ไขข้อเท็จจริงเรื่องราคาก๊าซหุงต้ม

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก หรรษา
พฤหัสบดีที่ , 7/9/2549
เวลา : 15:54
 IP:

192.55.18.36
อ่านแล้ว = 1245 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ผมเห็นว่ามีประโยชน์ จึงนำมาให้สมาชิกทุกท่านได้ศึกษาอีกแง่มุมหนึ่งครับ

สมชัยวงศ์วัฒนศานต์ กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2549

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ผู้จัดการฝ่ายสำนักกรรมการอำนวยการบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

ในช่วงนี้กระแสข่าวเรื่องการลดราคาก๊าซหุงต้มกำลังได้รับความสนใจเพราะก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงหลักที่มีการใช้กันเกือบทุกครัวเรือน แต่ข่าวสารที่ออกมาเข้าใจว่าน่าจะเป็นมุมมองเฉพาะด้าน ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวได้ ผมในฐานะคนที่อยู่ในแวดวงพลังงานมานาน จึงอยากขอเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเพื่อให้พิจารณาประกอบกัน

ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือก๊าซหุงต้มที่เราคุ้นเคยนี้ รัฐเป็นผู้ควบคุมราคา โดยใช้กองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือในการรักษาระดับราคา หรือพูดง่ายๆ ว่าคุมที่ราคาขายส่ง ถ้าราคาขายส่งเปลี่ยนแปลงก็จะมีผลให้ราคาขายปลีกเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยราคาขายของผู้ผลิตจะเปลี่ยนตามตลาด ราคาตลาดสูงขึ้นกองทุนน้ำมันจ่ายเงินให้ แต่ถ้าราคาตลาดต่ำลงผู้ผลิตก๊าซจ่ายเงินให้กองทุน

ในอดีตรัฐกำหนดราคาผู้ผลิตก๊าซหุงต้มตามราคาตลาดโลกคือ ราคาเปโตรมินของซาอุดีอาระเบีย เพราะหากกำหนดต่ำกว่าราคาตลาดโลก ผู้ผลิตหรือผู้ค้าก็จะพอใจที่จะส่งออกมากกว่าขายในประเทศ เพราะกำไรมากกว่าเห็นๆ จนอาจเกิดการขาดแคลนในประเทศขึ้นได้ หรือถ้ากำหนดราคาสูงกว่าตลาดโลก พ่อค้าก็ได้กำไรมากแต่ผู้บริโภครับเคราะห์ไป สรุปแล้วราคาตลาดโลก คือ ราคาที่เหมาะสม

แต่พอหลังปี2545 เมื่อกองทุนน้ำมันติดลบ รัฐได้ขอร้องให้ผู้ผลิตก๊าซหุงต้มช่วยรับภาระ โดยขอกำหนดเพดานราคาก๊าซหุงต้ม ที่ผลิต ณ โรงกลั่น/โรงแยกก๊าซต่ำกว่าตลาดนอกประเทศ คือที่ 315 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ก็เพื่อให้ภาระการชดเชยกองทุนไม่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลก โดยจากวันนั้นถึงวันนี้ ราคาเปโตรมินได้สูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 400-600 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันแล้ว ผู้ผลิตก๊าซหุงต้มต่างอยากส่งออก จนกรมธุรกิจพลังงานต้องเข้ามาดูแล เพื่อป้องกันการขาดแคลนในประเทศ

การตรึงราคาผลิตก๊าซหุงต้มสำหรับโรงแยกก๊าซที่มีสัดส่วนการผลิต 60% โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบมีราคาประมาณ 200 บาทต่อล้านบีทียู เทียบได้กับราคาก๊าซหุงต้มประมาณ 240 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ยังพอรับได้กับราคาผลิตที่ตรึงไว้ที่ 315 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แต่สำหรับกลุ่มโรงกลั่นสถานการณ์จะผิดกัน

