จาก เซ็งชีวิต
พุธที่ , 11/10/2549
เวลา : 12:41
IP: 58.136.224.232
อ่านแล้ว = 2836 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
คิดอยู่นานว่าจะนำมาถามในเวบดีมั๊ย จนในที่สุดตัดสินใจถามดีกว่า เพื่อประโยชน์ในอนาคตและเพื่อให้ความรู้แก่เพื่อนสมาชิก
เมื่อต้นเดือนเมษา เราเอารถ Honda Accord VTIE ปี 95 ไปติด LPG ที่อู่ดังแถวลาดปลาเค้า
ใช้มาได้ 1 เดือนเป๊ะ อยู่ๆรถจอดติดไฟแดงก็ดับไปซะเฉยๆ (วิ่งออกจากบ้านมาที่ทำงาน เกือบ 20 กม. ซึ่งตอนนั้นรถตัดมาเป็นแก๊สแล้ว) คราวนี้ก็ลองสตาร์ทใหม่ ก็ติดนะซึ่งอยู่ในโหมดน้ำมัน แต่รอบมันสวิงหวือหวามาก ดีดขึ้นดีดลงเป็นว่าเล่นเลย แถมมีเสียงลมดังหวือๆ ออกมาจากหน้ารถ ที่สำคัญมีรูปเครื่องไฟสีส้มขึ้นที่หน้าปัดด้วย และก็ดับสนิท สตาร์ทอีกทีก็ไม่ติด ตำรวจต้องมาช่วยเข็นเข้าข้างทาง
หลังจากนั้นก็มีผู้หวังดีมากมายเข้ามาช่วยดู บ้างก็บอกสงสัยเครื่องน็อค บ้างก็ว่าหม้อน้ำแห้ง เราก็บอกเค้าไปว่าไม่น่าจะใช่ เพราะเราเพิ่งเช็คหม้อน้ำและน้ำมันเครื่องเอง (ถึงจะเป็นผู้หญิงแต่เราก็พอจะเช็คการใช้รถเบื้องต้นเป็นบ้าง) คราวนี้สับสวิทช์มาที่น้ำมัน ลองสตาร์ทใหม่ก็ยังไม่ติด รออยู่ซักพักใหญ่ๆ ร่วม 20 นาที ถึงติด แต่ก็ยังมีอาการรอบสวิงแบบดีดขึ้นดีดลงพร้อมเสียงเหมือนเดิม เลยถามคนแถวนั้นว่ามีร้านซ่อมรถใกล้แถวนี้บ้างมั๊ย เค้าเลยบอกทางให้อยู่ถัดไปประมาณ 3 กม. สรุปว่าเป็นร้านไดนาโม เอาว่ะ !! ถึงจะไม่ใช่ช่างเครื่องแต่ก็เป็นช่างเหมือนกัน คงพอจะสันนิษฐานอาการได้ว่า สาเหตุมันมาจากอะไร เค้าลองเช็คและบอกว่าท่อลมเราหลุด ก็เลยให้ช่วยทำให้หน่อย ถามราคาเท่าไหร่ก็ยังบอกไม่ได้ ต้องเช็คว่ามีอะไรอีกมั๊ย ก็บอกไปว่าเรามีเงินติดตัวแค่ 2000 พัน เค้าบอกไม่ถึงหรอก ผ่านไปร่วมๆ ชั่วโมงก็เรียบร้อย (ช่างนะเรียบร้อย) เค้าจัดการซ่อมสตาร์ทเปลี่ยนถ่าน เปลี่ยนสปริงกดถ่านสตาร์ท 4 ตัวต่อท่ออากาศเล็ก ค่าแรง 350 รวมทั้งหมด 900 บาท คิดในใจเออถูกกว่าที่คิดไว้เยอะ นึกว่าต้องจ่ายมากกว่านี้ แต่กลับมาบอกทีหลังว่าอาการที่เป็นมันยังไม่หายนะ แต่ผมเห็นว่ารถน้องถ่านมันเหลือน้อยแล้วเลยเปลี่ยนให้ (ซวยเสียเงินไปฟรีๆ) บอกว่าให้เอาไปร้านที่ซ่อมเครื่องทำดีกว่า ก็คิดในใจว่าทำไมไม่บอกแต่แรกว่าทำไม่เป็น รึว่าเห็นเราเป็นผู้หญิง ไหนๆ ก็หลงมาแล้ว หากินได้นิดหน่อยก็เอาวะ
