| |
คำตอบที่ 7
เพิ่มเติมให้นะคับ เป็นความรู้จากพี่ๆในเว็ป ที่ผมรวบรวมไว้คับ
ข้อแนะนำก่อนจูน
1. จูนแก๊ซต้องให้เครื่องร้อนก่อน
2. ควรจูนแก๊ซกับกรองอากาศใหม่
Sense คือวาล์วที่ ทำหน้าที่จ่ายแก๊ส เมื่อเกิดแรงดูดจากเครื่องยนต์ ไว้ปรับให้วาล์วจ่ายแก๊สตามแรงดูดผ่านมิกซ์เซอร์ (จึงต้องปรับให้พอเหมาะกับแรงดูด)
Idel คือวาล์วที่ ทำหน้าที่จ่ายแก๊สโดยอาศัยหลักการจ่ายโดยแรงดันของถังแก๊ซเอง มันจะไหลมาเรื่อยๆ โดยไม่ขึ้นกับแรงดูดของเครื่องยนต์ เพื่อเลี้ยงรอบเดินเบาเครื่องยนต์ไม่ให้มันดับ
Power Valve คือวาล์วที่ควบคุมปริมาณแก๊ส ให้เหมาะสมกับความต้องการของเครื่องในขณะใช้ความเร็ว ทำหน้าที่ ควบคุมแรงดูดของเครื่องยนต์ ให้ไปกระทำกับ Sense อีกที
หลักการทำงานทั้งสามวาล์ว คือ ที่รอบเดินเบา Sense จะจ่ายแก๊ซน้อยมาก แต่จะได้แก๊สจาก Idle แทน และเมื่อเริ่มเหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์มีรอบเพิ่มขึ้นแรงดูดจะเพิ่มขึ้น Sense ก็จะเริ่มจ่ายมากขึ้น นี่แหละจุดสำคัญคือการตั้ง Sense ให้เหมาะกับแรงดูด อย่าแข็งไป หรืออ่อนไปครับ
** Sense ** ที่รอบเดินเบาจะต้องจ่ายน้อย จนถึงไม่จ่าย
ถ้าตั้ง Sense อ่อน - รอบเดินเบามันก็จ่ายเลย ผลก็คือ กินแก๊ส เกินความจำเป็น
ถ้าตั้ง Sense แข็ง - พอเรากดคันเร่ง แรงดูดเกิดตอนแรกยังน้อยอยู่แล้วมันดัดไม่จ่าย เราก็ต้องเหยียบมากขึ้นอีก พอแรงดูดมากขึ้นมันถึงเริ่มจ่าย รถก็จะออกตัวกระตุก ต้องตั้งพอดีไม่แข็งไม่อ่อน
วิธีการจูน sense ** จะรู้ได้ไงว่า sense พอดี **
1. ปิด Idle ให้หมดก่อน ไม่ให้ Idle มันจ่ายแก๊ซในรอบเดินเบา
2. ถ้าปิด Idle หมดแล้ว แล้วรถยังไม่ดับ ก็แสดงว่า Sense มันยังจ่ายแก๊ซในรอบเดินเบาอยู่
3. ก็ค่อยๆปิด Sense ลง หมุนเข้าแล้วก็รอดู แล้วก็ลองหมุนเข้าอีก
4. พอถึงจุดที่ Sense มันเริ่มแข็งพอ แก๊ซก็จะจ่ายในรอบเดินเบาน้อยลงรถก็สั่น เพราะแก๊สเริ่มจ่ายไม่พอ
** หมุนต่ออีกเรือยๆรถก็จะดับ นะจุดนี้สตาร์ทเครื่อง สับไปเป็นแก๊ซ ก็ดับแน่นอน **
5. ให้หมุน Sense ออกมานะจุดที่รถสั่นก่อนจะดับ ไม่ให้ Sense แข็งไปเด๋วออกตัวแล้วจะกระตุก
** ส่วนจะสั่นแค่ไหนถึงจะพอ อันนี้ต้องลองปรับไปใช้ไปครับ แล้วจะรู้ **
** แต่ถ้าปิด Idle หมดแล้วสั่นหรือสั่นจนดับ ก็แปลว่า Sense จ่ายแก๊ซมาน้อยอยู่แล้ว **
วิธีการจูน Idle ** ต่อจากเมื่อจูน Sense พอดีแล้ว **