โรงกลั่นน้ำมันใช้น้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบซึ่งราคาน้ำมันดิบที่สูงในระดับ 50-70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบได้กับราคาก๊าซหุงต้มที่ 480-590 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งสูงกว่าราคาเปโตรมิน และสูงกว่าราคาที่ตรึงไว้ในประเทศ (315 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน) มาก การขายก๊าซหุงต้มของโรงกลั่นจึงเป็นราคาที่ขาดทุนเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบทั้งส่งออกและในประเทศ โรงกลั่นต้องแบกรับภาระในการตรึงราคาในประเทศถึงปีละ 6,000-7,000 ล้านบาท

เช่นนี้แล้ว หากรัฐเรียกเก็บเงินพิเศษหรือพรีเมียมจากผู้ส่งออกตามที่มีนักวิชาการเสนอแนะ โดยอ้างว่าเพื่อเอาเงินนั้น มาลดราคาขายก๊าซหุงต้มในประเทศ เท่ากับโรงกลั่นต้องแบกภาระขาดทุนซ้ำซากเพิ่มขึ้นอีกรวมเป็น 2 เท่า และอาจจะหาทางออกเพื่อลดต้นทุน โดยใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงในโรงกลั่นแทนน้ำมันเตาได้ เกิดปัญหาตามมา คือ การผลิตก๊าซหุงต้มอาจไม่พอสำหรับใช้ในประเทศ และประเทศต้องส่งออกน้ำมันเตา ที่มีมูลค่าต่ำแทนการส่งออกก๊าซหุงต้มที่มีมูลค่าสูง

ที่กล่าวมาเป็นปัญหาของการตรึงราคาในส่วนของการผลิตสำหรับการตรึงราคาในส่วนของการบริโภค คือ ราคาขายปลีกนั้น ได้นำไปสู่ปัญหาการบริโภคที่ไม่เหมาะสมและไม่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินแพงขึ้นตามตลาด แต่ราคาก๊าซหุงต้มไม่ปรับขึ้น ปรากฏว่าคนไทยได้หันมานิยมดัดแปลงรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินมาใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงแทน

สถิติการใช้ก๊าซหุงต้มในรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นเพียง7% ในปี 2547 กลับเพิ่มเป็น 34% และ 53% ในปี 2548 และ 2549 โดยลำดับ สถิติดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณโอกาสของความเสี่ยงภัยบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นจากการติดตั้งถังก๊าซที่ไม่ได้มาตรฐาน และคุณสมบัติก๊าซหุงต้มที่หนัก เมื่อรั่วไหลแล้วจะเกิดการสะสมอยู่ด้านล่าง ซึ่งหากมีประกายไฟก็อาจเกิดไฟไหม้หรือระเบิดได้

ราคาที่ไม่ปรับขึ้นยังเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุนการใช้ก๊าซNGV ในรถยนต์ เพราะค่าติดตั้งถังก๊าซหุงต้มที่มีต้นทุนเพียง 7,000-9,000 บาทซึ่งสามารถคุ้มทุนได้ภายใน 3-4 เดือนเท่านั้น

ส่วนในภาคอุตสาหกรรมนั้นนับจากช่วงที่น้ำมันเตามีราคาสูงขึ้นกว่าราคาก๊าซหุงต้มที่ตรึงไว้ ตั้งแต่กลางปี 2548 โรงงานอุตสาหกรรมได้หันมาใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 8% และเพิ่มขึ้นเป็น 12% ในปี 2549 โครงสร้างการบริโภคถูกบิดเบือนไปอย่างนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัดโดยตรง เพราะกลายเป็นว่าเราต้องส่งออกน้ำมันเตา ซึ่งมีราคาถูกในตลาดโลกแทนก๊าซหุงต้ม

หรือเป็นการส่งออกของถูกแทนของแพงขณะเดียวกัน ก็มีการลักลอบนำก๊าซหุงต้มบรรจุถัง ไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เขมร เวียดนาม ซึ่งกำหนดราคาขายก๊าซหุงต้มตามราคาตลาดโลก เท่ากับว่าเราต้องสูญเสียเงินกองทุนน้ำมันไปช่วยเพื่อนบ้านให้ได้ใช้ของถูกอีกด้วย