หลังจากนั้นเราก็โทรหาเฮียคนที่ติดแก๊สให้ บอกอาการเค้าไป แกบอกให้เอารถมาที่ร้านให้ได้ แล้วจะดูให้ว่าเป็นเพราะอะไร ลืมบอกไปว่าร้านเฮียแก รับวางเครื่อง ซ่อมเครื่อง ทำอะไรประมาณนี้ด้วย ขับรถมาทั้งๆ ที่รอบสวิง เสียงดังมันอย่างนั้น จากบางกะปิไปลาดปลาเค้า ผ่านเส้นนวมินทร์ ขับไปได้ซักพัก พอรถเริ่มใช้ความเร็วได้ซัก 60 กม.ก็ดับกลางอากาศมันซะงั้น สตาร์ทใหม่ขับไปได้ซักนิด ก็เป็นแบบเดิม ขับดับกลางอากาศอย่างนี้อยู่ ร่วม 10 ครั้งได้ล่ะมั๊ง
ซึ่งตอนที่ดับใช้น้ำมันอย่างเดียวเลยนะ ตั้งแต่ที่เปลี่ยนครั้งแรกก็ไม่ได้กลับมาใช้แก๊สเลย
จนมาถึงที่ร้านเฮียแก โชคดีที่แกอยู่ไม่ได้ไปลองรถที่ไหน เลยบอกอาการแกไปใหม่ แกก็ลองขับลองเช็คอาการให้ซักพัก แล้วบอกว่าเกียร์มีปัญหา ต้องเปลี่ยนเกียร์ ราคาประมาณ 12000 รวมค่าแรงไม่เกิน 15000 ก็เลยให้แกทำ เรื่องเงินค่อยหาหยิบยืมเพื่อนเอา ไหนๆ มันพังก็ต้องซ่อม นัดให้มารับรถอีกที 5 โมงเย็น ตอนเอาไปให้ น่าจะไม่เกินเที่ยง แล้วก็นั่งแท๊กซี่ไปทำงานต่อ
ตอนเย็นก็มารับรถตามเวลา สรุปว่ายังไม่เสร็จ เห็นเด็กยังทำอยู่ เข้าไปถามว่าเป็นไงบ้าง เด็กบอกว่าไฟเครื่องยังโชว์อยู่เลยพี่ เพิ่งเช็คเจอว่าจานจ่ายเสื่อม รออะไหล่อยู่ ยังทำอะไรไม่ได้เราก็เลยไปหาที่กินข้าว ตรงข้ามร้านแกนะเเหละ จริงๆ อยากจะดูเค้าทำเหมือนกัน แต่มันคับแคบมาก กลัวจะไปแกะกะเค้าทำงาน จนเกือบ 1 ทุ่มรถก็เสร็จ ลองขับใช้ได้เหมือนเดิม รอบไปสวิง เสียงที่ดังก็หายไป ไม่มีดับกลางอากาศ ลองเปิดดูด้วยตาคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเครื่องมากนัก ไม่เห็นอะไรผิดสังเกต นอกจากไอ้ตัวที่เรียกว่าจานจ่าย (เพิ่งรู้จักเหมือนกัน) มันมีสีปากกามาร์คเอาไว้ อันนี้เข้าใจว่าเป็นการทำสัญญลักษณ์ เผื่อการเคลมเวลาใช้ไม่ได้ และก็มีการเปลี่ยนสายหัวเทียน 1 เส้น (ของเก่าสีดำทั้งหมด ครั้งนี้มีสีชมพูโผล่มา 1 เส้น)
ถึงตอนจ่ายตังค์
เกียร์ออโต้ 12000.-
น้ำมันเกียร์ 4 ลิตร 570.-
จานจ่าย 2000.-
ซีลเกียร์ออโต้ 3 ตัว 600.-
ค่าแรง 2000.-
รวม 17,170.-
และก็ใช้รถมาปกติ จนวันนึงได้มีโอกาสรู้จักเวบนี้ เพราะต้องการศึกษาอะไรเพิ่มด้วยตัวเอง เผื่อกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น จะได้พอวิเคาระห์ได้บ้างว่าด้วยเหตุอะไร
