านี้
7.การลดน้ำมัน ช่วยในการประหยัดขึ้น แต่ถ้าไม่มีก๊าซ LPG รถวิ่งไม่ออกแน่นอนครับ ซึ่งการลดน้ำมันทำให้แรงตก มันผิดกับวัตถุประสงค์ของการออกแบบเครื่องดีเซลอย่างชัดเจน ที่ต้องการออกแบบให้เครื่องยนต์มีแรงม้าและแรงบิดที่ดีในรอบที่ต่ำ เพื่อที่จะสามารถชุดลากวัตถุที่มีน้ำหนักมากๆให้เคลื่อนที่ได้
วันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสคุยกับพนักงานขับรถพ่วงที่บรรทุกดินทรายว่าสนใจติดแก๊สไหม จึงได้คำตอบกลับมาว่า เถ้าแก่ก็เคยเอารถไปติดตั้งมาแล้ว ปรากฎว่าประหยัดก็จริงแต่รถไม่มีแรง เมื่อบรรทุกของแล้วไม่สามารถวิ่งขึ้นจากบ่อดินได้ เถ้าแก่จึงถอดทิ้งทุกคัน เสียเงินไปหลายแสน ที่เล่ามาเนี่ยไม่ใช่ต้องการมาประนามระบบของใคร หรือบอกว่าใครดีกว่าใคร แต่อยากให้ผู้ที่ต้องการใช้ LPG เข้าใจก่อนว่ามันมีปัญหาแบบนี้ ส่วนใครจะเลือกระบบไหน ราคาเท่าใด มันก็แล้วแต่การตัดสินใจของคนๆนั้น
มาถึงจุดด้อยแฝง ที่ยังไม่มีใครรู้ยกเว้นคนที่เคยใช้แล้ว
ในระบบจ่ายแบบ 2 ท่อ จะมีข้อด้อยนิดหน่อย คื่อ เมื่อ Solinoid ตัวแรกเปิด จะทำให้แก๊สที่ถูกเก็บไว้จ่ายออกอย่างรวดเร็ว ทำให้รอบเครื่องขึ้นสูงขึ้น เกิดการกระตุกเล็กน้อยในเกียรธรรมดา แต่จะไม่รู้สึกเลยในเกียรออโต้ ถ้าแก้ไขโดยปรับวาลล์จ่ายที่ชุด Solinoid ตัวแรกให้จ่ายน้อยลง ก็จะประหยัดน้อยลง คนส่วนมากจึงไม่ปรับลดเพราะต้องการเน้นความประหยัดเป็นหลัก ส่วน Solinoid ตัวที่สองทำงานในรอบสูง ส่วนมาก ทำงานดี ไม่มีปัญหา โดยรวมๆของระบบนี้ใช้ได้ครับ แต่ถ้ามีการแก้ไขให้สามารถคุมการจ่ายแก๊สให้นึ่งกว่านี่จะดีมากๆ
ถ้าใครมีความเห็นอะไรเพิ่มเติมหรือแตกต่างจากผม ก็ช่วยให้ความรู้เพิ่มแก่ผมหน่อย หรือใครต้องการติชม ต่อว่า หรือคิดว่าที่ผมเข้าใจหรือแสดงความคิดเห็นออกไปนั้น ผิด โปรดโทรมาหาผม เอาแบบติเพื่อต่อ(ต่อยอดทางความคิดนะ) ขอบคุณครับ
|
|