ในการแก้ไขปัญหาก๊าซหุงต้มอย่างถูกต้องทั้งระบบจึงไม่ใช่การลดราคาจำหน่ายในประเทศ ซึ่งจะทำให้ผลกระทบที่มีต่อประเทศ ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคก๊าซหุงต้มในส่วนของรถยนต์และอุตสาหกรรมซึ่งจะเพิ่มสูงขึ้นต่อไป จนกระทั่งเกิดการขาดแคลนก๊าซหุงต้มขึ้นภายในประเทศได้ในที่สุด

การที่ภาครัฐตระหนักถึงความจำเป็นในการยกเลิกชดเชยราคาก๊าซหุงต้มโดยมีแผนทยอยปรับราคาจำหน่าย จึงถือเป็นมาตรการที่เหมาะสม เพราะเราจำเป็นต้องส่งสัญญาณให้คนไทยตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยสะท้อนจากต้นทุนที่แท้จริง เพราะการอุดหนุนของภาครัฐเท่าที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นมาแล้วว่าไม่เป็นผลดีในระยะยาว




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก ...
 พฤหัสบดี, 7/9/2549
 เวลา :
16:12
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       หนังสือพิมพ์เล่มนี้ ได้รับข่าวสารที่บิดเบือนความเป็นจริง


 จาก อยากรู้
 พฤหัสบดี, 7/9/2549
 เวลา :
22:29
 IP:
203.155.94.129

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       คุณ หรรษา ขอดูภาพหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวด้วยคับ


 จาก chantaburi
 ศุกร์, 8/9/2549
 เวลา :
06:49
 IP:
203.188.15.154

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       ต้องรับฟังไว้ครับ เพราะเมื่อวัตถุดิบต้นทุนการผลิต LPG ส่วนที่เป็นน้ำมันดิบแน่นอนครับต้นทุนสินค้าย่อมมีราคาสูงหรือต่ำตามราคาน้ำมันดิบ เป็นไปได้ครับ แนวทางแก้ไขต้องระยะยาวเท่านั้น ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลไม่มีนโยบายด้านพลังงานในระยะยาวเลย เพราะไม่ได้อะไรจากนโยบายดังกล่าว หมายถึงหารับประทานงบประมาณของชาติไม่ได้ ซึ่งนโยบายพลังงานปัจจุบันเป็นหัวใจของชนทุกชาติ ทุกประเทศเขตขัน ลองคิดดูเมื่อประเทศมีปัญหาด้านพลังงานถึงขันวิกฤต ไม่มีแก๊สหุงต้มใช้ทุกครัวเรือนในประเทศจะเป็นเช่นไร กทม.และปริมลฑล จะลำบากที่สุด และที่ชัดเจนคือปัจจุบันต้นทุนการขนส่งสูงมากๆ การขนส่งในระยะทางไกลๆ ต้องรถไฟหรือเรือจึงจะดีที่สุด
หากมีนักการเมืองท่านใดได้เข้ามาอ่าน ก็ฝากด้วยครับ ชูนโยบายเรื่องพลังงาน และ การขนส่งด้วยครับแล้วท่านจะได้เป็นรัฐบาลค่อนค่างแน่นอน




 จาก InquiryS@gmail.com
 ศุกร์, 8/9/2549
 เวลา :
08:39
 IP:
202.28.84.49

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       ขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้ ที่นำเสนอ บทความจากกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ผู้จัดการฝ่ายสำนักกรรมการอำนวยการบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลจากฝ่าย ปตท. ครับ รับฟังได้
แต่ประเด็นที่สงสัยคือ ทำไมประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน ออสเตรเลีย และหลายประเทศในยุโรป
รัฐบาลเขาส่งเสริมการใช้ LPG แทนเบนซินในรถยนต์ เช่นรัฐบาลออสเตรเลียให้เงิน 2 พันเหรียญ (ประมาณ 7 หมื่นบาท) ถ้าเจ้าของรถนำรถไปติดตั้งระบบ LPG
และประกันราคา LPG ด้วยการเก็บภาษีน้อยมาก
แต่ประเทศไทยไม่ส่งเสริม ??