ลองอ่านหาความรู้ไปเรื่อยๆ ค้นกระทู้อาการที่เราเคยเป็น จนมาเอะใจว่าถ้ารถเกียร์พัง มันจะต้องมีอาการก่อนบ้าง เช่น เข้าเกียร์ R แล้วใช้เวลากว่าจะถอย ฯลฯ แต่รถเราไม่เคยเป็น น้ำมันเกียร์ก็เช็คประจำ (ใบเสร็จทุกใบเก็บไว้หมด) มาเปิดเช็คดูก็ตามระยะนี่นา ที่สำคัญทำไมไฟเครื่องมันโชว์ ตั้งแต่คราวแรกที่เครื่องดับเราไม่นึกถึงช่างเก่าเลย นึกถึงเฮียแกตลอด คิดว่าน่าจะเป็นเพราะติดแก๊สแน่ๆ อะไรมันต้องผิดปกติ เลยตัดสินใจให้แกทำ จะขอเกียร์ลูกเก่ากลับก็ไม่ให้ บอกให้มาเอาวันหลัง หมายความว่าไงล่ะ คุยกับพี่ๆที่พอรู้เรื่องเครื่องเค้าบอกให้ไปเอาเกียร์กลับมาเหอะ อย่างน้อยก็น่าจะขายเป็นเศษเหล็กได้ซัก 1000 ก็ยังดี
เลยกลับไปขอแกคืน ซัก 3 วันให้หลัง เด็กที่ร้านถามว่าจะเอาไปทำอะไรพี่ เพื่อนคนที่ไปเอาด้วยบอกว่า เอาไปโม เด็กมันก็ไปช่วยยกมาให้ แต่มีอีกคนที่ดูเหมือนไม่ใช่ช่าง น่าจะเป็นญาติของเฮียแก บอกไช่ลูกนี้ ชี้ไปอีกลูกนึง ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าอันไหนของเรา ก็เอากลับมาทิ้งให้พี่ที่เป็นช่างเค้าไปใช้เหอะ เราคงไม่มีโอกาสได้ใช้ เก็บไว้ก็รกบ้านเปล่า
ผ่านมาได้ซัก 3 เดือน พี่คนที่เราให้เกียร์ไปเค้าโทรมาบอกว่า เค้าเพิ่งมาเช็คเกียร์เรานะ รถเราปี 95 นี่ ทำไมเกียร์ที่ให้มาเป็นของปี 93 วะ เค้าให้เกียร์มาถูกลูกรึเปล่า โดนหลอกมั๊ยเนี๊ยะ
เราก็เลยเซ็งๆ เพราะหลังจากรู้ ก็พยายามเช็คว่าร้านเฮียแกเป็นไงบ้าง จากเวบนี้แหละ
ส่วนใหญ่บอกว่าดี มีแต่ช่างที่นิสัยไม่ได้เรื่อง เลยยังคาใจอยู่ว่าตกลงอาการที่เกิดเป็นเพราะอะไร ใช่แบคไฟร์มั๊ยที่ทำให้ท่อลมหลุด แล้วมีอาการรอบสวิง แล้วเกี่ยวกับเกียร์รึเปล่า
ไม่อยากเสียความรู้สึกกับแกเลย เราเป็นมนุษย์เงินเดือน พอมีเงินเหลือก็เก็บเงินผ่อนรถมือสองไว้ใช้ประกอบอาชีพ ถ้าแกไม่บริสุทธิ์ใจ เราคงไม่สามารถไปทำอะไรแกได้หรอก แค่คิดไว้ว่าใครทำอะไรก็คงได้อย่างนั้นคืน ทำกับลูกค้าอย่างนี้ คงไม่เจริญหรอก
ที่พิมพ์มาตั้งนาน อ่านแล้วคงน่าเบื่อสำหรับใครบางคน แต่ต้องการเตือนให้เป็นอุทธาหรณ์เตือนใจไว้ ให้พยายามหาความรู้เพิ่มเติมไว้ให้มากๆ ถึงแม้มันอาจไม่เกี่ยวข้องกับสายงานของตัว แต่มันอาจจะมีประโยชน์ในบางขณะก็ได้
|