จาก ดีดี
พฤหัสบดีที่ , 7/9/2549
เวลา : 13:47
IP: 203.150.232.68
อ่านแล้ว = 1370 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ชี้5ปีเอ็นจีวีขาด
ปตท.โต้แม้นำเข้าราคาปลีกจะไม่สูง ถึงครึ่งของดีเซล
โพสต์ทูเดย์ เชลล์ เชื่ออีก 5 ปี เอ็นจีวีต้องนำเข้า เลยชะลอแผนร่วมบูมใช้ก๊าซ ขอดูนโยบายแบ่งสัดส่วนการใช้ก๊าซระหว่างภาคผลิตกับขนส่ง คาดหลังนำเข้าราคาเอ็นจีวีในไทย ต้องขยับขึ้นลงตามต่างประเทศเหมือนน้ำมัน
ธีรพจน์
นายธีรพจน์ วัชราภัย ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่ตัดสินใจเรื่องการลงทุนธุรกิจก๊าซเอ็นจีวี เพราะมองว่า อีก 4-5 ปีข้างหน้า ปริมาณความต้องการใช้เอ็นจีวีจะสูงขึ้น ทั้งการใช้ในอุตสาหกรรม และระบบขนส่ง ประเทศไทยต้องนำเข้าเอ็นจีวีจากต่างประเทศ และหากรัฐปล่อยให้ลอยตัว จะทำให้ราคาสูงขึ้น ยกเว้นว่าจะมีการขุดพบแหล่งก๊าซแห่งใหม่ นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดเรื่องการลงทุน ซึ่งประเทศไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น ปากีสถาน ที่สามารถเชื่อมต่อเอ็นจีวีจากท่อ เข้ามายังสถานีบริการได้ทันที แต่การลงทุนสถานีเอ็นจีวีในไทย ต้องใช้เงิน 50-60 ล้านบาทต่อสถานี นอกจากนี้ ยังต้องลงทุนรถขนส่งก๊าซ เอ็นจีวีอีกคันละ 20 ล้านบาท
นอกจากนี้ นโยบายความปลอดภัยก๊าซเอ็นจีวียังไม่ชัดเจน กล่าวคือต้องมีการควบคุมดูแลการติดตั้งอุปกรณ์ให้ชัดเจน เพราะเอ็นจีวีมีแรงอัดสูงกว่า แอลพีจีมาก หากเกิดอุบัติเหตุจะรุนแรงกว่ารถที่เติมแอลพีจี รวมถึงเรื่องความคุ้มทุนของการติดตั้งอุปกรณ์ ซึ่งรถที่เหมาะจะใช้เอ็นจีวีควรเป็นรถขนส่งมวลชน และขนส่งสินค้า รถยนต์ส่วนบุคคลอาจไม่คุ้มกับค่าติดตั้ง นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัด ใช้งานหนึ่งถังรถวิ่งได้ไกลแค่กว่า 100 กิโลเมตร ขณะสถานีบริการน้ำมันเชลล์ในกรุงเทพฯ หากขยายหัวจ่ายเอ็นจีวี จะเพิ่มได้เพียง 7-10 แห่งเท่านั้น เนื่องจากสถานที่คับแคบไม่เอื้ออำนวย
เชลล์ยังไม่ตัดสินใจเร็วลงทุนเอ็นจีวี เพราะต้องดูเรื่องซัพพลาย ความปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการค้า ถึงตอนนั้นปริมาณความต้องการใช้เอ็นจีวีสูงขึ้น ไทยต้องแย่งนำเข้ากับเกาหลี หรือญี่ปุ่น ราคาเอ็นจีวีจะสูงขึ้น และหายากขึ้นด้วย แม้แต่ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำ มันรายใหญ่ของไทย ก็ไม่ได้มีแหล่งผลิตทั่วโลก หากเกิดวิกฤตขึ้นมา จะเอาเอ็นจีวีจากไหน ความจริงแล้วเมืองไทยควรต้องมีผู้ผลิตสำรวจพลังงานมากกว่า 1 ราย เพื่อลดความเสี่ยง นายธีรพจน์ กล่าว
ส่วนพลังงานทางเลือกอื่น สำหรับแก๊สโซฮอล์ ทางบริษัทจะลงทุนโรงเก็บเอทานอลที่ใช้ผสมเบนซิน เป็นแก๊สโซฮอล์ในแต่ละภูมิภาค ลงทุนโรงเก็บแห่งละ 5-10 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรัฐบาลกำหนดเลิกเบนซิน 95 ไปใช้แก๊สโซฮอล์ 95 ต้นปี 2550 แน่ ทางโรงงานผลิตเอทานอลคงจะลงทุนผลิตเต็มที่ เมื่อมีความต้องการ แก๊สโซฮอล์น่าจะเกิด แต่ยังระยะยาวตามแผน 10 ปี ถึงจะผสมในเบนซินสัดส่วนเพิ่มจาก 5% เป็น 10% ขณะไบโอดีเซล ยังต้องรอนโยบายชัดเจนจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรฐานน้ำมัน B100 หรือน้ำมันจากพืชที่จะใช้ผสมในดีเซล ถึงจะกำหนดแผนต่อไป
ด้านนายณัฐชาติ จารุจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดหาและจัดส่งปิโตรเลียม กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. กล่าวว่า ในอีก 5 ปี จะมีรถที่ใช้เอ็นจีวีเพิ่มจาก 1 แสนคันเป็น 5 แสนคัน ในอนาคตประเทศไทยคงจะมีการนำเข้าเอ็นจีวีในรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่แล้ว และอีกส่วนนำมาใช้ในระบบขนส่ง แต่สัดส่วนการใช้รถเอ็นจีวี 5 แสนคัน ไม่ถึง 10% ของการใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า
ส่วนของราคา ปตท. สัญญากับประชาชนที่ติดตั้งเครื่องเอ็นจีวีว่า จะขายลิตรละ 8.50 บาท จนถึงปี 2550 จากนั้นจะปรับตามต้นทุน แต่ยืนยันว่าจะไม่เกินครึ่งหนึ่งของราคาน้ำมันดีเซล
|