 จาก 444444444
 ศุกร์, 8/9/2549
 เวลา :
09:48
 IP:
202.129.45.11

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       รัฐบาลมีหน้าที่อะไรครับ ช่วยเหลือประชาชนหรือขุดรีดประชาชน ผมถามง่าย ๆ แค่นี้แหละ


 จาก karn
 ศุกร์, 8/9/2549
 เวลา :
11:12
 IP:
203.170.231.232

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       ผมว่าที่รัฐไม่ส่งเสริมให้ใช้ LPG ก็เพราะรัฐ ดันไปอุ้มราคา LPG อยู่หลายบาทต่อกิโล ด้วยเหตุผลว่า LPG ใช้ในชีวิตประจำวันในการหุ้งต้ม หากขึ้นราคา LPG จะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน จึงพยุ่งราคาไว้ แต่ตอนนี้ LPG ส่วนหนึ่งโดนแย่งไปใช้กับภาคขนส่ง ยิ่งมากเท่าไรก็ต้องใช้เงินพยุ่งราคามากเท่านั้นสุดท้ายจะไม่สามารถ พยุ่งราคาได้ ต้องปล่อยลอยตัว คราวนี้ชาวบ้านที่ใช้ LPG หุ้งจะเดือนร้อนกันไปด้วยทั้วไทย (คะแนนเสียงลดแน่นๆเลย แก๊สขึ้นที่ไรข้าวกล่องขึ้นราคาทุกที่)

ผมมองว่ามีหลายทางออก คือ ทำเหมือนยี่สิบปีที่แล้วคือ LPG สำหรับหุ้งต้มจะราคาถูกกว่า LPG ตามปั้มสำหรับรถยนต์ก็ให้มันเป็นไปตามราคาตลาดไม่ต้องอุ้มไว้คราวนี้ใครอยาก LPG สำรหรับรถยนต์ก็ใช้ไปซิ แต่ตอนนั้นล้มไปเพราะ คนไทยหัวใสเอาจากถังหุ้งต้มไปถ่ายรถขายกำไร อื้อเลย...
กับอีกทางเลือกคือปล่อยลอยตัวมันไปทั้งหมด ก็ต้องยอมรับความจริงกับราคาตลาด (LPG ไม่ได้เกี่ยวกับ ปทต เจ้าเดี่ยวเหมือน NGV เพราะ LPG มีผู้ผลิตรายใหญ่เช่น Picnic, Esso)

คำตอบที่ 5 ครับทำใมถึงไปโทษรัฐละครับ ที่น้ำมันขึ้นราคาไปเป็นเกือบสามสิบบาทจนเราต้องใช้ LPG นะ ผมว่าโทษ ประเทศพ่อค้าน้ำมันมากกว่านะครับ... (ไม่ได้เข้าข้างรัฐนะครับ แต่ผมเห็นว่าทุกประเทศ ยกเว้นประเทศที่ผลิตน้ำมันได้เอง ตอนนี้ก็ต้องรับภาระน้ำมันขึ้นราคากันทั้งนั้น)


 จาก พลขับหมดน้ำมัน
 ศุกร์, 8/9/2549
 เวลา :
15:40
 IP:
202.28.80.4

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       >> โรงกลั่นน้ำมันใช้น้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบซึ่งราคาน้ำมันดิบที่สูงในระดับ 50-70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบได้กับราคาก๊าซหุงต้มที่ 480-590 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งสูงกว่าราคาเปโตรมิน และสูงกว่าราคาที่ตรึงไว้ในประเทศ (315 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน) มาก การขายก๊าซหุงต้มของโรงกลั่นจึงเป็นราคาที่ขาดทุนเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบทั้งส่งออกและในประเทศ โรงกลั่นต้องแบกรับภาระในการตรึงราคาในประเทศถึงปีละ 6,000-7,000 ล้านบาท

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

1 ตัน = 7.3 บาเรล

ซื้อสินค้ามาในราคาพันฃิ้น ในราคาชิ้นละ 70 บาท
7 ชิ้นก็ 490 บาท
ขายในราคาเจ็ดชิ้น 315 บาท

แล้วบอกว่า ขาดทุนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดยไม่ยอมบอกว่า ไอ้ 7 ชิ้นนั่นหนะ มันเป็น **เศษๆที่เหลือ*** จากการเอาวัตถุดิบมาแยกเอาของดีๆ ไปขายในราคาเจ็ดชิ้น ***40,000*** บาทเรียบร้อยแล้ว!!!


