จาก ต้น 20
อังคารที่ , 17/10/2549
เวลา : 13:28
IP: 192.55.18.36
อ่านแล้ว = 1723 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ปตท.เข็นก๊าซเอ็นจีวีไม่ขึ้น +ติดปัญหาลอยตัวแอลพีจีแท็กซี่เมินราคาน้ำมันตก
แผนส่งเสริมเอ็นจีวีสะดุด ปตท.ต้องปรับเป้ายอดติดตั้งใหม่ เป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี ล่าสุดได้ไม่เกิน 30,000 คัน เจอสารพัดปัญหา ไล่ตั้งแต่ รัฐล่าช้าปล่อยลอยตัวก๊าซแอลพีจี หาเทคโนโลยีมาติดตั้งให้กลุ่มรถกระบะและรถตู้ไม่ได้ รวมถึงแท็กซี่กลุ่มเป้าหมายหลักรอถังขนาด 100 ลิตร แถมราคาน้ำมันตก ยอดการตาดตั้งลดวูบ แต่ยื่นยันปีหน้าได้ตามเป้าที่วางไว้แน่นอน เพราะทุกอย่างได้รับการแก้ปัญหา
นายณัฐชาติ จารุจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดารใหญ่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ กลุ่มธุรกิจสำรวจ ผลิต และก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงการส่งเสริมการใช้ก๊าซเอ็นจีวีว่า ขณะนี้ทางปตท.ได้มีการปรับเป้าปริมาณรถยนต์ที่ติดตั้งอุปกรณ์ก๊าซเอ็นจีวีใหม่ จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าในปีนี้จะมีรถยนต์เอ็นจีวีจำนวน 51,000 คัน ซึ่งเป็นการปรับเป้าลงมาครั้งหนึ่งจาก 73,000 คัน มาเหลือเพียงประมาณ 28,000-30,000 คันเท่านั้น
ทั้งนี้ เนื่องจากการก่อสร้างสถานีบริการเอ็นจีวี มีความล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ จากเดิมที่จะให้แล้วเสร็จภายในปีนี้จำนวน 200 แห่ง ต้องเลื่อนออกไปเป็นต้นปี 2550 แทน ประกอบกับทางกระทรวงพลังงานได้เลื่อนกำหนดเวลาการปล่อยลอยตัวก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีจากเดือนกรกฎาคมปีนี้เป็นสิ้นปีนี้แทน ทำให้รถยนต์หรือรถแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีจำนวนมาก ยังไม่ใส่ใจที่จะหันมาปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นเอ็นจีวี
ขณะเดียวกันช่วงที่ผ่านมาปตท.ไม่สามารถหาเทคโนโลยีในการติดตั้งอุปกรณ์เอ็นจีวีที่เหมาะสมกับรถกระบะเครื่องยนต์คอมมอนเรล และรถตู้ได้ ทำให้เสียปริมาณรถยนต์ที่จะติดตั้งเอ็นจีวีไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง จำนวนรถโดยสารเอ็นจีวีของขสมก.ที่คณะรัฐมนตรีชุดก่อนได้มีการอนุมัติจัดซื้อจำนวน 2,000 คัน จากเดิมที่คาดว่าจะสามารถจัดซื้อภายในปีนี้ได้มีการเลื่อนระยะเวลาออกไป
ที่สำคัญรถแท็กซี่ที่ติดตั้งก๊าซแอลพีจีอยู่แล้วกว่า 50,000 คัน จะหันมาติดตั้งก๊าซเอ็นจีวี โดยปตท.จะออกค่าใช้จ่ายให้ฟรีนั้น ต้องการถังก๊าซเอ็นจีวีขนาดใหญ่ที่ 100 ลิตร เพื่อต้องการเติมก๊าซเอ็นจีวีเพียงครั้งเดียวสามารถวิ่งได้ทั้งวัน แทนที่จะใช้ถังก๊าซขนาด 70 ลิตรที่มีอยู่ จะสามารถวิ่งได้เพียงกะเดียวทำให้เสียเวลาในการเติมก๊าซเอ็นจีวีที่ต้องรอนาน จึงทำให้การติดตั้งต้องเลื่อนระยะเวลาออกไปอีก เพื่อรอจนกว่าถังขนาด 100 ลิตรที่สั่งจากต่างประเทศไปแล้วจะมาในเดือนพฤศจิกายน ในจำนวน 15,000-20,000 ใบ
นอกจากนี้ สถานการณ์ราคาน้ำม้นที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ยอดการติดตั้งอุปกรณ์เอ็นจีวีมียอดลดลงตามไปด้วย จากเดิมที่มียอดเฉลี่ยการติดตั้งวันละกว่า 100 คัน เวลานี้ปรับลดลงมาเหลือประมาณ 70 คันต่อวัน ประกอบกับโครงการที่ปตท.ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาติดตั้งเอ็นจีวี โดยการอุดหนุนเงินจำนวน 10,000 บาทต่อคันได้สิ้นสุดลง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดการติดตั้งลดลงตามด้วย ทั้งหมดนี้จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามเป้าที่วางไว้ได้
นายณัฐชาติ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปีหน้าน่าจะสามารถผลักดันจำนวนรถยนต์เอ็นจีวีให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ได้ที่ ....คัน จากปัจจุบันมียอดติดตั้งแล้วที่ 21,700 คัน เนื่องจากการก่อสร้างปั๊มเอ็นจีวีจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ที่ 340 เมื่อสิ้นปี 2550 ประกอบกับ หากกระทรวงพลังงานสามารถประกาศลอยตัวก๊าซแอลพีจีได้ รวมถึงมีถังขนาด 100 ลิตรเข้ามาตามที่แท็กซี่ต้องการแล้ว จะช่วยให้รถยนต์หรือแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซแอลพีจี หันมาปรับเปลี่ยนเป็นก๊าซเอ็นจีวีแทน เนื่องจากราคาแอลพีจีจะปรับตัวสูงขึ้นไปยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 9.40 บาทต่อลิตร เป็นที่ระดับประมาณ 11 บาทต่อลิตร ขณะที่ก๊าซเอ็นจีวีปัจจุบันอยู่ที่ 8.50 บาทต่อลิตร และจะยื่นราคานี้ไปจนสิ้นปี 2550 และหลังจากนั้น จะปรับราคาไม่เกิน 50 % ของราคาน้ำมันดีเซล แต่คาดว่ายังถูกกว่าการใช้ก๊าซแอลพีจี
นอกจากนี้ หลังจากกที่ปตท.สิ้นสุดการให้เงินสนับสนุนให้ติดตั้งเอ็นจีวีคันละ 10,000 บาท แล้ว ได้มีโครงการส่งเสริมการติดตั้งเอ็นจีวีขึ้นมาใหม่ ในลักษณะให้ผู้สนใจติดตั้งที่มีเงินไม่มากหรือมีเงินสดเป็นต้นทุนเพียงเล็กน้อย สามารถเข้ามาติดตั้งอุปกรณ์ได้ และให้ผ่อนคืนเป็นรายเดือนเท่ากับเงินที่ประหยัดได้จากการใช้น้ำมันหรือกว่า 1,000 บาทเท่านั้นเป็นเวลา 3 ปี โดยมีดอกเบี้ยประมาณ 4-5 % ซึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อเข้ามาบริหารด้านการปล่อยกู้เงินให้ คาดว่าโครงการนี้น่าจะเริ่มได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2549 นี้
|