6. เราก็เริ่มหมุน Idle ออกหละ เพื่อให้ Idle จ่ายแก๊ซในรอบเดินเบาจริงๆ ตามที่เครื่องต้องการ
7. ก็ค่อยๆปรับออก จนเครื่องนิ่งหรือได้รอบเดินเบาเท่าน้ำมัน
8. ลองไปเปิดปิดแอร์ดู ไฟหน้า โหลดต่างๆ ว่าเครื่องสวิงจนผิดปกติมั๊ย ถ้ายังไม่ปกติก็ค่อยๆปรับ Idle ออกทีละนิด แล้วก็ลองขับรถดู
** สังเกตุง่ายๆถ้าเปิด Idle มากไปแก๊ซท่วมในรอบเดินเบา เวลาปิดแอร์หรือคอมตัด รอบจะตกวูบลงมา ถ้าท่วมเอามากๆรถก็จะดับไปเลย **
วิธีการจูน Power Valve
ขอเรียกว่าการทำ จูนพีค คือจุดที่เครื่องยนต์ได้กำลังมากที่สุด แต่ไม่กินแก๊สเกินความต้องการ
1. หาคนใกล้ๆ มาเป็นลูกมือ ให้เหยียบรอบเครื่องค้างไว้ที่ 3000 รอบ (หรือตามที่เราต้องการ) แล้วแช่เท้าไว้ ณ ตำแหน่งนั้นไว้นิ่งๆ
** ใช้หินมากดคันเร่งไว้จะแน่นอนกว่าคับ **
2. หมุนพาวเวอร์วาล์วเข้า จนรอบตก (ซัก 2500)เพื่อให้รู้จุดที่แก๊สไม่พอความต้องการของเครื่องยนต์ โดยรอบจะตกลง
3. แล้วก็เริ่มคลายออก( จนถึง 3000)
4. แล้วคลายต่อจนรอบสูงขึ้นเรื่อยๆครับ ให้ถึงจุดที่รอบสูงจนเข็นไม่ขึ้นแล้ว แสดงว่าแก๊สเริ่มเกินความต้องการแล้วครับ
** คือที่ 3000 รอบ เราจะได้ความต้องการแก๊ซที่เครื่องต้องการ **
ข้อแนะนำ
1. การคลาย Sense จนเกินค่าหนึ่ง แก๊สจะเเทรกเข้าระบบเดินเบา เพราะแรงกดสปริงวาล์ว Sense ปิดไม่พอ คราวนี้รวนด้วยกินด้วยไม่ควรทำอย่างยิ่ง..ไม่แล้ว...จะเสียเวลาค้นหาและหากินอยู่นั่นแหละ
2. ทุกครั้งที่เปลี่ยนขนาดและรูปร่างMix ต้องจูนใหม่เสมอ
3. วิ่งทางไกลถ้าต้องใช้รอบสูงๆ อาจจูนหนาหน่อย "หนา" คือเพิ่มแก๊สมากกว่าในอัตราการไหลของไอดี(แก๊ส+อากาศ) จากการคลาย Power valve ** หรือทำพีคจูนไว้ที่ 4000 รอบก็ได้ **
เหตุที่อาจจูนแล้วไม่นิ่ง
1. ตรวจเช็คก่อนว่าไม่มีการรั่วของแก๊สและอากาศตามรอยต่อ บ่อยครั้งที่รอบกระตุกเพราะสาเหตุการรั่วเหล่านี้ อาทิสาย vacuum บางสายหลุดหรือเสียบไม่แน่น การใช้รถขณะเป็นน้ำมันปกติ
2. ระบบน้ำมันขณะนั้นไม่เข้ามาแทรกโดยเด็ดขาดซึ่งจะทำให้รอบสะดุดและเบาดับอายอยู่ตาม4แยก
3. ปิดทั้ง2สกรู คลาย Power valve รอไว้3รอบแล้วสตาร์ทเครื่อง แล้วสับไปเป็นแก๊ซต้องไม่ติดหรือรถดับถ้าติดแสดงว่าน้ำมันค้าง
|
|