 จาก lpg-tt
 ศุกร์, 8/9/2549
 เวลา :
23:08
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       มีบทความพอน่าเชื่อถือได้มาให้อ่าน

http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=14935
(ผู้มาตรา 7 เช่น 1.ปตท. 2.ปิคนิค.(3.เวิลส์ โดนปิคนิคเทคโอเวอร์แล้ว) 4.สยาม.(5.ยูนิค โดนสยามเทคโอเวอร์แล้ว) 6.วีทู หรือ แสงทอง 7 สตาร์ ตราดาว


 จาก InquiryS@gmail.com
 เสาร์, 9/9/2549
 เวลา :
11:09
 IP:
202.28.62.245

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       ขอบคุณท่าน คตท 8 ขออนุญาตนำมาลงครับ

===

นักวิชาการชี้เหตุราคาก๊าซหุงต้มแพงเกินจริง [4 ส.ค. 49 - 04:00]
ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=14935

วานนี้ (3 ส.ค.) นายวีระชัย ถาวรทนต์ อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อดีตอนุกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศวาระประชาชน ด้านพลังงาน โดยหนึ่งในนั้นมีนโยบายที่จะลดราคาก๊าซหุงต้มว่า ที่ผ่านมาได้เคยให้ความเห็นกับผู้แทนของกระทรวงพลังงานมาโดยตลอดว่า ผู้ส่งออกก๊าซหุงต้มตามมาตรา 7 นั้นมีกำไรเกินควร โดยสูงมากเกือบกิโลกรัมละ 8 บาท ในขณะที่เมื่อขายในประเทศมีค่าการตลาดเพียง 3.25 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นเงินกำไรส่วนเกินปีละเกือบ 10,000 ล้านบาท ทำไมถึงไม่เก็บภาษีส่งออก หรือหาวิธีการอื่นๆ ที่จะนำกำไรส่วนเกินเหล่านั้น ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีมาช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้ในประเทศให้ได้ใช้ก๊าซหุงต้มในราคาที่ถูกลง



“ก๊าซหุงต้มในบ้านเรา ส่วนใหญ่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นผลพลอยได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งก๊าซธรรมชาติเหล่านี้ก็เป็นสมบัติของคนไทยอยู่ในอ่าวไทย คนไทยน่าจะได้รับทราบความจริงกันบ้างว่า ในขณะที่ผู้ส่งออกตามมาตรา 7 ได้กำไรมากมาย เพราะราคาตลาดโลกสูงมากกว่า 500 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อตัน บางช่วงยังมากกว่า 600 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อตันด้วยนั้น ขณะที่เพดานหรือต้นทุนในประเทศอยู่ที่ 315 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อตัน จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นว่า ได้กำไรขั้นต่ำเกือบ 200 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อตัน ส่วนวิธีการจัดสรรโควตาก่อนปี 2549 ก็แปลก ไม่มีเกณฑ์ชัดเจนแต่ใช้วิธีตกลงกัน จัดสรรกันเองในกลุ่มผู้ค้าตามมาตรา 7 “อดีตอนุกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าว



นายวีระชัย กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าการลดราคาก๊าซหุงต้มในกรณีนี้เป็นไปได้มาก เพียงแค่เก็บภาษีส่งออกที่ประมาณ 3 บาทต่อกิโลกรัม คิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 40 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อตัน ราคาปิโตรมินอยู่ที่ 500 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อตัน ก็จะได้เงินประมาณ 6,660 ล้านบาท จากปริมาณส่งออกโดยเฉลี่ยที่ 900,000 ตันต่อปี สำหรับปริมาณการใช้ในประเทศอยู่ที่ประมาณ 2.1 ล้านตันต่อปี มีประมาณ 1.155 ล้านตันใช้ในครัวเรือน ส่วนที่เหลือก็ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และขนส่ง ถ้านำกำไรส่วนเกินจากการส่งออกดังกล่าวมาชดเชยให้ผู้ใช้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนเท่านั้น โดยที่การชดเชยจากกองทุนน้ำมันยังเป็นเหมือนเช่นในปัจจุบัน ผลจะทำให้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนจะลดลง 2.3 บาทต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 34.5 บาทต่อถัง สำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัม ซึ่งใช้ปกติในครัวเรือน นี่คือเป็นระยะสั้นที่สามารถทำได้เลย และไม่กระทบต่อฐานะการเงินการคลังของรัฐ



