| |
คำตอบที่ 8
ไม่เห็นมีใครพูดถึงถังดับเพลิงในรถเลย เคยอบรมเรื่องการดับเพลิงกรณีบ้านเรือน หากเกิดเพลิงไหม้ต้องรีบดับโดยทันทีภายในเวลา 4 นาทีซึ่งสามารถดับได้ง่ายโดยเครื่องดับเพลิงเล็กๆหรือผ้าหนาๆเปียกย้ำ หากเลยเวลานาทีทอง(4นาที)แล้วจะดับยากมากด้วยสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น
ในกรณีรถยนต์เกิดเพลิงไหม้เกิดจากประกายไฟจากแบตเตอรี่หรือสายไฟช๊อดจนไหม่เป็นเปลวไฟแล้วถ้ารีบดับด้วยน้ำยาดับเพลิงหรือผ้าชุ้มน้ำโดยเร็วทันทีจะดับได้ง่ายที่สำคัญมีอุปกรณ์ดับเพลิงหรือไม่ ถ้าไม่มีคงเป็นเรื่องยากที่จะวิ่งไปขอให้ใครมาช่วยเหลือได้ทัน พอถึงตอนนี้คงมีคำพูด "ขับรถภาษาอะไรไม่มีอุปกรณ์ดับเพลิงในรถ"ไม่ใช่เพราะใช้แก๊สจึงต้องมีเครื่องดับเพลิง เพราะไฟอาจเกิดจากระบบไฟฟ้าหรือน้ำมันก็ได้ ที่สำคัญต้องดับให้เร็วที่สุด
เมื่อมีเปลวไฟติดแล้วโดยเฉพาะในห้องเครื่อง จะมีเชื้อเพลิงสารพัดชนิด สีรถ พลาสติก ยาง ยิ่งนานยิ่งแปรสภาพเป็นไอติดไฟดีขึ้น ส่วนยางล้อรถจะติดไฟได้นานแสนนาน เมื่อติดไฟแล้วทุกคนได้แต่ยึนดูเฉยๆ ต่อให้ในรถไม่มีน้ำมัน และไม่มีแก๊ส ไฟก็จะไหม่หมดทั้งคัน (ดูกรณีจราจลในฝรั่งเศสที่เผารถที่จอดริมถนนนับร้อยคัน) แต่รถที่ไฟไหม้มีถังแก๊สอยู่ท้ายรถจึงระเบิดไปด้วย
ควรมีอุปกรณ์ดับเพลิงประจำรถไม่ว่าใช้แก๊สหรือไม่ และหมั่นซ้อมในใจว่าถ้าเห็นควันขึ้นจากห้องเครื่องให้ดึงฝากระโปงแต่ยังไม่ต้องเปิดฝาขึ้น ให้ฉีกน้ำยาดับเพลิงเข้าช่องแง้มฝากระโปงก่อน เมื่อหมดควันแล้วค่อยเปิด การเปิดโดยทันทีเป็นอันตรายได้ให้ระวัง
มีน้ำยาดับเพลิงดับเพลิงติดรถมา กว่า20ปี ไม่เคยใช้ได้แต่หวังว่าคงไม่เกิดขึ้นกับเรา แต่นึกภาพถึงคนที่รถไฟไหม้แล้วได้แต่ยืนมองจนไหม้หมดทั้งคัน ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้เตรืยมอุปกรณ์ดับเพลิงไว้ กันไว้ดึกว่าแก้ ถ้าแย่แล้วแก้ไม้ไหว
|
|