“ส่วนในระยะยาวควรจะกลับมาทบทวนโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม เพราะผมเชื่อว่า ต้นทุนการผลิตก๊าซหุงต้มจริงๆ ต่ำมาก เพราะเป็นผลพลอยได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติและการกลั่นน้ำมัน อีกทั้งค่าการตลาดซึ่งก็คือกำไรที่ผู้ค้าในประเทศได้รับสูงถึง 3.25 บาทต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 1.625 บาทต่อลิตร นั้น ควรจะพิจารณาทบทวนลดลง เพราะสูงมากเมื่อเทียบกับน้ำมันสำเร็จรูปที่ปัจจุบันอยู่ประมาณ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งบางครั้งยังไม่ถึง 1 บาทต่อลิตรด้วยซ้ำ ทำไมต้องทำให้เอกชนที่เป็นผู้ค้าก๊าซหุงต้มมีกำไรเกินปกติ” อดีตอนุกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าว



นายวีระชัย กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าการลดราคาก๊าซหุงต้มในกรณีนี้เป็นไปได้มาก เพียงแค่เก็บภาษีส่งออกที่ประมาณ 3 บาทต่อกิโลกรัม คิด

อัตราแลกเปลี่ยนที่ 40 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อตัน ราคาปิโตรมินอยู่ที่ 500 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อตัน ก็จะได้เงินประมาณ 6,660 ล้านบาท จาก

ปริมาณส่งออกโดยเฉลี่ยที่ 900,000 ตันต่อปี สำหรับปริมาณการใช้ในประเทศอยู่ที่ประมาณ 2.1 ล้านตันต่อปี มีประมาณ 1.155 ล้านตันใช้ใน

ครัวเรือน ส่วนที่เหลือก็ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และขนส่ง ถ้านำกำไรส่วนเกินจากการส่งออกดังกล่าวมาชดเชยให้ผู้ใช้

ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนเท่านั้น โดยที่การชดเชยจากกองทุนน้ำมันยังเป็นเหมือนเช่นในปัจจุบัน ผลจะทำให้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนจะลดลง 2.3

บาทต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 34.5 บาทต่อถัง สำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัม ซึ่งใช้ปกติในครัวเรือน นี่คือเป็นระยะสั้นที่สามารถทำได้เลย และ

ไม่กระทบต่อฐานะการเงินการคลังของรัฐ



“ส่วนในระยะยาวควรจะกลับมาทบทวนโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม เพราะผมเชื่อว่า ต้นทุนการผลิตก๊าซหุงต้มจริงๆ ต่ำมาก เพราะเป็นผลพลอย

ได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติและการกลั่นน้ำมัน อีกทั้งค่าการตลาดซึ่งก็คือกำไรที่ผู้ค้าในประเทศได้รับสูงถึง 3.25 บาทต่อกิโลกรัม หรือ

ประมาณ 1.625 บาทต่อลิตร นั้น ควรจะพิจารณาทบทวนลดลง เพราะสูงมากเมื่อเทียบกับน้ำมันสำเร็จรูปที่ปัจจุบันอยู่ประมาณ 1 บาทต่อลิตร

ซึ่งบางครั้งยังไม่ถึง 1 บาทต่อลิตรด้วยซ้ำ ทำไมต้องทำให้เอกชนที่เป็นผู้ค้าก๊าซหุงต้มมีกำไรเกินปกติ” อดีตอนุกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทน

ราษฎร กล่าว


คำถามนี้มีทั้งหมด 9 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)